MAMA

  • อันเดรียส มุสชิเอตติ ร่วมเขียนบทและกำกับ MAMA
  • Q: หลังจากถ่ายทำภาพยนตร์สั้น 3 นาที Mama แล้ว โปรเจ็กต์ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
    A:คนแรกที่จุดประกายไอเดียนี้ขึ้นมาคือผู้กำกับฮวน คาร์ลอส เฟรสนาดิลโลครับ แล้วเราก็เริ่มตรงเข้าหาสตูดิโอต่างๆ แต่มันก็นิ่งไปจนผมได้ยินว่ากุยเลอร์โม เดล โทโร สนใจโปรเจ็กต์นี้ ตอนนั้น เรากำลังสร้างหนังอีกเรื่องที่มีชื่อว่า The Yearning อยู่ แต่กุยเลอร์โมชื่นชอบหนังสั้น 3 นาทีของเราและอยากจะอำนวยการสร้าง MAMA สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังสั้นเรื่องนี้คือมันตั้งคำถามบางอย่างที่เราจะต้องตอบในหนังเรื่องนี้ครับ

  • Q: คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รู้ว่าผู้กำกับคนดังอย่างกุยเลอร์โม เดล โทโร (ผู้ควบคุมงานสร้าง) มาสนใจผลงานของคุณ
    A:การได้ติดต่อกับเขาและรู้ว่าเขาชื่นชมสิ่งที่เราทำเป็นเหมือนฝันที่เป็นจริงเลยครับเพราะผมชื่นชมเขามาก กุยเลอร์โมเป็นคนที่คุณชื่นชมไม่เพียงแต่สำหรับผลงานของเขาเท่านั้นแต่ในฐานะศิลปินที่มีความรอบรู้ด้านภาพยนตร์อย่างมากด้วย เขาเป็นคนที่จริงใจ ตรงไปตรงมาและโอบอ้อมอารีมากๆ ครับ

  • Q: คุณบอกได้มั้ยว่าคุณมีอะไรเหมือนกับกุยเลอร์โมบ้าง
    A:เราทั้งคู่ต่างก็ชอบวาดภาพและเราก็วาดภาพมาตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบที่ได้มีอะไรเหมือนกับเขาครับ

  • Q: นั่นเป็นเหตุผลที่ลูคัส อาของเด็กๆ ใน MAMA ที่ถูกพบตัวในป่าหลังจากหายตัวไปหลายปีหลังการเสียชีวิตของพ่อแม่ของพวกเธอ เป็นศิลปินและวาดรูปด้วยในภาพยนตร์เรื่องนี้รึเปล่า
    A:อาจจะครับ ผมคิดว่าลึกๆ ลงไปแล้วมันน่าจะเป็นแบบนั้นแหละ ตอนที่ผมกำลังคิดว่าเขาน่าจะมีอาชีพอะไรดี ผมก็รู้ว่าผมไม่อยากให้เขามีหน้าที่รับผิดชอบเกินไปหรือมีการเงินที่มั่นคง ถ้าเป็นแบนั้น เขาคงจะลำบากมากขึ้นในการที่จะรับเลี้ยงดูเด็กๆ พวกนี้ ตอนแรกตามที่เขียนอยู่ในบท แอนนาเบล ที่อยู่ในวงพังค์ และลูคัส อาจจะเป็นพ่อแม่ที่ไม่เหมาะสมที่สุสำหรับวิคตอเรียและลิลลี

  • Q: เจสสิก้า เชสเทนรับบทนำเป็นแอนนาเบล การทำงานร่วมกับเธอเป็นอย่างไร
    A:สนุกดีครับ เธอเป็นคนสบายๆ รักในสิ่งที่เธอทำและชื่นชอบการเล่นสนุกครับ เจสสิก้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากๆ และเป็นคนที่สวยมากด้วยครับ

  • Q: นิโคลัจ คอสเตอร์-วัลเดา นักแสดงชาวเดนิช เป็นตัวเลือกของคุณสำหรับบทลูคัสและเจฟฟรีย์ ฝาแฝดของเขา ก็ได้ปรากฏตัวในตอนเริ่มต้นเรื่องด้วย คุณจะเล่าอะไรให้เราฟังเกี่ยวกับเขาได้บ้าง
    A:ตอนแรก ผมไม่ได้นึกถึงเขาสำหรับบทนี้เลย แม้ว่าผมจะเคยดูเขาใน Game of Thrones ผมนึกถึงลูคัสว่าน่าจะเป็นคนประเภทแอนตี้ฮีโรมากกว่า แต่เทปที่เขาส่งมาให้ผมที่เขาได้แสดงบางฉากในหนังเรื่องนี้ทำให้ผมทึ่งมาก! เขาเล่นสองบทบาท ซึ่งเป็นเรื่องท้าทาย ผมพบว่าเขาเป็นคนดีและเป็นนักแสดงที่น่าทึ่ง

  • Q: คุณไปเจอเด็กหญิงที่เหมาะสำหรับบทวิคตอเรียและลิลลีในแคนาดาใช่มั้ย
    A:เมแกน ชาร์เพนเทียร์ ที่รับบทวิคตอเรีย เป็นนักแสดงที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้วครับ แต่อิซาเบล เนลิส ที่รับบทลิลลี ไม่เคยแสดงหนังมาก่อนและแสดงตามสัญชาตญาณล้วนๆ แม้ว่าทั้งคู่จะมีวิธีการแสดงที่แตกต่างกัน แต่ทั้งคู่ก็มีปฏิกิริยาเคมีที่ยอดเยี่ยมด้วยกันและมีความผูกพันกันในทันทีครับ

  • Q: พูดถึงความผูกพัน คุณและบาร์บารา พี่สาวของคุณ ที่ทำหน้าที่อำนวยการสร้างและร่วมเขียนบท MAMA ด้วย ทำงานร่วมกันอย่างไร
    A:จริงๆ เราทะเลาะกันบ่อยครับ เรามีนิสัยที่ต่างกันมากๆ เธอคิดเหมือนผู้อำนวยการสร้างมากกว่าในขณะที่ผมจะออกโบฮีเมียนมากกว่า ความสัมพันธ์ของเรามีพื้นฐานอยู่บนความสมดุลและแน่นอนครับ ความรักฉันพี่น้อง เมื่อถึงเวลาเขียนงาน เราก็จะคุยกันก่อนแล้วค่อยแยกกันเขียน ผมคิดว่าผมจะเป็นตัวหลักในแง่ของโครงสร้างและพล็อต แต่เธอจะถนัดในการเติมเต็มงานของผมด้วยฟีดแบ็คของเธอเพราะเธอดูหนังมาเยอะมาก มันเป็นทีมเวิร์คที่ยอดเยี่ยมครับ

  • Q: ด้วยเหตุผลบางอย่าง การมีเด็กอยู่ในภาพยนตร์สยองขวัญทำให้มันยิ่งมีผลกระทบชัดเจนขึ้นอีก คุณคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง
    A:เพราะเด็กและความตายอยู่คนละฟากฝั่งของชีวิตครับ การจับสองสิ่งนี้มาอยู่ด้วยกันก็เลยเป็นเรื่องที่สั่นคลอนประสาทและรบกวนจิตใจครับ

  • Q: พลังงานในกองถ่ายเป็นยังไงบ้าง
    A:เยี่ยมไปเลยครับ การถ่ายทำหนังเป็นเหมือนการวิ่งมาราธอนเพราะมันใช้เวลานานมาก มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะเข้ากันได้ดีกับทุกคนเพราะคนจะทำงานได้ดีขึ้นเมื่อพวกเขาอยู่ในบรรยากาศที่เป็นมิตร

  • Q: มันมีพื้นที่สำหรับอารมณ์ขันในฉากของภาพยนตร์สยองขวัญรึเปล่า
    A:แน่นอนครับ ทำไมจะไม่ล่ะ มันเป็นเรื่องยากที่จะรักษาอารมณ์ขันในกองถ่ายหนังไว้ได้เพราะมันมีความเครียดและความวุ่นวายมากเหลือเกิน แต่มันก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะไม่ซีเรียสเกินไป พอการถ่ายทำเสร็จลง ความสนุกจึงเริ่มต้นขึ้น

  • Q: แล้วคุณมีความสนุกแบบไหนระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้
    A:บางครั้ง พอจบเทค ผมจะตะโกนว่า “ถุย!” แทนที่จะสั่ง “คัท!” แล้วคนก็จะถุยน้ำลายออกมา ซึ่งหลังจากนั้นคำนั้นก็เปลี่ยนเป็น “หมุน!” คุณลองนึกภาพเจสสิก้า เชสเทนหมุนตัวหลังถ่ายทำดูสิครับ มันตลกมากๆ เลย

  • Q: ประสบการณ์ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในโตรอนโตเป็นอย่างไรบ้าง
    A:มันน่าอัศจรรย์ครับ! โตรอนโตมีทุกอย่างเลย มันเหมือนนิวยอร์กแต่มีพื้นที่ว่างมากกว่า แล้วมันก็เป็นมิตรกับกองถ่ายมากๆ ด้วย คุณจะเดินผ่านกองถ่ายหนังหลายเรื่องทุกวันระหว่างที่คุณไปทำงานครับ

  • Q: ลุคของภาพยนตร์เรื่องนี้และแบบดีไซน์ของตัวละคร มาม่า ค่อนข้างจะโดดเด่นทีเดียว คุณช่วยเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมหน่อยได้มั้ย
    A:โฟกัสหลักของผมคือตัวละครตัวนี้และบริบทของเธอ พลังงานมากมายของผมทุ่มเทลงไปให้กับการสร้าง มาม่า สิ่งแวดล้อมของเธอและบ้านที่คนพวกนี้ และเธอ ได้ย้ายเข้าไปในท้ายที่สุด บ้านหลังนี้จะต้องมีสมดุลที่เปราะบาง มันจะต้องเป็นสถานที่ที่ไม่ได้ดูดีแต่ก็ไม่ได้น่าขนลุกจนเกินไป ผมชอบสิ่งที่ผู้กำกับภาพแอนโทนิโอ เรียสตรา ทำเพราะเขาได้ทำการตัดสินใจอะไรบางอย่างที่กล้ามากๆ ลงไปครับ

  • Q: ฮาเวียร์ โบเต็ท นักแสดงชาวสแปนิช เป็นผู้รับบทตัวละครเหนือธรรมชาติอย่าง มาม่า คุณจะเล่าอะไรเกี่ยวกับเขาได้บ้าง
    A:ฮาเวียร์ โบเต็ทเป็นคนที่ฉลาดและทำงานหนักมากๆ ตอนแรก ผมคิดว่าผมจะได้ประโยชน์จากลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นของเขา แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาเป็นนักแสดงคนเก่งที่เข้าใจภาษาทางกายเป็นอย่างดีครับ

  • Q: ทำไมคุณถึงใช้ผีเสื้อราตรีเป็นตัวประกาศการมาเยือนของมาม่าล่ะ
    A:เราเริ่มจากแมงมุม แล้วก็ไปใช้แมลงวัน ก่อนที่ท้ายที่สุด เราจะลงเอยด้วยการใช้ผีเสื้อราตรี มันเป็นส่วนขยายด้านภาพของมาม่า โดยที่ไม่ต้องเผยภาพเธอออกมา เพราะมันเป็นสิ่งที่บ่งชี้และประกาศการมาถึงของเธอน่ะครับ แล้วผีเสื้อราตรีก็เป็นผีเสื้ออัปลักษณ์ที่มีทั้งความงามและความน่าสยดสยอง มีทั้งชีวิตและความตายเหมือนกับตัวละครตัวนี้น่ะครับ

  • Q: ในชีวิตจริง คุณกลัวอะไรบ้าง
    A:สิ่งที่ทำให้ผมกลัวในปัจจุบันนี้ก็เป็นสิ่งเดียวกับที่เคยทำให้ผมกลัวในวัยเด็ก ผมเป็นคนนอนไม่ค่อยหลับเพราะผมกลัวความมืดและสิ่งต่างๆ อย่างผีหรือวิญญาณ แต่ผมคิดว่ามันมีประโยชน์ต่อการสร้างหนังของผม ถ้าคุณพยายามจะทำให้ใครซักคนกลัว ตัวคุณเองก็ต้องเชื่อมันก่อนครับ

  • Q: คุณคิดว่าทำไมเราถึงชื่นชอบการถูกทำให้กลัวในโรงหนังล่ะ
    A:มันเป็นประสบการณ์ที่เข้มข้นครับ และเราก็ต้องการจะถ่ายทอดอะดรีนาลินนั้นออกมา ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของการเผชิญหน้ากับความตายและความกลัวอื่นๆ ของคุณในบรรยากาศที่ปลอดภัย แล้วมันก็เป็นเรื่องของการได้ดูความรุนแรงโดยไม่รู้สึกผิดเพราะคุณรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงน่ะครับ

  • Q: พอคุณนึกถึงภาพยนตร์สยองขวัญที่มีผลกระทบกับคุณตอนเล็กๆ คุณนึกถึงอะไรเป็นเรื่องแรก
    A:The Howling ครับ ผมจำได้ตอนที่ดูหนังเองนั้นว่ามันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าตกตะลึงที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในโรงหนังเลยล่ะ

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *