JAP CLUB

Rogue One: A Star Wars Story

ส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นภาคขยายของภาพยนต์มหากาพย์ในแบบของ Star Wars อย่างแท้จริง เพราะหลายอย่างหลายจุดที่เกิดขึ้นนั้นมาเพื่ออุดรอยรั่ว เรื่องราวที่ดูจะขาดหายไปจากเรื่องราวเมื่อครั้งที่ผ่านๆมา หนังแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกนั้นคงเป็นการปูพื้นตัวละครสำหรับตอนนี้(ตัวละครเกินครึ่งเป็นตัวละครใหม่)ซึ่งในช่วงนี้อาจจะนิ่ง เนิบนาบสลับกับแอ็คชั่นที่มีเข้ามาบาง ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงสองของการต่อสู้เพื่อตามหาคน และ ข้อมูลที่ในส่วนนี้น่าจะกระตุ้นให้คุณนั่งลุ้นไปกับเหตุการณืบนจอได้เป็นอย่างดีมากกว่าในช่วงแรก ในบางฉากของยานอวกาศนั้นมีความรู้สึกเหมือนกับไปดู Star Wars สมัยเมื่อสิบปี ยี่สิบปีที่แล้วทีเดียว(เหมือนเป็นการคารวะสำหรับบางฉากหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ) เพราะมันจะดูขัดกับบางฉากที่ดูใช้ความเป็นตัวพ่อของ CG ที่พ่วงยี่ห้ออย่าง ILM มาด้วยแล้วเลยทำให้ความต่างนั้นดูเห็นชัดมาก จุดที่รู้สึกจะเน้นมากจนรู้สึกคือ การขับเน้นความเป็นเอเซีย แม้จะเข้าใจพื้นฐานว่าแรงบันดาลใจนั้นมาจากเอเซียตะวันออกทั้งในเรื่องของความดี ความชั่ว เสื้อผ้า การแต่งหน้าที่กระจายสู่ภคหลักต่างๆที่ผ่านมาแบบกระจายอยู่ในทุกอณูแต่สำหรับเรื่องนี้ยังพ่วงมาด้วยภูมิสภาปัตย์(ภูมิศาสตร์+สถาปัตยกรรม) และ นักแสดงเอเซียระดับแม่เหล็ก(ที่จะเป็นตัวช่วยทางเอเซีย?) ส่วนตัวเลยรู้สึกว่ามากไปนิดหนึ่ง เพราะ ILM วันนี้ต่างจากเมื่อสมัยภาคแรกๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ในความสมจริงของฉาก เรื่องราวต่างๆจึงสมจริงขึ้นมาก การที่มีตัวละครบางตัวจากภาคเก่าๆมานั้นเป็นเหมือนการเชืาอมโยงของเรื่องราว แต่ตัวละครหลักของเรื่องนั้นอยู่ที่ Jyn Erso และ Cassian Andor ที่ดูแม้จะดูขัดแย้งกัน แต่ก็สามารถประคับประคองให้เรื่องราวนั้นสามารถตลอดลอดฝั่งจนจบได้(แม้ใจจะแอบสงสัยว่า Cassian Andor นั้นแอบใจอ่อนปันใจให้ Jyn Erso ตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะร่ำๆขู่ฟอดๆใส่กันแทบจะตลอดเวลา) ดูดีไหม สำหรับใครที่ไม่เคยชม หรือ […]

Office Christmas Party

เป็นหนังเทศกาลแห่งความสุขที่แสนจะวายป่วง ชวนฮาที่มีตั้งแต่มุขจิกกัด จนถึงห่ามสุขขีดของการแสดงออก ชนิดที่ผู้ชมแทบขำจนน้ำที่ทานแทบพุ่งออกมากันเลยทีเดียว บวกด้วยรสชาติที่ครบทุกรสไม่ว่าจะเป็นดราม่า แอ็คชั่น(บางฉากนึกว่าเป็นภาคย่อยของหนังตระกูล FF) แต่เน้นหนักคงเป็นเรื่องของความตลกที่เป็นเหมือนรสชาติหลัก หนังว่าด้วยของสภาพโลกที่เป็นจริงหกับสภาวะเศรษฐกิจที่ดิ่งลงพร้อมกับชีวิตคู่ของตัวละครหลัก ตามด้วยการที่บริษัทที่ทำงานอยู่นั้นก็มีสงครามสายเลือดที่รอวันประทุบวกเข้ามาอีกหนึ่งซึ่งตัวละครหลักนั้นจะทำยังไงให้เรื่องรัก และ งานสามารถแก้ไขหาทางออกไปด้วยกันได้ดี ดูดีไหม สำหรับหนังแห่งเทศกาลแบบนี้ไม่ต้องซอยยิบย่อยออกมาเป็นหลายตัวละคร มากเรื่องราว แล้วมาร้อยตอนจบเพื่อให้เข้าเทศกาลก็ได้ เพราะถึงแม้จะห่าม วายป่วงอย่างไรก็ตาม แต่ก็ไม่ลืมเรื่องของความรัก ความหวัง การให้อภัย การเริ่มต้นใหม่ ก็ยังคงมีอยู่พร้อมสรรพ ให้พร้อมเหมือนอยู่ในโลกยูโทเปียได้เป็นอย่างดี ผมให้ 3.8/5 ในความหมายของหนังเทศกาลแบบนี้น่ะครับ ถึงจะเลยเถิดไปแต่สุดท้ายแล้วความหสยยังอยู่ครบถ้วน แต่เรตติ้งน่าจะอยู่ที่ 18+ น่ะครับ เพราะฉะนั้นหากพาเด็กน้อยไปดู กรุณาพิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนน่ะครับ Office Christmas Party #OfficeChristmasParty #TJMiller #JasonBateman #OliviaMunn #ChristmasParty #ChristmasMovies #UIPthailand

MOANA

อนิเมชั่นเรื่องใหม่จากดิสนีย์ที่ว่าด้วยการผจญภัยของลูกสาวหัวหน้าเกาะแดนใต้ กับ ลูกครึ่งเทพ(หรือเด็กที่เทพเป็นผู้เลี้ยงดู) เพื่อค้นหาจุดมุ่งหมายของชีวิตที่ต่างคนต่างเรียนรู้กัน ทั้งความกล้าหาญ การเผชิญห้า และ ยอมรับในตัวตน จนเกิดเป้นความสัมพันธ์ที่สามารถพาให้รอดพ้นจากอุปสรรคต่างๆ และ สู่จุดหมายของความตั้งใจที่จะช่วยเหลือธรรมชาติ กอบกู้ศรัทรา ความกล้าหาญ เพื่อออกไปทำในสิ่งที่เคยหลงลืมไปเพราะความกลัว ที่ถูกคลุกเคลาด้วยบทเพลง แรงบันดาลใจจากภาพยนต์ที่ผ่านมาของค่าย(?) เพราะวันนี้ไม่เหมือนยี่สิบปีที่แล้วเราจึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครที่จากฝรั่งผมทอง กล้ามมัดเป็นซิกส์แพ็ค มาเป็นหนุ่มชาวเกาะแดนใต้ที่มุมมองนิยามความงามในแบบที่ต่างไป รวมถึงรอยสักแบบแดนใต้ที่ทำให้เห็นถึงความสามารถในการทำคอมพิวเตอร์ที่ให้เห็นถึงรอยนูนที่เด่นออกมาแบบรอยสักสองสีจริงๆ ซึ่งก็เรียกว่าเหมาะกับผู้ให้เสียงเป็นอย่างดีชนิดที่กลมกลืนไปกับตัวละครจริงๆเมื่อได้ Dwayne Johnson หรือ The Rock มาเป็นผู้ให้เสียง น่าเสียดายที่เปิดตัวมาด้วยเพลงจนนึกไปว่าจะเป็นแบบตำนานนิทานของดิสนีย์ในสมัย Beauty and the Beast / The Little Mermaid / Pocahontas ฯลฯ ที่สุดท้ายแล้วเหมือนไปไม่สุดทางมาสะดุดช่วงตอนกลางที่ขาดหายไปเป็นช่วงเวลานาน (frozen แม้ไม่สุดเหมือนเทพนิยายรุ่นที่กล่าวข้างต้นแต่ก็ยังอุปมาเป็นอนิเมชั่นเพลงได้ แต่ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ เพราะอัลบั่มเพลงประกอบนั้นมีเวอร์ชั่น เดอลุกซ์สองแผ่น รวมถึงการที่ทั้งตัวอนิเมชั่นต้นเรื่อง และ ตัวเรื่องหลักเอง ส่วนตัวมองว่าเหมือนจับเอาเรื่องต่างๆ ของค่ายมาโยนรวมกันแล้วปั่นออกมาใส่พิมม์ใหม่และเคาะออกมาตกแต่งใหม่พร้อมเสิรฟ แต่รสชาดยังคุ้นลิ้นคงเดิม ดูดีไหม ถ้าคุณอยากหาภาพยนต์ที่ให้เด็กดูระหว่างที่ยังไม่มีภาพยนต์ในดวงใจที่จะพาไปดูก็ถือว่าไม่เสียเปล่าแน่นอนครับ ผมให้ 3/5 […]

Nocturnal Animals

เมื่อเอ่ยชื่อถึง Tom Ford สิ่งที่จะนึกถึงคือ นิยามของการเป็นลายเซ็นต์ของเขาในงานออกแบบเสื้อผ้า คือ “เซ็กส์” ทั้งในส่วนของแบรนด์อย่าง Gucci หรือ YSL แม้กระทั่งออกมาทำแบรนด์ของตัวเอง แต่ทว่าเซ็กส์ในแบบของเขาก็ยังกระจายอยู่ในทุกส่วนของงานตั้งแต่สี แพทเทิร์น สัญลักษณ์ ภาพโฆษณา แต่เพราะสิ่งเหล่านี่้เองที่ทำให้ Tom Ford ยังคงอยู่มาได้ แต่เมื่อมองมาถึงงานด้านผู้กำกับแล้วผลงานชิ้นแรกของเขาอย่าง A Single Man(2009) นั้นผมยังไม่ได้ชม เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นใน Nocturnal Animals นั้นจะถือเป็นสไตล์เฉพาะของเขาหรือไม่ หนังว่าด้วยความล่มสลายของชีวิตคู่คู่หนึ่งที่ระหว่างรอเวลาของการแตกหัก นักประพันธ์แฟนเก่าของทางหญิงได้ส่งต้นฉบับหนังสือมาให้อ่าน โดยเขียนอุทิศให้แก่เธอจากนั้นเรื่องราวก็เดินเป็นเส้นคู่ขนานระหว่างการย้อนรอยอดีตของตัวเอกอย่าง Susan Morrow กับเรื่องราวบทประพันธ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเธอ สิ่งหนึ่งที่เด่นคือเรื่องของการคลุมโทนสีในช่วงต้นนั้นถ้าเทียบเป็นแพนโทนออกมาก็คงเป็นดำแดง ที่ไปตั้งแต่แสงสี เสื้อผ้า การย้อมสี ก่อนที่จะค่อยๆปรับเปลี่ยนมาเป็นสว่างที่ละน้อยตามเรื่องราวที่เปิดเผยออกมาซึ่งถูกสื่ออกมาทั้งแรง และ ไม่แรง(แต่เราก็ทราบถึงต้นสายปลายเหตุที่มาได้) โดยที่ตัวละครเอกอีกตัวคือ Edward Sheffield ที่คิดว่าน่าสนใจ เพราะ จากความผิดหวังของเขานั้นถูกถ่ายทอดความสูญเสียออกมาผ่านตัวละครอย่าง Tony Hastings ในหนังสือของเขา เพราะเรื่องราวนั้นแม้จะต้องตีความแต่ก็ไม่น่าจะยากเกินที่เราจะเข้าใจตามได้ แต่สิ่งที่ตกหลุมรักเลยคือ เพลงประกอบภาพยนต์โดย Abel […]

Inferno

ภาคต่อล่าสุดศาสตราจารย์แลงดอน ที่กระโดจากภาคสอง( Angels & Demons | เทวา กับ ซาตาน) มาภาคสี่(Inferno | สู่นรกภูมิ) โดยข้ามภาคสาม (The Lost Symbol | สาส์นลับที่สาบสูญ ) และเป็นเล่มแรกที่ผมอ่านไม่จบเล่น และไม่ได้หยิบมาอ่านต่ออีกเลย โดยครั้งนี้ศาสตราจารย์แลงดอน ต้องลงมาช่วยแก้ไขวิกฤตร้ายแรงที่อาจจะคร่าชีวิตมนุษย์โลกครึ่งหนึ่ง โดยตามหาปริศนาจากผลงานของดันเตในบรรยากาศของเมืองอย่างฟลอเรนซ์ อีสตันบู ข้อดีของการที่อ่านฉบับหนังสือไม่จบก็คือการเชื่อไปกับเรื่องราวที่ผู้กำกับนำเสนออย่างไม่หงุดหงิด(หลังจากโดนตัดต่อพันธุกรรมใน The Da Vinci Code จนร้องยี้) ส่วนตัวแล้วช่วงหนักที่สุดน่าจะเป็นตอนต้นเรื่องที่สื่อถึงภาพจริง จิตสำนึก โลกปัจจุบัน นรก ผ่านภาพสั่นไหว การตัดภาพเร็ว จนมึน(ไม่แน่ใจเพราะพิษไข้ หรือ ท้องว่างไป) หลังจากนั้นที่เป็นการไล่ล่า ตามหาความจริง ก็เป็นการเดินกล้องในแบบปกติก็จะไม่รู้สึกอะไรแล้ว เพราะโครงเรื่องของสไตล์บราวน์ผมว่าแฟนๆน่าจะเดาไม่ยากกับศาสตราจารย์ผู้ปราดเปรื่องกับการแก้ไขปัญหาวิกฤต พร้อม สาวสวยทีผลัดเปลี่ยนกันไปในแต่ละภาค เหมือนหนังแอ็คชั่นที่ยังไงก็เป็นหนังแอ็คชั่นที่คุณต้องทำคือจะปรับ รื้อโครงสร้าง ตกแต่งยังไงให้ดูแตกต่างที่จากที่มีจากท้องตลาด และ หนีตัวเองยังไงให้พ้นเงาตัวเองที่ทำไว้ ในส่วนแรกนั้นบทประพันธ์ต้นฉบับพารอด แต่ส่วนที่สองนั้นผมว่าไม่ผ่านครับ ที่ผ่านมาจนเหมือนตราประทับของงานบรานว์คือการนำเอาเรื่องศิลปะ รายละเอียดของงานมาเกี่ยวในแทบทุกจังหวะของเรื่องราวแต่สำหรับครั้งนี้ถูกนำเสนอเข้ามาแบบผ่านแล้วผ่านเลย […]

MARVEL’s Doctor Strange IMAX Exclusive Footage Screening

ประเด็นหลักที่ทางดิสนีย์เสนอ 15 นาทีของคลิปพิเศษนี้น่าจะอยู่ที่การนำเสนอภาพซีจีแบบเต็มจอไอแม็กซ์ที่มีมากถึงหนึ่งชั่วโมง และ การนำเสนอภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกที่นำเสนอนอกจากการบิดภาพของเมืองและท้องฟ้า ภาพรวมน่าจะดูเป็นตัวที่ทางดิสนีย์และาร์ทเนอร์คาดหวังตัวเลขงามของรายได้ เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่โรงภาพยนต์ของ iMAX ก็พบกับภาพหน้าจอที่ฉายภาพ ชื่อ รายละเอียดของสื่ออนไลต์อย่างเต้มที่ตามมาด้วย การเปิดตวของ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ ที่ีับบทนำด็อกเตอร์ สเตรนจ์ เพราะนอกจากมาเกริ่นนำแล้วยังนำเสนอภาพที่เต็มจอไอแม็กซ์ และ ภาพปกติผ่านการเล่นมุขที่เรียกเสียงหัวเราะก่อนชมคลิปพิเศษ สิ่งแรกที่เห็นน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงซีไอ รวมถึงโลโก้ของ มาร์เวล สตูดิโอ ให้ดูเรียบงายขึ้นมากกว่าเก่าทั้งในเรื่องของคู่สี ในส่วนของคอมพิวเตอร์กราฟฟิกหรือซีจีนั้นน่าจะแบ่งออกเป็นสองแบบด้วยกัน คือ -ในส่วนที่แสดงแทนความเป็นรูปธรรมที่เราสามารถมองเห้นผ่านทางสายตาเรา ด้วยการหมุน หักมุม ดึงขึ้น ย้อนกลับ ของอาคารบ้านเรือนในแบบทุกทิศทาง(ที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นการเล่นภาพซีจีแบบการกลับบนลงล่าง แต่สำหรับเรื่องนี้ให้ลองนึดถึงภาพของแกนสามมิติเวลาเราเรียนวิทยาศาสตร์ที่จะมาทั้งแกน X / Y / Z) เพราะภาพซีจีพร้อมที่จะไหลหมุนม้วนได้ตลอดทิศทาง -ในส่วนที่แสดงของความเป็นนามธรรม หรือ จิตนึกคิดที่ถูกนำเสนอแบบปลดปล่อยไร้ขอบเขตทั้งในส่วนของการนำเสนอและสีสันให้ความรู้สึกที่เหนือจินตนาการและการควบคุม ลองนึกถึงภาพของกล้องสลับลาย หรือคาไลโดสโคป ที่ถูกหยิบยีมมาเป็นแรงบันดาลใจของการสร้างภาพนามธรรมนี่(ถ้าสังเกตดีๆเราจะเห็นตั้งแต่ในภาพยนต์ตัวอย่างมาบางแล้ว) ลงรายละเอียดไปถึงความเป็นมิติของจักระที่ยกขึ้นมาฟาดฟันกัน รวมไปถึงแรงดึงภาพวนแบบก้นหอยที่จะมาทั้งในแบบเร่งจังหวะ และ ปกติจนบางช่วงยอมรับว่าปรับสภาพตาไม่ทัน เพลงประกอบนั้นฟังแยกออกมาเป็นเพลงสกอร์ไม่แน่ใจว่าใช่เพลงธีมหรือไม่ เพราะอยู่ในภาพยนต์ตัวอย่างคงต้องรอว่าเมือหนังฉายแล้วจะเป็นเพลงธีมจริงๆหรือไม่เพราะติดหูในระดับหนึ่งทีเดียว ส่วนเพลงร็อคทึี่ประกอบฉากในคลิปพิเศษนี้ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆครับ ภาพรวมน่าจะเป็นภาพยนต์ที่ใช้คุณสมบัติของ iMAX ได้อย่างครบถ้วนตั้งแต่ภาพที่ถูกใช้แบบเต้มจอ […]

The Magnificent Seven

“ความยุติธรรม หรือ การแก้แค้น” ที่ดูเหมือนจะเป็นเส้นบางๆที่ต่างกันด้วยเหตุผล และ มุมมอง(ของแต่ละตัวละคร) หนังว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มคนที่บุกเบิกก่อร่างสร้างตัวในนิคมแห่งใหม่ ก่อนที่จะมีนายทุนมาทำเหมืองทองพร้อมกับบีบให้เขาเหล่านั้นย้ายออก ที่คนของรัฐก็รู้เห็นเป็นใจ จนถึงจุดแตกหักที่เชือดไก่ให้ลิงดูที่มาพร้อมความสูญเสีย จุดชนวนนำมาซึ่ง “การแก้แค้น” หรือ “ความเป็นธรรม?” หนังคาวบอยที่มาใหม่ในยุดนี้นอกเหนือ ตัวร้ายที่ดูจะยกมาจากยุคนี้กับตัวละคร(ฆาตกร)โรคจิตที่แสดงผ่านสีหน้าและท่าทาง เพราะนอกจากนั้นยังคงกลิ่นไอของ ท้องทุ่ง การขี้ม้า ดวลปืน อย่างครบครัน ตอนแรกก็งงๆเล็กน้อยว่าฉายที่โรง iMAX เลยหรือ? คำตอบนั้นปรากฏตั้งแต่ฉากแรกของเรื่องเลยทีเดียว กับภาพของท้องทุ่ง ดอกไม้ตัดกับภูเขาและท้องฟ้า ซึ่งไม่ใช่แค่ฉากเปิดเรื่องแต่เกิน 50 % ของภาพที่ให้ความรู้สึกอิ่มกับภาพความเวิ้งว้างของทุ่งหญ้า ภูเขา ท้องฟ้า ได้อย่างเต็มที่เปี่ยมเป็นสิ่งที่ประทับใจในเรื่องที่สุด รองลงมาคือ ดูแล้วไม่เหมือนดูหนังคาวบอย แต่คือหนังที่มีคอสตูม และ แากเป็นหนังคาวบอย เพราะเวลาสองชั่วโมงกว่าๆนั้น ให้ความรู้สึกที่พอดีไม่ยึด ด้วยจังหวะการเล่าที่เหมาะสมลงตัว (หลังจากเรื่องสุดท้ายที่ดูแบบเต็มๆคือ The Newton Boys ) ตัวละครนั้นดูเหมือนจะมากไปเกินความจำเป็น เพราะบางตัวก็เหมือนแวะผ่านไปผ่านมาเท่านั้นตัวละครหลักแล้วน่าจะเป็นเพียง Chisolm(Denzel Washington), Josh Faraday(Chris Pratt), Bartholomew […]

Bridget Jones’s Baby

ผ่านไปสิบสองปี(นับจาก Bridget Jones: The Edge of Reason (2004) โดยเริ่มต้นที่ Bridget Jones’s Diary (2001) โดยประมาณช่วงนั้นบ้านเราอาจจะไม่ได้เข้าแบบชนอเมริกา) บริดเจ็ท โจนส์ ตัวแทนของสาวใหญ่ ที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ตามหารักแท้ในสมัยเมื่อเกือบยี่สิบที่แล้ว(ถ้าเป็นสมัยนี้คงนึกถึงเจ๊ต่าย JayTheRabbit) กลับมาอีกครั้งเพื่อบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเองอีกครั้ง และ ภารกิจเพื่อสืบหาว่าใครคือพ่อของเด็กที่เธอพลาดไป ผมเองได้ชม Bridget Jones’s Diary แต่ภาคต่ออย่าง Bridget Jones: The Edge of Reason นั้นไม่ได้ติดตามเลยไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น(หนังสือผมก็อ่านเฉพาะเล่มแรก ส่วนดีวีดีมีครบ แต่ยังไม่เคยหยิบมาดู) เพราะบางฉากในเรื่องเปิดมาก้เลยงงนิดหน่อย แต่ไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้ชมไม่รู้เรื่องหรือไม่ต่อเนื่องด้วยพื้นฐานของเรื่องราวที่ไม่ยากเกิดการคาดเดา ติดตามเพราะผ่านไปไม่ถึงห้านาทีก็เหมือนนั่งชมต่อเลย ภาคนี้คือว่าด้วยความผิดผลาดที่เกิดขึ้นจากตัวของสาวบริดเจ็ท โจนส์ ที่ทำให้ตั้งท้องขึ้นมาโดยไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่เป็นพ่อระหว่างถ่านไฟเก่าที่ยังรอวันปะทุอย่างและหนุ่มอเมริกันที่ตั้งใจว่าจะเป็น วันไนต์สแตนอย่าง แจ็ค ไม่นับปัญหาในมราทำงานที่ก็รอวันระเบิดเช่นกัน และสาววัยสี่สิบตอนต้นอย่าง บริดเจ็ท โจนส์ จะทำเช่นไร (เหมือนการแข่งกันของผู้ชายจาก US และ UK ว่าใครจะเป็นผู้คว้าใจสาวบริดเจ็ทไปได้ […]

Kubo and the Two Strings

ส่วนตัวแล้วตั้งความหวังในระดับหนึ่ง เพราะ ฟังเพลงประกอบภาพยนต์แล้วรู้สึกชอบ(อลังการ ความเป็นเอเชียชัดเจน จำนวนแทร็คไม่มาก กระชับ ต่อเนืองได้อารมณ์ While My Guitar Gently Weeps โดย Regina Spektor ก็ไพเราะในระดับที่ติดหูไม่ยาก) แต่เมื่อชมภาพยนต์แล้วรู้สึกกึ่งๆไม่แน่ใจว่าจะรักเหมือนเพลงประกอบหรือไม่? เรื่องราวของเด็กชายกำพร้าพ่อ ที่อยู่และดูแลแม่ที่ป่วย ที่มีความจำเลือนลางของเรื่องราวในครอบครัว กระทั่งวันหนึ่งเพราะความปราถนาที่อยากจะรู้จักผู้เป็นพ่อทำให้ลืมคำเตือนของผู้เป็นแม่จึงทำให้เกิดปัญหาตามมา ส่วนตัวแล้วเมื่อมองเนื้อเรื่องและองค์ประกอบทั้งหมดของเรื่องราวคงต้องใช้คำว่าเป็นเรื่องราวของเอเชียตะวันออกมากกว่า เพราะว่าใส่ทั้งความเป็นญี่ปุ่นคลุกเคล้ากับความเป็ยจีน เขย่าผสมกับเรื่องราวความเชื่อของจิตวิญาณแบบเอเซีย ในการตีความหรือใช้สญลักษณ์ของความเป็นเอเซียยอย่างลิง(ปิดทวารทั้งสาม มีทั้งจีนและญี่ปุ่น) ที่มีการพัฒนาตามเรื่องราวเป็นลำดับ แต่การตีความมังกรออกมาเป็นหนอนอวกาศแบบใน The Avengers อันนี้ผมว่าตกไม่ผ่าน โดยช่วงแรกครึ่งชั่วโมงแรกนั้นจะเป็นรายการ “วงเวียนชีวิต(คูโบ้)” ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงผจญภัย ซึ่งไม่น่าจะคาดเดากันยากกับความสัมพันธ์ของตัวละครเมื่อผ่านไปได้อีกครึ่งชั่วโมง โดยน้ำเสียงของชาร์สรีสนี่ฟังแล้วนึกถึงราชินีจากสโนวไวต์จริงๆ อีกหนึ่งคนที่เด่นน่าจะเป็น รูนีย์ มาร่ากับบทพากย์แฝดสาวสุดโหด ช่วยส่งให้ดดดเด่น ภาพความเป็นสามมิติอยู่ในระดับกลางๆ ดูดีไหมถ้าคุณชอบดูตวามหลากหลาย ของอนิเมชั่นที่มีความเป็นเอเเซีย(แม้กระทั่งเรื่องของจิตวิญญาณ การกลับมาเกิดใหม่) #KuboAndtheTwoStrings #Kubo #KuboTheMovie #LaikaEntertainment #Laika #UIPthailand #ParagonCineplex

Jason Bourne

ดารานำเมื่อเจอบทประจำที่ดูจะผูกขาดกันมานานจนภาพลักษณ์ตัวละครกับตัวจริงผสมกันจนเป็นหนึ่งเดียวบางครั้งก็ยากที่จะสลัดหลุด ไม่ว่าจะเป็น วิน(ฟาร์ต) แดเนียล(แฮรี่ ที่โชคดีหนังสือมีแค่นั้น) และ แมตต์จากบอร์นก็เข้าข่ายนี้ แม้ค่ายจะลองหาตัวตายตัวแทนอย่าง เจเรอร์มี่มาแทนในตัวละครใหม่ แต่ยังอยู่ในสาแหร่กของบอร์นอย่าง The Bourne Legacy ก็ไม่ปรากฎความสำเร็จเท่าที่ควร(ยังจำกันได้ไหม หรือลืมกันไปหมดแล้ว?) จาก The Bourne Identity (2002) สู่ The Bourne Supremacy (2004) และปิดท้ายกับ The Bourne Ultimatum (2007) กว่าเก้าปีกับการหายไปของตัวละครที่พร้อมกลับมาและก้าวออกจากเงามืดที่เคยซ่อนตัวอยู่ เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริง แน่นอนว่าครั้งนี้พี่แม็ตต์กับมารับบทบอร์น เพราะฉะนั้นก็พ่วงทีมงานตัวละครเดิมเขามาด้วยเช่นกันเพื่อสานต่อความต่อเนื่องของตัวภาพยนต์เอง หากใครเป็นแฟนบอร์นก็น่าจะคุ้นกันอยู่กับสไตล์การเล่นแบบแมวจับหนูให้คนดูได้ลุ้นไปกับตัวละคร ผสานกับดราม่าระดับกลางๆ เจือเข้าไปอย่างเนียนๆเพื่อเบรคอารมณ์ในภาคนี้ก็เช่นกันกับปมประเด็นของผู้เป็นพ่อที่ทำให้บอร์นต้องประกอบภาพร่างในหัวให้ชัดเจนขึ้นมาเพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยมีฉากคุ้นตาไม่ว่าจะเป็น การเดินทางแบบข้ามประเทศข้ามทวีป ภาพมุมสูงแบบเบริด์อายส์วิว การชิงไหวพริบในที่ชุมชนที่แสนจะคับคั่ง การดวลปืนของตัวละคร การไล่ล่าบนท้องถนน(ที่ภาคนี้จัดเต็มจนนึกว่าเป็นฟาร์ตภาคใหม่หรือเปล่า) ที่เพิ่มเติมน่าจะเป็นความนัวร์(noir) ของตัวละคร ความซับซ้อน เงื่อนปมของตัวละคร การที่เราไม่รู้ว่าใครดำหรือขาว ความจริงหรือการโกหก ดีจริงหรือเลวนรกแตก ที่ยอกย้อนหักมุมกันไปมา เมื่อครั้งนี้เป็นการกลับมาที่น่าจะเป็นการลองเชิงว่าจะได้ไปต่อไหม จึงมีการล้างไพ่(ตัวละคร)ออก และเปิดหน้าไพ่(ตัวละครใหม่)ที่ร้ายกว่าเดิมทั้งที่เป็นส่วนขยายจากอดีต และ […]

Photo Gallery

The Angry Birds Movie
Log in | Designed by Gabfire themes