Categories

Archive

IT [Review]

คนเรามักมีความกลัวอยู่ในจิตใจเป็นพื้นฐานจะมีมากหรือน้อยก็แตกต่างกันไป ครอบครัว พื้นฐานของสิ่งแวดล้อมที่เติบโตมาก คือ สิ่งที่มีผลต่อความกลัว คนที่ขาดไม่สมบรูณ์อาจจะไม่รู้สึกกลัว เพราะสิ่งที่มีอยู่อาจทำให้ด้านชา ส่วนคนที่พร้อมทุกอย่างไม่เคยพบพานความทุกข์ เมื่ออกจากกรอบเพียงเล็กน้อย อาจจะมีความกลัวมหาศาล หนังเล่าเรื่องของกลุ่มเด็กทั้งใหม่และเก่าที่ถูกเรียกว่าเป็นพวก “ขี้แพ้”

American Made [Review]

เหมือนคำกล่าวโบราณของไทยที่ว่าไว้ “ขี่หลังเสือ” แล้วน่าจะหาลู่ทางวิธีลงน่าจะลำบากอยู่ จากการทำงานเป็นนักบินของสายการบิน สู่การทำงานให้รัฐบาลที่ถูกบังคับ(และสมยอม) นำมาซึ่งการทับซ้อนของผลประโยชน์และหน้าที่จนถึงจุดหนึ่งที่ตัวละคร ต้องถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวอันซับช้อน ผ่านการถ่ายทอดด้วยกล้องวีดีโอเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวให้เราได้ชมกัน ด้วยการที่เป็นเรื่องราวที่สร้างมาจากโครงเรื่องจริง(ฺBase on True Story) จึงมีการนำเสนอทั้งในส่วนของภาพวีดีโอของจริงจากช่วงเหตุการณ์นั้น(สมัยประธานาธิบดีโรนัลล์ เรแกน) วีดีโอของตัวละคร(Barry Seal)ที่ถ่ายบอกเรื่องราวของตนเอง และ ภาพแบบปกติที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ สลับกันไปมา แต่ไม่สร้างปัญหาของการเล่าเรื่องแต่อย่างใด โดยเริ่มต้นปูพื้นในสายงานอาชีพ จุดพลิกผันของการงาน การทำงานที่ซ้อนทับกันที่ภาระหน้าที่เหล่านั้นตัวละครถูกโยนเข้ามาใส่อย่างไม่เต็มใจ จนไปถึงบทสรุปของเรื่องราวเมื่อความลับไม่มีอยู่ในโลก บทสุดท้ายที่เราคนดูต้องตามลุ้นไปด้วย ความเป็นคนอารมณ์ดีของตัวละครหลักอย่สงแบรี่ ชึล แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวิกฤตก้ตาม(หนึ่งในลักษณะของนิสัยที่เด่นของตัว Seal)แต่เมื่อเรื่องราวเริ่มผ่านไปครึ่งหนึ่งความตึงเครียสของปัญหาต่างๆ เริ่มทำให้ตัวละครของ Seal นั้นเริ่มตึงเครียสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้โทนภาพยนต์นั้นปรับไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ตัวละครนั้นยังคงอยู่ไม่ปรับ คือนิสัยของการที่เป้นคนรักครอบครัว ที่สุดท้ายแม้ว่านิสัยข้อนี้จะนำมาซึ่งหายนะอย่างร้ายแรงตามมาก่อนที่จะขมวดและเดินหน้าสู้ช่วงสุดท้าย ส่วนที่ชอบคงเป้นของเรื่องการถ่ายภาพของหนังช่วงแรกๆ ภาพให้อารมณ์เหมือนถ่ายมาจากกล่องโลโม่(ออกแนวย้อมสี) และ เพลงประกอบที่ดูจะจัดเต็มในยุคของเรื่องราวที่เกิดขึ้น Read more ›

SpiderMan Homecoming

คงเป็นการ “รีเซ็ต” มากกว่าการ “รีบูต” เพราะว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ของสไปเดอร์แมนที่กรุยทางไปสู่สาแหรกอื่นๆ ของเรื่องราวภายใต้ชายคาเดียวกันอย่าง “มาร์เวล” โดยเรื่องราวนั้นจับในช่วงเวลาตั้งแต่ ดิอเวนเจอร์ภาคแรก จนถึง กัปตันอเมริกา ซีวิลวอร์ และเลยออกมาอีกเล็กน้อย กับ เรื่องราวของการพยายามที่จะพิสูจน์ตัวตน ตัวเอง ที่สุดท้ายแล้วผลที่ตามมานั้นอาจไม่ได้เป็นไปตามที่คาดคิดไว้ ที่บอกว่า “รีเซ้ต” คือ ลีมสไปเดอร์แมนแบบเก่าไปทั้งหมด ทั้งตัวละครและสิ่งแว้ดล้อม(ที่ยังคงเดิมคงเป็นเพียงเพลงธีมที่ยังคงไว้ แต่มาเพียงบางเบาไม่ได้เน้นโฉ่งฉ่างมาก เพราะก็ถูกเพลงจังหวะบีตแบบวัยรุ่นแย่งซีนไป) ตั้งแต่เพื่อน แฟนสาว และ ป้าเมย์!!!!! แน่นอนว่าการรีเซ็ตนั้นจะมีประโยชน์ในการที่เราจะสร้างตัวตนละครขึ้นมาใหม่ แต่จะมีประโยชน์อะไร หากตัวละครหลักถูกละเลย ในแง่มุมของความมีมิติตัวตน ด้วยตัวละครเสริมที่ทั้งมีบทบาท และ ไม่มี จนทำให้เราเห็นแค่ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ที่วิ่ง แล้วก็วิ่ง เปลี่ยนชุดเป็นสไปเดอร์แมน แล้วกระโจนทะยาย Read more ›

THE MUMMY

การรีบูทของภาพยนตร์ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันอย่างดีอย่าง The Mummy ที่เราน่าจะคุ้นตากันในปี 1999 ซึ่งสำหรับปี 2017 นี้คือการเริ่มต้นอีกครั้งกับเรื่องราวในปัจจุบันของการค้นพบมัมมีอย่างไม่คาดคิดที่เป็นผลพ่วงทาจากสงครามก่อการร้าย และด้วยความไม่คาดคิดนี้เป็นสาเหตุของการปลดปล่อยสิ่งชั่วร้ายออกมา ตัวหนังได้ดารานำอย่าง ทอม ครูชมารับบทนำตัวเอกอย่าง นิค มอร์ตัน ซึ่งจากการที่ได้ ทอม ครูซมารับบทนำนี้น่าจะคาดเดาได้ถึงแนวทางของเรีองได้ไม่ยากว่าจะแนวไหน แน่นอนนอนมาว่าเป็นแอึคชั่นจนบางครั้งเหมือนเห็น อีธาน ฮันต์มาประทับร่างกระไรอยู่ ด้วยสไตล์หนังของพี่ทอมหลายคนน่าจะคุ้นกับสไตล์”ข้ามาคนเดียว” เรื่องนี้กึเช่นกันสุดท้ายแล้วถึงจะเป็น “The Mummy” แต่ทุกอย่างก็หมุนรอบพี่ทอม หากย้อนกลับไปภาคหนึ่งและสองจะเห็นว่าซีจีนั้นเน้นหนักไปที่โลกไอยคุปต์โบราณ แต่สำหรับภาคนี้นั้นซีจีเน้นไปที่โลกปัจจุบันมากกว่า อดีตนั้นเป็นเพียงแค่ฉากบอกกล่าวเนื้อหาเบื้องต้นแบบบางๆ โดยโลกปัจจุบันนั้นครบทั้งท้องฟ้า ผืนน้ำ และ ภาคพื้นดีครบทุกรสชาด รวมไปถึงการวางโครงเรื่องเพื่อเชื่อมโยงกับเรื่องต่างๆที่จะมาในอนาคต และ แนะนำตัวละครไปพร้อมๆกัน สรุปง่ายๆคือ โครงสร้างของเรื่องยังคงเดิม หัวขโมยเจ้าเสน่ห์ นักโบราณคดี คู่หูคู่หา Read more ›

Baywatch

เมื่อพูดถึง BayWatch สิ่งแรกที่ลอยมาคือ “Pamela Anderson ” ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าใครคือตัวตนของ “BayWatch” อย่างแท้จริง เพราะโลกหมุนไปข้างหน้า “BayWatch” เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนการรีบูตทีมขึ้นมาใหม่ โดยโครงสร้างนั้นยังคงเดิม รวมถึงการวิ่งแบบสโลโมชั่นที่น่าจะเป็นแรงดึงดูดสำหรับหลายคน แต่สับข้างกันที่ฝ่ายชายเป็นตัวแกนนำสังเกตุจากการวางชื้อดาราชายในการเป็นตัวนำการพาดหัวโปสเตอร์ หรือ การขายอื่นๆ กับหน่อยป้องกันชายหาดที่มากกว่าการดูแลช่วยชีวิตคนเล่นน้ำ แต่ดูแลทุกอย่างที่อยู่บนพื้นที่ที่เขาดูแล ซึ่งครั้งนี้พื้นที่ที่พวกเขาดูแลนั้น ต้องเผชิญกับภัยการคุกคามของสิ่งผิดกฎหมาย และ ภายในทีมก็ต้องต้อนรับนักกีฬาดาวร่วงที่ไม่เต็มใจมาทำงานนี้ แฃตามาด้วยการสืบค้นหาความจริงที่มาพร้อมกับการเรียนรู้ตัวเอง และการเรียนรู้ตัวละครอื่นๆรอบข้าง เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างไร ผ่านบทที่โหด มัน ฮา ออกตามภาษาผู้ชาย ตามวิถีของเรื่องราวที่ผมว่าคุณคาดเดาไม่ยากเท่าใดนัก พอเรื่องราวโดนโยนไปทีี่ตัวละครฝ่ายชาย(Dwayne Johnson และ Zac Efron) ก็ตั้งกำแพงในใจเล็กๆว่ามันจะสนุก จะดีไหม แต่เมื่อดูจนจบผมว่า Dwayne Read more ›

Guardians of the Galaxy Vol. 2

เป็นเรื่องแรกของปีที่ยกให้ห้าดาวอย่างเต็มใจ ด้วยองค์ประกอบที่ลงตัวในหลายด้านตามความคิดของผม ตั้งแต่เนื้อหาของเรื่องราวที่ไม่ได้ขยายออกไปในมุมกว้างของตัวละคร หรือ นำพาเข้าสู่เหตุการณ์ใหม่ๆ แต่ยังพาไปในเชิงลึกของตัวละครในความเป็นมา(แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมเพลงยุค ’80 จึงมีผลต่อตัวละคร หรือ ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ทับซ้อนกั่น (ช่างเหมีอนข่าวแถวๆ สารขัณฑ์ประเทศเมื่อลูกออกตามหาพ่อที่แท้จริง หลังจากเติบโตมากับพ่อเลี้ยง ปมความสัมพันธ์ที่ทำให้พี่น้องสองสาวต้องห่ำหันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยเฉพาะในส่วนของตัวละครอย่าง ปีเตอร์(สตาร์ ลอร์ด) ปมมีดในหัวใจ ความโหยหา การขาดไปของบางสิ่งใน จนเกิดทำให้เกิดหลุมดำในใจที่ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด การกลับมาของครอบครัวในแบบของเพื่อนเก่าและใหม่ที่มาเติมเต็มคำว่าครอบครัว จนอยากให้ใส่เพลง “We are family” เข้าไปจริงๆ(แต่อาจจะไม่ได้เข้าคอนเซ็ปต์ ’80 จึงหลุด?) ประสิทธิภาพของการเป็น 3D นั้นไม่ใช่แค่การยกภาพหรีอคนขึ้นมาลอยๆ จากพื้นหลังเท่านั้น แต่ในครั้งนี้มาพร้อมมิติแสงเงาที่ส่งผลให้มีมิติมากกว่าการเป็นแค่ภาพที่ลอยออกมาพื้นหลังเท่านั้น ครอบคลุมไปถึงฉากต่างโดยเฉพาะดาวอีโก้ ทีี่เป็นซีจีที่ให้ทั้งความอลังการ เปลี่ยวเหงารกร้างในฉาก จะว่าไปแล้วก็เริ่มตั้งแต่ช่วงเปิดเรี่องแล้วกับกรู๊ตน้อยภาพแบบอารมณ์ลองเทคยาวหมุนไปสลับกับการโชว์ซีจี ระบบเสียง การเล่นมุขเรียกเสียงหัวเราะจากคนชม Read more ›

Smurfs: The Lost Village

ส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นสเมิร์ฟภาพยนต์ภาคที่ดีที่สุดที่เคยดูมา จากการ์ตูนที่เคยดูในทีวีตอนเด็กๆ ที่ดูแล้วอาจจะเลือนลางไม่ชัดเจนเท่าแมวสีฟ้าของฝั่งญี่ปุ่น จนมาวัยทำงานที่มีการนำเอาสเมิร์ฟกลับมาตั้งแต่ The Smurfs (2011) / The Smurfs 2 (2013) จนมาถึงล่าสุดในวันนี้คือ Smurfs: The Lost Village (2017) ส่วนตัวแล้วคิดว่าสาเหตุที่บอกว่าเป็นภาคที่ดีที่สุดนั้นน่าจะมาจากการที่กลับคืนไปสู่ความเป็นอนิเมชั่น เพราะ ที่ผ่านมาเมื่อนำเอาเรื่องราวของเหล่าสเมิร์ฟไปประกอบกับการนำมาเล่นกับคนจริงๆ ทำให้รู้สึกไม่คุ้นเคย เหมือนคนละเรื่องที่เคยดูมาเมื่อตอนเป็นเด็ก อาจจะเพราะต้นฉบับที่เราเคยดูนั้นมีแต่เพียงโลกของเหล่าสเมิร์ฟที่มีเรื่องวุ่นวายกับตัวละครพวกเดียวกันเอง หรือ กาก้าเมล(ทีเป็นมนุษย์คนเดียวในเรื่องที่คุ้นเคย) ไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาข้องเกี่ยว แต่สำหรับ Smurfs: The Lost Village นอกจากการปรับให้มาเล่าเรื่องราวของเหล่าสเมิร์ฟแล้ว ก็มีการปรับเปลี่ยนภาพให้เป็นการมีมิติมากขึ้นของ(จากสองมิติเป็นสามมิติตามพิมม์นิยม แม้ว่าจะดูโรงดิจิตอลธรรมดา ไม่ต้องเป็น 3D ก็สามารถทีจะสัมผัสจุดนี้ได้) รวมถึงความคมชัด สีสันที่ดูแล้วน่าจะทำเพื่อมาโชว์ประสิทธิภาพของทางทำงานกราฟิกจริงๆ Read more ›

Ghost in the shell

ภาพยนต์ที่ว่าด้วยกานผสานของหุ่นยนต์ และ มนุษย์เข้าด้วยกันจนทำให้ความต่างเหลือเพียงเส้นบางๆ กับผ่านบนจอที่แลดงให้เห็นขบวนการสร้างนี้ ตามมาด้ายการแนะนำตัวละครผ่านฉากแอ็คชั่นซีจีอลังการแทบจะทุกช็อต(แต่เป็นข้อดีอย่างแรกๆสำหรับเรื่องนี้เลย เพราะขอบเขตจินตนาการของเรื่องนี้ สามารถนำซีจีมาใช้ได้อย่างเต็มที่ แต่คุณภาพจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่ความชอบแต่ละคน) จากนั้นก็เริ่มเป็นการตามหาความจริงของของตัวละคร ที่พาเราไปพบกับความไม่ปกติวองระบบ ส่วนตัวค่อนข้างมีอคติกับภาพยนต์ฮอลีวูดนำภาพยนค์จากทางเอเซียมาทำใหม่หรือตีความใหม่ อาจจะเป็นเพราะว่าเนื่องจาดแนวคิด วิธีคิด และ ความเชื่อที่ค่างกัน เลยเกิดมุมมองที่ค่างกันแม้ว่าจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ตาม ส่วนตัวมองว่าสำหรับ Ghost in the shell นี้คือความกำกึ่งกันของทั้งสองฝั่งที่ยังไม่ผสมผสานกันจึงทำให้บางช่วงตอนนั้นขาดความน่าสนใจไป ส่วนตัวมองว่าถ้านำโครงเรื่องไปประยุกต์ในแบบผู้กำกับ หรือ แบบตะวันตกไปสุดโต่งเลยอาจจะได้ผลลัพธ์ที่แปลกและน่าสนใจมากกว่านี้หรือเปล่า? เพราะซีจีคือหัวใจหลักของการสร้างเรื่องราวสำหรับ Ghost in the shell นี้ในแทบจะทุกฉากและตัวละคร เราจึงได้เห็นความอลังการในการตีรูปแบบเมืองที่มีการนำเอาคอพพิวเตอร์มาใช้ในทุกส่วนที่แสดงความศิวิไลต์ ก็สามารถทำได้สมจริงเลยทีเดียว หรือ การผสมผสานความเป็นหุ่นกับมนุษย์ที่ไม่ได้เป็นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่นอกเมืองที่สำหรับมนุษย์เจริงๆอยู่นั้น คือ ภาพที่ตัดกับชีวิตในเมือง ทั้งในแง่ของความจริง ที่ไม่ต้องใช้ซีจีตกแต่ง Read more ›