JAP CLUB

Admission

Admission | แอดมิชชั่น สูตรรักถอดสแควร์รูท

  • Genres:Comedy, Romance
    Running Time:1 hour 57 minutes
    Release Date:March 22, 2013
    MPAA Rating:PG-13 (for language and some sexual material)
    Distributors:Focus Features
    Starring:Tina Fey, Paul Rudd, Michael Sheen,
    Directed by:Paul Weitz

    จุดเด่นภาพยนตร์
    การโคจรมาพบกันครั้งแรกของ นักแสดงมากฝีมืออย่าง ทีน่า เฟย์ จากภาพยนตร์เรื่อง 30 Rock และพอล รัดด์ จากภาพยนตร์เรื่อง This is 40 ในภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ ผลงานภาพยนตร์ชิ้นมาสเตอร์พีซชิ้นใหม่แกะกล่องของผู้กำกับ พอล ไวซ์ ผู้กำกับมากฝีมือที่ได้รับการเสนอชื่อ ชิงรางวัลอคาเดมี่ อวอร์ด ที่เคยฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์เรื่อง About a Boy, In Good Company

    “ADMISSION แอดมิชชั่น สูตรรักถอดสแควร์รูท” เป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ที่บอกเล่าเรื่องราวของสาวมั่นกับหนุ่มเซอร์ ที่ต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่ทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง แต่มันกลับเป็นสิ่งที่นำไปสู่ความสุขที่ตัวเองคาดไม่ถึง

    เรื่องย่อ
    ในฤดูใบไม้ผลิของทุกปี เด็กไฮสคูลชั้นซีเนี่ยร์ต่างก็เฝ้ารอจดหมายตอบรับเข้าศึกษามหาวิทยาลัย ที่จะเป็นการตอกย้ำและสนับสนุนศักยภาพของพวกเขาอย่างกระวนกระวาย ที่มหาวิทยาลัยปรินซ์ตันเจ้าหน้าที่ตอบรับนักศึกษาเข้าเรียน ปอร์เชีย นาธาน (รับบทโดยทีน่า เฟย์) ผู้ที่ประเมินผู้สมัครเรียนหลายพันราย ปีแล้วปีเล่า ปอร์เชียใช้ชีวิตตามกฎระเบียบ ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน เธออาศัยอยู่ร่วมกับมาร์ค (รับบทโดยไมเคิล ชี) ศาสตราจารย์จากปรินซ์ตัน เมื่อคลาเรนซ์ (รับบทโดยวอลเลซ ชอว์น) คณะบดีฝ่ายรับนักศึกษาประกาศถึงการเกษียณที่ใกล้เข้ามาของมาร์ค ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะแทนที่มาร์คมากที่สุดคือปอร์เชีย และยังมีคู่แข่งคนสำคัญของปอร์เชียคือ คอรินน์ (รับบทโดยกลอเรีย รูเบน)

    ระหว่างการเดินทาง เธอได้รื้อฟื้นความสัมพันธ์กับซูซานนาห์ (รับบทลิลลี่ ทอมลิน) แม่ผู้มีความคิดแหวกแนวของเธอ ระหว่างการไปเยือนนิวเคลสต์ โรงเรียนไฮสคูลทางเลือก เธอได้พบกับจอห์น เพรสแมน (รับบทโดยพอล รัดด์) อดีตเพื่อนร่วมชั้นในมหาวิทยาลัยของเธอ

    ปอร์เชียเพิ่งเผยว่าเจเรไมอาห์ (รับบทโดย แนท วูลฟ์) เด็กนักเรียนนิว เควสต์ ผู้มีพรสวรรค์แต่ทำตัวแหกคอก อาจจะเป็นลูกชายคนเดียวที่ปอร์เชียแอบยกให้คนอื่นอุปการะเมื่อหลายปีก่อนระหว่างยังเรียนอยู่ก็ได้ และเจเรไมอาห์ก็กำลังจะสมัครเข้าเรียนที่ปรินซ์ตันเช่นกัน ปอร์เชียต้องประเมินค่าของตัวเองใหม่ เมื่อเธอแอบละเมิดกฎหลายอย่างเพื่อช่วยเหลือเจเรไมอาห์ จนทำให้ตำแหน่งว่าที่คณะบดีของมหาวิทยาลัยที่เธอกำลังจะได้รับต้องมาสั่นคลอน แต่ขณะเดียวกันเธอกลับพบชีวิตและความรักที่น่าประหลาดใจและตื่นเต้น อย่างที่เธอไม่คิดฝันมาก่อน….

    เปิดใจผู้กำกับ…พอล ไวซ์
    พอล ไวซ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เปิดใจว่า…

    “… ผมเคยเขียนบทละครที่มีตัวละครเอกเป็นผู้หญิงมาก่อน แต่ผมก็รู้สึกอายที่ผมไม่เคยกำกับหนังที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงเลยผมอยากจะใช้เวลาอยู่กับตัวละครตัวนี้ที่ชื่อปอร์เชีย นาธาน ผมโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับทีนา เฟย์ในเรื่องนี้ ความเฉลียวฉลาดและการไร้ความเสแสร้งของเธอเป็นคุณสมบัติที่ผมชื่นชม การอ่านหนังสือเรื่อง Bossypants ของเธอเป็นเหมือนเคล็ดลับชั้นเยี่ยมในการกำกับเธอครับ

    ในเรื่องธีม ผมชื่นชอบเรื่องราวของคนที่ทำผิดพลาด ที่คิดว่าพวกเขาไม่มีอะไรจะนำเสนอ แต่เป็นคนที่มารวมตัวกันสร้างครอบครัวที่ไม่ธรรมดาขึ้นมา มันเป็นเรื่องเล่าครับ แต่เราก็ควรจะบอกเล่าเรื่องเล่าแบบนั้นออกมาบ้างในตอนที่ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมเร่งฝีเท้าขึ้น เราสามารถขจัดความกลัวเชื้อโรคของตัวเองแล้วจับมือกัน หรือจะลอยพ้นจากเครื่องเหวี่ยงหมุนเลยก็ได้…”

    เกี่ยวกับงานสร้าง
    สิ่งที่ดึงดูดนักเล่าเรื่องให้สำรวจโลกความเสี่ยงสูงที่ไม่ธรรมดาน่ะหรือ สำหรับแรงดึงดูดของมหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวีลีก ผู้อำนวยการสร้างเคอร์รี โคแฮนสกี้-โรเบิร์ตส์ได้พูดถึงมันว่า “เป็นฉากที่เพอร์เฟ็กต์ในการผสมผสานคอเมดี้ที่ชาญฉลาดเข้ากับดราม่า”

    นักเขียนนิยาย ฌอน คานฟ์ โคเรลิทซ์เองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เธอจึงได้เขียนนิยายขึ้นมาในปี 2009 ในชื่อว่า Admission นิยายเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสำรวจหลากมิติของโลกที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดของกระบวนการเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังสำรวจอารมณ์ของผู้สมัคร ณ อารมณ์ขนาดนั้นด้วย

    โคเรลิทซ์เผยว่า “ฉันได้แต่งงานกับอาจารย์มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน และตัวฉันเองก็ทำหน้าที่เป็นคนภายนอกผู้ให้ความเห็นสำหรับฝ่ายรับนักศึกษาเข้าใหม่ของทางมหาวิทยาลัย ในแต่ละปีจะมีพวกเรา 10 คนและแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ แต่เราก็จะให้ความเห็นเกี่ยวกับใบสมัครหลังจากที่ได้อ่านมัน ฉันทึ่งกับอารมณ์จริงจังในใบสมัครแต่ละใบ และสงสัยใคร่รู้ว่าการต้องตัดสินใจเรื่องพวกนั้นจะให้ความรู้สึกอย่างไร ฉันเฝ้าดูนักศึกษาปรินซ์ตันรุ่นแล้วรุ่นเล่ามาที่บ้านฉันและชั้นเรียนของสามีฉัน พวกเขาเป็นนักศึกษาหนุ่มสาวที่วิเศษสุด แต่พวกเขาไม่ใช่นักศึกษาหนุ่มสาวที่วิเศษสุดเพียงกลุ่มเดียว ฉันจำได้ว่าฉันเคยผ่านกระบวนการเข้ามหาวิทยาลัยที่เข้มข้นและมีการศึกษาสูงมาแล้ว แล้วจากที่ฉันสังเกต มันมีแต่จะดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ”

    ตัวนักเขียนเองรู้สึกว่าตัวเอกไม่ควรจะเป็นนักศึกษาหรืออาจารย์ เธอตั้งข้อสังเกตว่า “ฉันอยากจะพิจารณาคนแบบที่กลายเป็นเจ้าหน้าที่คัดเลือกนักศึกษา คนที่ทำหน้าที่ปัดเป่าความกังวลและความเกลียดชังของพวกเราทุกคนที่เป็นคนนอก ใครกันที่ทำหน้าที่นี้ และการเป็นแบบพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้างน่ะค่ะ”

    ด้วยความที่คำถามข้อหลังเกี่ยวกับการพิจารณาตัวเองคือหัวใจสำคัญของภาพยนตร์หลายเรื่องของพอล ไวซ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี่ อวอร์ด โคแฮนสกี้-โรเบิร์ตส์ เพื่อนผู้ร่วมงานกับเขามานานก็ตระหนักว่า Admission เป็นเรื่องราวที่ผู้กำกับผู้นี้น่าจะสนใจ เธอเล่าว่า “นอกจากนิยายของฌอนจะแหวกม่านที่เผยให้เห็นกระบวนการตอบรับนักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัย มันยังเจาะลึกเข้าไปใน ธีมของการค้นพบตัวเอง ครอบครัวและการเป็นพ่อแม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่พอลมักพูดถึงเสมอในหนังของเขาด้วยค่ะ”

    “ฉันชื่นชอบคอนเซ็ปต์ของที่ปรึกษาด้านการรับนักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัย ผู้มีความคิดเห็นที่หนักแน่นเกี่ยวกับเรื่องพ่อแม่และการที่พวกเขายินยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกๆ ได้เข้ามหาวิทยาลัยที่เหมาะสม แต่น่าขันที่ว่า ท้ายที่สุดแล้ว เธอกลับเป็นคนที่ทำตัวสุดโต่งกว่าพวกเขาทุกคนเสียอีก”

    มือเขียนบทคาเรน โครเนอร์ก็เคยอ่านหนังสือเรื่องนี้และชื่นชมมันเช่นกัน เธอและโคแฮนสกี้-โรเบิร์ตส์เคยพบกันเมื่อหลายปีก่อน และหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกันซักครั้ง พวกเขาได้พบกันอีกครั้งเพื่อคุยกันถึงหนังสือเรื่องนี้ “และร่วมมือกันเพื่อนำเสนอมันให้กับพอลค่ะ” โครเนอร์กล่าว

    โคเรลิทซ์เล่าว่า “ตอนที่ฉันรู้ว่า พอล ที่เคยสร้าง About a Boy สนใจใน Admission ฉันก็ยิ่งกว่าดีใจอีกค่ะ ฉันคิดไม่ออกเลยว่าจะมีใครที่ดีไปกว่านี้ในการกำกับหนังที่สร้างจากหนังสือของฉันอีก”

    สำหรับโครเนอร์ ธีมของนิยายเรื่องนี้เป็นอะไรที่เข้าถึงได้ เธอเล่าว่า “ฉันรู้สึกผูกพันกับเรื่องราวนี้เป็นการส่วนตัวมากๆ หนึ่งในสิ่งที่โดนใจฉันตอนอ่านหนังสือเรื่องนี้คือนี่คือผู้หญิงที่กำลังเดินทางผิดในชีวิต ตัวฉันเองก็เขียนดราม่ามาตลอด และเช้าวันหนึ่ง ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความคิดที่ว่า ฉันอยากจะเขียนคอเมดี้ต่างหากล่ะ นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย”

    โครเนอร์ตั้งใจพบกับโคเรลิทซ์เพื่อคุยถึงกระบวนการดัดแปลงเรื่องราวนี้ มือเขียนบทจำได้ว่าเธอได้บอกกับนักเขียนผู้นี้ “ว่าฉันจะคงธีมหนังสือของเธอไว้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างในเรื่องราวไปก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ส่วนใหญ่ในหนังสือถูกบอกเล่าแบบย้อนอดีต แต่หนังเรื่องนี้จะดำเนินไปในปัจจุบันค่ะ”


    Admission | แอดมิชชั่น สูตรรักถอดสแควร์รูท Admission | แอดมิชชั่น สูตรรักถอดสแควร์รูท

    โคแฮนสกี้-โรเบิร์ตส์กล่าวเสริมว่า “ตัวละครบางตัวถูกตัดทิ้งไป ในขณะที่ตัวอื่นๆ ถูกเสริมบทเข้าไป มีการเพิ่มเติมพล็อตเข้าไปอีกพอสมควร สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปคือความรู้สึกเชื่อมโยงกันระหว่างตัวละครเหล่านี้ค่ะ เนื้อแท้ของเรื่องราวนี้ยังเป็นเหมือนเดิมค่ะ บทเรื่องนี้สะท้อนถึงการตีความปอร์เชียของคาเรน และตัวหนังก็สะท้อนถึงการตีความของพอล ไวซ์ ถึงตอนนี้ ฉันเป็นเหมือนย่าของตัวละครตัวนี้เลยค่ะ!”

    โครเนอร์กล่าวว่า การผสมผสานองค์ประกอบดราม่าและคอเมดี้ของเรื่องราวเข้าด้วยกัน “ปอร์เชียในฉบับภาพยนตร์ได้กลายเป็น ผู้หญิงที่มีความปรารถนาที่แท้จริงที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้เริ่มต้นชีวิตของพวกเขา แต่ตัวเธอเองกลับเหมือนถูกคุมขังในชีวิตที่เต็มไปด้วยระเบียบกฎเกณฑ์ของตัวเอง ฉันรู้สึกว่าเรื่องราวของปอร์เชียน่าจะเป็นเรื่องสากลและสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครก็ตามที่สร้างข้อจำกัดให้กับตัวเองและสงสัยว่าพวกเขามีความกล้าพอรึเปล่าที่จะเอ่ยปากออกไปว่า ‘ฉันจะทำอะไรนอกกรอบ’ น่ะค่ะ”

    โคแฮนสกี้-โรเบิร์ตส์ให้ความเห็นว่า “หลังจากที่ได้รับแรงกระตุ้นจากอดีตเท่านั้นที่ปอร์เชียเริ่มรีเซ็ทตัวเองใหม่ และออกเดินไปตามเส้นทางใหม่ ด้วยมุมมองใหม่และความปรารถนาแบบผู้เป็นแม่ที่เพิ่งผุดขึ้นมา ซึ่งมันเข้าครอบงำวิธีการคิดแบบเดิมๆ ของเธอ และมันก็ก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ตามมา ซึ่งเธอทำตัวเหมือนคนเป็นแม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเคยรังเกียจอย่างออกหน้าออกตาน่ะค่ะ”
    โครเนอร์กล่าวเห็นพ้องด้วยว่า “ตอนที่เธอเริ่มทำตัวเหมือนแม่กับเจเรไมอาห์ เธอก็ยอมให้ตัวเองมีความรู้สึกในแบบที่เธอกลัวมาตลอดค่ะ

    การคัดเลือกตัวนักแสดง
    ระหว่างที่โคแฮนสกี้-โรเบิร์ตส์และไวซ์ร่วมมือกันในร่างบทเริ่มแรกกับโครเนอร์ พวกเขาก็ได้ทาบทามตัวเลือกแรกของพวกเขาที่จะมารับบทตัวเอกของเรื่องไปพร้อมๆ กัน โคแฮนสกี้-โรเบิร์ตส์ตั้งข้อสังเกตว่า “เราได้ยินว่าทีน่า เฟย์สนใจที่จะแสดงคอเมดี้/ดราม่า เราก็คิดว่าการผสมผสานอารมณ์ขันจิกกัดเข้ากับโทนที่ซีเรียสกว่าของเรื่องราวน่าจะก่อเกิดเป็นหนังที่ทั้งหนักแน่นและสร้างความบันเทิงค่ะ พอเรานึกถึงทีนาสำหรับบทนี้ มันก็ไม่มีตัวเลือกที่สองสำหรับเราแล้วค่ะ”

    แอนดรูว์ มิอาโน หุ้นส่วนการสร้างภาพยนตร์ของไวซ์จากเดพธ์ ออฟ ฟิลด์กล่าวเสริมว่า “นอกเหนือจากจังหวะในการแสดงตลกของเธอแล้ว ทีน่ายังแสดงให้เห็นถึงหัวใจและความลึกซึ้ง เราทุกคนต่างก็รู้สึกว่าเธอน่าจะเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึกแบบที่ปอร์เชียจะพบเจอได้น่ะครับ”

    นักแสดงหญิงและมือเขียนบทหลายรางวัลชื่นชอบบทร่างของเรื่องนี้ เธอได้อ่านนิยายก่อนแล้วถึงค่อยอ่านบทร่าง เธอพูดคุยกับไวซ์และโครเนอร์อย่างมาก และได้พบกับโคเรลิทซ์ ก่อนที่เธอจะตกลงเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2010

    เฟย์เล่าว่า “ตอนที่ฉันเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง โดยเฉพาะคนที่มีลูก เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ก็มีปฏิกิริยาตอบสนองทันที และฉันก็จะถูกระดมคำถามเข้ามา พ่อแม่ทุกคนที่กำลังจะผ่านขั้นตอนนี้นจะมีความรู้สึกตื่นตระหนกในตัวค่ะ ฉันพบว่าเรื่องราวนี้มีเสน่ห์น่าสนใจ และฉันก็อยากจะรับความท้าทายของการรับบทตัวละครตัวนี้ ที่อยู่ตรงกลางของกระบวนการนั้นค่ ปอร์เชียเป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่เข้มงวดและมีการตัดสินคนนั้นคนนี้ แต่เธอก็แก้ไขตัวเอง และปล่อยวางมากขึ้น เมื่อเธอเกิดความสนใจเจเรไมอาห์ตามสัญชาตญาณความเป็นแม่ เธอก็พยายามจะมอบบางสิ่งบางอย่างให้กับเขาและช่วยเขาเติมเต็มศักยภาพของตัวเอง เรื่องราวของเธอได้รับการบอกเล่าอย่างงดงามในหนังสือของฌอนและคาเรนก็ดัดแปลงมันให้กลายเป็นบทภาพยนตร์ได้อย่างยอดเยี่ยมค่ะ”

    ทีมผู้สร้างเองก็มีกองผู้สมัครให้ได้เลือกสรรเช่นเดียวกัน โดยผู้สมัครเหล่านี้ถูกส่งตรงจากเอเจนท์และผู้จัดการที่ต้องการให้นักแสดงของพวกเขาได้แสดงประกบนางเอกผู้นี้ บทจอห์น เพรสแมน อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนของปอร์เชีย ผู้กลับเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง และทำให้เธอทั้งตาบอดและเปิดตาเธอออก จำต้องอาศัยนักแสดงที่สามารถประชันกับเฟย์ได้

    มิอาโนกล่าวว่า “พอล รัดด์เป็นนักแสดงที่เหมาะกับบทนี้เพราะเขามีความสามารถรอบตัว เขาสามารถขยับจากหนังอินดี้ไปสู่หนังคอเมดี้ยอดนิยมตลกโปกฮา และงานเวทีที่ตึงเครียดได้สบายๆ”

    โคแฮนสกี้-โรเบิร์ตส์กล่าวเสริมว่า “ตอนที่พวกเขาเรียนด้วยกันที่ดาร์ธมัธ จอห์นบังเอิญแอบปิ๊งปอร์เชีย เธอสอนตัวเองให้ลืมหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอที่นั่น แต่ตอนนี้ ระหว่างพวกเขามีประกายวูบวาบบางอย่างเพราะจอห์นอยากให้ปอร์เชียรื้อฟื้นความสัมพันธ์ฉันแม่ลูกกับเจเรไมอาห์ เรารู้ดีว่าการที่พอล รัดด์ได้แสดงประกบคู่ทีน่า เฟย์จะทำให้ความเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์เหล่านี้น่าเชื่อขึ้นมาค่ะ”

    นักแสดงทั้งคู่รู้จักมักคุ้นกันดีอยู่แล้ว รัดด์เล่าว่า “ผมกับทีน่าเคยแสดงสเก็ตช์ คอเมดี้ด้วยกันมาก่อนใน Saturday Night Live แต่การได้แสดงประกบเธอในหนังเป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์ เธอแสดงบทปอร์เชียได้อย่างสมบทบาท ในเรื่องนี้ คุณรู้อยู่แล้วว่าทีน่าจะต้องเป็นคนขำขัน แต่เธอก็ยับยั้งมุขทั้งหมดของตัวเอง เธอไม่ใช่พวกตลกทุบหัวเข้าบ้าน นั่นไม่ใช่สไตล์เธอครับ แต่เธอเล่นกับสิ่งที่ตลกในสถานการณ์นั้นๆ และเกี่ยวกับตัวละครนั้นๆ เพื่อทำให้แน่ใจว่าอารมณ์จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ ก่อนหน้าการถ่ายทำ พอล ไวซ์กับผมคุยกันว่าจอห์นคือใคร ซึ่งรวมถึงสิ่งที่อาจไม่ได้อยู่ในบทด้วย เช่นความหลังของเขากับปอร์เชียเท่าที่เขาจำได้ ในการพูดกับพอล ผมก็รู้ว่านี่คือตัวละครที่ผมอยากเล่นครับ”

    เมื่อถูกทาบทามให้รับบทอาจารย์มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน มาร์ค คนรักที่อาศัยอยู่กับปอร์เชีย นักแสดงชื่อดัง ไมเคิล ชีน กล่าวว่า.. “มาร์คกระโจนสู่โอกาสที่จะได้เป็นแฟนทีน่าอีกครั้ง และได้เป็นชาวอังกฤษที่ปั่นหัวเธอเล่นอีกครั้ง! เวสลีย์ [ที่รับบทโดยไมเคิล ชีน] เป็นคนเนี้ยบ ส่วนมาร์คเป็นคนไว้เครา สวมแว่น ครั้งต่อไปที่ผมรับบทแฟนเธอ มันน่าจะมีอีกลุ๊คส์หนึ่งนะ ความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างเธอกับมาร์คทำให้เราได้เห็นว่าชีวิตของปอร์เชียเป็นระเบียบเรียบร้อยแค่ไหน แล้วหลังจากที่เขาทิ้งเธอและพวกเขาจำต้องเจอกันอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ทีน่าและไมเคิลก็ได้เข้าฉากที่ตลกที่สุดในเรื่องด้วยกัน มาร์คอาจดูเป็นคนเลวก็จริง แต่ผมต้องบอกว่าเขาน่าเศร้ามากกว่า เขาไม่ใช่คนกล้าหาญ และเมื่อเขาบอกปอร์เชียว่าพวกเขาต้องการสิ่งที่แตกต่างกัน มันก็เป็นสิ่งที่เขาอยากคิดว่าเป็นแบบนั้น ในส่วนที่เหลือของเรื่อง เขาพยายามกล่อมให้เธอคิดว่าเธอยังคงเสียใจที่เขาจากไปอยู่ ผู้ชมจะเห็นใจปอร์เชียและจะเอาใจช่วยเธอไปตลอดครับ ผมสนุกกับการร่วมงานกับทีน่า ผู้วิเศษสุดเสมอ ผมพยายามจะเปิดกว้างต่อสิ่งที่เธอทำ มีปฏิกิริยาตอบสนองและไหลตามน้ำไปครับ”

    กลอเรีย รูเบน พบว่าตัวเองถูกดึงดูดเข้าหาคอรินน์ “เพื่อนคู่อาฆาต” ในที่ทำงานของปอร์เชีย นักแสดงหญิงผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมีจาก ER เล่าอย่างตื่นเต้นว่า “ฉันรู้สึกว่าบทหนังเรื่องนี้มีอารมณ์ขันที่ชาญฉลาดและแสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ของคนเราค่ะ ฉันชอบที่คอรินน์เป็นคนทะเยอทะยานและเต็มไปด้วยแรงขับ ฉันรู้ว่าการรับบทนี้จะไม่เหมือนกับบทอื่นๆ ที่ฉันเคยแสดงมาในฐานะนักแสดง ดังนั้น แน่นอนค่ะมันเป็นเรื่องเยี่ยมมากที่ได้ทดสอบขอบเขตของตัวเองน่ะ คอรินน์เป็นนางมารรึเปล่า ฉันคิดว่าเธอถูกเข้าใจผิดหน่อยๆ นะคะ บางที ความฝันบางอย่างของเธออาจยังไม่กลายเป็นจริง การเป็น คณะบดีฝ่ายรับนักศึกษาคงจะเป็นฝันสำคัญสำหรับเธอ คอรินน์รู้สึกว่าเธอเป็นคนที่เหมาะกับตำแหน่งนั้นที่สุด ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรอกนะคะ นอกจากนั้นแล้ว มันก็ไม่ใช่ว่าปอร์เชียไม่ได้มีมุมมองของเธอเอง ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันยอมรับว่าบางครั้ง เราก็บงการคนอื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการค่ะ”

    Admission | แอดมิชชั่น สูตรรักถอดสแควร์รูท Admission | แอดมิชชั่น สูตรรักถอดสแควร์รูท

    ฉากระหว่างเธอกับเฟย์และฉากกับชอว์นมีความตึงเครียดที่ครอบคลุมไปถึงคอเมดี และรูเบนก็พบว่าการถ่ายทำฉากเหล่านั้นเป็นอะไรที่ “สนุกมาก ทีน่าเป็นคนตลกตามธรรมชาติ จนทำให้พวกเราที่เหลือพบอารมณ์ขันได้เหมือนกัน พอล ไวซ์มีวิธีการกำกับที่เจาะจงมากๆ แต่เขาก็ชื่นชอบการหัวเราะเหมือนกันค่ะ บางครั้ง ฉันมองที่วอลเลซไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะเขาจะทำให้ฉันหัวเราะเพียงแค่เขานั่งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ พอเขาสบตาฉัน ฉันก็จะปล่อยหัวเราะออกมาเลยล่ะค่ะ”

    นักแสดงรุ่นเยาว์ แนท วูลฟ์ วัย 18 ปี ผู้อายุมากกว่า ได้ยินเรื่องบทเจเรไมอาห์ นักเรียนผู้เป็นตัวกระตุ้นให้ปอร์เชียเปลี่ยนแปลงตัวเองในการที่เธอผลักดันให้เขาเข้าเรียนที่ปรินซ์ตันให้ได้

    วูลฟ์ ผู้เป็นทั้งนักแสดงและวัยรุ่น รู้สึกว่าเขาเข้าใจตัวละครตัวนี้อย่างดี “ผมก็คิดว่า ผมอยากได้บทนี้ เจเรไมอาห์ไม่เคยแคร์เรื่องโรงเรียน และเกรดของเขาก็บ่งบอกถึงเรื่องนั้น เขาเป็นคนหัวรั้นตรงที่เขาสอนตัวเองจากการอ่านหนังสือและการใช้ชีวิต จอห์นมองเห็นศักยภาพอัจฉริยะในตัวเด็กหัวดื้อคนนี้ และพาเขาเข้าเรียนโรงเรียนนิวเควสต์ ที่ซึ่งเขาเรียนได้ยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรก แต่เขาไม่ใช่ผู้สมัครเข้าปรินซ์ตันตามปกติ และปอร์เชียก็ต้องผลักดันเขาน่าดูชมครับ สิ่งที่ผมสนใจคือการที่เขาเปลี่ยนแปลงจากคนที่เป็นคนช่างวิเคราะห์ ที่มองทุกอย่างเป็นขาวกับดำ ไปเป็นคนที่อ่อนลง ปอร์เชียกลายเป็นคนที่เขายอมรับเข้ามาในชีวิตเขา”

    เฟย์กล่าวว่า “ปอร์เชียถูกดึงดูดเข้าหาเจเรไมอาห์ แม้ว่าตอนแรก เธอไม่อาจทำใจอยู่ใกล้เขาได้ เธอรู้สึกว่าเธอไม่น่าจะรับมือเขาไหว แต่เมื่อจอห์น ที่เป็นคนดีซะเหลือเกิน พาเจเรไมอาห์มาเยี่ยมชมปรินซ์ตัน เธอก็รู้สึกถึงโอกาสที่จะทำความรู้จักกับเด็กคนนี้ให้มากขึ้น แม้ว่ามันจะชัดเจนว่าเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการเป็นแม่คนเลย แต่เธอก็จะพยายามค่ะ”

    เหล่านักแสดงเปิดใจถึงผู้กำกับ พอล ไวซ์
    ผู้ควบคุมงานสร้างแครอลิน บารอนให้ความเห็นว่า “พอลรักนักแสดงมากพอๆ กับที่เขารักกระบวนการเล่าเรื่อง ฉันคิดว่าผู้ชมจะมองเห็นตัวเองในตัวละครแต่ละตัวค่ะ”

    ฟย์กล่าวเสริมว่า “พอลนึกถึงทั้งเรื่องราวและตัวละครจริงๆ ในตอนที่เราถ่ายทำ เขาจะนึกถึงสิ่งละอันพันละน้อยที่คุณจะต้องโฟกัส ซึ่งฉันพบว่ามันช่วยฉันได้มากค่ะ นอกจากนั้น เขายังเปิดกว้างต่อการฟังสิ่งที่นักแสดงคิดว่ากำลังเกิดขึ้นกับตัวละครของเขาด้วย”

    นักแสดงหนุ่ม แนท วูลฟ์ ผู้รับบทเจเรไมอาห์ เล่าว่า “พอลมีวิธีการทำงานที่ผ่อนคลาย และผมก็คิดว่าเขามีหนังทั้งเรื่องอยู่ในหัวของเขาก่อนที่เขาจะสร้างมันเสียอีก แต่เขาก็ปล่อยให้ตัวเองแปลกใจกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างถ่ายทำด้วยครับ”

    บารอนกล่าวเสริมว่า “เมื่อมีคนตลกเหล่านี้มารวมตัวกันในกองถ่าย มันก็เลยเป็นการถ่ายทำที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะค่ะ”

    โครเนอร์เล่าว่า “ความสนุกของการได้อยู่ในกองถ่ายคือการได้เห็นสิ่งที่นักแสดงเหล่านี้ ซึ่งเก่งในเรื่องการอิมโพรไวส์ อาจจะเสริมเข้าไป หรือสิ่งที่พวกเขาอาจจะเปลี่ยนเพียงเพราะจังหวะในการแสดงของพวกเขาน่ะค่ะ”

    เกี่ยวกับสถานที่ถ่ายทำ
    โลเกชั่นส่วนใหญ่อยู่ในนิวยอร์ก ซึ่งความหลากหลายของมันทำให้ทีมงานมีตัวเลือกมากมายในการจำลองสถานที่ในชนบทนิวแฮมป์เชียร์ เมืองนิวเจอร์ซีย์ คฤหาสน์ใหญ่โตในชนบทและความเงียบสงบของโรงเรียนเอกชนระดับแนวหน้าตามอีสเทิร์น ซีบอร์ด ตามท้องเรื่อง

    สำหรับนิวเควสต์ โรงเรียนไฮสคูลทดลองของจอห์น เพรสแมน ที่ซึ่งการเรียนรู้ถูกให้ค่าตามที่เป็น มีการใช้ศูนย์ฝึกการขี่ม้าในโอลด์ เวสต์เบรี, นิวยอร์กเป็นฉากในชนบทตามที่ทีมงานต้องการ ที่ฮอร์สอบิลิตี้ ทีมผู้สร้างมีโอกาสได้ใช้สนามและฟาร์มกลางแจ้ง ผู้ออกแบบงานสร้างซาราห์ โนว์เลส และทีมงานของเธอได้ออกแบบห้องเรียนในชนบทนี้ขึ้นมา สัตว์สี่ขาหลายตัวได้ร่วมเข้าฉากกับทีมนักแสดงด้วยระหว่างการถ่ายทำหลายวันที่นั่น และเฟย์, รัดด์และวูลฟ์ก็พบตัวเองทำงานร่วมกับวัวในซีเควนซ์ลูกวัวถือกำเนิด รัดด์กล่าวชื่นชมวัวว่า “น่ารักแต่ตัวใหญ่โต มันเป็นเรื่องยากมากที่จะมองผ่านเพื่อนร่วมแสดงตัวใหม่ของเรา ระหว่างที่เราใช้เวลาถ่ายทำอยู่ในคอกเล็กๆ น่ะครับ”

    “วันนั้น พวกแมลงวันรักเรามาก เพราะเราถูกป้ายไปด้วยของเหลวเหนียวเหนอะที่ทำจากน้ำหวานและพวกเยลลี่อื่นๆ เสื้อผ้าเราติดตัวเราหนึบเลย บางครั้ง การถ่ายหนังก็ลำบากยากเย็นเหลือเกินครับ”

    ลูกวัวเกิดใหม่ก็จะต้องถูกป้ายด้วยของเหลวที่ว่าด้วเช่นกัน แต่ด้วยความที่จริงๆ แล้ว มันเป็นชิ้นส่วนเทียมยืดหยุ่นได้ที่ทีมสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับฉากนี้ จึงไม่มีเสียงโอดครวญให้ได้ยิน

    ในการขยายความเชื่อมโยงกับม้า คฤหาสน์ส่วนตัวใน “ชนบทม้า” ในลองไอส์แลนด์จึงถูกใช้แทนคฤหาสน์ของตระกูลที่ร่ำรวยของจอห์น ที่ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงวันเกิดของเนลสัน

    ส่วนในที่อื่นของรัฐแห่งนี้ บ้านไร่หลังเก่าที่งดงามในเปียร์มอนท์, นิวยอร์ก ได้กลายเป็นบ้านในวัยเด็กของปอร์เชีย ที่ซึ่งตอนนี้กลายเป็นที่พำนักสไตล์โบฮีเมียนของซูซานนาห์ไปแล้ว นอกจากนี้ การถ่ายทำ 35 วันยังได้นำทีมงานไปสู่ย่านแมนฮัตตันและบรู๊คลินในนิวยอร์ก ซิตี้อีกด้วย

    ความสามารถของทีมงานในการทำงานได้อย่างดีและคล่องแคล่วภายใต้ข้อจำกัดนั้นอาจมีที่มาส่วนหนึ่งจากสภาวะที่ทีมงานต้องเจอในเรื่องก่อนหน้านี้ บารอนตั้งข้อสังเกตว่า “ภายในกำหนดการถ่ายทำสั้น มันช่วยได้มากที่พอล ไวซ์, [ผู้กำกับภาพ] ดีแคลน ควินน์, ซาราห์ และพวกเราหลายคนเคยร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้ ใน Being Flynn เราก็เลยสื่อสารกันแบบทางลัดได้ เรารู้ว่าเราจะต้องคิดให้ไหวและเตรียมพร้อมมาอย่างดีก่อนหน้าการถ่ายทำ ในแง่นั้น พอลเป็นคนที่ร่วมงานกับทีมนักแสดงและทีมงานได้อย่างวิเศษสุด”

    โนว์เลสและซูซาน เพิร์ลแมน ผู้ตกแต่งฉากที่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง สนุกไปกับการตระเวนตามร้านอุปกรณ์ประกอบฉาก ร้านวินเทจ ตลาดขายของมือสอง เพื่อสร้างสิ่งของที่ซูซานนาห์สะสมมาหลายทศวรรษ ทอมลินเล่าว่า “พวกเขาสร้างสถานที่รกรุงรังที่ซูซานนาห์ทำโน่นทำนี่ตลอด ในฉากหนึ่ง เธอซ่อมจักรยาน ซึ่งเป็นวิธีการเดินทางในแบบรักษ์โลกของเธอ ฉันก็เลยถูกสอนให้ซ่อมโซ่จักรยาน ซึ่งฉันจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ”

    โอกาสหนึ่งที่ทีมงานถ่ายทำบนซาวน์สเตจคือฉากเซสชันการรับสมัครนักศึกษาเข้าใหม่แบบมาราธอน ที่ซึ่งมีการตัดสินใจคัดเลือกนักศึกษาใหม่ของปรินซ์ตันในขั้นตอนสุดท้าย จำนวนนักแสดงและสไตล์การถ่ายทำที่น่าประหลาดใจที่ไวซ์และควินน์ได้คิดขึ้น ทำให้ต้องมีการถอดผนังและเพดานของฉากออกเพื่อบันทึกมุมมองที่คาดไม่ถึง

    เมื่อการถ่ายทำเดินหน้ามาจนใกล้ถึงตอนจบ ในที่สุด ทีมงานก็ได้เดินทางไปมหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน เพื่อถ่ายทำในรั้วมหาวิทยาลัยและในเมืองปรินซ์ตัน, นิวเจอร์ซีย์เป็นเวลาหลายวัน

    ด้วยความร่วมมืออย่างเต็มที่จากมหาวิทยาลัยปรินซ์ตันเอง อาคารที่ปกคลุมไปด้วยเถาไอวีและสถานที่ต่างๆ ภายในรั้วมหาวิทยาลียเช่นแบลร์ อาร์ค, วิก ฮอล, ชัดเดอร์ พลาซา ฟาวน์เทน, โฮลเดอร์ คอร์ทและไฟร์สโตน พลาซาต่างก็ถูกบันทึกภาพเอาไว้ทั้งสิ้น

    การได้เข้าถึงสถานที่เหล่านี้กลายเป็นเรื่องสนุกสนานเพราะมหาวิทยาลัยเพิ่งจะเริ่มต้นเซสชันภาคฤดูร้อนที่มีนักศึกษาน้อยกว่า เมื่อข่าวของทีมงานแพร่สะพัดออกไป จาเน็ต ลาวิน ราเพไล คณบดีฝ่ายรับนักศึกษาก็มาเยี่ยมทีมงาน และพอล ไวซ์ก็ให้เธอได้เข้าฉากกับทีนา เฟย์ด้วย ส่วนดร. เชอร์ลีย์ เอ็ม ทิลห์แมน ประธานมหาวิทยาลัยในตอนนั้น ก็ได้แวะมาเยี่ยม แต่ก็อยู่นอกฉากร่วมกับอาจารย์ปรินซ์ตัน ที่เคยมีประสบการณ์ถ่ายภาพยนตร์มาก่อน ชายที่ยืนอยู่กับเธอคือจอห์น ฟอร์บส์ แนช จูเนียร์ เจ้าของรางวัลโนเบล ผู้ซึ่งชีวิตและเรื่องราวของเขากับปรินซ์ตันได้รับการถ่ายทอดอยู่ในภาพยนตร์รางวัลอคาเดมี อวอร์ด A Beautiful Mind เขายืนมองฉากที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างเงียบๆ และตั้งใจ

    มิอาโนให้ความเห็นว่า “มหาวิทยาลัยปรินซ์ตันเป็นสถาบันที่สำคัญสำหรับนักศึกษาที่เก่งที่สุดและฉลาดที่สุดรุ่นแล้วรุ่นเล่า ทุกคนดีใจมากที่เราได้บันทึกภาพของมันลงในหนังเรื่องนี้ด้วย มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ”

    ประวัตินักแสดง
    Tina Fey (ทีน่า เฟย์) รับบท Portia Nathan (ปอร์เชีย นาธาน)
    นักแสดงสาวมากความสามารถได้ควบคุมงานสร้าง นำแสดงและรับหน้าที่หัวหน้าทีมเขียนบทของซีรีส์ 30 Rock ทางเอ็นบีซีมาตลอด7ปี คอเมดี้ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมเรื่องนี้ได้รับรางวัลเอ็มมี อวอร์ดสาขาซีรีส์คอเมดียอดเยี่ยมสามปีซ้อน (2007-2009) นอกจากนี้เธอได้รับรางวัลเอ็มมี อวอร์ด, สองรางวัลลูกโลกทองคำ, สามรางวัลแซ็ก อวอร์ดและรางวัลพีเพิลส์ ชอยส์ อวอร์ด ในปี 2009 30 Rock ได้รับการเสนอชื่อชิง 22 รางวัลเอ็มมี อวอร์ด ซึ่งมากที่สุดเท่าที่ซีรี่ส์คอเมดี้เคยได้รับในซีซั่นเดียว

    รางวัลอื่นๆได้แก่ลูกโลกทองคำสาขาซีรีส์โทรทัศน์ยอดเยี่ยม [คอเมดี้หรือมิวสิคัล], รางวัลแซ็ก อวอร์ดสาขาทีมนักแสดงยอดเยี่ยมในซีรีส์คอเมดี้, สองรางวัลสมาพันธ์มือเขียนบทและสองรางวัลสมาพันธ์ผู้อำนวยการสร้าง

    ในปี 2010 เฟย์ ที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 บุคคลทรงอิทธิพล” ของนิตยสารไทม์ (สองครั้ง) ก็ได้รับรางวัลมาร์ค ทเวน ไพรซ์ จากเคนเนดี้ เซ็นเตอร์ ในสาขาอเมริกัน ฮิวเมอร์ ซึ่งเธอเป็นบุคคลที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้ นอกจากนี้ เฟย์ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียยังได้รับสองรางวัลเกรซีย์ อวอร์ดและรางวัลเมด อิน นิวยอร์ก อวอร์ดอีกด้วย

    Paul Rudd (พอล รัดด์ ) รับบท John Pressman (จอห์น เพรสแมน)
    ล่าสุดได้แสดงในภาพยนตร์โดยจัดด์ อพาโทว์เรื่อง This is 40 ประกบเลสลีย์ แมนน์ โดยพวกเขากลับมารับบทเดิมจากภาพยนตร์ฮิตเรื่อง Knocked Up อีกครั้ง หลังจากนี้ เขาจะได้แสดงในภาพยนตร์โดยเดวิด เวนเรื่อง They Came Together ประกบเอมี โพห์เลอร์และภาพยนตร์โดยอดัม แม็คเคย์เรื่อง Anchorman: The Legend Continues ที่ทำให้เขาได้แสดงประกบวิล เฟอร์เรล, สตีฟ คาเรล, คริสตินา แอปเปิลเกทและเดวิด โคชเนอร์อีกครั้ง

    ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขาได้แก่ภาพยนตร์โดยเอมี เฮคเคอร์ลิงเรื่อง Clueless, ภาพยนตร์โดยบาซ ลูห์แมนน์เรื่อง Romeo + Juliet, ภาพยนตร์โดยนิโคลัส ไฮท์เนอร์เรื่อง The Object of My Affection, ภาพยนตร์โดยแลสซี ฮอลสตรอมเรื่อง The Cider House Rules, ภาพยนตร์โดยเจสซี เปเรทซ์เรื่อง The Chateau และ Our Idiot Brother, ภาพยนตร์โดยนีล ลาบู๊ทเรื่อง The Shape of Things, ภาพยนตร์โดยอดัม แม็คเคย์เรื่อง Anchorman: The Legend of Ron Burgunday, ภาพยนตร์โดยจัดด์ อพาโทว์เรื่อง The 40-Year-Old Virgin, ภาพยนตร์โดยแคทเธอรีน ดิคแมนน์เรื่อง Diggers, ภาพยนตร์โดยโรเบิร์ต เบน แกแรนท์เรื่อง Reno 911!: Miami, ภาพยนตร์โดยนิโคลัส สโตลเลอร์เรื่อง Forgetting Sarah Marshall, ภาพยนตร์โดยจอห์น แฮมเบิร์กเรื่อง I Love You, Man, ภาพยนตร์โดยเจย์ โร้คเรื่อง Dinner for Schmucks, ภาพยนตร์โดยเจมส์ แอล. บรู๊คส์เรื่อง How Do You Know, ภาพยนตร์โดยสตีเฟน ช็อบสกี้เรื่อง The Perks of Being a Wallflower และภาพยนตร์โดยเดวิด เวนเรื่อง Wet Hot American Summer, Role Models (ซึ่งเขาร่วมเขียนบท), Wanderlust และ The Ten (ซึ่งเขาอำนวยการสร้างทั้งสองเรื่อง)

    เขาได้ศึกษาการละครที่มหาวิทยาลัยแคนซัสและอเมริกัน อคาเดมี ออฟ ดรามาติค อาร์ตส์ เขาได้เปิดตัวบนเวทีเวสต์เอนด์ในละครโดยยูจีน โอ’ นีลส์ โปรดักชันของลอนดอนเรื่อง Long Day’s Journey Into Night ที่แสดงประกบเจสสิก้า เลนจ์และกำกับโดยโรบิน ฟิลลิปส์ และเขาก็ได้แสดงในละครโดยเอ.อาร์. เกอร์นีย์เรื่อง Ancestral Voices ประกบพอล นิวแมนและโจแอนน์ วู้ดเวิร์ด ที่เวสต์พอร์ต คันทรี เพลย์เฮาส์

    ผลงานบรอดเวย์ของเขาได้แก่ละครโดยวิลเลียม เชคสเปียร์เรื่อง Twelfth Night ที่กำกับโดยนิโคลัส ไฮท์เนอร์ ที่ลินคอล์น เซ็นเตอร์, ละครโดยอัลเฟรด อูห์รีเรื่อง The Last Night of Ballyhoo ที่กำกับโดยรอน ลาโกมาร์ซิโน และได้รับรางวัลโทนี อวอร์ดสาขาบทละครยอดเยี่ยม, ละครโดยริชาร์ด กรีนเบิร์กเรื่อง Three Days of Rain ประกบจูเลีย โรเบิร์ตส์และแบรดลีย์ คูเปอร์ ที่กำกับโดยโจ แมนเทลโลและล่าสุด ละครโดยเคร็ก ไรท์เรื่อง Grace ประกบเคท อาร์ริงตัน, เอ็ดเวิร์ด แอสเนอร์และไมเคิล แชนนอน ที่กำกับโดยเด็กซ์เตอร์ บุลลาร์ด

    เขาได้แสดงรอบปฐมทัศน์ของละครเรื่อง The Shape of Things ให้กับนีล ลาบู๊ทที่อัลมีดา เธียเตอร์ คัมปะนี ในลอนดอนและที่พรอมเมอนาดเธียเตอร์ในแมนฮัตตัน การแสดงในโรงละครหลังนี้ทำให้รัดด์ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลดรามา ลีก อวอร์ด นอกจากนี้ เขายังได้แสดงในละครโดยลาบู๊ท ที่จัดการแสดงโดยโจ แมนเทลโล ที่นิวยอร์กและลอสแองเจลิส เรื่อง bash, latterday plays อีกด้วย

    ด้านจอแก้ว รัดด์เป็นมือเขียนบทร่วมและผู้สร้างร่วมของซีรีส์ดังเรื่อง Party Down และรับบทประจำในซีรีส์คลาสสิกเรื่อง Friends ประกบลิซา คุโดรว์

    ไมเคิล ชีน (มาร์ค)
    ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ามีความสามารถทั้งบนเวทีละครและจอเงินไม่แพ้กัน

    การแสดงละครเวทีที่ได้รับรางวัลมากมายของเขาได้แก่ Caligula และ Frost/Nixon ที่ดอนมาร์และ Hamlet ที่ยัง วิค เขาได้สร้าง ร่วมกำกับและแสดงในอีเวนต์ไลฟ์สามวันที่น่าทึ่งอย่าง The Passion ในพอร์ต ทัลบ็อทให้กับเนชันแนล เธียเตอร์ เวลส์

    ชีนได้แสดงในภาพยนตร์สามเรื่องที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ดสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ The Queen ที่กำกับโดยสตีเฟน เฟรียส์, Frost/Nixon ที่กำกับโดยรอน โฮเวิร์ดและ Midnight in Paris ที่กำกับโดยวู้ดดี้ อัลเลน

    เขาเป็นที่รู้จักของผู้ชมหลายล้านจากบทแวมไพร์ในแฟรนไชส์ The Twilight และบทมนุษย์หมาป่าในแฟรนไชส์ Underworld ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขาได้แก่ The Damned United ที่กำกับโดยทอม ฮูเปอร์, ภาพยนตร์โดยทิม เบอร์ตันเรื่อง Alice in Wonderland และ Tron: Legacy ที่กำกับโดยโจเซฟ โคซินสกี้

    ด้านจอแก้วของอังกฤษ เขาได้รับรางวัลจากการแสดงของเขาใน Kenneth Williams: Fantabulosa! ที่กำกับโดยแอนดี้ เดอ เอ็มโมนี และที่เขารับบทมิสเตอร์วิลเลียมส์และ Dirty Filthy Love ที่กำกับโดยเอเดรียน เชอร์โกลด์ ในซีรีส์เอ็นบีซีเรื่อง 30 Rock เขาได้สร้างตัวละคที่น่าจดจำอย่าง เวสลีย์ สไนป์ แฟนหนุ่มของลิส เลมอน (ทีนา เฟย์) ขึ้นมา

    เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมี อวอร์ดจากบทโทนี แบลร์ในภาพยนตร์เอชบีโอเรื่อง The Special Relationship ที่กำกับโดยริชาร์ด ลอนเครน

    ในปี 2009 เขาได้รับการติดยศโอ.บี.อี. จากสมเด็จพระราชินีนาถจากคุณูปการต่อวงการละครของเขา

    หลังจากนั้น เขาก็ได้แสดงในซีรีส์ใหม่ของโชว์ไทม์ ที่มีชื่อว่า Masters of Sex ซึ่งเอพิโซดเปิดตัวกำกับโดยจอห์น แมดเดน ชีนรับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างของซีรีส์นี้อีกด้วย

    วอลเลซ ชอว์น (คลาเรนซ์)
    เป็นหนึ่งในนักแสดงที่เป็นที่รู้จักสูงสุดของแวดวงจอแก้วและจอเงิน

    ชอว์นเป็นชาวนิวยอร์ก ซิตี้ ก่อนหน้านี้ เขาเคยเป็นครูสอนลาตินและการละครที่นิวยอร์กและสอนภาษาอังกฤษในอินเดีย อาชีพการเขียนบทละครของเขาเริ่มต้นขึ้นในปี 1967 ในปี 1977 ชอว์นได้แปลบทละครโดยมาคิอาเวลลีเรื่อง The Mandrake ให้กับโปรดักชันของโจเซฟ แป็ป และได้รับการขอร้องจากผู้กำกับให้ร่วมแสดงในเรื่องด้วย ซึ่งมันก็กลายเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของเขา นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็ได้แสดงในละครเวทีหลายเรื่องเช่น Uncle Vanya, Carmilla และ Hurlyburly

    ผู้กำกับฝ่ายคัดเลือกนักแสดง จูเลียต เทย์เลอร์เห็นชอว์ในเรื่อง The Mandrake และเธอก็ได้แนะนำเขาสำหรับภาพยนตร์โดยวู้ดดี้ อัลเลนเรื่อง Manhattan หลังจากนั้น เขาก็ได้ร่วมงานกับผู้กำกับผู้นี้อีกในภาพยนตร์เรื่อง Radio Days, Shadows and Fog, The Curse of the Jade Scorpion และ Melinda and Melinda ผู้กำกับอีกคนหนึ่งที่เขาได้ร่วมงานด้วยบ่อยๆ คือหลุยส์ มัลล์ โดยพวกเขาได้ร่วมงานกันใน Vanya on 42nd Street, Crackers, Atlantic City และ My Dinner with Andre ซึ่งชอว์นได้แสดงประกบอังเดร เกรกอรี ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจของเขาได้แก่ภาพยนตร์โดยร็อบ ไรเนอร์เรื่อง The Princess Bride, ภาพยนตร์โดยเอมี เฮ็คเคอร์ลิงเรื่อง Clueless และ Vamps, ภาพยนตร์โดยเบลค เอ็ดเวิร์ดส์เรื่อง Mickey and Maude, ภาพยนตร์โดยสตีเฟน เฟรียส์เรื่อง Prick Up Your Ears และภาพยนตร์โดยเจมส์ ไอวอรีเรื่อง The Bostonians หลังจากนี้ เขาจะได้แสดงในภาพยนตร์โดยริชาร์ด อโยเอดเรื่อง The Double และภาพยนตร์ใหม่ที่กำกับโดยโจนาธาน เดมม์ ซึ่งทำให้เขาได้ร่วมงานกับอังเดร เกรกอรีอีกครั้ง และได้รวมเอาการดัดแปลงละครโดยเฮนริค อิบสันเรื่อง The Master Builder ของชอว์นเองเข้าไปด้วย

    ชอว์นได้ใช้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาพากย์เสียงภาพยนตร์อนิเมชันหลายเรื่อง เช่นแฟรนไชส์ Toy Story ที่เขาพากย์เสียง เร็กซ์ ไดโนเสาร์จอมวิตกจริตและซีรีส์อนิเมชันเรื่อง Family Guy นอกเหนือจากเรื่องหลังแล้ว ซีรีส์ที่เขามีบทบาทประจำได้แก่ The Cosby Show และ Gossip Girl

    เขาได้เขียนบทละครและบทภาพยนตร์ดัดแปลงหลายเรื่อง ได้แก่ Marie and Bruce โดยผู้กำกับทอม คาร์นส์และนำแสดงโดยจูลีแอนน์ มัวร์และแมทธิว โบรเดอริค, The Designated Mourner โดยผู้กำกับเดวิด แฮร์ ที่นำแสดงโดยไมค์ นิโคลส์และมิแรนดา ริชาร์ดสันและ The Fever โดยคาร์โล นีโร ที่นำแสดงโดยวาเนสซา เรดเกรฟ ส่วนบทละครของเขาได้แก่ Aunt Dan and Lemon และ Grasses of a Thousand Colours เรื่องหลังนี้เปิดตัวปี 2009 ที่รอยัล คอร์ท เธียเตอร์ในลอนดอน ในโปรดักชันที่นำแสดงโดยชอว์น, เจนนิเฟอร์ ทิลลีและริชาร์ดสัน ละครเรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องหลักของการเฉลิมฉลองผลงานของเขา ที่ซึ่งมีการจัดการแสดงบทละครเวทีทั้งหมดของเขา

    ในฤดูใบไม้ผลิปี 2006 เขามีผลงานสองเรื่องแสดงในนิวยอร์กพร้อมกัน ได้แก่ The Music Teacher โอเปราที่เขาร่วมเขียนบทกับคอมโพสเซอร์ อัลเลน และบนเวทีบรอดเวย์ ละครที่เขาแปลจาก Threepenny Opera โดยเบอร์โทลท์ เบรทช์ ที่นำแสดงโดยอลัน คัมมิงและซินดี้ เลาเปอร์
    แนท วูลฟ์ (เจเรไมอาห์)
    เป็นนักแสดง/นักดนตรีวัย 18 ปี เขาเป็นที่รู้จักดีที่สุดจากการแสดงประกบอเล็กซ์ พี่ชายของเขาใน The Naked Brothers Band: The Movie ซึ่งได้รับรางวัลออเดียนซ์ อวอร์ดสาขาภาพยนตร์สำหรับครอบครัวที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแฮมป์ตันส์ และตามมาด้วยซีรีส์สปินออฟเรื่อง The Naked Brothers Band เรื่องหลังนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลบรอดคาสต์ อินคอร์ปอเรทเท็ด เคเบิล อวอร์ดจากการแต่งดนตรีประกอบซีรีส์นี้ ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลยัง อาร์ติสท์ อวอร์ดและรางวัลคิดส์ ชอยส์ อวอร์ด และทำให้ทั้งคู่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลวงดนตรียอดเยี่ยมจากเวทีออสเตรเลียน คิดส์ ชอยส์ อวอร์ดอีกด้วย

    หลังจากจบซีรีส์ แนท วูลฟ์ก็เปลี่ยนไปแสดงงานภาพยนตร์ โดยเขาได้แสดงในภาพยนตร์โดยบรูซ เบเรสฟอร์ดเรื่อง Peace, Love & Misunderstanding ที่ประกบเจน ฟอนดา, แคทเธอรีน คีนเนอร์และอลิซาเบธ โอลสัน, ภาพยนตร์โดยจอช บูนเรื่อง Stuck in Love ที่นำแสดงโดยเกร็ก คินเนียร์, เจนนิเฟอร์ คอนเนลลีและลิลลี คอลลินส์และภาพยนตร์โดยทิม การ์ริค ที่เพิ่งปิดกล้องเรื่อง Behaving Badly ที่ได้แสดงประกบเซเลนา โกเมซ ปัจจุบัน เขากำลังอยู่ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Palo Alto ที่กำกับและดัดแปลงโดยเกีย คอปโปลา จากคอลเล็กชันเรื่องสั้นโดยเจมส์ ฟรังโก้

    เขาเป็นลูกชายของนักแสดง/ผู้กำกับพอลลี เดรเปอร์และนักเปียโนแจ๊ส/คอมโพสเซอร์ ไมเคิล วูลฟ์ ปัจจุบัน เขาใช้ชีวิตอยู่ในนิวยอร์ก

    กลอเรีย รูเบน (คอรินน์)
    เป็นที่รู้จักของผู้คนหลายล้านจากบทจีนนี บูเล็ท เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลผู้ป่วยเอชไอวี ในซีรีส์เอ็นบีซีคลาสสิกเรื่อง ER ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงสองรางวัลเอ็มมี และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เธอและเพื่อนร่วมแสดงของเธอในซีรีส์นั้นได้รับสี่รางวัลแซ็ก อวอร์ดสาขาทีมนักแสดงยอดเยี่ยมในซีรีส์ดรามา

    เธอได้แสดงในซีรีส์อีกหลายเรื่อง ซึ่งรวมถึง Raising the Bar และมีบทประจำในซีรีส์เรื่อง Law & Order: Special Victims Unit และ Falling Skies ที่จะแพร่ภาพในปี 2013

    ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเธอได้แก่ภาพยนตร์โดยสตีเวน สปีลเบิร์กเรื่อง Lincoln ที่เธอแสดงประกบแดเนียล เดย์-ลูอิสและแซลลี ฟิลด์, ภาพยนตร์โดยปีเตอร์ ไฮแอมส์เรื่อง Timecop, ภาพยนตร์โดยจอห์น แบ๊ดแฮมเรื่อง Nick of Time, ภาพยนตร์โดยคลาร์ค จอห์นสันเรื่อง The Sentinel และภาพยนตร์โดยปีเตอร์ โฮวิทท์เรื่อง Reasonable Doubt ที่ร่วมแสดงโดยซามวล แอล. แจ็คสันและโดมินิค คูเปอร์

    การแสดงในบทคอนโดเลซซา ไรซ์ของเธอในละครเวทีโดยเดวิด แฮร์เรื่อง Stuff Happens ที่กำกับโดยแดเนียล ซัลลิแวน ที่โรงละครพับลิค เธียเตอร์ในนิวยอร์ก ซิตี้ ทำให้รูเบนได้รับรางวัลลูซิลล์ ลอร์เทล อวอร์ดสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

    นอกเหนือจากงานแสดงแล้ว เธอยังยึดอาชีพทางดนตรี ซึ่งรวมถึงการเป็นนักร้องแบ็คอัพให้กับนักร้องในตำนานอย่างทีนา เทิร์นเนอร์ในปี 2000 อีกด้วย งานนั้นทำให้เธอได้บันทึกเสียงอัลบัมโซโลของตัวเองในชื่อ Just for You ปัจจุบัน เธอกำลังบันทึกเสียงอัลบัมใหม่ และเพิ่งเปิดตัวในแวดวงคาบาเรต์ที่ไฟน์สไตน์ แอท เดอะ รีเจนซีในนิวยอร์ก ซิตี้

    นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมอีกด้วย โดยเธอได้อุทิศเวลาเพื่อดูแลเรื่องวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศของโลก ผ่านทางการร่วมมือกับเดอะ ไคลเมท เรียลลิตี้ โปรเจ็กต์ และด้านสิทธิมนุษยชนกับเดอะ อาร์เอฟเค เซ็นเตอร์ ฟอร์ จัสติส แอนด์ ฮิวแมน ไรท์

    ทราวาริส สเปียร์ส (เนลสัน)
    เปิดตัวผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกด้วย Admission ซึ่งเขาถ่ายทำตอนอายุได้ 11 ขวบ ชาวโรเชสเตอร์, นิวยอร์กผู้นี้คุ้นเคยกับแสงสปอตไลท์เป็นอย่างดี นักแสดงดาวรุ่งวัย 12 ขวบผู้นี้ได้แสดงมิวสิค วิดีโอ, ภาพยนตร์ขนาดสั้น, ซีรีส์, โฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์และละครเวทีมากมาย

    ในปี 2012 เขาได้รับเลือกจากบรรดาเด็ก 600 คนให้แสดงใน The Lion King ตามโครงการดิสนีย์ เธียทริคัล โปรดักชัน สคิลส์ โปรแกรม

    เขาชื่นชอบการอ่านหนังสือการ์ตูน เป็นคนฝึกฝนกีตาร์ เป็นแดนเซอร์มากความสามารถและเป็นนักมวยประจำค่ายกลีสันอีกด้วย

    ผลงานภาพยนตร์เรื่องถัดไปของเขาได้แก่ภาพยนตร์อินดีสองเรื่อง ได้แก่ภาพยนตร์โดยมิเชล ชาเฮ้ดเรื่อง Asa และภาพยนตร์โดยปีเตอร์ เคาน์เซนส์เรื่อง The Underground Railroad (ชื่อเดิมว่า Something Whispered)

    ลิลลี ทอมลิน (ซูซานนาห์)
    หนึ่งในนักแสดงตลกหญิงที่โด่งดังที่สุดของอเมริกา ยังคงสานต่อผลงานที่กว้างขวางในสื่อหลากหลายประเภทในการทำงานที่เยี่ยมยอด โดยเธอได้แสดงในภาพยนตร์ ซีรีส์ ละครเวที อนิเมชันและวิดีโอ ในปี 2003 เธอได้รับรางวัลมาร์ค ทเวน ไพรซ์จากเคนเนดี้ เซ็นเตอร์ ในสาขาอเมริกัน ฮิวเมอร์ เธอได้รับหกรางวัลเอ็มมี อวอร์ด, รางวัลสมาพันธ์มือเขียนบทแห่งอเมริกา, รางวัลโทนี อวอร์ดจากซีรีส์บรอดเวย์เดี่ยว Appearing Nitely ที่เขียนบทและกำกับโดยเจน แว็กเนอร์และรางวัลโทนี อวอร์ด, ดรามา เดสก์ อวอร์ดและเอาเตอร์ คริติกส์ เซอร์เคิลจากละครเดี่ยวอีกเรื่องคือ The Search for Signs of Intelligent Life in the Universe เวอร์ชันโทรทัศน์ของเรื่องหลังนี้ ซึ่งเธอนำแสดงอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เธอได้รับรางวัลเคเบิล เอซ อวอร์ดในฐานะส่วนหนึ่งของทีมงานสร้าง

    เธอได้รับรางวัลแกรมมี อวอร์ดจากอัลบัมคอเมดีของเธอ This is a Recording และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอีกครั้งจากอัลบัมถัดมา Modern Scream, And That’s the Truth และ On Stage เธอได้รับรางวัลพีบอดี้ อวอร์ดสาขารายการอนิเมชันพิเศษ Edith Ann’s Christmas: Just Say Noel รวมถึงให้เสียงบรรยายและควบคุมงานสร้างเรื่อง The Celluloid Closet เรื่องหลังนี้กำกับโดยร็อบ เอพสไตน์และเจฟฟรีย์ ฟรี้ดแมน และสร้างขึ้นจากหนังสือดังของเพื่อนเธอ วิโต้ รุสโซ

    ทอมลินได้สร้างฐานแฟนของเธอในการแสดงยุค 60s ตามคลับชื่อดังอย่างเดอะ อิมโพรไวเซชัน, คาเฟ โอ โก โกและอัพสแตร์ส แอท เดอะ ดาวน์สแตร์ส ที่ซึ่งหลังจากนั้น เธอได้แสดงเปิดให้กับมาเบล เมอร์เซอร์ เธอได้เปิดตัวในจอแก้วในปี 1966 ใน The Garry Moore Show เมื่อเธอได้ร่วมแสดงใน Laugh-In เธอก็โด่งดังระดับประทศด้วยการรับบทเออร์เนสไตน์ เจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ขี้โมโหและอีดิธ แอน เด็กหญิงตัวร้ายวัยหกขวบ

    เธอได้แสดงและเขียนบทรายการพิเศษที่ได้รับรางวัลมากมายร่วมกับเจน แว็กเนอร์ เธอได้พากย์เสียงมิสฟริซเซิล ครูสอนวิทยาศาสตร์ในซีรีส์อนิเมชันยอดนิยมเรื่อง The Magic School Bus ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลเดย์ไทม์ เอ็มมี อวอร์ด ผลงานจอแก้วส่วนหนึ่งของเธอได้แก่บทประจำใน Murphy Brown, The West Wing ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลแซ็ก อวอร์ด, Damages ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมี อวอร์ดและภาพยนตร์ที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์เรื่องAnd the Band Played On ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมีจากบทแพทย์สาธารณะซานฟรานซิสโก เซลมา ดริทซ์ ที่มีตัวตนอยู่จริง ปัจจุบัน เธอได้ร่วมแสดงในซีรีส์เอบีซีเรื่อง Malibu Country

    ผลงานภาพยนตร์มากมายของเธอทำให้เธอได้รับรางวัลคริสตัล อวอร์ดจากวีเมน อิน ฟิล์ม ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเธอได้แก่ภาพยนตร์โดยโรเบิร์ต เบนตันเรื่อง The Late Show ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำ, ภาพยนตร์โดยเจน แว็กเนอร์เรื่องMoment by Moment, ภาพยนตร์โดยโคลิน ฮิกกินส์เรื่อง Nine to Five ที่ประกบเจน ฟอนดาและดอลลี พาร์ตัน, ภาพยนตร์โดยโจเอล ชูมัคเกอร์เรื่อง The Incredible Shrinking Woman, ภาพยนตร์โดยคาร์ล ไรเนอร์เรื่อง All of Me ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำ, ภาพยนตร์โดยจิม อับราฮัมส์เรื่อง Big Business ในบทควบ, ภาพยนตร์โดยฟรังโก้ เซฟฟิเรลลีเรื่อง Tea with Mussolini และภาพยนตร์โดยพอล ชเรเดอร์เรื่อง The Walker

    เธอได้แสดงในภาพยนตร์หลายเรื่องให้กับผู้กำกับโรเบิร์ต อัลท์แมน ซึ่งรวมถึง Short Cuts, A Prairie Home Companion และภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ Nashville การแสดงอันน่าจดจำของเธอใน Nashville ในบทลินเนีย ทำให้เธอได้รับการโหวตให้เป็นนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมโดยสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์กและสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งชาติและได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ดอีกด้วย

    ประวัติผู้กำกับ

    พอล ไวซ์ (ผู้กำกับ)

    ได้กำกับภาพยนตร์หลายเรื่อง ซึ่งรวมถึง American Pie, About a Boy (ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ดจากบทภาพยนตร์ที่เขาเขียนกับคริส พี่ชายของเขา), In Good Company, American Dreamz, Cirque du Freak: The Vampire’s Assistant, Little Fockers และ Being Flynn นอกเหนือจากการเขียนบทภาพยนตร์ส่วนใหญ่เหล่านั้นแล้ว ผลงานในฐานะมือเขียนบทของเขายังรวมถึง Antz (ที่นำแสดงโดยวู้ดดี้ อัลเลน) อีกด้วย

    ในฐานะมือเขียนบทละคร เขาได้ทำงานกับเซคคันด์ สเตจ เธียเตอร์ในนิวยอร์กเป็นหลัก บทละครที่ได้รับการตีพิมพ์ของเขาได้แก่ Roulette, Privilege, Show People และ Trust ล่าสุด เรื่อง Lonely, I’m Not ได้เปิดตัวในเซคคันด์ สเตจในปี 2012 ละครเวทีเรื่องนี้ทำให้เขากลับมาร่วมงานกับโทเฟอร์ เกรซและโอลิเวีย เธิร์ลบี้อีกครั้ง และยังเป็นละครที่เป็น “ตัวเลือกนักวิจารณ์” ของนิวยอร์ก ไทม์อีกด้ว

    เขาได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Chuck and Buck

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Photo Gallery

    The Angry Birds Movie
    Log in | Designed by Gabfire themes