JAP CLUB

SpiderMan Homecoming

คงเป็นการ “รีเซ็ต” มากกว่าการ “รีบูต” เพราะว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ของสไปเดอร์แมนที่กรุยทางไปสู่สาแหรกอื่นๆ ของเรื่องราวภายใต้ชายคาเดียวกันอย่าง “มาร์เวล” โดยเรื่องราวนั้นจับในช่วงเวลาตั้งแต่ ดิอเวนเจอร์ภาคแรก จนถึง กัปตันอเมริกา ซีวิลวอร์ และเลยออกมาอีกเล็กน้อย กับ เรื่องราวของการพยายามที่จะพิสูจน์ตัวตน ตัวเอง ที่สุดท้ายแล้วผลที่ตามมานั้นอาจไม่ได้เป็นไปตามที่คาดคิดไว้ ที่บอกว่า “รีเซ้ต” คือ ลีมสไปเดอร์แมนแบบเก่าไปทั้งหมด ทั้งตัวละครและสิ่งแว้ดล้อม(ที่ยังคงเดิมคงเป็นเพียงเพลงธีมที่ยังคงไว้ แต่มาเพียงบางเบาไม่ได้เน้นโฉ่งฉ่างมาก เพราะก็ถูกเพลงจังหวะบีตแบบวัยรุ่นแย่งซีนไป) ตั้งแต่เพื่อน แฟนสาว และ ป้าเมย์!!!!! แน่นอนว่าการรีเซ็ตนั้นจะมีประโยชน์ในการที่เราจะสร้างตัวตนละครขึ้นมาใหม่ แต่จะมีประโยชน์อะไร หากตัวละครหลักถูกละเลย ในแง่มุมของความมีมิติตัวตน ด้วยตัวละครเสริมที่ทั้งมีบทบาท และ ไม่มี จนทำให้เราเห็นแค่ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ที่วิ่ง แล้วก็วิ่ง เปลี่ยนชุดเป็นสไปเดอร์แมน แล้วกระโจนทะยาย วิ่ง โดยขาดความลุ่มลึกของความสัมพันธ์กับตัวละครอย่างป้าเมย์ ทั้งๆที่เรื่องนั้นพยายามที่จะตอกย้ำของ เรื่อง การรักษาความสัมพันธ์ของครอบครัว หรือปมสมการความรัก ทั้งการแอบรักใครสักคน และ เป็นคนที่ใครสักคนแอบรัก ที่สุดท้ายแล้วเป็นแค่อีกหนึ่งปมที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผลลัพธ์นั้นออกมาเป็นศูนย์ ? หากมองข้ามเรื่องย่อหน้าบนไปแล้ว ทุกอย่างนั้นดูจะ เฟรช สดใหม่เพราะไล่ตั้งแต่ […]

THE MUMMY

การรีบูทของภาพยนตร์ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันอย่างดีอย่าง The Mummy ที่เราน่าจะคุ้นตากันในปี 1999 ซึ่งสำหรับปี 2017 นี้คือการเริ่มต้นอีกครั้งกับเรื่องราวในปัจจุบันของการค้นพบมัมมีอย่างไม่คาดคิดที่เป็นผลพ่วงทาจากสงครามก่อการร้าย และด้วยความไม่คาดคิดนี้เป็นสาเหตุของการปลดปล่อยสิ่งชั่วร้ายออกมา ตัวหนังได้ดารานำอย่าง ทอม ครูชมารับบทนำตัวเอกอย่าง นิค มอร์ตัน ซึ่งจากการที่ได้ ทอม ครูซมารับบทนำนี้น่าจะคาดเดาได้ถึงแนวทางของเรีองได้ไม่ยากว่าจะแนวไหน แน่นอนนอนมาว่าเป็นแอึคชั่นจนบางครั้งเหมือนเห็น อีธาน ฮันต์มาประทับร่างกระไรอยู่ ด้วยสไตล์หนังของพี่ทอมหลายคนน่าจะคุ้นกับสไตล์”ข้ามาคนเดียว” เรื่องนี้กึเช่นกันสุดท้ายแล้วถึงจะเป็น “The Mummy” แต่ทุกอย่างก็หมุนรอบพี่ทอม หากย้อนกลับไปภาคหนึ่งและสองจะเห็นว่าซีจีนั้นเน้นหนักไปที่โลกไอยคุปต์โบราณ แต่สำหรับภาคนี้นั้นซีจีเน้นไปที่โลกปัจจุบันมากกว่า อดีตนั้นเป็นเพียงแค่ฉากบอกกล่าวเนื้อหาเบื้องต้นแบบบางๆ โดยโลกปัจจุบันนั้นครบทั้งท้องฟ้า ผืนน้ำ และ ภาคพื้นดีครบทุกรสชาด รวมไปถึงการวางโครงเรื่องเพื่อเชื่อมโยงกับเรื่องต่างๆที่จะมาในอนาคต และ แนะนำตัวละครไปพร้อมๆกัน สรุปง่ายๆคือ โครงสร้างของเรื่องยังคงเดิม หัวขโมยเจ้าเสน่ห์ นักโบราณคดี คู่หูคู่หา สมาคมลับเพื่อปกป้องโลก เพิ่มเติมส่วนหลักคือความแอ็คชั่น (จากพี่ทอม) ส่วนความหวานนั้นอาจจะหายากไปนิด แต่คุณมาดูหนังแอ็คชั่นนี่ครับ ดูดีไหม พูดง่ายๆถ้าไม่ชอบพี่ทอมจบครับ เพราะดูแล้วค่ายน่าจะวางแผนให้พี่แกแบบยาวๆ ไปเลย เพราะจะภาคต่อ หรือ ภาคแยกสำหรับซีรีส์สยองขวัญนี้ แต่ยังไงไม่เท่ากับการที่ยังไงคุณก็หนีแกไม่ทันครับ เพราะ MI6 […]

Baywatch

เมื่อพูดถึง BayWatch สิ่งแรกที่ลอยมาคือ “Pamela Anderson ” ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าใครคือตัวตนของ “BayWatch” อย่างแท้จริง เพราะโลกหมุนไปข้างหน้า “BayWatch” เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนการรีบูตทีมขึ้นมาใหม่ โดยโครงสร้างนั้นยังคงเดิม รวมถึงการวิ่งแบบสโลโมชั่นที่น่าจะเป็นแรงดึงดูดสำหรับหลายคน แต่สับข้างกันที่ฝ่ายชายเป็นตัวแกนนำสังเกตุจากการวางชื้อดาราชายในการเป็นตัวนำการพาดหัวโปสเตอร์ หรือ การขายอื่นๆ กับหน่อยป้องกันชายหาดที่มากกว่าการดูแลช่วยชีวิตคนเล่นน้ำ แต่ดูแลทุกอย่างที่อยู่บนพื้นที่ที่เขาดูแล ซึ่งครั้งนี้พื้นที่ที่พวกเขาดูแลนั้น ต้องเผชิญกับภัยการคุกคามของสิ่งผิดกฎหมาย และ ภายในทีมก็ต้องต้อนรับนักกีฬาดาวร่วงที่ไม่เต็มใจมาทำงานนี้ แฃตามาด้วยการสืบค้นหาความจริงที่มาพร้อมกับการเรียนรู้ตัวเอง และการเรียนรู้ตัวละครอื่นๆรอบข้าง เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างไร ผ่านบทที่โหด มัน ฮา ออกตามภาษาผู้ชาย ตามวิถีของเรื่องราวที่ผมว่าคุณคาดเดาไม่ยากเท่าใดนัก พอเรื่องราวโดนโยนไปทีี่ตัวละครฝ่ายชาย(Dwayne Johnson และ Zac Efron) ก็ตั้งกำแพงในใจเล็กๆว่ามันจะสนุก จะดีไหม แต่เมื่อดูจนจบผมว่า Dwayne Johnson นั้นผ่านนะครับ ส่วน Zac Efron เมื่อเทียบกับ The Rock แล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับตัวละครมากกว่าเพราะเหมือนหุ่นนั้นน่าจะเหมาะกับการประกวดเพราะกายมากกว่า การเป็นการ์ดชายฝั่ง (ในขณะที่ The Rock นั้นดูเหมือนกับผู้ชายที่ทำงานและกล้ามนั้นมาจากส่วนการทำงานนั้น แต่ […]

Guardians of the Galaxy Vol. 2

เป็นเรื่องแรกของปีที่ยกให้ห้าดาวอย่างเต็มใจ ด้วยองค์ประกอบที่ลงตัวในหลายด้านตามความคิดของผม ตั้งแต่เนื้อหาของเรื่องราวที่ไม่ได้ขยายออกไปในมุมกว้างของตัวละคร หรือ นำพาเข้าสู่เหตุการณ์ใหม่ๆ แต่ยังพาไปในเชิงลึกของตัวละครในความเป็นมา(แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมเพลงยุค ’80 จึงมีผลต่อตัวละคร หรือ ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ทับซ้อนกั่น (ช่างเหมีอนข่าวแถวๆ สารขัณฑ์ประเทศเมื่อลูกออกตามหาพ่อที่แท้จริง หลังจากเติบโตมากับพ่อเลี้ยง ปมความสัมพันธ์ที่ทำให้พี่น้องสองสาวต้องห่ำหันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยเฉพาะในส่วนของตัวละครอย่าง ปีเตอร์(สตาร์ ลอร์ด) ปมมีดในหัวใจ ความโหยหา การขาดไปของบางสิ่งใน จนเกิดทำให้เกิดหลุมดำในใจที่ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด การกลับมาของครอบครัวในแบบของเพื่อนเก่าและใหม่ที่มาเติมเต็มคำว่าครอบครัว จนอยากให้ใส่เพลง “We are family” เข้าไปจริงๆ(แต่อาจจะไม่ได้เข้าคอนเซ็ปต์ ’80 จึงหลุด?) ประสิทธิภาพของการเป็น 3D นั้นไม่ใช่แค่การยกภาพหรีอคนขึ้นมาลอยๆ จากพื้นหลังเท่านั้น แต่ในครั้งนี้มาพร้อมมิติแสงเงาที่ส่งผลให้มีมิติมากกว่าการเป็นแค่ภาพที่ลอยออกมาพื้นหลังเท่านั้น ครอบคลุมไปถึงฉากต่างโดยเฉพาะดาวอีโก้ ทีี่เป็นซีจีที่ให้ทั้งความอลังการ เปลี่ยวเหงารกร้างในฉาก จะว่าไปแล้วก็เริ่มตั้งแต่ช่วงเปิดเรี่องแล้วกับกรู๊ตน้อยภาพแบบอารมณ์ลองเทคยาวหมุนไปสลับกับการโชว์ซีจี ระบบเสียง การเล่นมุขเรียกเสียงหัวเราะจากคนชม โดยการวางฉากอย่างต่อเนื่องขณะที่กรู๊ตน้อยวนไปจนครบ 360 องศาก็จบพอดี ในขณะที่หนังสามมิติส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างจะขาดความชัดของภาพและสี(พูดง่ายๆว่ามือ) แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่เป็นเช่นนั้น โดยหลายๆฉากนั้นแสงปกติเหมือนภาพยนต์ปกติ(ง่ายๆเทียบกับ Beaty) เพลงประกอบนั้นแยกเป็นสองส่วน คือ เพลงร้องที่ใครเคยฟังจากมิกซ์เทปเมื่อภาคแรกก้น่าจะคาดเดาได้ไม่ยาก เพราะยังคงความเป็นดนตรีของยุค 80 อย่างชัดเจน ซึ่งเพลงนั้นก้ไม่ได้เลือกมาแบบขอไปที่แต่มีทั้งที่มาและความเป็นไปที่ถูกอธิบายไว้ในภาพยนต์ ในขณะที่ภาคสกอร์ […]

Smurfs: The Lost Village

ส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นสเมิร์ฟภาพยนต์ภาคที่ดีที่สุดที่เคยดูมา จากการ์ตูนที่เคยดูในทีวีตอนเด็กๆ ที่ดูแล้วอาจจะเลือนลางไม่ชัดเจนเท่าแมวสีฟ้าของฝั่งญี่ปุ่น จนมาวัยทำงานที่มีการนำเอาสเมิร์ฟกลับมาตั้งแต่ The Smurfs (2011) / The Smurfs 2 (2013) จนมาถึงล่าสุดในวันนี้คือ Smurfs: The Lost Village (2017) ส่วนตัวแล้วคิดว่าสาเหตุที่บอกว่าเป็นภาคที่ดีที่สุดนั้นน่าจะมาจากการที่กลับคืนไปสู่ความเป็นอนิเมชั่น เพราะ ที่ผ่านมาเมื่อนำเอาเรื่องราวของเหล่าสเมิร์ฟไปประกอบกับการนำมาเล่นกับคนจริงๆ ทำให้รู้สึกไม่คุ้นเคย เหมือนคนละเรื่องที่เคยดูมาเมื่อตอนเป็นเด็ก อาจจะเพราะต้นฉบับที่เราเคยดูนั้นมีแต่เพียงโลกของเหล่าสเมิร์ฟที่มีเรื่องวุ่นวายกับตัวละครพวกเดียวกันเอง หรือ กาก้าเมล(ทีเป็นมนุษย์คนเดียวในเรื่องที่คุ้นเคย) ไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาข้องเกี่ยว แต่สำหรับ Smurfs: The Lost Village นอกจากการปรับให้มาเล่าเรื่องราวของเหล่าสเมิร์ฟแล้ว ก็มีการปรับเปลี่ยนภาพให้เป็นการมีมิติมากขึ้นของ(จากสองมิติเป็นสามมิติตามพิมม์นิยม แม้ว่าจะดูโรงดิจิตอลธรรมดา ไม่ต้องเป็น 3D ก็สามารถทีจะสัมผัสจุดนี้ได้) รวมถึงความคมชัด สีสันที่ดูแล้วน่าจะทำเพื่อมาโชว์ประสิทธิภาพของทางทำงานกราฟิกจริงๆ ซึ่งก็มีผลสืบเนืองมาจากการออกแบบตัวละคร สิ่งแว้ดล้อมในเรื่องใหม่ที่เอื้ออำนวยต่อการเล่นสีสัน ความละเอียดของภาพอย่างชัดเจน ผลลัพธ์ที่ออกมาคือความประทับใจของคนดูอย่างผม ดูดีไหม อย่างที่ผมบอกว่าสำหรับผมแล้วภาคนี้เป็นภาคที่ดีที่สุดในความคิดของผม แนะนำโรงดิจิตอลดีๆ แล้วนั่งชมอย่างเพลิดเพลินได้เลยครับ ผมให้ 4/5 สำหรับการเทียบเคียงกับภาคอื่นๆและประสิทธิภาพของภาพ #SonyPictures #SonyPicturesThailand #SPE #SonyPicturesEntertainment […]

Ghost in the shell

ภาพยนต์ที่ว่าด้วยกานผสานของหุ่นยนต์ และ มนุษย์เข้าด้วยกันจนทำให้ความต่างเหลือเพียงเส้นบางๆ กับผ่านบนจอที่แลดงให้เห็นขบวนการสร้างนี้ ตามมาด้ายการแนะนำตัวละครผ่านฉากแอ็คชั่นซีจีอลังการแทบจะทุกช็อต(แต่เป็นข้อดีอย่างแรกๆสำหรับเรื่องนี้เลย เพราะขอบเขตจินตนาการของเรื่องนี้ สามารถนำซีจีมาใช้ได้อย่างเต็มที่ แต่คุณภาพจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่ความชอบแต่ละคน) จากนั้นก็เริ่มเป็นการตามหาความจริงของของตัวละคร ที่พาเราไปพบกับความไม่ปกติวองระบบ ส่วนตัวค่อนข้างมีอคติกับภาพยนต์ฮอลีวูดนำภาพยนค์จากทางเอเซียมาทำใหม่หรือตีความใหม่ อาจจะเป็นเพราะว่าเนื่องจาดแนวคิด วิธีคิด และ ความเชื่อที่ค่างกัน เลยเกิดมุมมองที่ค่างกันแม้ว่าจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ตาม ส่วนตัวมองว่าสำหรับ Ghost in the shell นี้คือความกำกึ่งกันของทั้งสองฝั่งที่ยังไม่ผสมผสานกันจึงทำให้บางช่วงตอนนั้นขาดความน่าสนใจไป ส่วนตัวมองว่าถ้านำโครงเรื่องไปประยุกต์ในแบบผู้กำกับ หรือ แบบตะวันตกไปสุดโต่งเลยอาจจะได้ผลลัพธ์ที่แปลกและน่าสนใจมากกว่านี้หรือเปล่า? เพราะซีจีคือหัวใจหลักของการสร้างเรื่องราวสำหรับ Ghost in the shell นี้ในแทบจะทุกฉากและตัวละคร เราจึงได้เห็นความอลังการในการตีรูปแบบเมืองที่มีการนำเอาคอพพิวเตอร์มาใช้ในทุกส่วนที่แสดงความศิวิไลต์ ก็สามารถทำได้สมจริงเลยทีเดียว หรือ การผสมผสานความเป็นหุ่นกับมนุษย์ที่ไม่ได้เป็นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่นอกเมืองที่สำหรับมนุษย์เจริงๆอยู่นั้น คือ ภาพที่ตัดกับชีวิตในเมือง ทั้งในแง่ของความจริง ที่ไม่ต้องใช้ซีจีตกแต่ง รวมไปถึงความเป็นมนุษย์ ตัวตนคนจริงๆ โดยภาพความเป็นสามมิติ และ ความคมชัดของภาพจะชัดเจนมากในครึ่งหลัง อาจจะเป็นเพราะภาพในส่วนนี้นั้นเป็นเหมือนช่วงที่ตัวละครเริ่มพบคำตอบที่ตามหาแล้ว เพราะหลายฉากนั้นคมชัดเมื่อเทียบกับภาพตอนต้นเรือง ดูดีไหม สำหรับผมที่ไม่เคยดูอนิเมะแบบต้นฉบับก็เข้าใจได้ สำหรับปรัซญาทางตะวันออกที่ดูน่าจะเป็นธีมในเรื่องราวนั้นก็ไม่น่าจะยากในการเข้าถึงเท่าใดนัก ความเป็นมิตินั้นส่วนตัวถึงว่าใช้ได้ ฉากที่ขับเน้นความเป็นสามมิติแสดงออกมานั้นดูจะมีไม่มาก และ ไม่ค่อยต่างจากเรื่องอื่นๆเท่าใดนัก (ดารกระจายของน้ำช่วงท้ายๆเรื่องผมว่าดูแปลกๆ) […]

Get Out

คงต้องบอกว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ชอบมากที่สุดในตอนนี้ เพราะในทุกเนื้อหานั้นดูจะทำให้เราสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าอะไร จนถึงช่วงสุดท้ายที่ทุกอย่างระเบิดออกมาพร้อมกับอารมณ์ตัวละคร ซึ่งจะพูดอะไรไปก็กลัวที่จะหลุดสปอยต์ออกมาจริงๆ นักแสดงนั้นเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าสำหรับบ้านเราสักเท่าใดนัก แต่ความสามารถการแสดงในเรื่องนี้นั้นดีเลยทีเดียวโดยเฉพาะกับตัวละครที่ต้องแสดงความสับสนของตัวละคร อารมณ์ออกมา หรือ ความเรียบนิ่งที่สามารถพลิกเป็นความบ้าคลั่งได้ภายในช่วงเวลาไม่กี่วินาที ดูดีไหม ลึกลับ สยองขวัญ ไซไฟ ดีทั้งการเล่าเรื่อง การวางตัวละคร ที่จะทำให้คุณนั้งไม่ติดตลอดการชม ผมให้ 4/5 ครับ อยากให้ลองไปชมกัน แม้ดูจะเป็นหนังเล็กแต่เปี่ยมประสิทธิภาพครับ(เขียนมากกว่านี้กลัวหลุดสปอยต์โดยไม่รู้ตัว) ไม่อยากให้พลาดจริงๆครับ #GetOut #GetOutMovie #GetrOutTH #GetOutMovieTH #UIPThailand #ParagonCineplex #Horror #Mystery

L I F E

ภาพยนตร์ว่าด้วยการค้นหาสิ่งมีชีวิตในจักรวาล และเมื่อพบเจอ เตรียมการนำกลับมาสู่โลกทว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด จึงเปลี่ยนสถานีอวกาศให้เป็นสถานีสยองขวัญแทน จากพล็อตเนื้อหาย่อหน้าแรกถ้าเติม การเชิดชูเพศหญิงหลายคนอาจจะนึกถึงภาพยนตร์ซีรีส์ของมนุษย์ต่างดาวอีกเรื่องหนึ่งได้ไม่ยาก เพราะหลายฉากหลายตอนนั้นแม้ไม่ตั้งใจ แต่ด้วยความที่อีกเรื่องนั้นดูจะเป็นมาสเตอร์ของหนังแนวนี้ไปแล้วจึงไม่ยากที่จะถูกนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ เช่น ฉากร่วมกินอาหารพร้อมหน้ากันเป็นมื้อสุดท้าย การถูกไล่ล่าจากสิ่งที่เหนือกว่า การพัฒนาการที่เติบโตพร้อมความสยองในการสังหารเหยื่อ หนังเปิดตัวด้วยภาพนอกโลกได้อย่างสวยงาม ก่อนที่จะแนะนำภารกิจเร่งด่วนของตัวละคร พร้อมกับแนะนำปูพื้นตัวละคร พร้อมปมของตัวละครแต่ละคนที่ทำให้มาอยู่บนสถานีอวกาศแห่งนี้ การรับตัวอย่างของลิ่งมีชีวิต ที่ค่อยๆพัฒนาพร้อมมากับความสยองจนถึงฉากสุดท้าย การเล่าเรื่องนั้นจะมีช่วงกลางเรื่องที่อาจจะเบา เนื่อยไปบ้างช่วงที่เหลือเอาคนดูได้อยู่หมัดชนิดที่ตามติดกันฉากต่อฉาก สิ่งที่น่าสนใจและดีที่สุดคือ ดนตรีประกอบที่น้อยแต่ถูกจังหวะ ถูกเวลา ปริมาณทื่เหมาะสม ไม่ขโมยซีน เน้นอารมณ์ได้ถูกต้อง การถ่ายภาพที่ต่อเนื่องลื่นไหลจากตัวละครหนึ่งไปยังอีกตัวละครที่มีการออกแบบฉากของสถานีอวกาศที่ทำให้เกิดภาพต่อเนื่องได้สวยงาม แม้บางช่วงที่มากไปอาจจะทำให้เวียนหัวไปบ้าง การออกแบบสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่น่ารักในตอนเริ่มต้น จนค่อยๆกลายเป็นฝันร้ายที่ค่อยเพิ่มมากขึ้น ดูดีไหม ในความที่เป็นหนังไซไฟที่อยู่ในสถานที่ปิดล้อม และถูกไล่ล่า ที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด เอาเพียงเท่านี้ไม่ต้องเปรียบเทียบกับเรื่ืองอื่น ผมว่าอารมณ์ ภาพรวม นั้นสามารถทำให้เราคนดูนั้นมีความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครได้ดีเกิน 70% เลยทีเดียวที่เหลือ คงเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมได้ #มารยาทในการชมภาพยนต์ ดูได้โดยที่ไม่ต้องพากย์ หรือ คาดเดาเรืองแบบที่ต้องให้คนรอบข้างได้ฟังความคิดขนาดนั้นก็เป็นไปได้ และ การที่ไม่ได้ที่นั่งตามที่ตัวเองต้องการ ก็ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้นอาศัยการที่รู้จักพีอาร์เป็นการส่วนตัวก็ย้ายที่นั่งแบบไม่ต้องเกรงใจคนที่นั่งก่อนอยู่อย่างใด #คนไทยมีน้ำใจ แต่ #คนไทยมีมารยาท ที่ควรจะขอกันก่อนนะครับ ผมให้ 3.5/5 สำหรับภาพยนต์ […]

Beauty and the Beast

คงเดิม เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง น่าจะเป็นนิยามสั้นๆ สำหรับ beauty and the beast เวอร์ชั่นปี 2017 นี้ได้เป็นอย่างดี คงเดินในเนื้อหามากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่เราคุ้นเคยมาจากฉบับอนิเมชั่นของตัวดิสนีย์เองทั้งในมุมกล้อง บทสนทนา เพลงประกอบ เพิ่มเติม ความลึกเบื้องหลังของตัวละครให้มีมิติใกล้เคียงความเป็นคนทั้งในเรื่องของครอบครัว ความสัมพันธ์ ที่มาที่ไปของเหตุการณ์ในอดีตที่ส่งผลต่อสาเหตุของการตัดสินใจของเรื่องราว เปลี่ยนแปลง ในหลายจุดเพื่อเพื่อเพิ่มความสมเหตุและผล ทำให้ความลื่นไหลของตัวละคร ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้นส่งผลต่อการดำเนินเรื่อง และ เนื้อหา ขอชมในล่วนของซีจีอย่างแรงที่ตั้งใจทำแบบจัดเต็มแทบทุกฉาก(ฉากทุ่งหญ้าที่เบลล์เดินขึ้นไปร้องเพลง การเลื่อนไหลของเครื่องแขวนสีทองที่ลื่นไหลพริ้วไหวลงมากลายเป็นลายลูกไม้ของเสื้อ ที่หนีบหู ตัวละครต่างๆในปราสาทที่เคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิตจริงๆ งานออกแบบที่แม้จะไม่โกธิคแบบสุดกู่ตามอนิเมชั่น แต่มีกลิ่นจางๆอย่างพวกกากอยต์ นอกนั้นดูจะเป็นตามสมัยนิยมที่เป็นคลาสสิคกับตัวละครในปราสาททั้งในยามที่มีความเป็นคน หรือ กลายเป็นเครื่องใช้ไม้สอยก็ตาม แต่สิ่งที่ชอบมากๆอีกอย่างนั้นคือการได้ดารารุ่นใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเอ็มม่า ทอมสัน คาร์วิน ไคลซ์(คนนี้ผมว่าหายไปนานมาก) มาร่วมงาน ในส่วนของเพลงประกอบ(สกอร์ และ เพลงที่เป็นบทสนทนา)ผมว่าเสมอตัวเมื่อเทียบกับอนิเมชั่น ส่วนที่เป็นปัญหาในความคิดของผมคือ เรื่องของการเป็น 3D ที่ดูจะเป็นปัญหาใหญ่จนเกือบยอมแพ้ออกตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก เพราะเหมือนไม่สามารถโฟกัสได้เลย ซึ่งต้องยอมรับว่าอาจจะเกิดจากปัญหาทางสายตาของผม หรือ ตำแหน่งที่นั่ง เพียงแต่ช่วงท้ายผมรู้สึกว่าดีขึ้น แม้จะเห็นเป็นเงาซ้อนเมื่อหันหน้าก็ตาม ดูดีไหม กับเทพนิยายหนึ่งเรื่องที่ถูกนำมาทำโดยใช้คนแสดงจริงผมว่าน่าสนใจในระดับหนึ่ง เลือกโรงดิจิตอลดีๆ […]

A Dog’s Purpose

อีกหนึ่งเรื่องจากวรรณกรรมเยาวชนสู่จอภาพยนต์ เรื่องราวความผูกพันของเด็กชาย และ สุนัขที่เลี้ยง ที่มาพร้อมคำถามว่าจุดหมายของชีวิตคืออะไร (ทั้งคนและสุนัข) หนังบอกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของสุนัขที่มีต่อเจ้าของ กับเรื่องราวต่างๆ ปัญหาที่เข้ามา พร้อมกับการพยายามหาจุดหมายของตนจากวัยลูกสุนัข สู่โตเต็มวัย พร้อมๆกับเรื่องราวของเด็กชายผู้เป็นเจ้าของที่มีทั้งจุดสูงสุด และ จุดที่ตกลงมาแบบไม่ทันตั้งตัวซึ่งก็ได้เพื่อนสี่ขานี้เป็นเพื่อนเคียงข้างกายตลอดมา แม้กระทั่งเรื่องรักที่ใช้เวลายาวนานมากสำหรับสุนัขหนึ่งตัว แม้ว่าในส่วนของรายละเอียดนั้นเราคงต้องข้ามความจริงในบางข้อไปบ้างก็ตาม ดูดีไหม ถ้าคุณเป็นคนชอบสุนัข คุณจะเพลิดเพลินไปกับอากัปกิริยาที่แสนน่ารักของสุนัขตัวหลักๆสี่สายพันธ์ที่จะทำให้คุณหลงรัก และ ยิ้มได้ไม่ยาก หากไม่ได้หลงไหลได้ปลื้มกับสุนัขนั้นก็เพลิดเพลินไปกับเรื่องราวได้ในระดับหนึ่งแบบไม่ต้องคิดอะไรมากเหมือนผม(ด้านซ้ายเมื่อจบทุกการเรียนรู้ก็เสียน้ำตาร้องไห้ ด้านขวาก็พลันมีเสียงกรนแบบพองามในจังหวะที่สม่ำเสมอให้ได้ยิน) อันนี้คุณต้องเลือกตัดสินใจเอาเองครับ #ADogsPurpose #ADogsPurposeTH #ADogsPurposeMovie #Bailey #Buddy #Tino #Ellie #purpose #UnitedInternationalPicturesThailand #UIPthailand

Photo Gallery

The Angry Birds Movie
Log in | Designed by Gabfire themes