Avengers: Age of Ultron

  • Chris Evans

    Chris Evans
    ในภาพยนตร์มาร์เวล “AVENGERS: AGE OF ULTRON”

  • Q:ในเรื่องราวนี้ ตัวละครของคุณและอเวนเจอร์สคนอื่นๆ มีสถานะเป็นยังไงบ้าง
    A:หน่วยชีลด์ล่มสลายไปแล้วตั้งแต่ “Captain America” ภาคที่แล้ว ตอนนี้ เราก็เลยเหมือนกับต้องพึ่งพากันและกันครับ ไม่มีใครให้เรารายงานถึง มันก็เลยเป็นลำดับขั้นแบบหลวมๆ พวกเขาทำได้แค่พึ่งพากันและกันในฐานะทหารร่วมรบ ไม่มีใครเป็นคนออกคำสั่ง แต่พวกเขาปฏิบัติการเหมือนเป็นกลุ่มเดียวกันจริงๆ แล้วครับตอนนี้

  • Q:อะไรคือส่วนที่สำคัญที่สุดในพัฒนาการของตัวละครของคุณในหนังเรื่องนี้
    A:สตีฟ โรเจอร์สยังพยายามหาคำตอบว่าที่ทางจริงๆ ของเขาแล้วอยู่ที่ไหนกันแน่ เขาเป็นทหารมาโดยตลอดและเขาก็เหมาะกับชีวิตแบบนั้น เขามีความสุขกับระเบียบ การมีคำสั่ง มีแผน และพอไม่มีทั้งหมดนั่น เขาก็รู้สึกเคว้งนิดๆ แต่เขาก็ยังคงค้นหาว่าเขาจะสามารถมีชีวิตอื่นนอกเหนือจากการเป็นกัปตันอเมริกาได้รึเปล่า เขารับใช้กองทัพมานานจนการหาคำตอบว่าเขาจะทำอะไรถ้าปราศจากยูนิฟอร์มและโล่ของเขาเป็นเรื่องน่ามึนงงครับ

  • Q:ครั้งนี้ มีตัวละครใหม่ปรากฏตัวด้วย กัปตันอเมริกาปฏิบัติต่อพวกเขายังไง
    A:ตอนแรก เราไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นมิตรหรือศัตรู เราต้องผ่านเวลาที่เจ็บปวดซักพักเพื่อหาคำตอบว่าเราทุกคนต้องการสิ่งเดียวกันรึเปล่า มันใช้เวลาซักพักกว่าเราจะเข้าใจว่าเราเชื่อใจใครได้ ใครเป็นพวกเราหรือใครที่ไม่ใช่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็จับมือเป็นพันธมิตรกันและพวกเขาก็สู้ให้กับทีมของเราครับ

  • Q:การกลับมาสู่โลกของอเวนเจอร์สเป็นยังไงบ้าง
    A:เยี่ยมไปเลยครับ มันเหมือนกับค่ายฤดูร้อนที่ได้เจอกับคนพวกนี้ที่เราร่วมงานด้วยมาสี่ห้าปีแล้วใน “Avengers” ภาคแรก คุณได้รู้จักกันและกัน คุณได้สร้างสายสัมพันธ์ที่วิเศษสุดระหว่างการถ่ายทำและการแถลงข่าว มันให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นครอบครัวเดียวกัน และเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันจริงๆ มันไม่เหมือนการทำงานเลยครับ

  • Q:อะไรคือความท้าทายที่เกิดขึ้นในการรับบทตัวละครที่ใช้พลกำลังและแสดงฉากสตันท์มหาศาลล่ะ
    A:มันทำให้ผมหมดแรงครับเพราะกัปตันไม่ได้บินหรือปล่อยสายฟ้าฟาด ดังนั้น ทุกครั้งที่เขาสู้ คุณก็จะพึ่งพวก CGI ไม่ได้ ทุกอย่างจะต้องเกิดขึ้นจริงต่อหน้ากล้อง ทั้งการเตะ ต่อย วิ่ง ดังนั้น ผมกับสตันท์แมนของผมก็เลยต้องทำงานกันหนักเลยครับ

  • Q:ในฐานะนักแสดง คุณรู้สึกยังไงกับการทำงานกับกรีนสกรีน
    A:ก็ไม่เลวร้ายนะครับ ในฐานะนักแสดง คุณก็ต้องจินตนาการเก่งอยู่แล้ว ถ้าคุณพยายามใช้ส่วนความคิดสร้างสรรค์ของสมองคุณ มันก็เหมือนการเป็นเด็กเล็กๆ เลยครับ

  • Q:ช่วยเล่าถึงการก้าวไปสู่งานกำกับของคุณหน่อยสิ มันเป็นปัจจัยผลักดันสำหรับคุณเสมอมาเลยรึเปล่า
    A:ผมไม่รู้สึกตัวเลยจนกระทั่งแสดงมาได้ระยะหนึ่ง ผมแสดงหนังมา 7-8 ปีแล้ว และการกำกับก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำในท้ายที่สุด การสร้างหนังในฐานะนักแสดง คุณก็เป็นแค่ชิ้นส่วนปริศนาชิ้นเล็กๆ พอคุณทำงานเสร็จ คุณก็แค่ส่งมอบงาน แล้วคุณก็จะไม่ได้เห็นมันอีก 6 เดือน มันเป็นประสบการณ์ล้ำค่าก็จริงเพราะผมชอบงานแสดง แต่ผมก็ยังชื่นชอบการสร้างสิ่งต่างๆ ด้วย ซึ่งในฐานะผู้กำกับ คุณจะได้สร้างหนังทั้งเรื่องขึ้นมา คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทั้งหมด และความเกี่ยวข้องนั้นก็ทำให้เกิดความพึงพอใจในระดับที่ลึกซึ้งกว่าครับ

  • Q:การร่วมงานกับจอส วีดอนเป็นยังไงบ้าง
    A:วิเศษสุดครับ เขาเป็นคนร่าเริง ปล่อยมุขจิกกัดตลอดเลย เขามีอารมณ์ขันเป็นเยี่ยม และเขาก็รักหนังพวกนี้มาก ทัศนคติของเขาก็เลยส่งผลต่อพวกเราด้วยครับ

  • Q:ชีวิตของคุณเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างตั้งแต่คุณรับบทกัปตันอเมริกา
    A:ผมมีโอกาสมากขึ้นในการทำสิ่งต่างๆ ในแง่ของสิ่งที่ผมอยากจะสร้างสรรค์ขึ้นมาน่ะครับ

  • Q:คุณจะสรุปหนังเรื่องนี้เป็นคำพูดเดียวหรือประโยคเดียวว่าอะไร
    A:น่าประทับใจ หนังพวกนี้ทำให้ผมทึ่งเสมอ ทุกครั้งที่เราทำงานในหนังอีกเรื่อง ผมก็ไม่รู้ว่าพวกเขาทำมันได้ยังไง แต่พวกเขาก็ทำได้ครับ

  • Q:เมื่อคุณมองย้อนกลับไป 20 ปีจากตอนนี้ คุณคิดว่าภาพของหนังเรื่องนี้จะเป็นยังไงสำหรับคุณ
    A:คุณจะพยายามบอกกับตัวเองทุกวัน ว่าในเวลา 20 ปี คุณจะมองย้อนกลับมาและหวังว่าคุณจะได้ทำอะไรแบบนี้อีกครั้ง คุณจะชื่นชม ยอมรับและเตือนตัวเองถึงเรื่องนั้น และมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน แต่ผมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกถ้าไม่มียี่สิบปีนั้นแล้วสามารถมองย้อนกลับไปพูดได้ว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม” น่ะครับ

  • Q:คุณหวังว่าผู้ชมจะได้อะไรจากการดู “Avengers: Age of Ultron”
    A:ความสนุกสนานครับ

  • Q:คุณจะพูดถึงประสบการณ์การทำงานร่วมกับจอส วีดอนว่ายังไงบ้าง
    A:จอสไม่ใช่แค่ผู้กำกับของเรา แต่เขายังเป็นมือเขียนบทของเราด้วย ดังนั้น การมีส่วนร่วมของเขากับตัวละครและเนื้อหานี้ก็เป็นประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ ถ้าคุณมีปัญหากับฉาก หรือบทพูด ไม่เพียงแต่เขาจะสามารถคิดหาคำตอบมาได้เดี๋ยวนั้น แต่เขายังเป็นคนมีไหวพริบ และมีคารมคมคาย ซึ่งทำให้เขาสามารถปรับเปลี่ยนบทได้เสมอด้วย เขาเป็นแฟนหนังสือการ์ตูนอยู่แล้ว ดังนั้น หนึ่งในเป้าหมายหลักที่เขาพยายามจะเอาใจก็คือพวกแฟนๆ นี่แหละครับ ด้วยความที่เขาก็เป็นหนึ่งในนั้น เราก็เลยรู้สึกปลอดภัยเพราะเรารู้ว่าทุกสิ่งที่เขาเสนอขึ้นมาจะได้รับการยอมรับครับ

  • Q:คุณรู้สึกยังไงกับบทหนังเรื่องนี้
    A:ผมคิดว่ามันยอดเยี่ยม ตอนนี้ พวกอเวนเจอร์สเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว มันก็เลยไม่มีปัญหาในเรื่องการรวมตัวกัน เพียงแต่ตอนนี้ มันมีความขัดแย้งภายในเกิดขึ้น และพวกเขาก็ต้องเรียนรู้การทำตัวเป็นทีมแทนที่จะเป็นการพยายามจะสร้างทีมขึ้นมาน่ะครับ

  • Q:กัปตันอเมริการู้สึกยังไงกับการเป็นผู้นำคนใหม่
    A:กัปตันเป็นคนออกคำสั่งครับ แต่มันไม่ใช่การออกคำสั่งในลักษณะที่พอเขาสั่งแล้วคนต้องทำตาม มันเป็นในรูปแบบที่ว่าในตอนที่เกิดการต่อสู้ขึ้น และเราต้องการโครงสร้าง กัปตันอเมริกาไม่มีปัญหาในการจัดรูปแบบทีม แต่ในแง่ที่ว่าพวกเขาจะทำตัวยังไงในตอนที่ไม่ได้สู้ศัตรู มันยังมีลำดับขั้นคำสั่งที่หลวมๆ และก็ไม่มีใครเป็นหัวหน้าใครหรอกครับ แต่กัปตันเหมือนจะเป็นคนที่อยู่ลำดับแรกๆ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายที่สุดยามอยู่ในสนามรบครับ

  • Q:คุณและนักแสดงคนอื่นๆ ใช้เวลาร่วมกันระหว่างการถ่ายทำมากขึ้นยังไงและมันส่งผลอย่างไรต่อเรื่องราวบ้าง
    A:การได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นมีแต่ประโยชน์ครับ มันไม่มีผลเสียเลย แม้ว่าเราจะไม่ได้ทำงานร่วมกันเป็นทีมซักเท่าไหร่ใน “Marvel’s The Avengers” เราก็ได้ใช้เวลานอกกองด้วยกันและเราก็ใช้เวลาประชาสัมพันธ์หนังเรื่องนี้ด้วยกัน พอถึงเวลาถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เราทุกคนก็เป็นเพื่อนกันหมดและเคมีนั้นก็ปรากฏบนหน้าจอจริงๆ ครับ

  • Q:คุณคิดยังไงกับวันแรกที่คุณก้าวเท้าเข้ามาในกองถ่าย มันน่าประทับใจรึเปล่า
    A:มันน่าประทับใจครับ แต่มันก็น่าประทับใจเสมอแหละ นี่คือมาร์เวล และสิ่งที่พวกเขาทำครับ พวกเขามักจะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เสมอ ดังนั้น ทุกฉากที่คุณเห็นก็น่าประทับใจทั้งนั้นแหละครับ

  • Q:การได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมจริงๆ เป็นประโยชน์กับการแสดงของคุณบ้างมั้ย
    A:ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ พวกเราทุกคนต่างก็เคยแสดงหนังที่มีกรีนสกรีนมาก่อน แม้ว่ามันจะไม่ได้อยู่ในโลกมาร์เวลก็เถอะ ดังนั้น มันก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานไปแล้ว นักแสดงส่วนใหญ่อาจจะเคยเจอกับกรีนสกรีนมาแล้ว ความจริงก็คือ ถ้าคุณไม่สามารถปลดปล่อยจินตนาการและดึงเอาความคิดสร้างสรรค์ในสมองของคุณมาใช้ คุณก็ไม่น่าจะมาเป็นนักแสดงหรอกครับ แน่นอนว่าสิ่งแวดล้อมจริงๆ จะทำให้การแสดงง่ายขึ้น แต่การแสดงกับกรีนสกรีนก็ไม่ใช่หายนะซักหน่อยครับ

  • Q:ช่วยพูดถึงสเปเดอร์และอัลตรอนหน่อย
    A:อัลตรอนถูกเขียนขึ้นมาให้เป็นตัวละครที่หยิ่งยะโสและช่างประชดประชัน มันไม่ได้เป็นหุ่นยนต์ที่ไร้จิตใจ มันมีความนึกคิดและตอนแรกที่ผมอ่านบท ผมก็นึกภาพไม่ออกว่าตัวละครตัวนี้จะถูกถ่ายทอดออกมายังไง ผมรู้ว่าสเปเดอร์จะมาแสดงบทนี้ แต่ผมคิดไม่ออกเลยว่าเขาจะไปทางไหน วันแรกที่เขากล่าวสุนทรพจน์ที่งานปาร์ตี้ พวกเราทุกคนตื่นเต้นกับการได้เป็นผู้ชมมาก การเป็นผู้ชมและได้เห็นเขาแสดงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเพราะมันทั้งยอดเยี่ยมและน่าสะพรึงกลัว มันทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์ขึ้นในทันทีครับ

  • Q:สไตล์การต่อสู้ของกัปตันอเมริกาพัฒนาขึ้นยังไงบ้าง
    A:เราพยายามจะพัฒนาสไตล์การต่อสู้ของเขาเสมอครับ คุณจะต้องคิดว่าชายคนนั้น ในฐานะทหาร ที่มีความนึกคิดแบบทหาร จะต้องพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เขาก็เลยจะต้องหาแนวทาง หรือเคล็ดลับการต่อสู้ใหม่ๆ ใน “Captain America: the Winter Soldier” พวกเขาสร้างมาตรฐานไว้สูงทีเดียว เพราะกัปตันได้แสดงในซีเควนซ์ที่ลื่นไหลและใช้ความคล่องตัวสูงมากๆ ในการทำลายเครื่องบินด้วยมือเปล่า เราก็เลยไม่อยากจะก้าวถอยหลัง แต่เราพยายามจะพัฒนาสไตล์การต่อสู้ที่ลื่นไหลและคล่องตัวนั้นไปอย่างต่อเนื่องครับ

  • Q:ดูเหมือนคุณจะได้แสดงแอ็กชันมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องการรึเปล่า
    A:ด้วยความที่เราพยายามจะพัฒนาสไตล์การต่อสู้ของกัปตัน มีบางสิ่งที่เกินกว่าความสามารถของผม ผมอายที่จะยอมรับมันนะครับแต่ผมมีสตันท์แมนที่วิเศษสุดที่ชื่อ แอนดี้ ลิสเตอร์ เขาเป็นคนเก่งมากๆ และเป็นคนที่แสดงฉากต่อสู้พวกนี้ คือบางครั้ง คุณก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้จริงๆ น่ะครับ

  • Q:กัปตันอเมริกาได้สานสายสัมพันธ์กับอเวนเจอร์สคนไหนเป็นพิเศษรึเปล่า
    A:โทนี่กับสตีฟมีความสำคัญแบบคู่กัดมากๆ แต่มันก็เหมือนความสัมพันธ์ทุกครั้ง ที่แม้ว่าคุณจะดื้อกับพ่อแม่ แต่มันก็ทำให้คุณใกล้ชิดกันมากขึ้น เราก็เลยจะมีฉากที่เราอาจจะไม่ได้เห็นตรงกัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ตกลงกันได้ และมันก็ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างเราแน่นแฟ้นขึ้นด้วยครับ

  • Q:คุณรู้สึกยังไงกับการที่อัลตรอนเป็นผู้ร้าย และเขาช่วยเสริมอะไรให้กับหนังเรื่องนี้บ้าง
    A:เขาเหมือนจะถอดแบบมาจากสตาร์คครับ ผมก็เลยคิดว่ามันมีการแสดงความเป็นปรปักษ์ที่ยอดเยี่ยมระหว่างตัวละครทั้งสอง และเขาก็สามารถก็อปปี้ตัวเองได้เป็นจำนวนมหาศาล เราก็เลยมีศัตรูที่ร้ายกาจกว่าที่เราเคยเจอมาใน Avengers ภาคที่แล้วอีกนะครับ

  • Q:คุณชื่นชอบอะไรในการร่วมงานกับจอสบ้าง
    A:ในความคิดของผม ผมชอบไดอะล็อคของเขา ทุกอย่างที่คุณอ่านเวิร์คทั้งนั้น ถ้ามีปัญหา จอสก็สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ในพริบตา เขาเป็นมือเขียนบทนี่ครับ เขามีไดอะล็อคและบทพูดเยี่ยมๆ ไม่รู้จักหมด และเขาก็คิดมันขึ้นมาได้เร็วมากๆ แถมสิ่งที่เขาคิดได้ก็ยอดเยี่ยมเสมอ มันก็เลยเป็นคุณสมบัติที่ล้ำค่ามากๆ คุณมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในตัวผู้กำกับและมือเขียนบท และเขาก็อยู่ประจำกองถ่ายตลอดเวลาด้วย

  • Q:ลุคของกัปตันอเมริกาในหนังเรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไปยังไง
    A:เขามีสีแดงเพิ่มขึ้น ดูเตะตามากขึ้น แต่ก็ไม่เพี้ยนเกินไปครับ

  • Q:คุณมีความสุขกับการรับบทกัปตันอเมริกามากแค่ไหน
    A:มันคุ้มค่าครับ หนึ่งในข้อดีของงานนี้คือการได้เห็นใบหน้ายินดีของเด็กๆ การมีบทบาทในวัยเด็กของพวกเขาเป็นเรื่องที่วิเศษสุดทีเดียว เพราะผมรู้ว่าตอนผมยังเล็ก ผมก็มีหนังบางเรื่องที่ผมชอบ ดังนั้น ถ้าคุณได้เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของใครซักคน มันก็เป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดแล้วครับ

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *