Alice Through the Looking Glass

Alice Through the Looking Glass

  • Genres:Adventure, Family, Fantasy
    Running Time: 113 min
    Release Date:May.27,2016
    MPAA Rating:PG for fantasy action/peril and some language
    Distributors: Walt Disney Pictures, Roth Films, Team Todd
    Starring:Mia Wasikowska, Johnny Depp, Helena Bonham Carter
    Directed by:James Bobin

    ในภาพยนตร์ดิสนีย์เรื่อง “Alice Through the Looking Glass” การผจญภัยครั้งใหม่ที่แสนจะน่าตื่นตาตื่นใจของบรรดาตัวละครที่ตราตรึงใจจากเรื่องราวที่เป็นที่รักของทุกคนโดยลูอิส แคร์รอล อลิซได้หวนคืนสู่โลกมหัศจรรย์แห่งอันเดอร์แลนด์อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือแมด แฮตเตอร์ เพื่อนของเธอ ภายใต้การกำกับโดยเจมส์ โบบิน ผู้นำเอกลักษณ์มาสู่โลกที่น่าตื่นตาตื่นใจที่ทิม เบอร์ตันได้สร้างสรรค์ไว้ใน “Alice in Wonderland” ภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนบทโดยลินดา วูลเวอร์ตัน จากตัวละครโดยลูอิส แคร์รอล ผู้อำนวยการสร้างได้แก่โจ ร็อธ, ซูซานน์ ท็อดด์และเจนนิเฟอร์ ท็อดด์ และทิม เบอร์ตัน จอห์น จี. สก็อตตี้รับหน้าที่ผู้ควบคุมงานสร้าง

    “Alice Through the Looking Glass” เป็นการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของทีมนักแสดงจากบล็อกบัสเตอร์ที่โด่งดังระดับโลก ซึ่งรวมถึงจอห์นนี เด็ปป์, แอนน์ ฮาธาเวย์, ไมอา วาซิโคว์สก้า, แมทท์ ลูคัสและเฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ และแนะนำตัวละครใหม่ ที่รับบทโดยรีส ไอฟานส์และซาชา บารอน โคเฮน ผู้ที่กลับมาร่วมพากย์เสียงภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยคืออลัน ริคแมน, สตีเฟน ฟราย, ไมเคิล ชีน, ทิโมธี สปอล, บาร์บารา วินด์เซอร์และพอล ไวท์เฮาส์ ร่วมด้วยแมทท์ โวเกล

    เธอไม่อาจเปลี่ยนแปลงอดีต มันเป็นของมันอย่างนั้น และจะเป็นอย่างนั้นเสมอ
    แม้ว่าฉันจะต้องบอกว่า เธออาจจะเรียนรู้อะไรบางอย่างจากมัน…

    เวลา

    –การผจญภัยที่น่าตื่นตาตื่นใจ–

    อลิซ คิงส์ลีห์ (ไมอา วาซิโคว์สก้า) ได้ใช้เวลาสามปีที่ผ่านมาไปกับการใช้ชีวิตตามความฝันของเธอและการออกท่องเจ็ดย่านน้ำในฐานะกัปตันเจ้าของเรือ หลังจากที่เธอกลับไปยังลอนดอน เธอก็พบว่าแม้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปตอนที่เธอไม่อยู่ แต่มุมมองคร่ำครึเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในสังคมกลับยังคงเหมือนเดิม และอนาคตที่เธอวาดหวังไว้สำหรับตัวเองอาจจะเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ระหว่างที่เธอเข้าร่วมงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ของลอร์ดแอสคอท อลิซก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เธอผลุนผลันหนีออกมาจากงานเลี้ยง และบังเอิญเห็นแอ็บโซเลม (อลัน ริคแมน) เข้า แอ็บโซเลม ซึ่งตอนนี้เป็นผีเสื้อโมนาร์ชสีฟ้า ได้นำทางอลิซไปยังกระจกเวทมนตร์ ซึ่งจะพาเธอกลับไปยังดินแดนมหัศจรรย์อันเดอร์แลนด์ได้ ที่นั่น เธอได้พบกับเพื่อนเก่า กระต่ายขาว (ไมเคิล ชีน), แมวเชอชายร์ (สตีเฟน ฟราย), หนูดอร์เมาส์ (บาร์บารา วินด์เซอร์), กระต่ายเดือนสาม (พอล ไวท์เฮาส์), พี่น้องทวีเดิล (แมทท์ ลูคัส) และแมด แฮตเตอร์ (จอห์นนี เด็ปป์) ผู้ที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง แฮตเตอร์สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป ดังนั้น มิแรนา (แอนน์ ฮาธาเวย์) ก็เลยส่งอลิซไปค้นหาเวลา (ซาชา บารอน โคเฮน) เวลา สิ่งมีชีวิตประหลาดครึ่งคน ครึ่งนาฬิกา ใช้ชีวิตอยู่ในห้วงอนันต์ และเป็นผู้ครอบครองโครโนสเฟียร์ ลูกบอลโลหะซึ่งจะทำให้อลิซสามารถย้อนเวลากลับไปช่วยเหลือครอบครัวของแฮตเตอร์ ซึ่งราชินีขาวเชื่อว่า การกระทำนี้จะช่วยเหลือแฮตเตอร์ได้ ในขณะเดียวกัน อิเรซเบธ (เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์) ก็ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ หลังจากที่ถูกเนรเทศไปยังดินแดนรกร้างโดยน้องสาวของเธอ ที่นั่น เธอได้ผูกมิตรกับเวลาและวางแผนที่จะขโมยโครโนสเฟียร์มาเป็นของตัวเอง อลิซย้อนอดีตกลับไปและได้พบกับเพื่อนและศัตรูของเธอในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปในชีวิตของพวกเขา ก่อนที่เธอจะรีบเร่งข้ามมหาสมุทรแห่งเวลาเพื่อหนีให้พ้นจากอิเรซเบธและเวลาเพื่อช่วยเหลือแฮตเตอร์…ก่อนที่เวลาจะหมดลง

    –การหวนคืนสู่โลกอันเดอร์แลนด์—

    “Alice’s Adventures in Wonderland” โดยลูอิส แคร์รอล ได้ร่ายมนต์สะกดผู้อ่านทั่วโลกตั้งแต่ที่มันตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1865 หนังสือเรื่องนี้ ที่เกิดขึ้นในโลกมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยตัวละครน่าพิศวง ได้เปลี่ยนแปลงโลกวรรณกรรมเยาวชน การเปิดตัวของ “Through the Looking-Glass and What Alice Found There” ในอีกหกปีให้หลังยิ่งช่วยตอกย้ำสถานะของแคร์รอลในฐานะหนึ่งในนักเขียนที่โด่งดังที่สุดของโลก

    “Alice in Wonderland” เวอร์ชันอนิเมชันของดิสนีย์ ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในปี 1951 และได้แนะนำให้แฟนๆ กลุ่มใหม่ได้รู้จักความเป็นอัจฉริยะและความแปลกประหลาดในเทพนิยายคลาสสิกของแคร์รอล ในปี 2010 ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันอีพิค 3D “Alice in Wonderland” ภายใต้การกำกับของทิม เบอร์ตัน (“Edward Scissorhands,” “Beetlejuice”) ได้โลดแล่นบนจอเงิน และกลายเป็นภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ระดับโลกและปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ปัจจุบันนี้ ทั้งเรื่องราวและตัวละครเหล่านี้ได้กลายเป็นที่รู้จักในแวดวงป็อปคัลเจอร์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับละครเวที ซีรีส์และภาพยนตร์นับไม่ถ้วน นอกจากนั้น มันยังได้ฝากร่องรอยเอาไว้ในวงการแฟชัน ดนตรี ศิลปะและวรรณกรรมอีกด้วย

    ทีมผู้อำนวยการสร้าง “Alice in Wonderland” ได้คุยกันถึงเรื่องภาคสองมาหลายปีแล้ว แต่พวกเขารู้สิ่งหนึ่งแน่นอนว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้ดัดแปลงจากหนังสือเล่มที่สองของแคร์รอลโดยตรง “หนังสือ ‘Looking Glass’ เป็นการรวมเอพิโซดแปลกประหลาดแบบสุ่มจากชีวิตของแคร์รอลที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันค่ะ” ผู้อำนวยการสร้างซูซานน์ ท็อดด์ (แฟรนไชส์ “Austin Powers,” “Memento,” “Across the Universe”) กล่าว “เราก็เลยคุยกันว่าอะไรที่จะมีธีมที่น่าสนใจและเราอยากให้เรื่องราวนำเสนออะไร เพียงแต่เรายังไปไม่ถึงจุดนั้นค่ะ”

    ลินดา วูลเวอร์ตัน (“Beauty and the Beast,” “The Lion King”) ทำงานต่อเนื่องในภาคต่อสำหรับบทภาพยนตร์เรื่อง “Alice in Wonderland” ของเธอ และไม่นานนัก เธอก็มีผลงานเป็นบทภาพยนตร์เฉียบคมที่สานต่อการผจญภัยของตัวละครที่มีชีวิตชีวาของแคร์รอลและเติมเต็มจินตนาการและความอบอุ่นหัวใจให้กับตัวละครเหล่านั้น ซูซานน์ ท็อดด์อธิบายว่า “ลินดาได้เขียนเรื่องราวใหม่ ที่บอกเล่าผ่านมุมมองของหนังสือเกี่ยวกับตัวละครและสิ่งที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เราได้เห็นพวกเขาครั้งสุดท้าย รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาในอดีต ซึ่งทุกคนก็รักมันค่ะ”

    จอห์นนี เด็ปป์ ที่เป็นแฟนผลงานของแคร์รอลอยู่แล้ว รู้สึกยินดีที่ได้เห็นว่าวูลเวอร์ตันให้ความเคารพต่อต้นฉบับมากแค่ไหน “การปรับแก้ไขงานของลูอิส แคร์รอลแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ” เด็ปป์กล่าว “คุณจะต้องมองมันในอีกมุมหนึ่ง แต่ก็ต้องโฟกัสไปที่ตัวต้นเรื่อง ซึ่งลินดาก็ทำได้อย่างวิเศษสุด”

    ในการหาตัวผู้กำกับที่จะดูแลบทต่อไปสำหรับเรื่องราวของอลิซ ผู้อำนวยการสร้างรู้ดีว่าเขาจะต้องเป็นคนที่พิเศษสุด เพราะมาตรฐานถูกตั้งเอาไว้ค่อนข้างสูงจากทิม เบอร์ตันในภาคแรก “ทุกคนต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าโทนของภาคใหม่นี้น่าจะสดใสและตลกกว่าเดิม” ผู้อำนวยการสร้างโจ ร็อธ (“Maleficent,” “Snow White and the Huntsman”) กล่าว “และเจมส์ โบบินก็คือคนๆ นั้น เขารู้จักคอเมดี รักประวัติศาสตร์ และเขาก็เป็นคนเฉลียวฉลาด สร้างสรรค์ และเป็นคนแบบที่ใครๆ ก็อยากจะอยู่ด้วยครับ”

    ก่อนหน้าที่โบบิน (“The Muppets”) จะได้อ่านบทภาพยนตร์ของวูลเวอร์ตัน เขาก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าเขาอยากจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และเขาก็ตกปากรับคำอย่างรวดเร็ว “ผมเคารพในผลงานของทิมมากและตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้นำองค์ประกอบต่างๆ จากหนังของเขามาขับเคลื่อนต่อด้วยการแนะนำตัวละครใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ และโลกใหม่ๆ ครับ” เขากล่าว

    บทบาทของทิม เบอร์ตันในภาพยนตร์เรื่อง “Alice Through the Looking Glass” คือการอำนวยการสร้าง เขาอธิบายว่า “ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง คุณมีหน้าที่สนับสนุนผู้กำกับในทุกหนทางที่คุณทำได้ แต่คุณก็ยังคงทุ่มเทให้กับโปรเจ็กต์เหมือนเดิมครับ”

    “ผมชอบเจมส์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพบกัน” เบอร์ตันกล่าวต่อ “เขาฉลาด กระตือรือร้น เต็มไปด้วยพลังงานและเขาก็มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าเขาอยากจะนำพาเรื่องราวและตัวละครไปยังทิศทางไหน ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะเราต้องการผู้กำกับที่สามารถจะรักษาลุคและโทนให้คล้ายกับภาคแรก แต่ก็ยังสามารถนำเสนอเรื่องราวนี้จากมุมมองที่ต่างออกไปได้ด้วย ซึ่งการทำแบบนั้นได้ก็เป็นเรื่องยากเลยล่ะครับ”

    โบบินสนใจคอนเซ็ปต์เรื่องของเวลาและการเปลี่ยนแปลงอดีต รวมถึงคำถามทุกอย่างที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งมันก็บังเอิญเหมาะกับโครงร่างของเรื่องราวของวูลเวอร์ตันพอดี ไม่นานนัก มือเขียนบทผู้นี้ก็ได้ส่งดราฟท์ใหม่ที่มีเวลาเป็นตัวละครจริงๆ มา “การไหลผ่านของเวลาเป็นสิ่งที่อลิซมองว่าเป็นเรื่องเลวร้ายมาโดยตลอด เพราะเวลาพรากพ่อของเธอไปจากเธอตั้งแต่เธอยังเล็กอยู่” โบบินกล่าว “สิ่งที่เธอได้เรียนรู้ในเรื่องราวนี้คือเวลาไม่ใช่ศัตรูของเธอแต่เป็นสิ่งที่เธอสามารถชื่นชมมันได้น่ะครับ”

    “เจมส์เยี่ยมจริงๆ ค่ะ” ไมอา วาซิโคว์สก้ากล่าว “เขาสร้างสไตล์และอารมณ์ลึกซึ้งให้กับโลกที่ทิมได้สร้างขึ้น และทำให้มันเป็นโลกของเขาเอง เขารักเรื่องราวนี้อย่างแท้จริงและผลักดันให้เกิดความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างตัวละครทั้งหมดมากขึ้นค่ะ”

    สำหรับบทของเวลา สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ ผู้ครองบัลลังก์สีดำในปราสาทนิจนิรันดร์ ซาชา บารอน โคเฮนเป็นอันดับแรกในลิสต์ของทุกคน ด้วยมือแบบมนุษย์ข้างหนึ่งและมือจักรกลอีกข้างหนึ่ง เวลาเป็นผู้ครอบครองโครโนสเฟียร์ ลูกบอลโลหะที่หมุนวน และส่องประกายภายในห้องของนาฬิกาใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนเวลาทั้งหมด เมื่อโครโนสเฟียร์ถูกนำออกมาจากนาฬิกา มันจะทำให้ผู้ถือสามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรเวลาเพื่อย้อนอดีตได้ ตัวนักแสดงหนุ่มเองเคยร่วมงานกับโบบินมาก่อน และเมื่อเขาได้รับบทภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาก็เข้าใจว่าทีมผู้อำนวยการสร้างต้องการอะไรและเขาก็พร้อมรับมือกับความท้าทายดังกล่าว

    –การกลับมาพบกันอีกครั้งของตัวละครที่ตราตรึงใจ—

    ตัวละครหลากสีสันแห่งอันเดอร์แลนด์ถูกเนรมิตให้มีชีวิตอีกครั้งโดยเหล่านักแสดงชั้นแนวหน้าจาก “Alice in Wonderland” จอห์นนี เด็ปป์ (“Black Mass,” แฟรนไชส์ “Pirates of the Caribbean”) รับบท แฮตเตอร์ เทอร์แรนท์ ไฮท็อปป์ หรือแมด แฮตเตอร์ ผู้ซึ่งอลิซพบว่าเพี้ยนหนักกว่าเดิมหลังจากที่เธอกลับไปยังอันเดอร์แลนด์อีกครั้ง ด้วยความพยายามที่จะค้นหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขากันแน่ เขาก็เสียสติไปด้วยความเศร้าในตอนที่อลิซมาถึงในครั้งแรก

    แอนน์ ฮาธาเวย์ (“Les Miserables,” “The Devil Wears Prada”) กลับมารับบท มิแรนา ราชินีขาวผู้อ่อนโยน ใจดี น้องสาวของราชินีแดง ผู้ใจร้าย “สิ่งหนึ่งที่ฉันตื่นเต้นที่จะได้ล้วงลึกลงไปในหนังเรื่องนี้คือแนวคิดที่ว่ามิแรนาไม่ได้เพอร์เฟ็กต์ไปซะทั้งหมด เธอเองก็มีความมืดหม่นแบบพี่สาวของเธอซ่อนอยู่ เพียงแต่เธอยับยั้งมันไว้ลึกสุดใจเท่านั้นเอง” ฮาธาเวย์กล่าว “เราได้เรียนรู้ว่าแม้ว่าเธอจะยังอยู่ฝ่ายดี แต่มันก็มีอะไรต่อมิอะไรมากมายเกิดขึ้นมากกว่าที่เราคาดคิดอีกค่ะ”

    ไมอา วาซิโคว์สก้า (“Crimson Peak,” “The Kids Are Alright”) รับบท อลิซ คิงส์ลีห์ หญิงสาวหัวรั้น ผู้เติบโตขึ้นมาในลอนดอนยุควิคตอเรีย เธอเป็นนักฝัน ผู้ไม่ยึดติดกับขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม บัดนี้ ด้วยความที่เธอกำลังจะก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ เธอก็ต้องรับมือกับการรักษาสมดุลระหว่างความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของเธอและการทำตามความคาดหวังของคนอื่นๆ “อลิซเป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยมเพราะเธอเป็นตัวของตัวเองมากๆ และหลังจากที่กลับมาจากการเดินทางที่เธอเป็นกัปตันเรือของตัวเอง เธอก็มั่นใจในตัวเองขึ้นเยอะและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความตื่นเต้นค่ะ” วาซิโคว์สก้ากล่าว

    โบบินกล่าวเสริมว่า “อลิซ ตามที่ลูอิส แคร์รอลเขียนไว้ เป็นคนที่หัวคิดก้าวหน้ามากๆ สำหรับยุคนั้น และแทบจะเรียกว่าเกิดผิดยุคเลยก็ว่าได้ เพราะเธอเป็นตัวละครหญิงที่แข็งแกร่ง ในสังคมวิคตอเรีย ที่ผู้ชายเป็นใหญ่…เธอเป็นเหมือนผู้หญิงสมัยใหม่ในสังคมหัวโบราณน่ะครับ”

    อิเรซเบธ ราชินีแดงอารมณ์ร้าย อดีตผู้ปกครองอันเดอร์แลนด์ ผู้เกลียดชัง มิแรนา น้องสาวของเธอ รับบทโดยเฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ (“Suffragette,” “Cinderella”) เช่นเคย และแมทท์ ลูคัส (“Paddington”) ก็กลับมาพากย์เสียงทวีเดิลดีและทวีเดิลดัม สองฝาแฝดปุ้มปุ้ย ผู้มีนิสัยเหมือนเด็กๆ และชอบถกเถียงกันประจำ

    ผู้ที่ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยคือรีส ไอฟานส์ (“The Amzing Spider-Man”) ในบท ซานิค ไฮท็อปป์ พ่อหัวโบราณของแมด แฮตเตอร์ ผู้เทิดทูนลูกชายของเขาเหลือเกิน และซาชา บารอน โคเฮน (“Borat,” “Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street”) ในบท เวลา

    อลัน ริคแมน (แฟรนไชส์ “Harry Potter”) กลับมาพากย์เสียง แอ็บโซเลม อดีตหนอนผีเสื้อสีน้ำเงิน ผู้รู้ไปหมดทุกอย่าง และขี้อวดนิดๆ สตีเฟน ฟราย (“The Hobbit: The Desolation of Smaug”) กลับมาพากย์เสียงแมวเชอเชียร์ เชสเซอร์ แมวเจ้าเล่ห์ผู้ชื่นชอบการยิ้มกว้างและการหายตัว ไมเคิล ชีน (“The Twilight Saga: Breaking Dawn—Part 2”) กลับมาพากย์เสียง แม็คทวิสป์ กระต่ายขาวผู้หมกมุ่นกับเรื่องความตรงต่อเวลาเหมือนเดิม

    ทิโมธี สปอล (“Mr. Turner”) พากย์เสียง บายาร์ด สุนัขบลัดฮาวน์ตัวยักษ์ ผู้ก่อนหน้านี้รับใช้ราชินีแดง แต่บัดนี้ กลายเป็นมิตรกับอลิซและเพื่อนๆ ของเธอ บาร์บารา วินด์เซอร์ (“EastEnders”) พากย์เสียง มัลลิมคุน หนูดอร์เมาส์ผู้จงรักภักดี พอล ไวท์เฮาส์ (“Mortdecai”) พากย์เสียง แธ็คเคอรี กระต่ายเดือนสาม ผู้อารมณ์ปรวนแปรและขี้วิตก ผู้จัดงานเลี้ยงน้ำชาของแฮตเตอร์ ผู้ที่ร่วมทำงานกับพวกเขาด้วยคือแมทท์ โวเกล (“Muppets Most Wanted”) ในบท วิลคินส์ มือขวาของเวลา วิลคินส์คอยดูแลนาฬิกาทุกเรือนในปราสาทของเวลาให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอและช่วยสร้างเครื่องไทม์แมชชีนเพื่อไล่ล่าอลิซในมหาสมุทรเวลา

    –งานสร้าง—

    การถ่ายทำ “Alice Through the Looking Glass”เกิดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงปี 2014 บนซาวน์สเตจที่เชพเพอร์ตันและลองครอส สตูดิโอส์และตามโลเกชันต่างๆ ทั่วอังกฤษ โดยมีสมาชิกทีมงานเบื้องหลังคนสำคัญจาก “Alice in Wonderland” กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง พวกเขารวมถึงผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายเจ้าของสามรางวัลออสการ์ คอลลีน แอทวู้ด (“Into the Woods,” “Chicago”) ผู้ได้รับรางวัลออสการ์และบาฟตา อวอร์ด จากผลงานของเธอในภาพยนตร์ปี 2010, ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ ผู้ได้รับรางวัลอคาเดมี อวอร์ด เคน ราลสตัน (“Men in Black,” “Forrest Gump”) ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์สาขาวิชวล เอฟเฟ็กต์ยอดเยี่ยมจาก “Alice In Wonderland” และผู้ประพันธ์ดนตรีรางวัลแกรมมี แดนนี เอลฟ์แมน (“Avengers: Age of Ultron,” “Charlie and the Chocolate Factory”)

    ทีมงานใหม่ที่เข้ามาร่วมทำงานกับทีมงานเบื้องหลังมากฝีมือเหล่านี้รวมถึงผู้กำกับภาพผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ สจวร์ต ดรายเบิร์กห์, เอเอสซี (“Bridget Jones’ Diary,” “Analyze This”), ผู้ออกแบบงานสร้างแดน เฮนนาห์ (“King Kong,” “The Lord of the Rings”), มือลำดับภาพผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ แอนดรูว์ ไวส์บลูม, เอซีอี (“Noah,” “Black Swan”), ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ เจย์ เรดด์ (“Men in Black 3,” “Monster House”) และผู้ออกแบบทรงผมและเมคอัพรางวัลอคาเดมี อวอร์ด ปีเตอร์ ซอร์ด คิง (“Into the Woods,” “The Lord of the Rings: Return of the King”)

    ภาพยนตร์ดิสนีย์ “Alice Through the Looking Glass” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 11 สิงหาคม ปี 2016 ในระบบ Digital 3D™, และ Real D 3D

    เกร็ดน่ารู้จากการถ่ายทำ

    ผู้กำกับ เจมส์ โบบิ้น ถ่ายทำภาพยนตร์ส่วนใหญ่ในฉากท่าสร้างขึ้นจริง (รวม 12 ฉาก) โดยสร้างขึ้นที่เชพเพอร์ตัน สตูดิดอศ์ นอกเมืองลอนดอน

    ฉากที่ใหญ่ที่สุดที่เชพเพอร์ตันคือฉากเมืองวิทเซนด์ในโรงถ่าย H ที่มีขนาด 240 x 100 ฟุต และใช้เวลาสร้างกว่า 16 สัปดาห์และเวลากว่า 35,000 ชั่วโมงทำงาน ฉากนี้ประกอบไปด้วยตึก13ตึกรวมถึงร้านหมวกไฮทอปป์, ร้านนาฬิกา, ร้านขนม, บ้าน และปราสาท บ้านของแฮทเทอร์ถูกสร้างขึ้นในโรงถ่าย S มีความสูง 2 ชั้นและมีรูปทรงเหมือนหมวก

    สิ่งแวดล้อมต่างๆบนบลูสกรีนกว่า 21 ฉากใช้พื้นที่ของบลูสกรีนกว่า 90,241ฟุต ในเชพเพอร์ตันระหว่างการถ่ายทำ ชิ้นที่ใหญ่ที่สุดคือปราสาทของไทม์และหอคอยแกรนด์คล็อคนาฬิกาแห่งชีวิต ที่มีขนาด 100×140ฟุต

    ตัวประกอบกว่า 1000 คนถูกใช้ตลอดการถ่ายทำ ทำทุกอย่างตั้งแต่การเป็นแขกงานปาร์ตี้ การเป็นชาวเมือง ไปจนถึงคนงานบนเรือ ตัวประกอบแต่ละคนต้องผ่านการเปลี่ยนชุด, ทำผม,แต่งหน้าในทุกๆวัน

    ฉากภายนอก แอสคอตต์ แมนชั่น ถูกถ่ายทำที่ ดิทชลีย์ แมเนอร์ ในอ๊อกซ์ฟอร์ดไชร์ แมนชั่นเก่าแก่นี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1722 และถูกใช้ต้อนรับนักการเมืองชื่อดังตลอดหลายปีที่ผ่านมารวมทั้ง วินส์ตัน เชอร์ชิลล์

    ฉากภายนอกของบ้านสมัยเด็กของอลิซถูกถ่ายทำที่ถนนโฟร์เนียในลอนดอนตะวันออก ที่ซึ่งเป็นบ้านสมัยปี 1720 และเป็นตัวอย่างที่สำคัญของสถาปัตยกรรมยุคต้นของจอร์เจีย

    การตกแต่งภายในของบ้านคิงส์ลีย์ถูกถ่ายทำในตึกเก่าจากปี 1700 ที่ตั้งอยู่บนถนนคราเวนในลอนดอนที่เบนจามิร แฟรงคลิน อาศัยอยู่กว่า 16ปี (บ้านเพียงหลังเดียวที่ยังเหลืออยู่บนโลกนี้ของเขา) บ้านนี้มีความสำคัญไม่เพียงแค่เป็นเคยที่พักอาศัย แต่ยังเป็นตัวอย่างที่เกือบสมบูรณ์แบบของสถาปัตยกรรมจอร์เจีย ทั้งด้านในและด้านนอก

    ดิ เออร์ล ออฟ เพมโบรค คือเรือจริงที่เทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือกลูเชสเตอร์ ในกลูเชสเตอร์ไชร์ ถูกใช้ถ่ายทำภายนอกเพื่อเป็นเรือ เดอะ วันเดอร์เรอร์ของอลิซ

    แบบจำลองขนาดเท่าของจริงวัดได้ 120 x 25 ฟุต ถูกสร้างอยู่บนฐานยึดในลองครอส สตูดิโอส์ เรือสามารถเอียงอยุ่บนฐานยึดได้ถึง 45 องศา 2 ทิศทาง การขยับแต่ละครั้งใช่เวลา 4 วินาที เรือและฐายยึดรวมกันมีน้ำหนักถึง 62 ตัน ต้องใช้คน 32 คนในการบังคับฐานยึด, เครื่องทำลม, และถังน้ำ

    น้ำกว่า 900,000 ลิตรถูกใช้สำหรับการถ่ายทำฉากพายุในทะเล

    เจมส์ โบบิ้น อำนวยการสร้างและกำกับรายการ “เดอะ อิเลฟเว่น โอ’คล็อค โชว์” ทางช่อง 4 ในสหราชอาณาจักร โดยมี ซาช่า บารอน โคเฮน เป็นนักแสดง รายการได้รับความนิยมในกลุ่มคัลท์ เนื่องมาจากตัวละครที่โคเฮนเคยแสดงมาก่อนหน้านี้เช่น อลิ จี, โบแรท แซคดิเยฟ และบรูโน่ รวมถึงรายการสปินออฟอย่าง “ดา อลิ จี โชว์” ที่ออกอากาศทางช่อง 4 สหราชอาณาจักร และเฮชบีโอ ในอเมริกา เช่นเดียวกับภาพยนตร์ “อลิ จี อินดา เฮ้าส์”

    “อลิซ ผจญภัยมหัศจรรย์เมืองกระจก” เป็นกองถ่ายที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อม ไม้ที่เหลือจากการถ่ายทำถูกบริจาคให้กับโรงเรียนท้องถิ่น และผ้าที่เหลือจากการตัดได้มอบให้กับกลุ่มที่มีชื่อว่า เทรด (TRAID – กลุ่มรีไซเคิลผ้าและสิ่งทอเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ) นอกจากนั้นผ้าปูและผ้าขนหนูที่ซื้อมาเพื่อใช้ในบ้านพักทีมงานในอเมริกาได้ถูกบริจาคให้กับองค์กรการกุศลสำหรับคนไร้บ้าน และอาหารเหลือกว่า 20 ตันถูกนำไปทำปุ๋ย รวมถึงอุปกรณ์ถ้วยชามสำหรับรับประทานอาหารทั้งหมดเป็นแบบย่อยสลายง่ายและทำจากวัสดุธรรมชาติ

    รายละเอียดตัวละคร

    จอห์นนี่ เดปป์ กลับมารับบท แฮทเทอร์ ทาร์แรนท์ ไฮทอปป์ หรือที่รู้จักกันในนาม เดอะ แมด แฮทเทอร์ เมื่ออลิซกลับไปสู่อันเดอร์แลนด์ เธอได้พบว่าแฮทเทอร์ แปลกไปจากที่เคยเป็น

    แอนน์ แฮทธาเวย์ รับบท มิราน่า ราชินีขาวผู้อ่อนโยนและใจดี เธอคือน้องสาวคนงามของราชินีแดงผู้เคียดแค้น

    มีอา วาซิคอฟสก้า อีกครั้งกับการมารับบท อลิซ คิงส์ลีย์ สาววัยรุ่นหัวแข็งที่ถูกเลี้ยงมาในลอนดอนยุควิคตอเรีย เป็นสาวช่างฝันและไม่ยอมใคร อลิซไปเยือนอันเดอร์แลนด์ครั้งแรกเมื่อตอนเป็นเด็ก และตอนนี้ เมื่อเธอก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่และพยายามที่จะสร้างสมดุลระหว่างนิสัยอยากรู้อยากเห็นของเธอกับการไม่เป็นไปตามความคาดหวังกับคนรอบข้าง เธอโตมากับความรู้สึกแปลกแยกจากสังคมและรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่อลิซได้โตขึ้นเป็นหญิงสาวสมัยใหม่ในสังคมที่ไม่ค่อยจะทันสมัยนัก

    แมทท์ ลูคัส กลับมาให้เสียง ทวีเดิลดี และ ทวีเดิลดัม พี่น้องฝาแฝดจอมตุ๊ต๊ะ ไม่รู้จักโต และยิ่งไปกว่านั้น เข้าใจยาก

    อิเรซเบ็ธ ราชินีแดงขี้โมโห และอดีตราชวงศ์แห่งอันเดอร์แลนด์ ผู้ที่เกลียดชังน้องสาวของเธอ มิราน่า กลับมารับบทนี้อีกครั้งโดย เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์

    รีส์ อิฟานส์ มาร่วมทีมนักแสดง ในบท ซานิค ไฮทอปป์ พ่อของแมด แฮทเทอร์ เขาออกแนวอนูรักษ์นิยมมากกว่าลูกของเขา ผู้ที่เขาตั้งมาตรฐานไว้สูงจนเป็นไปไม่ได้

    ซาช่า บารอน โคเฮน ในบท ไทม์ สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ผู้นั่งบนบัลลังก์สีดำในปราสาทแห่งนิรันด์กาล เขามีมือที่เป็นมนุษย์และอีกหนึ่งมือจักรกล และเขาคือผู้เก็บรักษาโครโนสเพียร์ วัตถุโลหะทรงกลมเรืองแสงหมุนได้ ที่อยุ่ในห้องนาฬิกาใหญ่ที่ให้พลังกับทุกเวลา เมื่อมันถูกนำออกไปจากนาฬิกา โครโนสเฟียร์จะทำให้ผู้ที่ครอบครองมันสามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรแห่งเวลาย้อนไปสู่อดีตได้

    อลัน ริคแมน กลับมาให้เสียง แอ๊บโซเลม อดีตดักแด้สีฟ้าผู้รอบรู้และขี้โม้นิดๆ

    สตีเฟ่น ฟราย กลับมาให้เสียงเชสเซอร์ แมวเชสเชอร์จอมเจ้าเล่ห์ ที่ชอบนอนลอยไปลอยมาพร้อมรอยยิ้ม และการหายตัว

    ไมเคิล ชีน กลับมาให้เสียง แมคทวิปส์ กระต่ายขาว ผู้ที่ยังคงง่วนอยุ่กับการตรงต่อเวลา

    ทิโมธี สปาลล์ ให้เสียงเบยาร์ด หมาบลัดฮาวน์ตัวโต ผู้ที่เคยรับใช้ราชินีแดงมาก่อนแต่ตอนนี้ได้เข้าร่วมอยู่กับอลิสแงะเหล่าเพื่อนของเธอ

    บาบาร่า วินเซอร์ ให้สียง มัลลิมคุน ดอร์เม้าส์ผุ้ภักดีและแกร่งกล้า

    พอล ไวท์เฮาส์ ให้เสียง เธคเคอร์รี่ กระต่ายเดือนสามขี้ตกใจและปรงปรวน ผู้ที่จัดปาร์ตี้น้ำชาของแฮทเทอร์

    แมท โวเกล เป็น วิลคิน สมุนมือขวาของไทม์ วิลคินดูแลนาฬิกาทุกเรือน ในหอนาฬิกาให้ทำงานได้เป็นอย่างดีและช่วยสร้างเครื่องเดินทางข้ามเวลาเพื่อไล่ล่าอลิสในมหาสมุทรของเวลา

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *