Fifty Shades Freed [Review]

  • จากปฐมบทของความรักที่เริ่มต้นในแบบไม่ธรรมดาใน Fifty Shades of Grey (2015) และ ก้าวสู่ความสัมพันธ์ที่ดำเนินไปท่ามกลางอุปสรรคที่มีเข้ามาใน Fifty Shades Darker (2017) วันนี้บทสุดท้ายของความรักและการปิดฉากของมิสเตอร์ และ มิสซิสเกรย์ใน Fifty Shades Freed (2018)

    เปิดฉากมากับฉากหวานที่ทำเอาคนไม่มีแฟน หรือ ไปชมคนเดียวสำลักความหวานอันท่วมท้นที่ถี่ยิบทุกนาทีพร้อมกับเพลงประกอบที่สับเปลี่ยนทุกอากัปกิริยา หากเปรียบเทียบเรืองราวตามลำดับเวลาของเรื่องราว ภาคนี้คงเป็นความสุกงอมของความรักของตัวละครทั้งคู่(คริสเตียน และ อนาทาเซีย) ที่ก้าวมาถึงการตกลงยอมรับใช้ชีวิตคู่ร่วมกันที่ดูแล้วคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน ที่มีทั้งในส่วนของปัจจัยภายนอก และ จากทั้งสองคนเอง ในส่วนของปัจจัยภายนอกนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องราวที่ทันกับเหตุการณ์ในสภาวะปัจจุบันทั้งการล่วงละเมิดทางเพศของผู้ที่มีตำแหน่งจนเป็นเหตุการณ์ของเรื่องราวที่ยังพอเข้าใจได้ แต่ในส่วนของตัวละครทั้งสองกับการพัฒนาตัวละครนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นบทบาทของพ่อแง่แม่งอนนั้นคิดว่าจากการผ่านเหตุการณ์ในภาคก่อนๆนั้นดูจะมีความเป็นผู้ใหญ่พอสมควร แต่พอมาภาคนี้กลับกลายเป็นเหมือนรักวัยรุ่นที่ดูแล้วไม่มีเหตุผลสักเท่า่ใด ในขณะที่การพัฒนามากที่สุดคงเป็นฉากการแสดงความรักรักของทั้งคู่ที่ดูจะยิ่งทวีคูณตามบทของความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องมีวาระซ่อนเร้นอีกต่อไป จนเหมือนจะรัก จะโกรธ ก็ตบจูบแล้วจบบนที่นอนประมาณนั้น จนผ่านไปครึ่งเรื่องแล้วถึงได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งคู่กับตัวละครอื่นๆบ้าง แต่ก็เหมือนผ่านเข้ามา เพื่อผ่านไปเท่านั้น ในขณะที่เรื่องของการลักพาตัวก็ดูเหมือนจะรวดเร็วจนคนดูอย่างเราๆ นั้นก็จะดูตกใจเหมือนตัวละครว่าเกิดอะไรขึ้น จนส่วนหนึ่งเมื่อนั่งย้อนดูแล้วเหมือนกับเรื่องราวนั้นบอกเล่าเพียงเพื่อให้ทราบ เพราะความสัมพันธ์ต่างๆนั้นดูไม่สามารถจำต้องได้ จึงรู้สึกไม่ปฎิสัมพันธ์กับเรื่องราวที่เกืดขึ้น

    ทิวทัศน์ของเรื่องนั้นดูสวยงาม แต่คงไม่เท่ากับฉากร้อนของคู่พระนางที่ดูจะเป็นจุดสนใจที่ขายตั้งแต่ใบปิดแล้ว และ ยิ่งกับบทส่งท้ายภาคนี้กับความสัมพันธ์จากคู่รักมาเป็นคู่ชีวิต ฉากต่างๆเหล่านี้จึงไปไกลจากสองภาคแรกมาก ไม่ต้องการจินตนาการเพราะภาพบนจอนั้นพูดหมดแล้ว ยิ่งแปลกใจยิ่งขึ้นเมื่อเรื่องนี้ฉายบนไอแม็กซ์ เพราะรอบที่ดูเป็นดิจิตอลก็คมขนาดเห็นไรหนวด ผม กันแบบเส้นต่อเส้นแล้ว ในส่วนของภาคดนตรีนั้นดูเหมือนเป็นการจับวางมาร้อยกับภาพสวยๆจนกลายเป็นภาพประกอบเพลงไปทีเดียว รวมถึงบางช่วงอย่างตอนต้นนั้นตัดเพลงใส่ไปจนหมดค่า ในที่บางช่วงตอนนั้นก็แห้งแล้งไม่มีทั้งเพลงร้อง และ สกอร์(ของเดนนี่ เอลฟ์แมน)

    เรื่องนี้ต้องกาหัวโตๆเลยว่า ไม่เหมาะแก่การพาน้อง หรือ ลูกไปชม พร้อมบทส่งท้ายกับการพัฒนาการภาพลักษณ์ของตัวละครทั้งคู่ที่ดูมาไกลมากจากภาคแรก โดยมีเพลงฮิตอย่าง Love Me Like You Do ประกอบภาพของความสัมพันธ์ที่เติบโตนี้ และ กรุณาอย่าลุกเพราะยังมีเอนต์เครดิตให้ได้ดูกันต่ออีก

    ดูดีไหม ผมให้ 3/5

    001.ในรายการโทรทัศน์บ้านเรามี “พ่อค้าแซบ” ใน Fifty Shades Freed มี”Guard แซ่บ” ที่ทำเอาคนรอบข้างที่ชมนั้นชมกันไม่หยุด จนยังคิดว่าถ้าพี่แบรต์(ซอร์เยอร์) ถอดเสื้อบ้างพี่เจมี่น่าจะโดนขโมยซีนแน่ๆ

    002.ที่สำคัญ การคุมกำเนิดนั้นไม่มีที่ให้ผล 100% แม้กระทั่งการทำหมันนะครับ

    #FiftyShadesFreed #FiftyShadeFreedPremiere #JamieDornan #RitaOra #DakotaJohnson #UnitedInternationalPicturesThailand
    #Anastasia #MrGrey

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *