BLACK PANTHER [Review]

  • จากตัวละครรับเชิญใน Civil War ที่ถูกนำมาขยายเป็นเรื่องราวของตัวเองใน Black Panther เรื่องราวต่อเนื่องจากCivil War เมื่ออณาจักรวาคานด้าต้องมีกษัตริย์องค์ใหม่เพื่อปกครองอาณาจักร แต่เมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นและทำให้การขึ้นรับตำแหน่งของที ซัลลานั้นไม่เป็นอย่างที่คิด

    สิ่งที่โดดเด่นคือการเขียนบทตั้งแต่ฉากแรกที่เดียวที่เรื่องราวนั้นดูเหมือนเล่าเรื่องราวไปตามปกติ แต่ซ่อนเรื่องราวไว้เหมือนที่คนพูดว่าสื่งที่เรารู้ อาจจะเป็นเะียงแค่ความจริงส่วนหนึ่งตามทีเขาอยากให้เรารู้ ทุกจังหวะของหนังนั้เนถูกวางจังหวะไว้อย่างเหมาะสมแนบเนียมซ้อนปม หลายจุดนั้นเราคิดว่ามาถึงจุดจบประเด็นแต่ว่าไม่ใช่มีการหักมุมต่อไปอีก จนไม่คิดว่าจะได้เห็นความซับซ้อนของตัวละคร เรื่องราวที่ไม่ใช่แค่ซูปเปอรืฮีโร่ออกไปปราบผู้ร้ายแล้วจบ ความดีและความถูกต้องที่ถูกนำมาถามผ่านการกระทำของตัวละคร จนเหมือนถูกตบหน้าว่าสิ่งเหล่านั้นถูกต้องจริงหรือไม่ จนกลายเป็นเมือนปมของคนรุ่นเก่า และ รุ่นใหม่ที่มีมุมมองของสิ่งที่เห็นในเรื่องเดียวที่แตกต่างกันออกไป หรือขนบธรรมเนียมที่ปฎิบัติมานั้นเหมาะกับคนสมัยหนึ่ง แต่ก็เหมาะสมกับเด็กยุคมิลลิเนียมที่ผ่านมาหรือไม่ บางฉากก็ไม่ปราณีต่อความรู้สึกของคนดูแบบหนังซูปเปอร์ฮีโร่ปกติ ความขัดแย้งของตัวละครชนเผ่าวาคานด้าที่เป็นกลุ่มชนที่มีวิวัฒนาการด้านเทคโนโนโลยี แต่ก็ยังยึดมั่นศรัทธาในเรื่องของจิตวิญญาณอยู่ก็อาจจะเป็นตัวอย่างของการที่ผสานของสองวัฒนธรรมที่ต่างกันสุดขั้ว(ถึงแม้จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยก็ตาม) ในขณะที่ตัวละครอย่าง เอเวอร์เร็ต หรือ ยูลิซิส ล้วนแล้วแต่มีเข้ามาเพียงแค่เสริมบทบาทแล้วส่งต่อเรื่องราวให้ตัวละครอื่น เพื่อความสมบรูณ์ของเรื่องราว

    ใครจะคิดว่าจะได้ยินเพลงเวิลด์มิวสิค(แบบแอฟริกา)แบบเต็มๆ ในภาพยนต์ซูปเแอร์ฮีโร่ เพราะก่อนหน้านี้ชูปเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกๆอย่าง Spawn ก็ยังไม่ชัดเจนในด้านดนตรี ที่ยังอุดมไปด้วยเพลงร็อค อิเล็กทรอิกส์ ยุคต่อมาหนังของซูปเปอร์ฮีโร่มักเต็มไปด้วยเพลง เฮฟวี่ ร็อค อินดัสเตรียนซาวนด์ แต่อาจจะเพราะเรื่องราวใน Black Panther นี้เกิดในทวีปแอฟฟริกาอย่างชัดเจนสัดส่วนของดนตรีพื้นเมืองจึงมีมากน่าจะประมาณ 70/30 เลยทีเดียว และเป้นอีกสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกแปลกและตื่นเต้นไปกับเครื่องเคาะ และ ตี ทำให้เราตื่นตัว ลุ้นไปกับฉากต่อสู้ต่างๆในอารมณ์ใหม่ๆ ในขณะที่เพลงร้องที่ได้เคอร์ดิก ลามาร์เป็นตัวหลักในการทำเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากในเรื่องแทร้คที่ชอบเป็นการส่วนตัวคือ All The Stars โดย Kendrick Lamar, SZA เพราะยังคงจังหวะของดนตรีฮิพฮอพที่มีจังหวะให้โยกพองาม เนื้อร้องไม่ได้แร็พจนไฟแล็บ โดยอัลบั้มเพลงประกอบนั้นแยกเป็นเพลงร้องอยู่กับอินเตอร์สโคป ส่วนเพลงบรรเลงนั้นอยู่กับฮอลลีวู้ด เร้คคอร์ดสองค่ายนี้ ในบ้านเราอยู่กับ ยูนิเวอร์แซลเร็คคอร์ดครับ

    ส่วนของคอมพิวเตอร์กราฟิคนั้นน่าจะเป็นในส่วนของการต่อสู้ไม่ว่าจะในแบบธรรมชาติ หรือ ในเมืองของวาคานด้าก็ให้อารมณ์ที่ไม่ต่างจากบนถนนในตัวอย่างเลยทีเดียวที่ทำให้นั่งไม่ติดในหลายฉากที่ทำได้ดีมากๆ ซึ่งก็รวมไปถึงงานออกแบบต่างๆไล่เรียงมาตั้งแต่เสื้อผ้า(นึกถึง Burberry/Mae Fah Luang) อาวุธ ฉาก

    หากจะมีติติงก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นปัญหาของตัวภาพยนต์ หรือ ปัญหาสายตาของผมเองในฉากที่มีแสงน้อยจะเป็การเล่าเรื่อง หรือ ต่อสู้ นอกนั้นถือว่าดีงามหากตัดความเป็นซูปเปอรืฮีดร่ออกเราอาจจะได้ภาพยนต์ดราม่าเรื่องราวของโครงกระดูกในตู้ ทีอาจจะมีสาเหตุมาจากการที่คนมองปัยหานั้นเป็นคนที่เติบโตมาจากคนละรุ่น และ สิ่งแว้ดล้อมซึ่งก็แสดงถึงปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน

    ผมให้ 5/5 ครับ

    มีเอนเครดิตสองช่วง อย่างพึ่งลุกไปไหนก่อนนะครับ โดยเฉพาะตัวที่สอง หรือ ตัวสุดท้ายนะครับ

    #BlackPanther #BlackPantherMovie #BlackPantherTH #MarvelStudio #MarvelThailand #KrungSriIMAX

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *