JAP CLUB

Beauty and the Beast

คงเดิม เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง น่าจะเป็นนิยามสั้นๆ สำหรับ beauty and the beast เวอร์ชั่นปี 2017 นี้ได้เป็นอย่างดี คงเดินในเนื้อหามากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่เราคุ้นเคยมาจากฉบับอนิเมชั่นของตัวดิสนีย์เองทั้งในมุมกล้อง บทสนทนา เพลงประกอบ เพิ่มเติม ความลึกเบื้องหลังของตัวละครให้มีมิติใกล้เคียงความเป็นคนทั้งในเรื่องของครอบครัว ความสัมพันธ์ ที่มาที่ไปของเหตุการณ์ในอดีตที่ส่งผลต่อสาเหตุของการตัดสินใจของเรื่องราว เปลี่ยนแปลง ในหลายจุดเพื่อเพื่อเพิ่มความสมเหตุและผล ทำให้ความลื่นไหลของตัวละคร ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้นส่งผลต่อการดำเนินเรื่อง และ เนื้อหา ขอชมในล่วนของซีจีอย่างแรงที่ตั้งใจทำแบบจัดเต็มแทบทุกฉาก(ฉากทุ่งหญ้าที่เบลล์เดินขึ้นไปร้องเพลง การเลื่อนไหลของเครื่องแขวนสีทองที่ลื่นไหลพริ้วไหวลงมากลายเป็นลายลูกไม้ของเสื้อ ที่หนีบหู ตัวละครต่างๆในปราสาทที่เคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิตจริงๆ งานออกแบบที่แม้จะไม่โกธิคแบบสุดกู่ตามอนิเมชั่น แต่มีกลิ่นจางๆอย่างพวกกากอยต์ นอกนั้นดูจะเป็นตามสมัยนิยมที่เป็นคลาสสิคกับตัวละครในปราสาททั้งในยามที่มีความเป็นคน หรือ กลายเป็นเครื่องใช้ไม้สอยก็ตาม แต่สิ่งที่ชอบมากๆอีกอย่างนั้นคือการได้ดารารุ่นใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเอ็มม่า ทอมสัน คาร์วิน ไคลซ์(คนนี้ผมว่าหายไปนานมาก) มาร่วมงาน ในส่วนของเพลงประกอบ(สกอร์ และ เพลงที่เป็นบทสนทนา)ผมว่าเสมอตัวเมื่อเทียบกับอนิเมชั่น ส่วนที่เป็นปัญหาในความคิดของผมคือ เรื่องของการเป็น 3D ที่ดูจะเป็นปัญหาใหญ่จนเกือบยอมแพ้ออกตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก เพราะเหมือนไม่สามารถโฟกัสได้เลย ซึ่งต้องยอมรับว่าอาจจะเกิดจากปัญหาทางสายตาของผม หรือ ตำแหน่งที่นั่ง เพียงแต่ช่วงท้ายผมรู้สึกว่าดีขึ้น แม้จะเห็นเป็นเงาซ้อนเมื่อหันหน้าก็ตาม ดูดีไหม กับเทพนิยายหนึ่งเรื่องที่ถูกนำมาทำโดยใช้คนแสดงจริงผมว่าน่าสนใจในระดับหนึ่ง เลือกโรงดิจิตอลดีๆ […]

A Dog’s Purpose

อีกหนึ่งเรื่องจากวรรณกรรมเยาวชนสู่จอภาพยนต์ เรื่องราวความผูกพันของเด็กชาย และ สุนัขที่เลี้ยง ที่มาพร้อมคำถามว่าจุดหมายของชีวิตคืออะไร (ทั้งคนและสุนัข) หนังบอกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของสุนัขที่มีต่อเจ้าของ กับเรื่องราวต่างๆ ปัญหาที่เข้ามา พร้อมกับการพยายามหาจุดหมายของตนจากวัยลูกสุนัข สู่โตเต็มวัย พร้อมๆกับเรื่องราวของเด็กชายผู้เป็นเจ้าของที่มีทั้งจุดสูงสุด และ จุดที่ตกลงมาแบบไม่ทันตั้งตัวซึ่งก็ได้เพื่อนสี่ขานี้เป็นเพื่อนเคียงข้างกายตลอดมา แม้กระทั่งเรื่องรักที่ใช้เวลายาวนานมากสำหรับสุนัขหนึ่งตัว แม้ว่าในส่วนของรายละเอียดนั้นเราคงต้องข้ามความจริงในบางข้อไปบ้างก็ตาม ดูดีไหม ถ้าคุณเป็นคนชอบสุนัข คุณจะเพลิดเพลินไปกับอากัปกิริยาที่แสนน่ารักของสุนัขตัวหลักๆสี่สายพันธ์ที่จะทำให้คุณหลงรัก และ ยิ้มได้ไม่ยาก หากไม่ได้หลงไหลได้ปลื้มกับสุนัขนั้นก็เพลิดเพลินไปกับเรื่องราวได้ในระดับหนึ่งแบบไม่ต้องคิดอะไรมากเหมือนผม(ด้านซ้ายเมื่อจบทุกการเรียนรู้ก็เสียน้ำตาร้องไห้ ด้านขวาก็พลันมีเสียงกรนแบบพองามในจังหวะที่สม่ำเสมอให้ได้ยิน) อันนี้คุณต้องเลือกตัดสินใจเอาเองครับ #ADogsPurpose #ADogsPurposeTH #ADogsPurposeMovie #Bailey #Buddy #Tino #Ellie #purpose #UnitedInternationalPicturesThailand #UIPthailand

Journey to the West: Demon Chapter

เป็นภาพยนต์ที่ดูแล้วชอบอีกเรื่องหนึ่ง เพราะย้อนนึกถึงในตอนที่เป็นเด็กที่เตี่ยจะพาผมไปโรงเจ จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามที่ผมจำไม่ได้แล้ว แต่ที่ผมจำได้คือภาพวาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบนประตู กำแพง ผนัง ไปถึงหลังคา ที่ผมจำได้น่าจะเป็นสองเรื่องคือ โป๊ยเซียน และ ไซอิ๋ว ไม่นับรวมหนังสือการ์ตูน(ที่เป็นเห้งเจียหน้าขาว ใส่ชุดเหลือง) ที่ยังอยู่บนกล่องสีเทียนอีกด้วย ตอกย้ำความทรงจำถึงวันนี้ ระยะเวลานั้นห่างหายเกือบสี่ปีจากภาคแรก[Journey to the West: Conquering the Demons (2013)] โดยมีโจวซิงฉือ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ได้ สฺวี เค่อ หรือ บ้านเรามักเรียกว่า ฉีเค่อ(โปเยโปโลเย) มารับหน้าที่กำกับ แน่นอนว่าการตีความใหม่ในแบบของโจวซิงฉือ บวกกับสไตล์ของฉีเค่อนั้นน่าจะเป็นสูตรที่น่าสนใจ(อารมณ์ดี+สไตล์ภาพ) โดยเนื้อหานั้นน่าจะเป็นการร่วมหลายตอนที่จราเคยอ่าน เคยได้ยินกันอย่างน้อยสามตอนมารวมกันตั้งแต่ปีศาจแมงมุม ปีศาจกระดูก และ นกเก้าหาง ที่นโมาเรียงร้อยกันออกมาเป็นภาคนี้ สิ่งหนึ่งที่ชอบคือการออกแบบ ในหลายฉากหลายตอนตั้งแต่เมืองที่เป็นเหมือนส่วนผสมระหว่างสถาปัตยแบบตะวันออก ใช้สีสันแบบเอเชีย ศิลปะกรรมเอเชียตะวันออก รวมกับภาพส่วนสนุกแบบสมัยใหม่ การออกแบบตัวละคร “นาจา”ที่เป็นการออกแบบใหม่ ที่จำไม่ได้จนกระทั่งได้ยินถึงอาวุธถึงจำได้ว่าเป็นตัวละคร “นาจา” แน่นอนว่าตัวละครกลักทั้งสามตัวอย่าง หงอคง ตื้อโป๊ยไก และ ซั่วเจง […]

Resident Evil: The Final Chapter

จาก Biohazard สู่ Resident Evil เมื้อปี 2002 จนถึงวันนี้ Resident Evil: The Final Chapter (2016) กว่า 14 ปีที่สาวแกร่งอย่างอลิซต้องต่อสู้มาอย่างยาวนานวันนี้ก็ถึงเวลาที่จะปิดฉากต้นกำเนิดซอบบี้เรื่องแรกๆแล้ว เนื้อหาในภาคนี้มุ่งเน้นไปที่การที่อลิซนั้นต้องไปช่วงชิงไวรัสที่จะแก้ไขปัญหาเชื้อไวรัสที่ระบาดเพื่อเป็นการรักษาชีวิตมนุษย์กลุ่มสุดท้ายในโลก โดยต้องแลกมากับการต่อสู้กับสารพัดสิ่งขัดขวางตั้งแต่การเริ่มต้นเดินทางจนถึงแรคคูนซิตี ที่ไม่ได้มีเพียงแต่ภยันตรายที่มองเห็นจากภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภายในจิตใจอันมืดหม่นคดเบี้ยวของตัวละครบางตัวอีกด้วยเช่นกัน สิ่งที่ชอบสำหรับภาคนี้คือการตัดต่อแลละสร้างอารมณ์ร่วมในการชมในหลายๆฉาก โดยเฉพาะการไล่ล่าแบบเล่นซ่อนหาที่ทำให้ลุ้น ผวา จนผู้ชมด้านหลังต้องใช้เท้าดันเก้าอี้นั่งให้พอทราบว่าเราลุ้นมากไปแล้วในหลายๆ ฉาก ในขณะที่การใช้ตัวละครที่โคลนนิ่งนั้นก็ยอกย้อนหักมุมไปมาจนเลิกคิดแล้วว่าใครตัวจริง นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีมุมแบบหนังสยองขวัญที่จับคนกลุ่มหนึ่งโยนเข้าไปในสถาณการณ์ที่ขับขัน จากนั้นก็กำจัดจุดอ่อนที่ละคน จนเหลือผู้ที่เข้มแข์งที่สุด(?) ดูดีไหม เอาความแอ็คชั่นผมว่าคุณน่าจะได้ไปเต็ม แต่ถ้าจะเอาเนื่อหามันก็จบลงแบบเคลียร์ทุกประเด็น เป็นการลงจากบังลังค์แบบสวยงาม(แล้วมีไม่สวยงามเหรอ อืมม์….รุ้จัก Underworld ไหมครับ?) ปีนี้(ตัวละคร)หญิงแกร่งพร้อมใจอำลำจอกัน แต่ก็มีอลิซนี่แหล่ะที่ผมคิดว่าลงแบบสวยงาม จบแบบสมบรูณ์แบบ ผมให้ 3.8/5 ครับ #ResidentEvil #ResidentEvilMovie #ResidentEvilTH #ResidentEvilFinalChapter #SPE #SonyPictures #SonyPicturesTH #ParagonCineplex #Alice

xXx: Return of Xander Cage

ใช้เวลาเกือบ 15 ปี พี่วิน(ดีเซล) ถึงยอมกลับมารับบทบาท(แซนเดอร์ เคจ) อีกครั้ง [xXx (2002) / xXx: State of the Union (2005) / xXx: Return of Xander Cage (2017)] กับ เรื่องราวของ แซนเดอร์ เคจ (วิน ดีเซล) นักกีฬาเอ็กซ์ ตรีมที่ผันตัวมาทำงานในรัฐบาล โดยแซนเดอร์ต้องเผชิญหน้ากับเซียง (ดอนนี่ เยน) นักรบสุดอันตราย ในภารกิจทวงคืนอาวุธอันตรายอย่าง Pandora’s Box ภาพร่วมดูเป็นภาพยนต์ที่รวมดาวเด่นจากทั่วเอเซียมากันครบ(มองในภาพดีน่าจะทำการตลาดในภูมิภาคนี้ได้แบบกินรวบ) เพราะทั้ง ดอนนี่ เยน , จาพนม ยีรัมย์ , ดีพิกา พาดูโคณ , คริส วู เพราะดาราที่หลากหลาย แต่แจงบทบาทอย่างทั่วถึงกันสมำ่เสมอ เพียงแต่ไม่ได้ลงลึกเท่านั้นเอง และหากถามว่า […]

Allied

หนังที่ว่าด้วยความรักของสายลับต่างชาติที่โคจรมาพบกันในงานสำคัญจนปลูกต้นรัก มีพยานรักร่วมกัน แต่หลายอย่างที่คิดว่าจะจบสวยงามแบบเทพนิยายนั้นดูจะเป็นเหมือนภาพชวนเชื่อ หนังปูเรื่องแนะนำตัวละครแบบคราวๆ ผ่านการแสดงที่เข้าคู่กันของแบรด พิตต์ และมาริยง โกติยาร์ ผ่านภาพที่สวยงาม งานฉาก เสื้อผ้าที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผ่านบทคู่กัดแต่แอบมีใจให้กัน ก่อนที่จะต่อยอดไปหลังจากภารกิจเสร็จสิ้น ที่อารมณ์ของหนังนั้นจะตรงข้ามกับคอนต้นเพราะภาวะการกดดัน ความสงสัย ว่าเรื่องใดจริง เรื่องไหนหลอก ที่ได้ภาคดนตรีมาสนับสนุนสร้างความกดดันความรู้สึก ผสานไปกับภาพที่ขมุกขมัวเหมือนความรู้สึกของตัวละคร จวบจนฉากสุดท้ายที่เราจะได้เห็นทุกอย่างและเหตุผลของแต่ละคน สุดท้ายแล้วทางออกของแต่ละคนย่อมต่างกันออกไป ดูดีไหม หนังรักระหว่างสงคราม(สายลับ)หลายคนอาจจะนึกไปถึง Mr.&Mrs. Smith ก็ไม่ผิด แต่จะเป็นเวอร์ชั่นดราม่ามากกว่า เมื่อผ่านครึ่งหลังมา จะเน้นไปที่อารมณ์ของตัวละคร ซึ่งหากคุณไม่ชอบอารมณ์แบบนี้ อาจจะต้องพิจารณากันก่อนครับ #Allied #AlliedMovies #UnitedInternationalPicturesTH #UnitedInternationalPicturesThailand #UIPthailand #ParagonCineplex

Arrival

เมื่อยานรูปร่างแปลกตาลำหนึ่งเดินทางมายังโลก เหล่ามนุษย์ตั้งคำถามกับการมาถึงของมันพร้อมกับคอยเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์โจมตีโลกและเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ กองทัพจึงว่าจ้าง หลุยส์ แบงคส์ (เอมี่ อดัมส์) นักภาษาศาสตร์เพื่อมาเป็นตัวกลางในการแปลภาษาและสื่อสารกับสิ่งที่ไม่มีใครรู้จักในครั้งนี้ ภาพยนต์ไซไฟเรื่องใหม่ที่พลิกตั้งแต่การเลือกตัวละคร จาก ผู้ชายมาเป็นผู้หญิงที่เป็นแกนหลักของเรื่องราวมากกว่า 80% พร้อมทั้งเป็นผู้ดำเนินเรื่องตัวหลัก ขนาดที่ตัวละครหลักฝ่ายชายตัวละครต่างๆนั้นถูกลดอยู่ในระนาบเท่าๆกันเกือบทั้งหมด จนดูเป็นเพียงตัวประกอบเพื่อเติมเต็มเรื่องราวเท่านั้น ซึ่งความเรียบ เงียบนิ่งของ เอมี อดัมส์นั้นสามารถที่จะเอาได้อยู่หมัด ขนาดที่เจอร์มี เรนเนอร์ หรือ ฟอเรสต์ วิตเทกเกอร์ กลายเป็นไม้ประดับ ตามมาด้วยลักษณะของการเล่าเรื่องที่ไม่ได้เป็นแบบดิ่งตรงจากต้นสู่ปลานตอนจบ แต่เป็นการเล่าเรื่องที่ผู้ชมต้องเก็บเกี่ยวข้อมูลที่เข้ามาหาผู้ชมจนสับสนว่า เรื่องราวเนื้อหาอันส่วนใดเป็นส่วนไหน จนผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ผู้ชมน่าจะชินกับลักษณะของการเล่าเรื่องแบบนี้ และไม่ยากสำหรับการคาดเดาคำตอบของคำถามที่มาจากความสงสัยว่าจะถูกต้องหรือไม่ และนี่น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องราวนั้นน่าสนใจที่สุดสำหรับผมในการดูภาพยนต์เรื่องนี้ เรื่องราวทั้งหมดนั้นน่าจะมาประโยคคำถามเพียงประโยคเดียว ทว่าในโลกความเป็นจริงเราไม่สามารถทำได้ ดูดีไหม หากคุณตั้งใจว่าดูเพราะเป็นหนังเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว และ สิ่งที่คาดหวังคืองานทำลายล้างแบบอลังการงานสร้าง คุณจะได้พบแต่ความผิดหวัง เพราะ ฉากทำลายล้างนั้นมีเพียงหนึงฉากจากฝีมือของมนุษย์ ยานของมนุษย์ต่างดาวก็ดูช่างมินิมั่มเสียจนนึกว่ามูจิเป็นคนออกแบบหรือเปล่า แต่หากคุณคาดหวังในสิ่งที่ต่างไปจากภาพยนต์มนุษย์ต่างดาว เรื่องอื่นๆที่คุณคุ้นเคย Arrival จะสามารถตอบสนองคุณได้อย่างเต็มที่ทั้งสิ่งที่มองเห็นแบบผ่านสายตา หรือจะคิดให้ลุ่มลึกแบบปรัชญาให้นั่งวิเคราะห์กันแบบที่ละส่วนก็ตาม ขึ้นอยู่กับมุมมองและการตความของแต่ละคน ถ้าคุณลุ่มหลงในความเป็นแอ็คชั่นของฮอลลีวู้ด เรื่องนี้คือ ยาขมของคุณ ผมให้ 4/5 ครับ #Arrival […]

Sausage Party

เป็นอนิเมชั่นแรงสุดขั้วส่งท้ายปีจริงๆ กับความแรงแบบไม่ยั้งชนิดที่ผู้ใหญ่ยังแทบสำลัก เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงความเหมาะสมสำหรับเด็ก ผมไม่แน่ใจว่าใครเคยคิดเหมือนกันไหมว่าทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรานั้นก็มีชีวิต แต่อาจจะเป็นในด้านที่เรามองไม่เห็น(หรือเปล่า?) สำหรับเรื่องนี้พาเราไปสำรวจชีวิตของกินว่าเป็นอย่างไรทั้งก่อน และ หลัง เมื่อรู้ความจริง สิ่งที่มองว่าเป็นสิ่งที่ดีงามคือ เมื่อเป็นอนิเมชั่นสำหรับผู้ใหญ่แล้วเรื่องราวต่างๆเลยไปสุดทางที่สามารถจะเป็นได้ทั้งการประชดประชัน เสียดสี ในทุกเรื่องทั้งในสังคมแบบอเมริกาเอง บุลคล เรื่องราวที่เป็นสากล จนบางครั้งอาจจะจุกกันได้เลยทีเดียว เพราะบางเรื่องนั้นก็จี้ หรือ ย้ำในเรื่องที่ละเอียดอ่อน อ่อนไหว จนกังวลว่าจะรอดไหม แค่สิบห้านาทีสุดท้ายที่ไปสุดโต่ง(แต่อาจจะเป็นจินตนาการที่หลายคนฝันไว้ก็ได้) ดูดีไหม ถ้ามองในแง่ของความสนุกคงจะสุดในบรรดาอนิเมชั่นที่เคยชมมาอยู่แล้ว แต่ที่ต้องเน้นตัวหนาๆคือ น่าจะเหมาะกับ 20+ ขึ้นไปนะครับ #SausagePartyMovieTH #SausagePartyMovie #SonyPictures #SonyPicturesTH #SPE #แอนิเมชั่นติดเรทที่เด็กห้ามดู #แต่ผู้ใหญ่ไม่ควรพลาด

PASSENGER

หนังว่าด้วยการเดินสารไปยังโลกใหม่ในอนาคต ที่บังเอิญโชคร้ายมีคนตื่นก่อนเวลาไปแค่ 99 ปี แล้วจะทำอย่างไงกับชีวิต หนังดีในหลายๆส่วนเลย ไล่ตั้งแต่การเขียนบทได้ดี เพราะตัวละครหลักๆนั้นมีแค่สองคนกับเวลาเกือบสองชั่วโมง คุณจะทำยังไงให้เรื่องราวไม่น่าเบื่อ (แม้จะมีการเพิ่มเติมตับละครมาอีกสองตัวก็เป็นเหมือนตัวแถมที่มาคั่นเรลามากกว่า) ซึ่งก็มาจากการเข้ากันของตัวเอกอย่างคริส แพร็ตต์ และ เจนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ที่ส่งเสริมกันไปมาอย่างดีทำให้เราเชื่อในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ในขนาดที่เป็นหนังไซไฟขนาดนี้จะขาดขาประจำอย่าง ลอน์เลนซ์ ฟินเบอร์ก ไปได้อย่างไร แต่ที่น่าจะเป็นตัวขโมยซีนนั้นคงเป็นตัวละครอาเธอร์ ตามมาด้วยงานออกแบบการตกแต่งที่คิดว่าเป็นภาพยนตร์อวกาศที่สวยงามรองๆ หรือพอๆกับ GATTAVA เลยทีเดียว ถ้า GATTACA คือ ความน้อยแบบคลาสสิค The Passenger คือ น้อยแบบโมเดิร์น ยานอวกาศ และ ฟังก์ชันยานที่ดูล้ำสมัย แต่ตอบรับกับเรื่องราวในภาพยนต์ รวมไปถึงงานดนตรีสกอร์(บรรเลง) ที่ย้ำถึงอารมณ์ของออโรล่าได้อย่างชัดเจน ถูกจังหวะ หรือในช่วงโค้งสุดท้ายของเรื่องราวที่น่าสนใจ มากกว่าเพลงจบที่ได้ศิลปินดังมาทำเสียอีก ซีจีคงไม่ต้องพูดถึงฉากน้ำในสภาวะสูญญากาศนั้นพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าอาจจะไม่มีจุดที่ไม่ถูกใจผมบ้าง อาทิเช่น ดูๆไปแล้ว ตัวละครของออโรล่านั้นความแข็งแกร่งระดับน้องๆ ของ เจ้าหน้าที่ริฟฟ์ลีย์(Alien) เลยทีเดียวโดยเฉพาะช่วงท้ายๆ หรือ ความสามาของจิมที่จะเป็นวิศวะ หรือ ดีไซน์เนอร์กันแน่ แต่ที่แน่ผมชอบหนังที่หม่น […]

S I N G

มองว่าเป็นอนิเมชั่นสำหรับเทศกาลแห่งความสุขช่วงปลายปีนี้เช่นกัน เพราะ อบอวลไปด้วยความรัก ความเข้าใจ การให้อภัย การก้าวย่างไปข้างหน้า แต่ที่เพิ่มเติมมา คือ “การเป็นแรงบันดาลใจ” ให้กับคนที่มีฝัน หรือมีฝันแต่ไม่กล้าที่จะออกไปไล่ล่าให้ความฝันของตนเองเป็นจริง ซึ่งก็ไม่น่าจะแปลกใจ เพราะได้แรงบัลดาลใจมาจากรายการสุดฮิตที่พึ่งจบ SS.11(ของอเมริกา) อย่าง The Voice นั้นเอง ว่าด้วยเรื่องราวของโรงละคร(เวที)ขาลงที่โชว์ไม่ประสบความสำเร็จ จนตัวเลขแดงทะลุลงติดพื้นแล้ว กับเหล่าตัวละครที่หลากหลายแต่มีหนึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือ การร้องเพลง เมื่อทั้งสองกลุ่มมาเจอกันจึงได้เกิดเป็นภาพยนต์ เรื่อง Sing นั้นเอง ช่วงต้นๆนั้น ถึอว่าทได้น่าสนใจกับการเปิดตัวละครที่มีหลากหลายแต่จะรวบรัดตัดอย่างไร ให้เนื้อหายังครบถ้วนสมบรูณ์ แต่น่าเสียดายที่มาเสียศูนย์ช่วงกลางเรื่องที่อารมณืออกจะเนื่อยเนิบจนสะดุ้ดไปบ้าง นอกนั้นยังถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเลยทีเดียว การออกแบบของค่ายนั้นก็คงจะไม่ได้เน้นความน่ารักอยู่แล้ว(เพราะคงซ้ำกันไปมา) สู้ออกแบบแบบนอกกรอบให้แตกต่าง เพื่อให้คนจดจำได้มากกว่าน่าจะเป็นผลดีในระยะ(กิน)ยาวแบบมินเนียน สำหรับเรื่องนี้คงต้องยกให้คุณป้าคามิลเลียน Miss Crawly ที่ขโมยทุกซีนที่ขวางหน้าจริงๆ ตามมาด้วยสนนพเสียงท่วงทำนองดนตรีที่ขนมาตั้งแต่ ’80 ’90 โซล อาร์แอนด์บี แดนซ์ ป็อป ร็อค แจ็ซ สวิง แร็ป ฮิบฮอบ จะมาแบบท่อน หรือ เต็มก็อัดแน่นจริงๆ จนเหมือนได้รำลึกอดีตวัยเด็กจนถึงตอนนี้จริงกันจริงๆ ดูดีไหม […]

Photo Gallery

The Angry Birds Movie
Log in | Designed by Gabfire themes