Guardians of the Galaxy Vol. 2 | รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล 2

Guardians of the Galaxy Vol. 2 | รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล 2

  • Genres: Action, Adventure, Sci-Fi
    Running Time:136 min
    Release Date:May.5,2017 (USA)
    MPAA Rating:PG-13 for sequences of sci-fi action and violence, language, and brief suggestive content
    Distributors: Marvel Studios, Walt Disney Pictures
    Starring:Chris Pratt, Zoe Saldana, Dave Bautista
    Directed by:James Gunn

    จาก มาร์เวล สตูดิโอส์ ที่นำทุกท่านเข้าสู่การรับชมภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์ระดับโลกอย่าง “Iron Man,” “Captain America,” “Thor,” “Ant-Man,” “Doctor Strange” และ the “Avengers,” จนมาถึงภาคต่อของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่สุดเกรียนแห่งกาแล็คซี่อย่าง The Guardians of the Galaxy

    ภาคต่อของ The Guardians of the Galaxy ในปี 2014 ซึ่งคว้าสถิติสูงสุดในช่วงซัมเมอร์ สำหรับซุปเปอร์ฮีโร่สุดเกรียนแห่งกาแล็คซี่อย่าง The Guardians of the Galaxy 2 ยังคงความสนุก ตื่นเต้น และ เต็มไปด้วยการผจญภัยอย่างต่อเนื่องจาก ปีเตอร์ ควิลล์หรือที่รู้จักในนาม สตาร์-ลอร์ดพร้อมเหล่าแกงค์สุดเกรียนที่จะพาทุกคนท่องตะลุยจักรวาล ในครั้งนี้ทีมยังคงรับจ้างทำงานทุกอย่าเพื่อเงิน และ ชื่อเสียง ในขณะเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือ แซนดาร์ อีกด้วย

    เนื้อเรื่องในภาค 2 เป็นการต่อสู้เพื่อให้ครอบครัวยังคงอยู่ ในขณะที่เดินทางไปทั่วจักรวาลเพื่อเปิดเผยความลับเรื่องครอบครัวที่แท้จริงของ ปีเตอร์ ควิลล์และเมื่อศัตรูเก่ากลับกลายมาเป็นเพื่อน ตัวละครตัวโปรดของแฟนกำลังจะเผยตัว และเข้ารวมกับทีม

    “The Guardians of the Galaxy 2” เขียน และ กำกับภาพยนตร์โดย เจมส์ กันน์ (“Guardians of the Galaxy,” “Dawn of the Dead”) และอำนวยการสร้างโดย เควิน ไฟกี หลุยส์ ดิ เอสโพซิโต, วิคตอเรีย อลอนโซ, โจนาธาน ชวาทซ์, นิโคลาส คอร์ดา, และ สแตน ลี เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร

    รายชื่อนักแสดงประกอบไปด้วย คริส แพรตต์ (“Jurassic World,” “Guardians of the Galaxy”) เป็น ปีเตอร์ ควิลล์/สตาร์-ลอร์ด, โซอี้ ซัลดาน่า (“Guardians of the Galaxy,” “Star Trek Beyond”) เป็น กาโมร่า, เดฟ บาทิสต้า (“Spectre,” “Guardians of the Galaxy”) แสดงเป็น แดรกซ์, วิน ดีเซล(“Guardians of the Galaxy,” “Furious 7”) พากษ์เสียง กรูท, แบรดลีย์ (“Joy,” “American Sniper”) พากษ์เสียง ร็อคเก็ต, ไมเคิล รูเกอร์ (“Guardians of the Galaxy,” “The Walking Dead”) เป็น ยอนดู, คาเรน กิลลัน (“Guardians of the Galaxy,” “The Big Short”) เป็น เนบิวล่า, ปอม เครเมนเทียฟ (“Ingrid Goes West,” “Oldboy”) เป็น แมนทิส, อลิซเบธ เดบิคกิ (“The Great Gatsby,” “Everest”) เป็น อเยช่า, คริส ซัลลิแวน (“The Knick,” “This Is Us”) เป็น เทเซอร์เฟส, ฌอน กันน์ ( “Guardians of the Galaxy,” “The Gilmore Girls”) เป็น แครกลิน, ทอมมี่ ฟลานาแกน (“Gladiator,” “Sin City”) แสดงเป็น ทูลิค, ลอว์ร่า แฮดด็อค (“Guardians of the Galaxy,” “Luther”) เป็น เมราดิธ ควิลล์, ร่วมด้วย ซิลเวสเตอร์ สตัลโลน (“Creed,” “The Expendables”) เป็น สตาคาร์, และเคิร์ท รัสเซล (“The Hateful Eight,” “Furious 7”) เป็น อีโก้

    ทีมครีเอทีฟของผู้กำกับ เจมส์ กันน์ประกอบด้วย ผู้อำนวยการด้านภาพถ่าย เฮนรี บราแฮมจาก (“The Legend of Tarzan,” “The Golden Compass”) ผู้ออกแบบงานสร้าง สก็อตต์ แชมบลิส (“Star Trek Beyond,” “Tomorrowland”), ทีมตัดต่อ เฟรด ราสคิน (“The Hateful Eight,” “Guardians of the Galaxy”) และ เครก วู้ด (“Guardians of the Galaxy,” “Tomorrowland”), นักออกแบบเครื่องแต่งกาย จูเดียน่า มาคอฟสกี้ ผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ 3 ครั้ง (“Captain America: Civil War,” “Harry Potter and the Sorcerer’s Stone”), หัวหน้าแผนกเทคนิคพิเศษด้านภาพผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ คริสโตเฟอร์ ทาวน์แซนด์ (“Avengers: Age of Ultron,” “Iron Man 3”), ผู้ประสานงานฝ่านสตันท์ โธมัส โรบินสัน ฮาร์เปอร์ (“Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales,” “Captain America: The Winter Soldier”) และหัวหน้าแผนกเทคนิคพิเศษผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ 6 ครั้ง แดน ซูดิค (“Captain America: Civil War,” “Marvel’s The Avengers”).

    จากหนังสือการ์ตูนสู่ภาพยนตร์สุดฮิต

    “Guardians of the Galaxy” สร้างโดย อาร์โนลด์ เดรค และ จีน โคลัน ในปี 1969 ให้เป็นทีมฮีโร่ในศตวรรษที่ 31 ตัวละครแต่ละตัวล้วนมีบุคลิกที่โดดเด่นเฉพาะตัว จาการขยายของจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลในเฟสที่ 2 “Guardians of the Galaxy” คือแฟรนไชส์แรกที่ถูกนำเสนอนอกกรอบของคาแรกเตอร์ชื่อดังตัวอื่นๆของมาร์เวล ภาพยนตร์ที่ออกมายังแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดทั้งโทนและสไตล์ที่แตกต่างจากภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องอื่นๆก่อนหน้าของนี้มาร์เวล และเมื่อภาพยนตร์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นเรื่องนี้ได้ออกฉาย “Guardians of the Galaxy” ได้กลายเป็นปรากฎการณ์บ็อกซ์ออฟฟิศระดับโลก โดยได้รับการตอบรับอย่าอุ่นหนาฝาคั่งจากผู้ชมที่มีต่อเหล่าทีมนักแสดงที่มารับบทตัวละครแห่งจักรวาลกลุ่มนี้

    ผู้กำกับและเขียนบท เจมส์ กันน์ได้กล่าวถึงความรู้สึกแรกเมื่อครั้งที่ตัวละครเหล่านี้ถูกส่งออกสู่สายตาผู้ชมครั้งแรกเมื่อปี 2014 “เป็นเรื่องที่น่ายินดี และ ตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ตัวละครแต่ละตัวของ Guardians of the Galaxy สามารถสื่อถึงผู้ชมทั่วโลกได้” กันน์กล่าว “เพราะโดยเนื้อแท้ของตัวละครเหล่านี้ คือคนกลุ่มนอกที่มาอยู่รวมตัวกันและพยายามทำให้ทุกอย่างสำเร็จลงตัว และนี่อาจสาเหตุที่ทำให้เด็กๆ เข้าถึงและเชื่อมโยงกับตัวละคร มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก เมื่อเด็กๆ เดินเข้ามาหาแล้วบอกว่าพวกเขารักตัวละครเหล่านี้มากแค่ไหน และ พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน” ตัวละครเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันได้ ตั้งแต่ประเทศไทย ไปจนถึงอเมริกาใต้ หรือ แม้แต่ลอนดอน”

    การกลับมาของเหล่านักแสดงหลัก

    เมื่อเหล่านักแสดงกลับมาสวมบทผู้พิทักษ์สุดเกรียน ที่มีสีสัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกครั้ง ความหลากหลายใหม่ๆก็เกิดขึ้น ในขณะที่ภาคแรกคือ ”การรวมกันเป็นครอบครัว” ส่วนในภาค 2 จะเป็นการพูดถึง “การอยู่กันแบบครอบครัว” เจมส์ กันน์ อธิบาย “หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับการที่ตัวละครทุกตัวเป็นครอบครัวเดียวกัน และการอยู่กันแบบครอบครัวนั้นยากยิ่งกว่าการรวมกันเป็นครอบครัวเสียอีก มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก ในภาคแรกตัวละครหลายตัวเป็นคนนอก พวกเขามารวมตัวกัน แต่พวกเขาจะเป็นยังไงต่อไปล่ะ?”

    ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ผู้ชมจะได้รับรู้ และค้นพบไปด้วยกัน เมื่อปมของตัวละครแต่ละตัวถูกเปิดเผยทีละนิด เริ่มจาก ปีเตอร์ ควิลล์หรือสตาร์-ลอร์ด ที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาครอบครัวที่เขาเพียรพยายามจะตามหาพ่อที่แท้จริงของเขา คริส แพรตต์ กลับมารับบทนี้ที่พัดเขาเข้าสู่การเป็นขวัญใจของแฟนมาร์เวลและในฐานะผุ้นำกลุ่ม

    เจมส์ กันน์เล่าถึงช่วงเวลาที่เราได้พบกับตัวละครของ คริส แพรตต์ ในตอนต้นของภาค 2 ว่า “เป็นการเล่าเรื่องที่ต่อเนื่องมากจากภาคแรก แต่ตอนนี้ปีเตอร์ ควิลล์ต้องรับหน้าที่เป็นผู้นำของกลุ่ม ที่ทุกคนภายในกลุ่มต่างให้ความไว้วางใจ หลังจากที่ได้รับตำแหน่ง สตาร์-ลอร์ด มาจากภาคก่อน” เขากล่าวต่อว่า “หนังภาคแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ ปีเตอร์ควิลล์กับพ่อของเขาและคนที่ทำหน้าที่เหมือนพ่อในชีวิตเขา

    โซอี้ ซัลดาน่า กลับมารับบท กาโมร่า มือสังหารผิวสีเขียว เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ต้องมีการรับมือกับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เรื่องที่เธอถูกรับเลี้ยงโดย ธานอส และน้องสาวของเธอคือ เนบิวล่า “ในภาคแรก ดูเหมือนว่า กาโมร่า จะเป็นคนดี และ เนบิวล่า เป็นคนไม่ดี เกือบจะเป็นตัวร้ายเลยก็ว่าได้” ผู้อำนวยการสร้างบริหาร หลุยส์ ดิ’ เอสโพสิโต้ กล่าว “ในขณะที่ภาคนี้ เราจะเห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมากไปกว่านั้น กาโมร่า เริ่มที่จะต้องเผชิญกับบาปในใจของเธอ ความกลัวของเธอ และวิธีที่เธอผลักไสผู้คนออกไป ซึ่งนี่เป็นแก่นของภาพยนตร์ในครั้งนี้”

    เดฟ บาทิสต้า กลับมารับทบ แดรกซ์ ผู้น่าเกรงขามที่มาพร้อมรอยสักเต็มตัว แดรกซ์เป็นตัวละครที่ซับซ้อนที่มีทั้งความโหดและความน่ารักอยู่ในตัว และไม่ค่อยรู้ตัวโดยธรรมชาติเวลาพูดอะไรแบบขวานผ่าซาก โดยไม่ได้รับรู้ถึงโลกที่อยู่รอบๆตัว “คนดูหลงรักตัวละคร แดรกซ์ เพราะว่าทุกคนเข้าใจว่าเขาพยายามจะพูดอะไร” ผู้อำนวยการสร้างบริหาร โจนาธาน ชวาทซ์ กล่าว “เขามองทุกอย่างตามความเป็นจริงและไม่มีอารมณ์ขัน ซึ่งมันกลับทำให้ทุกสิ่งที่เขาพูดออกมากลายเป็นเรื่องตลก เราจะได้เห็นวิวัฒนาการของแดรกซ์แบบฮาๆในภาคนี้ เพราะเขาพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะไม่มองทุกอย่างเป็นเส้นตรง เขายังไม่เก่งมากนักในภาคนี้ แต่มันสร้างให้ตัวละครมีมิติอย่างมาก”

    เมื่อมาถึงเรื่องของการพากย์เสียง ผู้กำกับ เจมส์ กันน์รู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร เพราะเขามักพูดเสมอว่าตัวละครนี้มีความเขาอยู่นิดหน่อย ร็อคเก็ต สัตว์ที่ถูกทรมาน ฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆและถูกประกอบเข้าไปใหม่ ที่ยังคงตลกและน่าสงสารอย่างน่าประหลาดใจในบางครั้ง โดยได้ แบรดลีย์ คูเปอร์ นักแสดงผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ กลับมาพากย์เสียงให้บทนี้อีกครั้ง

    จอมขโมยซีนแห่ง “Guardians of the Galaxy” ที่มีบทพูดเพียง 3 คำว่า “I am Groot” คือสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายคนผสมต้นไม้ที่เรียกว่า “กรูท” พากษ์เสียงโดย วิน ดีเซล และถึงแม้ว่าตัวละครตัวนี้จะมีปัญหาด้านการสื่อสาร แต่กลับทำให้ผู้คนทั่วโลกหลงรักได้อย่างง่ายดายด้วยคาแรคเตอร์ที่โดดเด่น กรูท จัดเป็นเพื่อนรักของ ร็อคเก็ต ในภาคก่อน เขาเสียสละตัวเองอย่างยิ่งใหญ่ให้กับทีม และกลับมาในภาคนี้ในรูปแบบของ “เบบี้ กรูท”

    วินดี เซล กลับมาพากย์เสียงตัวละครนี้อีกครั้ง แต่กรูทตัวน้อยนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “เขาไม่มีความทรงจำของกรูทที่เป็นผู้ใหญและเขาเป็นเหมือนเด็ก” กันน์ อธิบาย “เขาน่ารักสุดๆแต่มีความปัญหาเรื่องอารมณ์มากกว่ากรูทที่เป็นผู้ใหญ่ ตัวละครอื่นๆมีวิธีรับมือกับเบบี้ กรูทในหลากหลายรูปแบบ แดรกซ์ไม่ชอบเขา ร็อคเก็ตตะโกนใส่เขาบ่อยๆ แต่กรูทก็ไม่ได้ว่าอะไร กาโมร่ามีสัญชาตญาณความเป็นแม่อย่างเต็มเปี่ยมต่อเขา และควิลล์แทบไม่สนใจถึงการมีอยู่ของเขาเลย”

    ในขณะที่ “Guardians of the Galaxy Vol. 2” เป็นการเดินทางของ ปีเตอร์ ควิลล์สู่การตามหา อีโก้ พ่อที่แท้จริงของเขา มันยังพูดถึงเรื่องราวของพ่อเลี้ยงของเขา ซึ่งก็คือ ยอนดู ที่รับบทโดย ไมเคิล รูเกอร์

    “ตัวละครของ ยอนดู ถือว่าเป็นตัวละครที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และเราก็ได้ปูทางหลายๆอย่างไว้ในภาคแรก ว่ายอนดูคือใคร” เจมส์ กันน์ กล่าว “ผมหลงใหลกับตัวละครที่มีหลายมุมมอง ที่เป็นคนดีในแบบนึงและเป็นคนไม่ดีในอีกแบบนึง ไมเคิล รูเกอร์ เหมาะมากที่จะมารับบทนี้ เพราะเราคาดเดาไม่ได้เลยว่า เขาจะต่อยคุณหรือเขาจะเข้ามากอดคุณกันแน่ และนั่นคือสิ่งที่สวยงาม เขาจะดีกับคุณ เขานำมิตินั้นมาสู่ชีวิตของยอนดู ผู้ซึ่งบ้าแต่ก็มีหัวจิตหัวใจ ที่เราได้เห็นในตอนท้ายของภาคแรกที่เขาโดนปีเตอร์ ควิลล์ หลอกแต่เขาก็ภูมิใจ ในหลายๆมุม มิตรภาพของปีเตอร์ ควิลล์ และยอนดูคือความสัมพันธ์หลักของหนังเรื่องนี้”

    ตัวละครอีกตัวที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเรื่องนี้ก็คือ เนบิวล่า น้องสาวผู้เคียดแค้นของ กาโมร่า รับบทโดย คาเรน กิลลัน ตัวร้ายระดับพระกาฬ เพราะเธอจะไม่มีหยุดจนกว่าจะได้จัดการกับ กาโมร่า หรือใครก็ตามที่ขวางทางเธอ

    ตัวละครใหม่สำหรับ Guardians of the Galaxy Vol. 2 ก็คือ อีโก้ พ่อของ ปีเตอร์ ควิลล์ สิ่งมีชีวิตระดับสูงและนักสำรวจอวกาศตัวจริง อีโก้ได้ออกตามหา ปีเตอร์ ควิลล์ ลูกชายของเขามาเป็นเวลานาน สำหรับบทที่สำคัญนี้ ทีมผู้สร้างได้คัดเลือกนักแสดงที่เป็นขวัญใจแฟนๆ เคิร์ท รัสเซล มารับบทนี้

    อีกหนึ่งตัวละครสุดแหลกที่เข้ามาอยู่ในแฟรนไชส์ของ Guardians of the Galaxy ในฐานะผู้รับใช้กึ่งเลขาของอีโก้ ที่ชื่อ แมนทิส ตัวละครที่โด่งดังในมาร์เวล คอมิคส์ เพื่อคัดเลือกนักแสดงที่จะมารับบทนี้ ทีมผู้สร้างได้ทดสอบบทกับนักแสดงหญิงมากมายจนในที่สุดได้ตัดสินใจเลือก ปอม เครเมนเทียฟ ซึ่งเป็นบทที่ใหญ่ทุ่ดในชีวิตการแสดงของเธอ

    ในช่วงต้นของหนัง เหล่าผู้พิทักษ์กำลังทำภารกิจให้ อเยช่า สังฆราชินีสีทองแห่งเผ่าพันที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรทที่เรียกว่า โซเวอร์เรน สำหรับบท อเยช่า ทีมผู้สร้างได้เลือกนักแสดงสาวแสนสวยชาวออสเตรเลีย อลิซเบธ เดบิคกิ กับความสูง 6 ฟุต 3 นิ้ว ที่เหมาะกับการเป็นผู้นำของดาวแห่งสิ่งมีชีวิตที่สวยงาม
    ใน “Guardians of the Galaxy Vol. 2” โลกอันลึกลับและเหี้ยมโหดของราเวนเจอร์สจะชัดเจนยิ่งขึ้น ในขณะที่ ยอนดู คือราเวนเจอร์สที่มีคนเคารพและเกรงกลัวที่สุดคนหนึ่ง สมุนมือขวาของเขาคือแครกลิน ราเวนเจอร์ผู้ซื่อสัตย์และภักดีมาเป็นเวลานาน รับบทโดน ฌอน กันน์ “เราจะได้เรียนรู้อะไรหลายๆเกี่ยวกับ แครกลิน ผู้ที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อใน Guardians of the Galaxy Vol. 2” ผุ้กำกับ เจมส์ กันน์ กล่าว “แครกลิน เป็นบทที่สำคัญสุดๆในหนังและมันค่อนข้างเป็นซีนอารมณ์ด้วย”
    สำหรับแครกลินและราเวนเจอร์คนอื่นๆ ผู้ที่เป็นตัวการในการยุยงให้เกิดการต่อต้าน ยอนดู ก็คือ เทเซอร์เฟส ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ที่มีความร้ายกาจสุดขั้ว ทีมผู้สร้างค้นหานักแสดงที่มีพรสวรรค์หลายคนก่อนที่จะเลือก คริส ซัลลิแวน

    นอกเหนือจากตัวละครใหม่อย่างเทเซอร์เฟส ราเวนเจอร์ส คนอื่นๆ ยังรวมไปถึงนักแสดงอย่าง ทูลิค หนึ่งในเอนสนิทของยอนดู ที่รับบทโดย มอมมี่ ฟลานาแกน และ สตาคาร์ ที่รับบทโดย นักแสดงผู้เป็นตำนานภาพยนตร์ ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และผู้กำกับ ซิลเวสเตอร์ สตัลโลน เขาเป็นตัวละครที่แฟนๆตั้งตารอที่สุดที่เพิ่มเข้ามาใน Guardians of the Galaxy Vol. 2 และทีมผู้สร้างก็ตื่นเต้นมากที่ได้นักแสดงไอคอนของฮอลลีวูดมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักแสดง

    ลอว์ร่า แฮดด็อค กลับมารับบท เมราดิธ ควิลล์ แม่ของปีเตอร์ ควิลล์

    การสร้างโลก

    ในขณะที่การถ่ายทำภาคแรกของ “Guardians of the Galaxy” ทั้งหมดอยุ่ในสหราชอาณาจักร สำหรับภาค 2 ทีมผู้สร้างได้ย้ายการถ่ายทำทั้งหมดไปอยู่ที่ ไพน์วู้ด แอตแลนต้า สตูดิโอส์ ใน ฟาเยตตวิลล์, จอร์เจีย ด้วยโรงถ่ายกว่า 18 โรง ทำให้กลายเป็นสตูดิโอส์คอมเพล็กซ์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่นอกฮอลลีวูด

    ผู้กำกับเจมส์ กันน์ มีภาพสำหรับลุคของ Guardians of the Galaxy Vol. 2 และอยากจะทำหนังออกมาโดยใช้ฉากจริงๆให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ “ผมมีความคิดที่ชัดเจนว่าอยากให้การ์เดี้ยนส์ภาคแรกมีภาพออกมาเป็นอย่างไร ภาค 2 นี้ก็เช่นเดียวกัน” เขากล่าว “ผมอยากให้มันมีแรงบัลดาลใจมาจากนิยายทุนต่ำในยุคแรกๆ นินายวิทยาศาสตร์ปี 1950 และ 1960” นั่นคือหัวใจของแรงบัลดาลใจที่ผมได้รับมา”

    ผุ้กำกับเล่าต่อว่า “Guardians of the Galaxy Vol. 2 ค่อนข้างยากในแง่ของการออกแบบงานสร้างมากกว่าภาค 1 เพราะเรามีฉากมากกว่าแต่สถานที่น้อยกว่า ดังนั้นด้วยสถานที่และดาวที่เราไป เราควรจะให้รายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงกับมัน”

    ผู้อำนายการสร้างบริหาร โจนาธาน ชวาทส์ เล่าพิ่ม “หลักของการออกแบบโลกต่างๆใน Guardians of the Galaxy Vol. 2 คือการใส่ส่วนประกอบจริงๆให้พวกมันมากให้เท่าที่จะทำได้” โจนาธาน ชวาทส์ กล่าว “เราคิดไปถึงว่าสังคมประเภทไหนที่อยู่ในสถานที่ที่เจมส์ส้รางขึ้นมาในเรื่องเสมอ”

    ในส่วนของผู้ออกแบบงานสร้าง สก็อตต์ แชมบลิส หนึ่งในงานแรกของเขาในการให้ทำความคิดของเจมส์ กันน์ ออกมาเป็นรูปร่าง คือการสร้างที่อยุ่ของสัมฆราชินี อเยช่า ผุ้ปกครองดาวโซเวอร์เรน “ดาวโซเวอร์เรนมีความเป็นงานศิลปะของยุค 1950 บนการออกแบบงานตกแต่งในยุค1930 อย่างชัดเจน” แชมบลิส อธิบาย “เจมส์ กันน์ต้องการความรู้สึกฉ่ำๆในซีนนี้เป็นพิเศษ แต่มันก็ต้องมีความสวยงามด้วยเพราะว่าพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบ”

    ฉากสำคัญอื่นๆที่แชมบลิสและทีมของเขาได้สร้างขึ้นมารามไปถึงฉากอีเล็คเตอร์ ที่ใหญ่ขึ้นไปอีก ใช้ได้จริง 100 % เป็นฉากที่ใช้ได้หลายแบบ ตกแต่งภายในยานแบบ 360 องศา และฉาก ไอรอน โลตัส ที่เป็นบาร์โปรดของเหล่าราเวนเจอร์ส

    นักออกแบบเครื่องแต่งกาย จูเดียน่า มาคอฟสกี้ ออกแบบชุดที่มีเอกลักษณ์สำหรับ Guardians of the Galaxy Vol. 2 ตั้งแต่ชุดคลุมยาวสีทองทำมือของอเยช่า ชุดที่โดดเด่นของแมนทิส ไปจนถึงชุดสุดเท่ มาดแมน แนวหนุ่มนักซิ่งในสมัยก่อนของเหล่าราเวนเจอร์ กว่า 200ชุดพวกนั้นตัดเย็บด้วยมือ

    “จูเดียน่า ทำงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมกับการออกแบบเครื่องแต่งกายในหนัง” เจมส์ กันน ชื่นชม “ผมประทับในสุดๆ ผมคิดว่าเธอยกระดับเครื่องแต่งกายในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ผมว่าคนที่ปังที่สุดในหนังคืออเยช่า ตัวละครของอลิซเบธ เดบิกคิ ผมหวังว่าผู้ชมจะเข้าใจว่าการสร้างชุดขึ้นต้องทุ่มเทการทำงานขนาดไหนและชุดยาวที่ตัดเย็บด้วยมือชุดนั้นออกมาสสยขนาดไหน”

    คิวเพลง

    ในขณะที่ “Guardians of the Galaxy Vol. 2” เต็มไปด้วยแอ็คชั่น อารมณ์ขัน และการแสดงอันเยี่ยมยอดมันยังถูกเติมเต็มด้วยเทปรวมฮิตและเพลงประกอบใหม่ๆ ความรู้สึกที่ยังคงก้องอยู่ในใจของผู้ชมในภาคแรก ซึ่งเห็นหลักฐานชัดแจนจากความสำเร็จของอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์อัลบั้มแรก

    อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ Guardians of the Galaxy ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ จาก มาร์เวล มิวสิค และ ฮอลลีวูด เรคคอร์ด ขึ้นอันดับ 1 ใน บิลบอร์ด 200 ชาร์ต ของสหรัฐฯ กลายมาเป็นอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องแรกที่รวมเพลงที่เคยออกมาแล้วทั้งหมด ที่ขึ้นชารต์ อัลบั้มยังถูกรับรองว่าเป็นอัลบั้มระดับแพลตินั่ม จาก อาร์. ไอ. เอ. เอ. ที่ขายไปแล้วกว่า 1,000,000 ชุด และขึ้นเป็นอันดับ 1 ใน iTunes ใน 60 ที่

    สืบเนื่องจากเจมส์ กันน์ เพลงใน Guardians of the Galaxy Vol. 2 “มีความลึกซึ้งกว่าที่ผ่านมาในภาคแรก และเพลงยังเป็นตัวเดินเรื่องเป็นช่วงๆ” เขาขยายความ “ตัวเลือกบางเพลงอาจจะค่อนข้างเป็นเสียงสังเคราะห์ บางเพลงก็ค่อนข้างดัง เราก็มีเพลงที่น่าทึ่งหลายเพลง เช่นเดียวกับในภาคแรก ผมเขียนเพลงทุกเพลงลงไปในบท พวกมันคือส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง แต่ละเพลงมีความชัดเจนต่อซีนที่มันบรรจุอยู่” “ “ในภาคนี้ เพลงที่นำมาใช้ประกอบเมื่อเทียบกับภาคแรกแล้วจะมีโทนดนตรีที่มีความหรูหรามากกว่า แต่ถือได้ว่าเป็นการรวมเพลงที่น่าสนใจ ในภาคแรกเรานำเอาเนื้อเพลงเข้ามารวมอยู่ในสคริปต์เป็นการเล่าเรื่อง แต่ละเพลงตรงกับฉากของเรื่อง”

    สรุปถึงสิ่งที่เขาหวังไว้เมื่อ “Guardians of the Galaxy Vol. 2” จากมาร์เวล สตูดิโอส์ เข้าฉายในวันพุธที่ 26 เมษายนนี้ ว่า “ผมหวังว่าเราได้สานต่อใจความของภาคแรกและพามันไปสู่สถานที่อื่น ผมอยากที่จะสร้างหนังให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันเกี่ยวกับการสร้างเรื่องราวที่คู่ควรกับสิ่งที่เหล่าผู้พิทักษ์เป็นในฐานะตัวละคร และสร้างหนังที่เกี่ยวกับตัวละครพวกนั้นที่คู่ควรกับพวกเขา และผมหวังว่าเราได้ทำมันแ

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *