I, Frankenstein | สงครามล้างพันธุ์อมตะ

I, Frankenstein : สงครามล้างพันธุ์อมตะ

  • Genres: Action/Adventure, Adaptation, Horror, Supernatural, Fantasy
    Running Time:1 hour 32 minutes
    Release Date:January 24, 2014
    MPAA Rating:PG-13 (for for sequences of intense fantasy action and violence throughout)
    Distributors:Lionsgate
    Starring:Aaron Eckhart, Bill Nighy, Yvonne Strahovski, Miranda Otto, Socratis Otto, Jai Courtney
    Directed by:Stuart Beattie

    แนะนำสามเผ่าพันธุ์สุดอันตรายในโลกของ
    I, Frankenstein (ไอ แฟรงค์เกนสไตน์): สงครามล้างพันธุ์อมตะ

    ในภาพยนตร์ I, Frankenstein (ไอ แฟรงค์เกนสไตน์): สงครามล้างพันธุ์อมตะ นอกจากจะได้พบฉากต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่สุดมันส์ การันตีโดยทีมสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คจากทีมผู้สร้าง Underworld ทุกภาคแล้ว ในภาพยนตร์เรื่องนี้ยังจะได้พบกับสามเผ่าพันธุ์ที่แฝงตัวปะปนและใช้ชีวิตอยู่บนโลก ได้แก่ อดัม,การ์กอยล์ และ ปีศาจ ซึ่งดูผิวเผินแทบแยกไม่ออก จากมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

    อดัม คือ สิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างมนุษย์และปีศาจที่เข้มแข็งและเชี่ยวชาญการต่อสู้ เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการทดลองสุดพิศดารของ ดร.แฟรงเกนสไตน์ ที่นำชิ้นส่วนของมนุษย์มาเย็บต่อกันและช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าทำให้มีชีวิตขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงไม่ใช่ การ์กอยล์ ไม่ใช่ ปีศาจ และไม่ใช่มนุษย์ โดยเขาเองอยู่กึ่งกลางระหว่างความดีและความชั่วร้าย

    การ์กอยล์ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ปนาลี” คือ หินแกะสลักคล้ายมังกร ถึงแม้จะมีหน้าตาน่ากลัว แต่ภารกิจหลักของการ์กอยล์ก็คือการปกป้องโลกจากการคุกคามของปีศาจ นำโดย เลโอนอร์ ราชินีการ์กอยล์ผู้มีจิตใจเมตตา และอดัม ก็คือกุญแจสำคัญในสงคราม ปกป้องโลกในครั้งนี้ ซึ่งเธอพยายามชักจูงให้เขาใช้พลังที่มีมหาศาลในทางที่ดี ในขณะเดียวกันหากอดัมเลือกอยู่ฝั่งตรงข้าม พวกการ์กอยล์ก็พร้อมที่จะทำลายเขาได้เช่นเดียวกัน

    ปีศาจ สิ่งชั่วร้ายจาก อเวจี นำโดย นาเบรุส มีเป้าหมายที่จะทำลายล้างพวกการ์กอยล์ เพื่อที่จะขจัดขวากหนามในการครอบครองโลกมนุษย์ โดยเขาก็แฝงร่างเป็นมนุษย์และก่อตั้งกลุ่มบริษัทพันล้านที่ชื่อ “เวสเซ็ค” ที่ก้าวล้ำในเรื่องวิทยาศาสตร์ โดยใช้เป็นสถานที่รวบรวมอสูรกายจากทั่วโลก และเป็นสถาบันวิจัยทดลองการมีชีวิตเป็นอมตะ ซึ่งกุญแจสำคัญในการไขความลับนี้ก็อยู่ในตัวของอดัม นั่นเอง

    ยลโฉม อีวอนน์ สตราฮอฟสกี้ ในบท เทอร์ร่า นักวิทยาศาสตร์สาว
    กุญแจสำคัญผู้ไขความลับชีวิตอมตะของอดัม

    ในหนัง I, Frankenstein (ไอ แฟรงค์เกนสไตน์): สงครามล้างพันธุ์อมตะ นอกจากจะได้พบกับฉากแอคชั่นสุดมันส์กับการต่อสู้แบบดุเดือดระหว่าง 3 เผ่าพันธุ์เพื่อแย่งชิงความเป็นหนึ่งและไขความลับการมีชีวิตอันเป็นอมตะของอดัม

    คนแรกที่ค้นพบการมีชีวิตอมตะของอดัมคือ เทอร์ร่า แสดงโดย อีวอนน์ สตราฮอฟสกี้ นักแสดงสาวจากซีรี่ย์ดังอย่าง Chuck และ Dexter ที่มารับบทหัวหน้านักวิทยาศาสตร์สาวแห่งสถาบัน “เวสเซ็ค” ซึ่งแท้ที่จริงคือองค์กรปีศาจ ที่มีความมุ่งมั่นในการไขความลับของชีวิตที่เป็นอมตะเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ ซึ่งเธอเองไม่รู้เลยว่า ตกเป็นเครื่องมือถูกหลอกจากสถาบันแห่งนี้ เทอร์ร่า ช่วยเหลือ อดัมหลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บจากการถูกตามล่า มันทำให้เธอพบว่าเขาเป็นมากกว่าความผิดพลาดของการทดลอง แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีจิตใจดีกว่าหลายคนบนโลก

    “มันคือเรื่องราวของแฟรงค์เกนสไตน์ในศตวรรษที่ 21 เขามีชีวิตที่เป็นอมตะอยู่บนโลกใบนี้นานกว่า 200 ปี นอกจากนั้นยังมีสงครามที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างพวกปีศาจและกากอยล์รวมถึงตัวของอดัมเอง ฉันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ร่วมแสดงในฉากแอคชั่น เพราะมันเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับฉัน และมันก็ไม่ใช่เรื่องราวที่คุณเคยสัมผัสมาก่อนอย่างแน่นอน” สตราฮอฟสกี้ กล่าว

    เมคอัพเอฟเฟคเจ๋งทำ บิล ไนฮีย์ ไม่กล้าส่องกระจก
    กับบท นาบิรุส เจ้าชายแห่งโลกปีศาจ

    ในภาพยนตร์แอคชั่น-ไซไฟ เรื่อง I, FRANKENSTEIN (ไอ แฟรงค์เกนสไตน์): สงครามล้างพันธุ์อมตะ นักแสดงที่ถือว่ามีบทบาทสำคัญและอดทนที่สุดก็คงหนีไม่พ้น บิล ไนฮีย์ นักแสดงจาก Underworld ทั้งสามภาค ในภาพยนตร์นี้เขารับบทเป็น นาบิรุส เจ้าชายแห่งโลกปีศาจ ที่อดีตเขาคือเทวดาที่คิดครองโลกจนถูกเนรเทศลงไปอยู่ในขุมนรก บนโลกมนุษย์เขาแฝงตัวอยู่ในคราบของ ชาร์ล เวสเซ็กส์ นักธุรกิจที่เปิดสถาบันวิจัยเทคโนโลยีเป็นฉากหน้า แต่เบื้องหลังนั้นเขาก็สะสมกองทัพปีศาจเอาไว้ รอวันที่จะปลุกขึ้นมาและเปลี่ยนให้โลกมนุษย์กลายเป็นขุมนรกแห่งใหม่

    ภาพยนตร์ได้ทีมงานเมคอัพเอฟเฟคที่เคยมีผลงานอย่าง I Am Legend และ Silent Hill ทั้งสองภาคมาสร้างสรรค์ให้ปีศาจมีหน้าตาและรูปร่างอันสุดแสนน่ากลัว ตามแบบที่ผู้กำกับต้องการ แต่คนที่รับบทหนักและทนที่สุด จนต้องยกนิ้วให้ หนีไม่พ้น บิล ไนฮีย์ เพราะเขาต้องนั่งเมคอัพถึง 5 ชั่วโมงในทุกวันของการถ่ายทำกว่าจะกลายมาเป็น นาบิรุส เจ้าชายแห่งโลกปีศาจ ที่สมบูรณ์แบบความน่ากลัว ตามแบบที่ผู้กำกับต้องการ

    “นาบิรุส เป็นเจ้าชายปีศาจที่แตกต่างกับพวกสมุนอย่างสิ้นเชิง อย่างแรกเลยเขามีร่างกายที่ใหญ่โตรวมทั้งรูปร่างหน้าตาที่แสนน่ากลัวและโหดร้าย ซึ่งกว่าจะได้หน้าตาแบบที่ผู้กำกับต้องการนั้น ผมต้องนั่งให้ทีมเมคอัพเอฟเฟคแต่งหน้าผมใกว่า 5 ชั่วโมงถึงจะได้โฉมหน้าที่หน้ากลัวอย่างนั้น อย่างไรก็ดีผมถือว่ามันคุ้มค่ามากเพราะเขาทำให้ผมกลัวจนไม่กล้าส่องกระจกดูตัวเองด้วยซ้ำ” บิล ไนฮีย์ กล่าว

    I, Frankenstein | สงครามล้างพันธุ์อมตะ I, Frankenstein | สงครามล้างพันธุ์อมตะ
    I, Frankenstein | สงครามล้างพันธุ์อมตะ I, Frankenstein | สงครามล้างพันธุ์อมตะ

    ฉากใหญ่ยักษ์สุดอลัง!!!
    สรรค์สร้างความมันส์จากทีมผู้สร้าง UNDERWORLD ทุกภาค

    ในภาพยนตร์ I, Frankenstein (ไอ แฟรงค์เกนสไตน์): สงครามล้างพันธุ์อมตะ นอกจากจะได้พบกับตัวละครในจินตนาการแสนบรรเจิดแล้วแห่งโลกของ ไอ แฟรงค์เกนสไตน์ แล้ว ยังจะได้พบกับ 5 ฉากแอ๊คชั่นล้ำสมัยสุดยิ่งใหญ่ สร้างสรรค์จากทีมผู้สร้างภาพยนตร์ UNDERWORLD ทุกภาค

    ประเดิมด้วย ฉากพบกันครั้งแรกของสามเผ่าพันธุ์ คือ อดัม,กากอยล์ และปีศาจ เป็นฉากที่เหล่าปีศาจมาเพื่อจะจับตัว อดัม เพื่อเฟ้นหาความลับชีวิตอมตะ ในตอนนั้น อดัม ที่ยังไม่รู้วิธีการรับมือกับปีศาจ ได้รับการช่วยเหลือจาก คีไซอาห์ และ บาราเชล สององค์รักษ์การ์กอยล์ที่ใช้สรรพาวุธลงอาคม สิ่งเดียวที่สามารถส่งปีศาจกลับลงสู่นรกได้ “ในขณะที่พวกปีศาจมีสไตล์การต่อสู้ที่บ้าคลั่ง กากอยล์จะมีอาวุธให้เลือกใช้มากมาย ซึ่งอาวุธทุกชนิดก็จะถูกสลักเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ ที่จะส่งให้พวกปีศาจกลับนรก โดยผู้พิทักษ์แต่ละคนก็จะมีอาวุธประจำกายที่แตกต่างกัน” เคทลิน สเตซีย์ รับบทเป็น คีไซอาห์ กล่าว

    ฉากกองทัพปีศาจบุกปราสาทกากอลย์ ถือเป็นฉากใหญ่ที่สุดของเรื่องโดยทีมงานทำการบ้านอย่างหนักเพื่อต้องการให้ฉากนี้ดูยิ่งใหญ่และสมจริงในฉากนี้จะได้พบกับการต่อสู้ระหว่างกากอลย์และปีศาจด้วยสเปเชี่ยลเอฟเฟคตระการตา ทั้งการแปลงร่างจากมนุษย์เป็นการ์กอยล์ การตายของพวกปีศาจที่เปลี่ยนเป็นไปพุ่งลงดินและพวกการ์กอยล์ที่เปลี่ยนเป็นแสงพุ่งขึ้นท้องฟ้า รวมถึงการได้ใช้อาวุธเท่ๆของกากอลย์

    ฉากอดัมเผชิญหน้าซูเรียลหัวหน้าปีศาจ เป็นฉากที่ อดัม และ กีเดี้ยน ต่างโชว์ศิลปะการต่อสู้อย่างเหนือชั้นเพื่อช่วงชิงชัยชนะ ที่มีทั้งความตื่นเต้นแปลกตา ที่ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเคยทำมาก่อน “มันยากครับ เพราะพวกเราทั้งคู่ต้องอยู่ในเมคอัพแฟรงสเกนสไตน์และปีศาจที่ทั้งหนักและละเอียดอ่อน ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมีคิวบู๊ การปีนป่าย การสไลด์ตัว รวมถึงการใช้ศิลปะการต่อสู้ไม่ต่างจากหนังมาร์เชียลอาร์ตเลย แต่ท้ายที่สุดมันก็ออกมาน่าทึ่ง และเป็นฉากที่ส่วนตัวแล้วผมชอบที่สุด” แอรอน เอ็คฮาร์ค รับบทเป็น อดัม กล่าว

    ฉาก อดัม เผชิญหน้ากับ กีเดี้ยน หัวหน้ากากอลย์ ด้วยเหตุที่อดัมปฎิเสธที่จะอยู่ข้างกากอลย์ ดังนั้นฝ่ายกากอลย์จึงตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหากอดัมไปอยู่ข้างปีศาจ ด้วยการกีเดี้ยนหัวหน้ามือฉกาจของกากอลย์ มาเพื่อกำจัดอดัม ซึ่งทำให้เกิดฉากการต่อสู้ระหว่างมนุษย์อมตะกับองค์รักษ์การ์กอยล์ที่ฝีมือดีที่สุด ฉากนี้ถือเป็นความท้าทายอีกครั้ง เมื่อ แอรอน ที่รับบท อดัม ต้องสู้กับสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากซีจี โดย ร็อบ เฮกกี้ ผู้ดูแลวิชวลเอฟเฟ็คที่มีผลงานที่ผ่านมาอย่าง Alice in Wonderland และ The Matrix ทั้งสามภาค ก็พูดถึงการสร้างว่า “มันเป็นงานที่ท้าทาย เนื่องจากไม่เพียงแต่เราต้องสร้างตัวการ์กอยล์ให้สมจริงที่สุด เรายังต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทั้งสองตัวละครทำลายล้างขึ้นมาทั้งหมดอีกด้วย โชคดีที่ แอรอน มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับกรีนสกรีนมาโชกโชน เขามีส่วนช่วยทำให้การต่อสู้มีความสมจริง ประหนึ่งว่า อดัม กำลังต่อสู้กับ กีเดี้ยน อย่างเอาเป็นเอาตายจริงๆ”

    ฉาก สงครามที่จะตัดสินชะตากรรมของมวลมนุษยชาติ เมื่อถูกหมายหัวจากทั้งฝากดีและร้าย อดัม ไม่มีทางเลือกนอกจากทำบางอย่างเพื่อยุติสงครามครั้งนี้ เขาตัดสินใจบุกเข้าไปในปราสาทของการ์กอยล์เพื่อล่อให้เหล่าองค์รักษ์ออกมา ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังศูนย์วิจัยเวสเซ็ค ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคือฐานกำลังของพวกปีศาจ นี่คือจุดสิ้นสุดของสงครามและเป็นตัวตัดสินชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกคน….

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *