Avengers: Age of Ultron

  • Chris Hemsworth

    คริส เฮมส์เวิร์ธ รับบท ธอร์
    ในภาพยนตร์มาร์เวล “AVENGERS: AGE OF ULTRON”

  • Q:ธอร์ในหนังเรื่องนี้มีสถานะยังไง
    A:หนังเรื่องนี้สานต่อจากตอนจบใน “Thor: The Dark World” ซึ่งก็คือการที่เขาอยู่บนโลก เราก็เลยจะได้เห็นธอร์เวอร์ชันติดดินมากกว่าที่เราเคยเห็นในอดีต มันเป็นเรื่องดีครับเพราะมันทำให้มีโอกาสสำหรับอารมณ์ขันมากขึ้นและเราก็จะได้เห็นเขาสวมชุดธรรมดา แทนที่จะเป็นเกราะกับผ้าคลุมแบบที่เรามักจะเห็นเขาสวมด้วย

    ตอนนี้ เขาเป็นส่วนสำคัญของทีมแล้ว เขามีที่ทางของตัวเอง และมันก็มีความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างมั่นคงแล้ว ธอร์มองเห็นภาพใหญ่ของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มันมีสงครามตอนแรกที่พวกเขาเข้าไปพัวพัน แต่ธอร์ก็ใช้ความรู้ชาวแอสการ์ดของเขา และเริ่มนำความเป็นไปได้จากต่างมิติมาใช้ต่อต้านภัยคุกคามที่เขาคิดว่ากำลังจะมาเยือนครับ

  • Q:ตอนนี้ ธอร์ดูเห็นอกเห็นใจโลกมนุษย์มากขึ้นรึเปล่า
    A:ในหนังเรื่องนี้ ธอร์ชื่นชอบโลกและมนุษย์โลกมากกว่าครั้งแรกที่เราได้เห็นเขาตอนที่เขายังหยิ่งยะโสอยู่ ในครั้งนี้ สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือความอยู่รอดของโลกใบนี้ และเขาก็มองออกไปไกลในจักรวาลเพื่อทำให้แน่ใจว่าภัยร้ายนั้นจะไม่คุกคามโลกใบนี้ด้วยน่ะครับ

  • Q:บทบาทของเขาในกลุ่มอเวนเจอร์สเป็นยังไงบ้าง
    A:สิ่งที่ทำให้ทีมนี้น่าสนใจคือนี่คือกลุ่มคนที่จะเป็นหัวหน้าในโลกของพวกเขาเอง แต่จู่ๆ พวกเขาก็ต้องมาร่วมทีมกัน และจะต้องมีผู้นำและผู้ตาม มันมีความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมายในกลุ่มเหมือนในอดีต และธอร์ก็มองเห็นว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากไอรอนแมน เขากล่าวโทษไอรอนแมนและมีความรู้สึกต่อต้านเขา แต่มันก็มีเรื่องขำขันเกิดขึ้นด้วยเหมือนกัน ธอร์และกัปตันมองว่าพวกเขาเท่าเทียมกัน มันก็เลยไม่มีเรื่องของอีโก้เข้ามาเกี่ยว ส่วนคนอื่นๆ ในทีมก็รวมตัวกันได้ มีแต่สตาร์คนี่แหละครับที่เป็นปัญหาที่ธอร์หนักใจที่สุด

  • Q:เกิดอะไรขึ้นระหว่างทั้งคู่
    A:ธอร์เป็นเป้าหมายที่ง่ายดายสำหรับสตาร์ค เพราะสตาร์คเต็มไปด้วยอารมณ์ประชดประชันและไหวพริบ แต่ธอร์อยู่ตรงนั้นในชุดที่เหมือนกับคอสตูมวันฮัลโลวีนจากอีกโลกหนึ่ง สตาร์คเลยชื่นชอบการจิกกัดเขาแต่ธอร์ก็ชอบตอบโต้กลับ พวกเขาคล้ายกันมากๆ นั่นทำให้พวกเขามีบางเวลาที่เข้ากันได้ แต่ก็ขัดแย้งกันในหลายๆ ครั้งครับ

  • Q:คุณสนุกแค่ไหนที่ได้ใช้เวลาร่วมกันในกองถ่าย
    A:มันเยี่ยมไปเลยครับ เพราะเราได้สร้างสายสัมพันธ์มาตั้งแต่ภาคแรก และเราก็ได้ไปแสดงหนังของตัวเองในบทบาทเหล่านี้ ตอนนี้ มันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจดี และมันก็ไม่ได้เหนื่อยแบบครั้งแรก เราโชคดีจริงๆ ที่เราเข้ากันได้ มีหลายครั้งที่เราเห็นความสัมพันธ์ดีๆ บนหน้าจอ แต่พอนอกจอแล้วพวกเขากลับจะห้ำหั่นกัน แต่กับหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่เลย ผมได้คุยกับโรเบิร์ต คริสและคนอื่นๆ ก่อนหน้าที่เราจะเริ่มถ่ายทำ และเราทุกคนต่างก็ตั้งตารอที่จะได้กลับมาแสดงหนังเรื่องนี้อีกครั้งครับ

  • Q:ธอร์ต้องแบกรับความรับผิดชอบมากขึ้นรึเปล่า ในเมื่อเขารู้ว่ามีอะไรอยู่นอกเหนือจากโลกใบนี้น่ะ
    A:ผมคิดว่าการที่เขาเป็นเทพเจ้าและมาจากดินแดนของเขาคือจุดแข็งของเขา เขาสามารถมองไปได้ไกลกว่าคนอื่นและมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือโลกใบนี้ ดังนั้น มันก็เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่เขาต้องแบกรับครับ

  • Q:พวกอเวนเจอร์สคิดยังไงกับอัลตรอน
    A:ครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นอัลตรอน พวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วระหว่างเรื่อง พวกเขาถึงค่อยๆ ปะติดปะต่อได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ธอร์คิดว่าสตาร์คเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เกิดอัลตรอน แต่เขาก็ตระหนักด้วยว่าสตาร์คมีความปรารถนาดีในความพยายามที่จะประดิษฐ์อัลตรอนขึ้นมาน่ะครับ

    ในแง่หนึ่ง อัลตรอนเป็นตัวละครที่มีความเป็นเด็ก ถูกเข้าใจผิดและมีความโกรธเกรี้ยว แต่เขาก็เป็นสิ่งที่อันตรายและเป็นภัยคุกคามมากที่สุดเท่าที่พวกเขาเจอมาด้วย และธอร์ก็มองเห็นได้ว่าเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภัยคุกคามและปริศนาที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นด้วยครับ

  • Q:มีสไตล์การต่อสู้หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บ้างมั้ย
    A:ในภาคนี้ มีการใช้ลวดสลิงและอุปกรณ์การต่อสู้ประเภทอื่นจำนวนมากครับ ผมอยากจะฉีกออกไปจากการที่ธอร์ปรากฏตัวเหมือนพวกไวกิ้ง แกว่งอาวุธของเขา และทำตัวแข็งแกร่ง มันมีสตันท์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้น และมีทีมเวิร์คมากขึ้นด้วย ธอร์และกัปตันมักจะจับคู่กันและต่อสู้กันเป็นทีมครับ

  • Q:หลังจากหนังสี่เรื่อง คุณคิดว่าคุณใช้ค้อนอย่างชำนาญแล้วหรือยัง
    A:ครับ ผมเริ่มชำนาญขึ้น แต่ก็ยังไม่เก่งขนาดนั้น เมื่อมี CGI เข้ามา มันก็กลายเป็นภาพที่น่าประทับใจกว่าที่ผมทำได้จริง แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ตลกมากๆ ที่ผมใส่ชุดนั้นยืนอยู่ในฉากโดยไม่มีค้อน ผมไม่รู้ว่าจะวางมือไว้ไหนดี อีวานส์เองก็พูดถึงเรื่องเดียวกัน ถ้าเขาไม่มีหัวเข็มขัดให้จับ แล้วต้องยืนอยู่เฉยๆ คุณก็จะรู้สึกเหมือนยืนตัวเปล่าเลยครับ

  • Q:การได้เห็นเจมส์ สเปเดอร์ ในบท อัลตรอน เป็นครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง
    A:ตัวละครอัลตรอนเป็นหนึ่งในครั้งแรกๆ ในหนังเรื่องไหนๆ ก็ตามที่ผมไม่รู้เลยว่าตัวละครตัวนี้จะมีหน้าตายังไงและการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ครั้งแรกที่ผมได้เห็นเจมส์แสดง ทุกอย่างก็เมคเซนส์ บทพูดของเขาลำบากตรงจังหวะและทำนองของมัน นอกจากนี้ เขายังพูดจาแบบประชดประชัน เสียดสี แต่ก็แสดงถึงความฉลาดอย่างมากด้วย มันเป็นส่วนผสมที่งดงาม และผมก็จำได้ว่าครั้งแรกที่เขามากองถ่ายและพูดโมโนล็อกยาวยืด พอเขาพูดจบ เราทุกคนต่างก็ปรบมือและลืมบทพูดของตัวเองไปเลยเพราะเรารู้สึกเหมือนต้องมนต์สะกดในสิ่งที่เขาทำน่ะครับ

  • Q:อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดสำหรับคุณในการแสดงหนังเรื่องนี้
    A:ทุกครั้งที่พวกเรารวมตัวกันก็สนุกเสมอแหละครับ ถ้าคุณอยู่คนเดียวกับกรีนสกรีนหรืออะไรทำนองนั้น คุณก็จะรู้สึกเหงาหน่อยๆ และไม่สนุกเท่านี้ครับ แต่ในช่วงสองสามสัปดาห์แรกที่ทุกคนอยู่ในห้อง ทำงานร่วมกัน มันเป็นช่วงเวลาที่ดีและยอดเยี่ยมจริงๆ

  • Q:คุณชื่นชอบอะไรเกี่ยวกับ ธอร์ ตัวละครของคุณบ้าง
    A:มันเป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่มีฐานผู้ชมอยู่แล้ว และการที่ผมได้แสดงหนังภาคแรก แล้วมีผู้ชมตอบรับเป็นอย่างดีและยินดีต้อนรับคุณกลับสู่อีกภาคหนึ่ง การได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่มีแฟนๆ และประสบความสำเร็จมากขนาดนี้ มันเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตนักแสดงครับ ธอร์อาจมีพลกำลัง ความรู้และอำนาจ แต่เขาก็เหมือนกับเด็กไร้เดียงสาด้วยเหมือนกัน เขามีที่ทางของตัวเองในที่ที่เขาจากมา แต่บนโลก เขาเป็นเหมือนปลาพ้นน้ำ และการมีความขัดแย้งและการผสมผสานแบบนั้นก็เป็นเรื่องยอดเยี่ยม มันเจ๋งมากที่ได้รับบทซูเปอร์ฮีโรครับ

  • Q:ชุดของเขามีความเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ รึเปล่า
    A:ชุดของเขาใส่สบายขึ้นในทุกครั้ง และในภาคนี้ ก็เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดเท่าที่ผ่านมาครับ มันดูดี เจ๋ง แล้วในภาคนี้ เราก็ใช้เสื้อมีแขนน้อยลงเพราะตอนที่เราถ่ายทำมันร้อนมากครับ

  • Q:คุณสนุกกับการแสดงฉากสตันท์รึเปล่า
    A:ครับ ถ้าคุณสนใจกีฬาและเป็นคนแอ็กทีฟอยู่แล้ว ผมคิดว่าคุณไม่สนุกไม่ได้หรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณรู้สึกเหมือนเป็นเด็กตัวโต คุณจะได้กวัดแกว่งค้อนหรืออาวุธอะไรซักอย่างเพื่อสู้กับเหล่าร้าย ซึ่งเยี่ยมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณได้แสดงฉากสตันท์ฟอร์มยักษ์ที่มีลวดสลิงและอะดรีนาลินพลุ่งพล่าน มันน่าตื่นเต้นดีครับ

  • Q:มือเขียนบท/ผู้กำกับจอส วีดอนนำอะไรมาสู่หนังพวกนี้บ้าง
    A:เมื่อไหร่ที่คุณได้ผู้กำกับที่เขียนบทด้วย มันก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพราะพวกเขาสามารถถ่ายทอดออกมาได้ว่าพวกเขามีความตั้งใจยังไงตอนที่พวกเขาเขียนตัวละครตัวนั้นขึ้นมา คุณก็เลยจะมีแหล่งข้อมูลอยู่ตรงหน้าคุณ เขาเป็นคนฉลาดมากที่สามารถนำตัวละครมากมายขนาดนี้มารวมตัวกันได้ และสร้างจุดมุ่งหมายและโฟกัสให้กับพวกเขา ก่อนจะสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อนห้อมล้อมมัน ด้วยแอ็กชัน อารมณ์ขันและหัวใจมากมายครับ มันเป็นสมดุลที่หนังจำนวนมากขาดหายไปและเขาก็เป็นอัจฉริยะในเรื่องการผสมผสานสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน จอสเป็นคนรวยอารมณ์ขัน และเป็นคนที่น่าคบหาครับ เขาเป็นคนที่คุณไม่รังเกียจที่จะใช้เวลา 4-5 เดือนอยู่ด้วยในกองถ่าย และเราก็โชคดีมากที่พบเขาครับ

  • Q:ผู้ชมจะคาดหวังอะไรได้บ้างจากหนังเรื่องนี้ และมันจะยกระดับเรื่องราวนี้ยังไง
    A:เราได้ไปตามโลเกชันต่างๆ มากกว่าที่เราเคยไปมา และใช้พื้นที่มากกว่าเดิม ดังนั้น มันก็จะเป็นการผสมผสานโลเกชัน สไตล์และภาพแบบต่างๆ มากกว่าเดิม ทุกอย่างถูกเร่งเครื่องขึ้น แม้แต่ความซับซ้อนของเรื่องก็มากขึ้น และเราก็ได้เห็นตัวละครพวกนี้พัฒนาขึ้นในหนังของตัวเอง มาตอนนี้ การได้เห็นพวกเขามารวมตัวกันเป็นครั้งที่สองก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นทีเดียวครับ

  • Q:คุณคิดยังไงตอนที่ได้เห็นสตาร์ค ทาวเวอร์ใหม่เป็นครั้งแรก
    A:มันเป็นฉากที่เหลือเชื่อครับ นั่นเป็นหนึ่งในฉากที่น่าประทับใจที่สุดเท่าที่ผมเคยแสดงมา มันเป็นบ้านของโทนี่ด้วย เพราะฉะนั้นมันก็จะต้องเลิศหรู ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ มันเจ๋งมากครับ แต่นั่นก็เป็นสองสามสัปดาห์แรกของการถ่ายทำที่พวกเราทุกคนอยู่รวมกันด้วย มันก็เลยเป็นเรื่องดีที่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนั้น แล้วได้ถ่ายฉากปาร์ตี้ ที่พวกเราทุกคนอยู่ด้วยกัน และไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกันน่ะครับ

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *