Monsters University

Monsters University | มหา’ลัย มอนสเตอร์ส

  • Genres:Animated, Sequel, Family, Comedy
    Running Time:1 hour 47 minutes
    Release Date:June 21, 2013
    MPAA Rating:G
    Distributors:Walt Disney Pictures
    Starring:Billy Crystal, John Goodman, Steve Buscemi, Helen Mirren, Alfred Molina, Dave Foley
    Directed by:Dan Scanlon

    “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวอ่อนไหวหรอกนะ แต่ทุกอย่างในชีวิตฉัน นำฉันมาสู่ช่วงเวลานี้ อย่าให้มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นสำหรับความฝันของฉันเลย แต่ให้มันเป็นจุดเริ่มต้นความฝันของคุณทุกคนด้วยก็แล้วกัน”
    ~ ไมค์ วาซาวสกี้, “Monsters University”

    นับตั้งแต่ที่ไมค์ วาซาวสกี้ (พากย์เสียงโดยบิลลี่ คริสตัล) น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ เป็นสัตว์ประหลาดตัวน้อย เขาก็ใฝ่ฝันที่จะได้เป็นสัตว์ประหลาดหลอกคนมาตลอด และเขาก็รู้ดีกว่าใครว่า สัตว์ประหลาดที่หลอกคนได้เก่งที่สุดจบจากมหา’ลัยมอนสเตอร์ (เอ็มยู) กันทั้งนั้น แต่ระหว่างเข้าเรียนเทอมแรก แผนการของไมค์กลับพบอุปสรรคเมื่อเขาได้เจอกับเจมส์ พี. ซัลลิแวน “ซัลลี่” พ่อหนุ่มคนเก่ง (พากย์เสียงโดยจอห์น กู๊ดแมน) ผู้เป็นสัตว์ประหลาดหลอกคนแต่กำเนิด การแข่งขันชิงดีชิงเด่นที่เกินขอบเขตของพวกเขาทำให้ทั้งคู่โดนเตะออกจากหลักสูตรหลอกคนชั้นสูงของมหาวิทยาลัย ซ้ำร้าย พวกเขาตระหนักว่าพวกเขาต้องร่วมมือกัน และจับมือกับกลุ่มมอนสเตอร์ตัวป่วน หากยังหวังว่าจะแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

    “Monsters University” จากดิสนีย์/พิกซาร์ ที่กรีดร้องด้วยเสียงหัวเราะ และพองโตไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ กำกับโดยแดน สแกนลอน (“Cars,” “Mater and the Ghostlight,” “Tracy”) อำนวยการสร้างโดยโครี่ เรย์ (“Up,” “The Incredibles,” “Monsters, Inc.”) และควบคุมงานสร้างโดยจอห์น แลสซีเตอร์ เรื่องราวและบทภาพยนตร์โดยแดเนียล เกอร์สันและโรเบิร์ต แอล. เบียร์ด (“Monsters, Inc.”) และสแกนลอน

    “Monsters University” พากย์เสียงโดยสตีฟ บุสเชมี่ (“Boardwalk Empire”) ในบทแรนดี้ บอกส์, เฮเลน เมอร์เรน (“Hitchcock,” “The Queen”) ในบทคณะบดีฮาร์ดแสครบเบิ้ล, อัลเฟรด โมลินา (ซีรีส์ทีเอ็นทีเรื่อง “Monday Mornings,” “The Da Vinci Code,” “Frida”) ในบทศาสตราจารย์ไนท์, เดฟ โฟลีย์ (ซีรีส์ “NewsRadio,” “The Kids in the Hall”) ในบทเทอร์รี่ เพอร์รี่, ฌอน พี. เฮเยส (“The Three Stooges,” ซีรีส์ “Up All Night”) ในบทเทอร์ริ เพอร์รี่, โจเอล เมอร์เรย์ (ซีรีส์ “Mad Men,” “Two and a Half Men”) ในบทดอน คาร์ลตัน, ปีเตอร์ ซอห์นจากพิกซาร์ (“Ratatouille,” “Small Fry”) ในบท สก็อตต์ “สควิชชี่” สควิบเบิ้ลส์ และชาร์ลีย์ เดย์ (“Horrible Bosses,” “Pacific Rim,” ซีรีส์ “It’s Always Sunny in Philadelphia”) ในบทอาร์ท

    ทีมพากย์เสียงของเรื่องยังรวมถึงนาธาน ฟิลเลียน (“Much Ado About Nothing,” “Percy Jackson: Sea of Monsters,” ซีรีส์ “Castle”) ในบทจอห์นนี่ เวิร์ธธิงตัน, บ็อบบี้ มอยนิฮัน (ซีรีส์เอ็นบีซีเรื่อง “Saturday Night Live,” ซีรีส์เอชบีโอเรื่อง “Girls,” “Delivery Man” โดยดรีมเวิร์คส์ สตูดิโอส์) ในบทเชท อเล็กซานเดอร์, จูเลีย สวีนนีย์ (ซีรีส์ “The Goode Family,” “Saturday Night Live”) ในบทมิสสควิบเบิ้ลส์, ออเบรย์ พลาซ่า (“To Do List,” ซีรีส์ “Parks and Recreation”) ในบทแคลร์ วีลเลอร์, ไทเลอร์ ลาไบน์ (“Tucker & Dale vs. Evil,” “Mad Love”) ในบทบรอค แพร์สัน, จอห์น คราซินสกี้i (“Promised Land,” ซีรีส์ “The Office”) ในบท “ไฟรเทนนิง” แฟรงค์ แม็คเคย์, บอนนี่ ฮันท์ (ซีรีส์ “The Bonnie Hunt Show,” “Cheaper by the Dozen”) ในบทคาเรน เกรฟส์ ครูโรงเรียนประถมของไมค์ วาซาวสกี้, เบธ เบห์ (ซีรีส์ “2 Broke Girls”) ในบทแคร์รีย์ วิลเลียมส์และจอห์น แรทเซนเบอร์เกอร์ (“Cheers,”ภาพยนตร์ดิสนีย์/พิกซาร์) ได้หวนคืนสู่สตูดิโอบันทึกเสียงของพิกซาร์อีกครั้งเพื่อพากย์เสียงพนักงานของบริษัทมอนสเตอร์ส, อิงค์.

    ดนตรีจากแรนดี้ นิวแมน (“Monsters, Inc.,” “Toy Story 3”) คอมโพสเซอร์เจ้าของรางวัลและอนาคตผู้ได้รับการบรรจุชื่ออยู่ในร็อค แอนด์ โรล ฮอล ออฟ เฟม, แอ็กซ์เวล และเซบาสเตียน อินกรอสโซจากสวีดิช เฮาส์ มาเฟีย และมาสโทดอน “Monsters University” เข้าฉายในอเมริกา วันที่ 21 มิถุนายน ปี 2013 และจะเข้าฉายในระบบ 3D ในโรงภาพยนตร์บางแห่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการจัดเรท G โดยสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งอเมริกา

    ยินดีต้อนรับสู่มหา’ลัยมอนสเตอร์
    ทีมงานเรื่องราวพาตัวละครย้อนเวลา

    “เราอยากให้ ‘Monster University’ เป็นเรื่องราวของไมค์ตั้งแต่เริ่มต้นครับ” ผู้กำกับแดน สแกนลอนบอก “แรงขับและความจริงใจของเขามีเสน่ห์เหลือเกิน ซึ่งก็ทำให้การเดินทางของเขามีความเป็นส่วนตัวอย่างมากด้วย”

    ตั้งแต่เริ่มต้น สแกนลอนก็สนใจไอเดียของการค้นพบตัวเอง “การสร้างเรื่องราวให้เกิดขึ้นในตอนที่ไมค์ได้ก้าวสู่โลกใบใหญ่ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกทำให้เราได้ล้วงลึกเข้าไปในการเดินทางเพื่อทำความรู้จักกับตัวเอง และได้สัมผัสกับความสนุกสนาน ขาขึ้น ขาลง มิตรภาพและการเปิดเผยที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเติบโตขึ้นพร้อมกันไปกับเขา ระหว่างช่วงเวลานี้นี่เอง ที่ไม่ว่าเราจะเรียนมหาวิทยาลัยหรือไม่ก็ตาม เรามักจะได้เรียนรู้ว่าตัวเราเองเป็นใคร ซึ่งมันก็อาจจะไม่ใช่คนที่เราคิดว่าเราเป็นก็ได้”

    “ไมค์มั่นใจในตัวเองมาก และมีศรัทธาที่แน่วแน่” ผู้อำนวยการสร้างโครี่ เรย์กล่าว “แต่ความฝันของไมค์มีขนาดใหญ่โตเกินตัว เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าเขาอาจจะไม่บรรลุเป้าหมาย แต่เราก็มักไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการเสมอไป ซึ่งรวมถึงสิ่งที่เราฝันมาทั้งชีวิตด้วย บางที มันอาจเป็นบทเรียนที่สาหัสที่สุดที่เราทุกคนต้องเผชิญ แต่มันก็เป็นการทดสอบถึงความเป็นผู้ใหญ่ค่ะ”

    เมื่อประตูหนึ่งปิด อีกประตูหนึ่งก็เปิด

    พีท ด็อคเตอร์ ผู้กำกับ “Monsters, Inc.” มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาธีมสำคัญต่างๆ ใน “Monsters University” “ธีมหนึ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มแรกคือไอเดียที่ว่าเมื่อประตูหนึ่งปิด อีกประตูหนึ่งก็เปิดออกครับ” ด็อคเตอร์กล่าว “ประตูเป็นภาพที่สำคัญมากในหนังภาคแรก ดังนั้น ไอเดียนี้ก็เลยเป็นอะไรที่โดดเด่นจริงๆ เราตระหนักได้ว่า ข้อคิดสำคัญในหนังหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสำหรับเด็กๆ ก็คือ ‘ถ้าคุณพยายามมากพอและเชื่อในตัวเอง คุณจะสามารถทำได้ทุกอย่าง!’ และนั่นก็ไม่ได้เป็นข้อคิดที่เลวร้ายเลย แต่มันก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป คุณจะทำยังไงล่ะครับถ้าความฝันของคุณสลายไป”

    ทีมผู้สร้างบอกว่า เรื่องราวของไมค์ และความจริงที่ว่าเขาไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้ ไม่เพียงแต่ทำให้เรื่องราวนี้น่าสนใจมากขึ้น แต่ยังทำให้เรื่องราวนี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วย “ส่วนสำคัญของหนังเรื่องนี้คือการเผชิญหน้ากับความจริง” เคลซีย์ แมนน์ ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายเรื่องราว กล่าว “บางครั้ง มันก็โหดร้ายและไม่ยุติธรรม แต่มันก็โอเค เพราะมันอาจหมายความว่า คุณควรจะไปทำอีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปก็ได้ บางสิ่งที่ท้ายที่สุดแล้วก็จะคุ้มค่ามากกว่า”

    แลสซีเตอร์เห็นพ้องด้วย “มหาวิทยาลัยเป็นช่วงเวลาที่เราทุกคนต่างก็มีความมั่นใจและมองโลกในแง่บวกอย่างมากว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ เรามีความฝัน มีเป้าหมาย ไม่มีใครหยุดเราได้ แต่แล้วความจริงก็เริ่มเข้ามา และเราก็เริ่มเจอกับประตูที่ปิดตรงหน้าเรา สิ่งที่คุณทำในตอนที่ความฝันของคุณแตกสลายคือสิ่งที่จะหล่อหลอมตัวคุณครับ”

    สแกนลอนเชื่อว่ากุญแจสำคัญในการหาคำตอบสำหรับประเด็นเหล่านี้มักจะถูกเผยผ่านทางความสัมพันธ์ที่เราได้สร้างขึ้น “ไม่ว่าเราจะพยายามหนักแค่ไหน เราก็ทำคนเดียวไม่ได้ ไม่มีใครทำได้หรอกครับ เราก็เลยต้องหันไปหาคนอื่น และพวกเขาก็หันมาหาเรา แล้วเราถึงเริ่มเดินหน้าไปสู่ตัวตนที่เราจะเป็นจริงๆ ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมจริงๆ ส่วนที่ยากก็คือการรวมทีมที่ใช่น่ะครับ”

    มือเขียนบทโรเบิร์ต แอล. เบียร์ด กล่าวเสริมว่า “มันทำให้ซัลลี่คลั่งที่ว่าเจ้าตัวกลมเขียวตัวเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนี่มาวินในชั้นเรียน แถมหลอกคนได้เก่งกว่าเขา ที่เกิดมาเพื่องานนี้ด้วยซ้ำไป เขาก็เลยเริ่มจะไม่มั่นใจในตัวเอง ซึ่งก็เป็นเชื้อเพลิงที่จุดประกายการชิงดีชิงเด่นระหว่างทั้งคู่ครับ”

    “ตอนที่ทุกอย่างระเบิดออก มันไม่สวยนักหรอกค่ะ” เรย์บอก “พวกเขาโดนคณะบดีไล่ออกจากหลักสูตรหลอกคนด้วยตัวเองและความฝันของทั้งคู่ก็สลาย แต่โชคชะตาบันดาลให้พวกเขาจำต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้ สายสัมพันธ์อันเหลือเชื่อที่พวกเขาได้สร้างขึ้นกับกลุ่มตัวป่วน และการที่พวกเขาเติบโตขึ้น ทั้งในฐานะปัจเจกและในฐานะเพื่อน ก็ส่งผลให้เกิดเรื่องราวที่ตลกขบขันและน่าประทับใจมากๆ ที่เป็นที่เข้าถึงได้สำหรับคนแทบทุกวัยน่ะค่ะ”

    แน่นอนว่าทุกอย่างไม่ได้ออกมาเป็นอย่างที่พวกเขาต้องการซะทีเดียว บางที แค่บางทีน่ะนะ แมนน์บอกว่ามันออกมาดีกว่าที่คิดเสียอีก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าทำไมไมค์และซัลลี่ถึงน่าจะเป็นเพื่อนกัน “ไมค์เก่งในการสนับสนุนคนอื่น ในการไขว่คว้าความฝันที่ไกลเกินเอื้อมนี้ เขาก็กลายเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยม ทำให้ซัลลี่ดีขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยๆ เท่า พวกเขาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมจริงๆ และเราก็ได้เห็นว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงน่ะครับ”

    ย้อนเวลา
    นับตั้งแต่ที่ “Monsters, Inc.” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ปี 2001 ทีมงานที่พิกซาร์ อนิเมชัน สตูดิโอส์ก็รู้ว่าไมค์, ซัลลี่และโลกสัตว์ประหลาด ได้กระทบใจผู้ชมทั่วโลกอย่างมาก ดังนั้น ไอเดียในการนำพวกเขากลับมาสู่จอเงินอีกครั้งจึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่การจะทำยังไงนั้นก็เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งเลยล่ะ

    ผู้ควบคุมงานสร้าง จอห์น แลสซีเตอร์กล่าวว่า “ตอนที่เราสร้างหนังภาคแรกขึ้นมาที่พิกซาร์ ตอนที่เราสร้างมันเสร็จ เราก็รู้จักตัวละครเป็นอย่างดี พวกเขาเหมือนเป็นเพื่อน เป็นครอบครัว เป็นส่วนหนึ่งของเรา มันเป็นเรื่องหวานปนขมที่จะต้องเอ่ยคำลากับตัวละครแบบนั้น มันสนุกมากที่ได้เริ่มนึกถึงไอเดียใหม่ๆ ที่คุณสามารถทำได้ในโลกที่คุณรักมันอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องคิดเรื่องราวที่ดีพอๆ กันหรือดีกว่าภาคแรกขึ้นมาให้ได้น่ะครับ”

    ในการผลักดันกระบวนการให้เดินไปข้างหน้า หัวหน้าทีมงานสร้างของพิกซาร์ อนิเมชัน สตูดิโอส์ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “เบรน ทรัสต์” ได้จัดเซสชันระดมสมองขึ้น ด้วยการเชิญนักเล่าเรื่องคนเก่งของพิกซาร์ ซึ่งรวมถึงสมาชิกหลายคนจากทีม “Monsters, Inc.” ดั้งเดิมมาด้วย แน่นอนว่าไอเดียของการสร้างพรีเควลเป็นสิ่งที่คนกลุ่มนี้สนใจอยู่แล้ว และการจินตนาการถึงเบื้องหลังของไมค์และซัลลี่ ซึ่งเป็นส่วนตามธรรมชาติในกระบวนการถ่ายทำ ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่มีการสร้างภาพยนตร์ภาคแรกขึ้นแล้วด้วย

    ทีมผู้สร้างรู้ดีถึงความท้าทายที่จะตามมาจากการสร้างพรีเควล เบียร์ดกล่าวว่า “ตอนที่ไอเดียนี้ปรากฏขึ้น เราก็พูดกันว่า ‘โอเค ฟังดูน่าสนุก ลองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์หนังแล้วศึกษาพรีเควลเยี่ยมๆ ทุกเรื่องดูซิ’ แล้วเราก็มารู้สึกได้ว่า เราคิดไม่ออกซักเรื่อง”

    สแกนลอนอธิบายว่า “หนึ่งในความท้าทายเกี่ยวกับพรีเควลคือตามคำนิยามแล้ว ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องราวจะจบยังไง มันก็เลยเป็นเรื่องยากที่จะสร้างดรามาขึ้นมาในตอนที่คุณรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างจะต้องคลี่คลายได้ มันเป็นเรื่องยากที่จะสร้างความเสี่ยงให้เกิดขึ้นได้ คุณจะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับตัวละคร ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว เราก็ได้ทำใน ‘Monsters University’ เราจะต้องผลักดันดรามาให้ไกลพอจนกระทั่งมันคุกคามความรู้สึกที่คนมีต่อตัวละครเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกันก็รับประกันว่าในตอนที่หนังจบ เราจะทำในสิ่งตรงกันข้ามด้วยการดึงผู้ชมให้ใกล้ชิดกับไมค์และซัลลี่มากขึ้นกว่าเดิมน่ะครับ”

    เรย์กล่าวเสริมว่า “มันเป็นเรื่องยากสุดๆ ที่จะสร้างเรื่องราวที่คาดเดาไม่ได้ ที่มีจุดหักมุม ที่คนคาดไม่ถึงและมีการเปลี่ยนแปลงตัวละครที่น่าประหลาดใจ แต่ทีมเรื่องราวได้เจาะลึกลงไปและพัฒนารายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครเหล่านี้ และได้สร้างพล็อตที่สนุกสนานแต่ก็ประทับใจ ที่ผู้ชมไม่มีทางคาดคิดได้ขึ้นมาด้วยล่ะค่ะ”

    แมนน์ กล่าวว่า การรู้ว่าเรื่องราวจบอย่างไรได้เปิดประตูโอกาสที่น่าตื่นเต้นให้ทีมผู้สร้างด้วยซ้ำไป “คุณอาจจะรู้ว่าพวกเขาจะลงเอยที่ไหน” แมนน์กล่าว “แต่คุณไม่รู้หรอกว่าพวกเขาไปถึงที่นั่นได้ยังไง ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการเดินทาง มันเป็นไอเดียที่ปรากฏชัดอยู่ในหนังทั้งเรื่องครับ”

    สแกนลอนกล่าวเห็นพ้องด้วย “กระบวนการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ได้สะท้อนถึงเส้นทางของตัวละครของเราในหนังเรื่องนี้ มันไม่ได้เป็นเส้นตรงจากจุดเริ่มต้นไปถึงจุดจบ แต่มันเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยหลุมและเนิน เลี้ยวซ้ายขวาและเปลี่ยนเส้นทางใหม่หลายครั้ง แต่ก็เหมือนกับเรื่องราวของไมค์ที่มันลงเอยอย่างที่ควรจะเป็นน่ะครับ”

    ผู้กำกับกล่าวยกย่องทีมงานพิกซาร์ของเขา “สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความร่วมมือร่วมใจที่นี่มีลักษณะโดดเด่นและมีค่าอย่างมาก ผมได้ฟีดแบ็คจากกลุ่มคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในวงการ ซึ่งผมไม่ได้ถูกคาดหวังว่าจะต้องใช้ไอเดียทั้งหมดนั่น หรือไอเดียไหนๆ เลย แต่ผมดีขึ้นเพราะฟีดแบ็คพวกนั้น และหนังเรื่องนี้ก็ด้วย คุณเชื่อได้เลยล่ะครับว่าผมเข้าถึงเรื่องราวของไมค์และซัลลี่ได้จริงๆ”

    แน่นอนว่าการเดินทางไม่ได้ง่าย สแกนลอนบอก แต่มันคือการผจญภัย “นี่เป็นหนังมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เราก็เลยอยากให้มันเป็นเรื่องสนุกจริงๆ และถ่ายทอดประสบการณ์การค้นพบตัวเองแบบนั้น แน่นอนเถอะว่าเราต้องการสร้างให้เกิดเสียงหัวเราะ ตัวละครสนุกสนาน และเรื่องราวประทับใจที่เข้าถึงได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราคือการเล่าเรื่องราวที่จะทำให้คนรู้สึกดี บางที ใครบางคนอาจเพิ่งล้มเหลวมาในชีวิตหรือรู้สึกเหมือนความฝันครั้งใหญ่เพิ่งพังทลาย คนๆ นั้นอาจจะเดินออกจากโรงหนังด้วยความรู้สึกว่ายังมีความหวัง ว่ามันเกิดขึ้นกับทุกคน แม้กระทั่งสัตว์ประหลาด แน่นอนว่าความฝันของพวกเขาอาจต้องเปลี่ยนแปลงไป แต่มันก็ไม่ใช่ว่าโลกจะถล่มซักหน่อยน่ะครับ”

    การสร้างมอนสเตอร์
    ได้เวลาสมัครเรียน “Monsters University”
    แม้ว่าทีมผู้สร้างจะสามารถเริ่มต้นทำงานสร้างบรรดาตัวละครสำหรับ “Monsters University” ได้ทันทีเพราะพวกเขามีตัวละครหลักสามตัวที่กลับมาอีกครั้ง และมีแบบพิมพ์เขียวสำหรับโลกสัตว์ประหลาดจาก “Monsters, Inc.” อยู่แล้ว พวกเขาก็ยังมีงานหนักรอพวกเขาอยู่ตรงหน้า “เราต้องพาไมค์และซัลลี่ย้อนเวลาครับ” ผู้กำกับแดน สแกนลอนกล่าว “เราต้องทำให้พวกเขาอายุน้อยลง ไปถึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แล้วคุณจะทำแบบนั้นกับสัตว์ประหลาดได้ยังไงล่ะครับ”

    คำถามนี้เป็นสิ่งท้าทายสำหรับสแกนลอนและทีมงานสร้าง นักวาดภาพได้ดึงเอาข้อมูลอ้างอิงจากนักแสดงเอลิสต์บางคนที่อยู่ในวงการมานาน เพื่อเปรียบเทียบรูปภาพของพวกเขาในวัยที่แตกต่างกัน สำหรับไมค์ พวกเขาได้ศึกษาการมีอายุมากขึ้นของกบเพื่อตัดสินใจว่าเขาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรตอนที่อายุน้อยกว่านี้ แล้วเนียร์วา, เจสัน ดีมเมอร์ ผู้กำกับศิลป์ฝ่ายตัวละครและทีมงานหลายคนก็ได้ใช้สิ่งที่พวกเขารวบรวมมาในการสร้างไมค์และซัลลี่ เวอร์ชันอายุน้อยขึ้นมา “เราทำให้พวกเขาผอมลง หั่นเขาของเขาให้สั้นลง ลบริ้วรอยออกบ้างทำให้ดวงตาของพวกเขาสว่างไสวขึ้น และทำให้สีสันของพวกเขาสดใสขึ้นครับ” ดีมเมอร์กล่าว “เราได้สร้างรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาและก็ยินดีที่ได้เห็นว่าพวกเขาดูแตกต่างออกไปมากแค่ไหนเมื่อยืนเทียบกับพวกเขาตอนอายุมากกว่า เราคิดว่าผลโดยรวมมันออกมาชัดเจนทีเดียว แต่มันก็ยังไม่พอ ลูกบอลกลมสีเขียวที่ผอมลงนิดหน่อย และมีดวงตาเดียวก็ยังคงลักษณะแบบนั้นอยู่ ในตอนที่คุณดึงเอาลักษณะเด่นบางอย่างของใครซักคนออกมา ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันก็จะเป็นสิ่งที่คุณจดจำได้ในอีกสิบปีหลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้น่ะครับ”

    ดังนั้น ทีมงานก็ได้สร้างสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ฮุควิชวล” ให้กับตัวละครที่ได้กลับมาอีกครั้ง สำหรับไมค์ นักวาดภาพได้ใส่เหล็กดัดฟันให้กับตัวเขาตอนเรียนประถม ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไปใส่รีเทนเนอร์ในตอนเข้าเรียนมหา’ลัยมอนสเตอร์ ซัลลี่มีขนกระเซิงสมกับที่เป็นวัยรุ่น สะท้อนถึงทัศนคติสบายๆ ของเขา แรนดัลล์ ที่ใน “Monsters University” รู้จักกันในชื่อแรนดี้ ได้สวมแว่นตา ซึ่งก็มักจะก่อกวนการหายตัว ที่ตอนนี้ยังไม่เป็นท่าไม้ตายของเขา ไม่น้อยเลย

    ตัวละครทุกตัว ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ต่างก็ถูกสร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณที่มีชีวิตชีวา ตามสไตล์พิกซาร์ ก่อเกิดเป็นกลุ่มตัวละครที่น่าจดจำ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ก็ได้รับการเนรมิตชีวิตขึ้นมาโดยทีมนักพากย์พรสวรรค์ ที่นำทีมโดยบิลลี่ คริสตัลและจอห์น กู๊ดแมน “พวกเขาเยี่ยมมากครับ” สแกนลอนบอก “เราบันทึกเสียงพวกเขาแยกกันตั้งแต่ช่วงเริ่มแรก เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้จังหวะของตัวละครและให้ทุกคนได้พบกับไมค์และซัลลี่เวอร์ชันอายุน้อยลง แต่เมื่อเราให้พวกเขาได้มาเจอกัน มันก็วิเศษสุด พวกเขาเข้ากันได้ดีจริงๆ และมีเสน่ห์ตามธรรมชาติตอนที่อยู่ด้วยกัน สำหรับผมแล้ว มันเป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้เซ็ทไอเดียคร่าวๆ สำหรับฉากนั้นๆ แล้วปล่อยให้พวกเขาบรรเลงให้เต็มที่ ส่วนผมก็จะยืนมอง แล้วก็เปลี่ยนแปลงตรงนั้นตรงนี้ ระดับพลังงานมันสูงมาก การบันทึกเสียงพวกเขาด้วยกันทำให้เกิดเรื่องบังเอิญที่น่ายินดี ที่คุณไม่ค่อยได้พบนักในอนิเมชัน มันเป็นช่วงเวลาฉับพลันที่ยอดเยี่ยมน่ะครับ”

    ผู้อำนวยการสร้างโครี่ เรย์กล่าวเสริมว่า “เราโชคดีมากที่ได้ทีมนักพากย์ทีมนี้มา มันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพรสวรรค์ล้วนๆ และประสบการณ์ รวมทั้งความตื่นเต้นเพียวๆ ที่มีต่อโปรเจ็กต์นี้ ที่ทำให้หนังแบบนี้ติดปีกโบยบินจริงๆ ค่ะ”

    ปัญหาใหญ่อีกข้อหนึ่งสำหรับทีมผู้สร้างคือเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ตอนนี้ เทคโนโลยีทำให้พวกเขาสามารถทำอะไรต่างๆ อย่างที่พวกเขาไม่สามารถทำได้ใน “Monsters, Inc.” “ขนเป็นความท้าทายเชิงเทคนิคสำหรับหนังภาคแรก” เนียร์วา ผู้ทำงานในภาคแรกกล่าว “เราได้รับอนุญาตให้สร้างตัวละครขนฟูหนึ่งตัวต่อฉาก ซึ่งเราก็ได้พัฒนามาไกลแล้วนับตั้งแต่นั้นและใน ‘Monsters University’ เราสามารถใส่ตัวละครขนฟูไว้ตรงไหนก็ได้ เราก็เลยทำแบบนั้น แต่ [ผู้กำกับ] แดน [สแกนลอน] ก็ต้องคุมทุกอย่างไว้เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกินจากในภาคแรก ดังนั้น สัตว์ประหลาดบางตัวก็ต้องถูกถอนขนออกไปบ้างครับ”

    เนียร์วากล่าวว่า มีตัวละคร 500 ตัวใน “Monsters University” ซึ่งเฉลี่ยแล้วมากกว่า 25 ตัวต่อช็อต นับว่าเป็นจำนวนที่มากเป็นสองเท่าของจำนวนในภาพยนตร์พิกซาร์เรื่องก่อนๆ นักวาดภาพได้ออกแบบและสร้างโมเดลตัวละครแบ็คกราวน์มากกว่า 400 ตัวตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการถ่ายทำ ระหว่างที่ทีมเรื่องราวได้ขัดเกลารายละเอียดการผจญภัยสมัยมหาวิทยาลัยของไมค์และซัลลี่

    ใครเป็นใครในมหา’ลัย มอนสเตอร์
    ความฝันอันยาวนานของไมค์ วาซาวสกี้คือการได้เป็นสัตว์ประหลาดจอมหลอนที่บริษัทมอนสเตอร์ส, อิงค์. และเขาก็มั่นใจว่าเขารู้ว่าจะทำได้ยังไง นับตั้งแต่ที่เขาเป็นสัตว์ประหลาดตัวน้อย ไมค์ก็หมายตามหา’ลัยมอนสเตอร์ ที่มีหลักสูตรหลอกคนระดับแนวหน้าของโลกมอนสเตอร์ ตอนนี้ เมื่อเขากลายเป็นนักศึกษาน้องใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง เขาก็คุ้นเคยในประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ทฤษฎีและเทคนิคที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายของเขาเป็นอย่างดี และสัตว์ประหลาดตาเดียวตัวเขียวนี้ก็มีความมั่นใจ ความกระตือรือร้น ความมุ่งมั่น และหัวใจอบอุ่นมากกว่าเพื่อนร่วมชั้นทุกคนของเขารวมกันเสียอีก แต่แล้วเขาก็ได้พบกับเจมส์ พี. ซัลลิแวน หรือซัลลี่ และชีวิตเขาก็เริ่มมีขวากหนามขึ้นมา “เขามีปมแบบคนตัวเล็กครับ” คริสตัล ผู้กลับมาสู่สตูดิโอบันทึกเสียงของพิกซาร์อีกครั้ง เพื่อพากย์เสียงไมค์ด้วยอารมณ์ขันและชีวิตชีวา กล่าว “เขามีอคติกับซัลลี่ สัตว์ประหลาดรูปหล่อตัวใหญ่ ผู้เป็นทุกอย่างอย่างที่ไมค์อยากจะเป็นน่ะครับ”

    แน่นอนว่าปัญหาก็คือซัลลี่ไม่เคยพัฒนาพรสวรรค์ตามธรรมชาติของตัวเอง ในขณะที่ไมค์พยายามหนักเป็นพิเศษ โดยแทบไม่มีผล “หนังเรื่องนี้ทำในสิ่งที่แทบไม่มีใครทำ” สแกนลอนกล่าว “มันแสดงให้เห็นถึงคนที่มีความฝันและความปรารถนาที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เขาคาดหวัง ผมคิดว่ามันเกิดขึ้นกับทุกคนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราก็เลยอยากให้หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าบางครั้ง ในตอนที่เจอกับผนังพวกนั้น มันอาจจะมีสิ่งที่ดีกว่าอยู่ตรงหัวมุมก็ได้ มันไม่ใช่โลกถล่มลงมาซะหน่อย และไมค์ วาซาวสกี้ก็เป็นคนที่เพอร์เฟ็กต์ที่จะบอกเล่าเรื่องราวนั้นด้วยครับ”

    คริสตัลกล่าวว่า สำหรับสัตว์ประหลาด ตัวละครเหล่านี้กลับมีความเป็นมนุษย์อย่างน่าประหลาดใจ “มันง่ายที่จะคิดว่าตัวละครพวกนี้ไม่น่าจะมีความรู้สึกที่ลึกซึ้งอะไรเพราะพวกเขาเป็นสัตว์ประหลาด แต่พวกเขามีความรู้สึกครับ” คริสตัลกล่าว “พวกเขาเป็นเหมือนเด็กหนุ่มที่หาคำตอบว่าพวกเขาเป็นใครและต้องการอะไรในชีวิต รวมถึงสิ่งที่ชีวิตเตรียมรอพวกเขาไว้อยู่แล้ว สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับหนังพวกนี้คือมันไม่ได้แค่สร้างความบันเทิงเท่านั้น แต่มันยังมีข้อคิดที่วิเศษสุดด้วยครับ”

    และการย้อนเวลาก็เป็นเหมือนโบนัสเช่นกัน นักแสดงหนุ่มกล่าวเสริม “เรากลับมามีอายุ 18 ปีอีกครั้ง พวกเขาทำให้เราดูอายุน้อยลงและผอมลง ผมอยากให้ชีวิตเป็นแบบนั้นจัง”

    ในเรื่องของการหลอกคนแล้ว ซัลลี่มีพรสวรรค์ตามธรรมชาติ ขนาดใหญ่โตของเขา เสียงคำรามดุดัน และสายเลือดตระกูลสัตว์ประหลาดหลอกคนที่ยาวนานทำให้เขานอนมาอยู่แล้วสำหรับหลักสูตรหลอกคนที่มหา’ลัยมอนสเตอร์ “เราทุกคนต่างก็รู้ว่าซัลลี่กลายเป็นใคร” สแกนลอนกล่าว “ซัลลี่ทั้งถ่อมตน อ่อนหวานและเป็นผู้ใหญ่ใน ‘Monsters, Inc.’ เราสนุกมากกับการให้เขาทำตัวค้านกับนิสัยของตัวเองใน ‘Monsters University’ เขาเป็นจอมหลอนที่มีพรสวรรค์มากๆ เพราะเขาเป็นคนตัวใหญ่ เป็นนักกีฬา เขาเหมาะกับงานนี้และเขาก็รู้ตัว เขาก็เลยโชว์ออฟหน่อยๆ และอาจจะทะนงตัวเล็กๆ ด้วยครับ”

    แต่ตั้งแต่นาทีแรกที่สัตว์ประหลาดที่มั่นใจเหลือล้นได้ก้าวเท้าขนปุยของเขาเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัย เราก็เห็นได้ชัดเจนว่าเขาชื่นชอบการปล่อยมุขมากกว่าอ่านหนังสือ และเขาก็เจอบทเรียนที่ว่าพรสวรรค์เหลือล้นและชื่อเสียงตระกูลของเขาพาเขาไปได้ไม่ไกลนักหรอก เมื่ออีโก้ของเขาถูกสั่นคลอนและอนาคตของเขาตกอยู่ในอันตราย ซัลลี่ผู้ดื้อรั้นก็ต้องทิ้งความภาคภูมิใจของตัวเอง ร่วมมือกับกลุ่มสัตว์ประหลาดตัวป่วนและต้องลงมือทำงานอย่างจริงๆ จังๆ หากเขาต้องการดึงเอาศักยภาพจอมหลอนที่แท้จริงของตัวเองออกมา

    ทีมผู้สร้างกล่าวว่า ตัวละครตัวนี้ ที่มีน้ำหนัก 985 ปอนด์ ต้องผ่านความเปลี่ยนแปลงมากมายก่อนที่พวกเขาจะพบกับส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความมั่นใจและความน่ารักน่าเอ็นดู โชคดีที่พวกเขามีคนที่เหมาะสมในการช่วยเนรมิตชีวิตให้กับตัวละครตัวนี้ เรย์กล่าวว่า “จอห์น กู๊ดแมน ชายผู้ทำงานหนักที่สุดในวงการบันเทิง กลับมาพากย์เสียงซัลลี่อีกครั้ง และเขาก็เยี่ยมมากๆ”

    กู๊ดแมนรู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาพากย์เสียงบทนี้อีกครั้งแต่กล่าวว่าเขากังวลที่เรื่องการนำตัวละครที่เป็นที่รักนี้ย้อนเวลากลับไป “ผมกังวลเรื่องการใช้เสียงที่สูงขึ้นสำหรับเขา แต่มันก็เป็นของมันเองครับ” นักแสดงหนุ่มกล่าว “ผมเข้ามาแล้วอ่านบทซักสองสามบรรทัด ก่อนที่เราจะอ่านบททั้งหมดที่เหลือ แต่ที่สุดแล้ว เราก็มักจะกลับมาสู่บทดั้งเดิมอีกครั้งเสมอ เพราะถึงตอนนั้น ตัวละครก็พบตัวเองแล้วครับ”

    แรนดี้ บอกส์ นักศึกษาใหม่จากมหา’ลัยมอนสเตอร์ มีความใฝ่ฝันยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตมหาวิทยาลัย สัตว์ประหลาดหน้าตาพิลึกที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกิ้งก่า และมีแขนขายาวเก้งก้างตัวนี้ วางแผนที่จะเรียนเอกหลอกคน และใช้ชีวิตเที่ยวเตร่ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เพื่อนๆ และปาร์ตี้ของบ้าน “เขาไม่ใช่แรนดัลล์อย่างที่เรารู้จักใน ‘Monsters, Inc.’” สตีฟ บุสเชมี่ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยพากย์เสียงตัวละครดังตัวนี้ กล่าว “เขาไม่มั่นใจนิดๆ และเขาก็อยากจะทำตัวกลมกลืนกับคนอื่น เขาก็เลยตั้งหน้าตั้งตารอการสาบานตนเข้าบ้านที่เจ๋งที่สุดน่ะครับ”

    ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายเรื่องราว เคลซีย์ แมนน์กล่าวว่า เขาคิดว่าผู้ชมจะแปลกใจที่ได้เห็นจุดเริ่มต้นที่ต่ำต้อยของแรนดัลล์ “เขาทั้งมีความสุขและมองโลกในแง่บวกสุดๆ และเขาก็ใฝ่ฝันว่าจะได้เป็นจอมหลอนมาตลอด เหมือนไมค์เลยครับ”

    แน่นอนว่าเขามองหาแรงบันดาลใจอยู่ และหนึ่งในบทพูดที่น่าจดจำที่สุดของแรนดัลล์จาก “Monsters, Inc.” ก็ปรากฏในพรีเควลเรื่องนี้ด้วย สิ่งที่แขวนอยู่เหนือเตียงของแรนดี้คือโปสเตอร์สร้างแรงบันดาลใจที่มีข้อความว่า “สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง”

    ผู้ชมจะได้รับรู้แบบเกาะติดถึงสิ่งที่กระตุ้นความอยากแข่งขันของแรนดี้ แต่อนาคตจอมหลอนตัวเอ้ของบริษัทมอนสเตอร์ส, อิงค์.ผู้นี้จะต้องควบคุมนิสัยหายตัวแบบน่าอับอายของเขาได้เสียก่อน เพราะแรนดี้ไม่แน่ใจว่าเขาจะเป็นจอมหลอนที่ยอดเยี่ยมได้รึเปล่าถ้าไม่มีใครมองเห็นเขา

    ถึงเวลาตัวป่วน
    ตัวละครจากบ้านอูซมา แคปปา หลั่งไหลมาจากมื้ออาหารเที่ยงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและไม่ทันได้เตรียมตัวกันมาก่อนของบรรดาทีมผู้สร้าง “เราอยากจะออกแบบสมาชิกกลุ่มอูซมา แคปปาแต่ละตัวตามประเด็นในเรื่องราวหรือลักษณะที่จะสะท้อนถึงสิ่งที่ไมค์และซัลลี่กำลังเผชิญ” สแกนลอนบอก

    เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงของหายนะทางเศรษฐกิจ ดอน คาร์ลตัน เซลส์แมนชาวมิดเวสเทิร์น พบว่าตัวเองต้องกลับไปเรียนเพื่อศึกษาทักษะใหม่ๆ และไล่ตามความฝันในการทำงานเป็นจอมหลอน “ดอนเป็นหนึ่งในตัวละครตัวโปรดของผมครับ” สแกนลอนบอก “ผมชอบไอเดียที่ว่ามันไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณต้องการจะทำและลองในสิ่งที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจเหลือเกิน เขาทำในสิ่งที่เขาไม่ได้ตื่นเต้นกับมันมาเป็นปีๆ ผมชอบไอเดียที่ว่าดอนมีโอกาสครั้งที่สองที่จะได้ทำในสิ่งที่เขารักจริงๆ ครับ”

    ดอน หนึ่งในนักเรียน “โข่ง” ของมหา’ลัยมอนสเตอร์ สมาชิกผู้ก่อตั้งบ้านอูซมา แคปปาผู้นี้ ได้นำความซื่อสัตย์และความขยันขันแข็งมาสู่ความพยายามของพวกเขาและคอยดูแลให้พี่น้องในบ้านของเขายืดคอตั้งตรงและรักษาสายตาสับปะรดของพวกเขาเอาไว้ที่งานตรงหน้า

    โจเอล เมอร์เรย์ เป็นผู้ถูกเลือกมาเนรมิตชีวิตให้กับนักเรียนโข่งผู้นี้ “ฉันคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมสำหรับดอน” เรย์กล่าว “เขาเป็นคนตลกจริงๆ แต่โจเอลมีความอ่อนหวานที่บริสุทธิ์ในตัวละครมากมายของเขา ซึ่งมันก็ปรากฏในตัวดอนด้วยเช่นกันค่ะ”

    สก็อตต์ “สควิชชี่” สควิบเบิ้ลส์ ได้สร้างความหมายใหม่ให้กับคำว่า ไม่สามารถบ่งบอกได้ สแกนลอนกล่าวว่า “ดีไซน์ของเขาเป็นเหมือนก้อนดินเหนียวที่ต้องการการปั้นให้เป็นรูปร่าง เราจงใจออกแบบสควิชชี่ให้ตัวเล็กและน่ารักกว่าไมค์ เพื่อแสดงให้เห็นว่า รูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ใครเป็นสัตว์ประหลาดจอมหลอกหลอนได้ แต่มันเป็นอะไรที่จับต้องได้ยากกว่านั้นครับ”

    สควิชชี่ นักศึกษาปีสอง ผู้ซึ่งความใฝ่ฝันในการได้เป็นจอมหลอนถูกทำลายในปีแรกของการเรียนที่มหา’ลัยมอนสเตอร์ เป็นนักเดินทางขี้กลัวนิดๆ เขาทั้งตัวเล็ก น่ารัก ไร้เดียงสาและเงียบขรึม ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขายังคงใช้ชีวิตอยู่กับแม่ผู้คอยดูแลเอาใจใส่เขา แต่ความช่วยเหลือจากพี่น้องในบ้านอูซมา แคปปา ก็ทำให้สควิชชี่เริ่มตระหนักว่า เขาน่าจะเป็นได้มากกว่าสัตว์ประหลาดขี้อายตรงมุมห้อง
    พีท ซอห์นจากพิกซาร์ เป็นผู้เข้ามาพากย์เสียง สควิชชี่ “เขามาพากย์เสียงชั่วคราวตั้งแต่แรก และมันก็กลายเป็นถาวรค่ะ” เรย์กล่าว “พีทเป็นนักพากย์ยอดเยี่ยมที่เคยทำงานในหนังหลายเรื่องของเรามแล้ว เขาเป็นสควิชชี่ที่เพอร์เฟ็กต์เลย สำหรับฉัน ตัวละครตัวนี้เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องค่ะ”

    อาร์ท ผู้รักอิสระเสรี เป็นสัตว์ประหลาดลึกลับที่มีแบ็คกราวน์น่าฉงน “อาร์ทเป็นตัวคำถามครับ” สแกนลอนกล่าว “เราหาคำตอบไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร และการหาคำตอบไม่ได้นั้น ก็ทำให้เราได้พบเขา”

    อาร์ท ผู้เป็นสมาชิกที่แปลกประหลาดที่สุดของบ้านอูซมา แคปปา ได้สร้างความประหลาดใจในการแข่งขัน ด้วยความคล่องแคล่วและวิธีที่พิลึกพิลั่นของเขา ไม่มีอะไรที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับตัวขนฟูที่แสนประหลาดผู้นี้

    สแกนลอนกล่าวเสริมว่า “เขาเป็นตัวพิลึกที่คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย และก็มีคนจำพวกนี้ในมหาวิทยาลัยหลายคนเลยนะครับ ท้ายที่สุด เขากลับเป็นหนึ่งในตัวละครตัวโปรดของเราเพราะเขาพิลึกมากๆ แล้วดีไซน์ของเขาก็แปลกประหลาดไม่แพ้กันด้วยครับ”
    ก็แปลกประหลาดจริงๆ นั่นแหละ อาร์ทมีรูปทรงโค้งราวสายรุ้ง เขามีแขนขายาวเฟื้อยจากที่ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ “ผมคิดว่าทันทีที่เราได้แบบดีไซน์นั้นมา ทุกคนก็รู้ว่ามันจะต้องเยี่ยมแน่ๆ” เจสัน ดีมเมอร์ ผู้กำกับศิลป์ฝ่ายตัวละครบอก “แล้วอนิเมชันก็เริ่มเข้ามามีส่วนและเริ่มดัดตัวเขาไปทุกทิศทาง เราหวังว่าเขาจะเป็นตัวละครที่โดดเด่นกว่าใครครับ”

    ชาร์ลีย์ เดย์ ถูกเลือกมาเนรมิตชีวิตให้กับอาร์ท “เขาทำตามจังหวะชีวิตของตัวเองครับ” เดย์กล่าว “แต่อาร์ทมีหัวใจดวงโต และมันก็อยู่ที่ไหนซักแห่งระหว่างดวงตาและขาของเขาน่ะครับ”

    สำหรับเทอร์ริและเทอร์รี่ เพอร์รี่ มันเป็นเรื่องยากที่จะไม่เอ่ยถามว่า “สองหัวดีกว่าหัวเดียวจริงหรือ?” สแกนลอนบอก
    “เทอร์ริ และเทอร์รี่เป็นตัวละครคู่กัด ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของไมค์และซัลลี่ในตอนเริ่มแรก พวกเขาตัวติดกัน แต่กลับทำงานด้วยกันไม่ได้”

    พวกเขามีอะไรเหมือนกันน้อยมาก เทอร์ริ ที่ชื่อมีสระอิ เป็นหนุ่มโรแมนติกที่มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในทุกสถานการณ์ ในขณะที่ เทอร์รี่ พี่ชายของเขา ที่ชื่อมีสระอี จะมีมุมมองชีวิตที่หดหู่กว่า “พวกเขาจะต้องเรียนรู้ที่จะทำตัวเป็นหนึ่งเดียว แบบเดียวกับที่ไมค์และซัลลี่ทำน่ะครับ” สแกนลอนบอก

    ถ้าพวกเขาหยุดทะเลาะกันได้นานพอที่จะร่วมมือกับพี่น้องในบ้านอูซมา แคปปาของพวกเขา บางที พวกเขาอาจจะรวมหัวกันได้สำเร็จ แบบจริงๆ เลยน่ะนะ และพบที่ทางของตัวเองในหลักสูตรหลอกคนของมหา’ลัยมอนสเตอร์อีกครั้งก็เป็นได้

    ฌอน พี. เฮเยส ให้เสียงพากย์เทอร์ริ ในขณะที่เดฟ โฟลีย์พากย์เสียง เทอร์รี่ ทั้งคู่บันทึกเสียงด้วยกัน ซึ่งก็ทำให้เกิดการอิมโพรไวส์ยกใหญ่ทีเดียว เฮเยสกล่าวว่า “เราสนุกกับการอิมโพรไวส์และการคิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้เสมอ แต่มันก็จะอยู่ภายในขอบเขตของสิ่งที่เขียนขึ้นไว้แล้วครับ”

    โฟลีย์กล่าวเสริมว่า “แดน สแกนลอนได้ขัดเกลาสิ่งที่เราอิมโพรไวส์ขึ้นมา และถ้าเราคิดสิ่งที่เขาชอบอยู่บ้างขึ้นมาล่ะก็ เขาก็จะนำทางมันไปสู่สิ่งที่เขาชอบแบบจริงๆ จังๆ น่ะครับ”

    ผู้ดูแล
    สำหรับคณะบดีฮาร์ดแสครบเบิ้ล มีทั้งสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว และก็มีสัตว์ประหลาดดาษๆ ทั่วไป ก็ไม่น่าแปลกใจที่เธอรู้สึกแบบนี้ เพราะเธอคือสัตว์ประหลาดจอมหลอนในตำนานและคณะบดีของคณะหลอกคนแห่งมหา’ลัยมอนสเตอร์น่ะสิ นักศึกษาคณะนี้จะต้องตอบรับความท้าทายในการทำให้เธอประทับใจ แม้ว่าเธอจะเชื่อว่าสายตาการประเมินสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวอย่างแท้จริงของเธอไม่เคยผิดพลาดเลยก็ตาม

    “ฮาร์ดสแครบเบิ้ลอาจจะเป็นตัวละครที่ยากที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานมาตลอด 15 ปีที่ผมอยู่ที่นี่ก็ได้” เจสัน ดีมเมอร์ ผู้กำกับศิลป์ฝ่ายตัวละครกล่าว “เราใช้คน 12 คนกับตัวละครตัวนี้ เธอจะต้องน่าสะพรึงกลัว น่าขนลุก แต่ในขณะเดียวกันก็งดงามและสง่างามด้วยครับ”

    ทีมผู้สร้างเลือกตะขาบหายากเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งก็คือ Scolopendra Gigantea หรือที่เป็นที่รู้จักในชื่อตะขาบยักษ์อเมซอน “เราไม่อยากให้เธอเป็นตะขาบอย่างเดียวครับ” ผู้ออกแบบงานสร้าง ริคกี้ เนียร์วากล่าว “เราก็เลยนึกถึงว่าการมีลักษณะแบบมังกรหรือปีกค้างคาวน่าจะเท่ดี เธอสามารถเดินทางจากจุด A ไปจุด B ได้อย่างรวดเร็ว และปีกของเธอก็เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการแสดงอารมณ์ของเธอออกมา ตอนที่เธอโกรธ เธอก็จะกระพือปีกได้เร็วมากเลยล่ะครับ”

    ด้วยขา 30 ข้าง ปีกที่ตระการตาและประสบการณ์ชั่วชีวิต คณะบดีฮาร์ดแสครบเบิ้ลรู้เรื่องการหลอกคนอย่างทะลุปรุ
    โปร่ง เธอไม่แยแสกับพวกคุณภาพปานกลางและนักศึกษาของเธอก็รู้ดี ดังนั้น เมื่อเธอที่ไม่พอใจอะไรง่ายๆ ได้เห็นความเป็นปรปักษ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างไมค์และซัลลี่ เธอจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และทำลายความฝันของพวกเขาในชั่วพริบตา

    ต่างกับฮาร์ดแสครบเบิ้ล เฮเลน เมอร์เรน ผู้พากย์เสียงตัวละครตัวนี้ ชื่นชมคติในการทำงานของวาซาวสกี้ “การทำตามความฝันของคุณเป็นเรื่องดีก็จริง แต่ถ้าปราศจากความพยายาม มันก็ไร้ค่าค่ะ ฉันคิดว่าคนจำนวนมากคิดว่าสิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่ฝัน แล้วมันก็จะเกิดขึ้นเอง แต่หนังเรื่องนี้สอนบทเรียนให้กับคนหนุ่มสาวอย่างงดงามและเฉียบคมว่า ความสำเร็จ 10% เป็นเรื่องของแรงบันดาลใจ และอีก 90% เป็นเรื่องของหยาดเหงื่อและความพยายาม และถึงกระนั้น ก็ไม่มีอะไรรับประกันความสำเร็จให้คุณได้หรอกค่ะ”

    ศาสตราจารย์ไนท์สอนวิชาหลอกคน 101 ซึ่งเป็นคอร์สเบื้องต้นสำหรับคณะหลอกคนที่มหา’ลัยมอนสเตอร์ ด้วยความที่มีนักศึกษาเข้าใหม่หลายร้อยคนในแต่ละปี เขาก็เลยต้องคัดพวกอ่อนด้อยออกจากพวกผู้มีพรสวรรค์และหาผู้ที่แสดงศักยภาพในการเป็นจอมหลอนตัวจริงมากที่สุด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถผ่านการสอบไล่หฤโหดและได้ผ่านไปสู่หลักสูตรหลอกคนชั้นสูงได้

    อัลเฟรด โมลินาได้รับการทาบทามให้เนรมิตชีวิตให้กับครูผู้เป็นที่นับหน้าถือตาผู้นี้ “ศาสตราจารย์ไนท์เป็นส่วนผสมระหว่างโค้ชฟุตบอลและครูฝึกทหารครับ” โมลินากล่าว “เขาคาดหวังกับนักศึกษาของเขาเอาไว้เยอะ และเขาก็จะทั้งผลักทั้งดันพวกเขา แต่ที่เขาเข้มงวดแบบนี้เพราะเขาอยากให้พวกเขาได้ดีจริงๆ ครับ”

    มิสสควิบเบิ้ลส์ เป็นคุณแม่ผู้โอ๋ลูก ผู้คอยให้กำลังใจ ดูแล และทะนุถนอมสก็อตต์ “สควิชชี่” สควิบเบิ้ลส์ ลูกชายคนเดียวของเธอ สควิชชี่อายุ 19 ปีแล้ว แต่ก็ยังอาศัยอยู่ที่บ้าน แต่ใครจะโทษเขาได้ล่ะ? เพราะมิสสควิบเบิ้ลส์เป็นแม่คนดีที่หนึ่งของเมืองมอนสโทรโพลิสเลยทีเดียว เธอทำอาหารให้เขา ซักรีดผ้าให้เขา และเธอยังทำตัวเหมือนแม่บ้านในตอนที่เขาพา “เพื่อนตัวน้อยๆ” มาทำกิจกรรมของบ้านอีกด้วย

    ทีมผู้สร้างได้เลือกจูเลีย สวีนนีย์มาพากย์เสียงคุณแม่ผู้น่ารักผู้นี้ “เชอร์รี่ สควิบเบิ้ลส์มีดวงตาห้าดวง คิ้วสามคิ้วและคอที่หนามากๆ” สวีนนีย์บอก “เธอเป็นหญิงร่างกลม ที่มักจะสวมโรลม้วนผมอยู่เสมอ เธอไม่รู้เลยว่าบางทีเธออาจทำให้ลูกชายเธอขายหน้าต่อหน้าเพื่อนๆ เขาก็ได้ แต่พวกเขาพูดอะไรไม่ได้เพราะพวกเขาอยู่ในบ้านของเธอ ฉันชอบที่มันเป็นเรื่องของแม่ที่ดีทั้งนั้นเลยค่ะ”

    สภานักเรียน
    จอห์นนี่ เวิร์ธธิงตัน มีเหตุผลที่ทำให้เขามั่นใจสุดๆ เพราะเขาเป็นนักศึกษาการหลอกคนระดับหัวกะทิแห่งมหา’ลัยมอนสเตอร์ และเป็นประธานของบ้านรอร์ โอเมก้า รอร์ (RΩR) ซึ่งเป็นบ้านที่ดีที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัย จอห์นนี่ ที่พากย์เสียงโดยนาธาน ฟิลเลียน มาจากตระกูลจอมหลอนที่มีประวัติยาวนาน และเขาก็เคารพในประวัติศาสตร์ ธรรมเนียมและที่สำคัญที่สุด ระบบการตัดสินความยอดเยี่ยมในการหลอกคนของมหาวิทยาลัย เขาอาจจะคาบช้อนเงินมาเกิดก็จริง แต่สัตว์ประหลาดตัวนี้ไม่ได้อ่อนปวกเปียกเลยแม้แต่น้อย

    ฟิลเลียนกล่าว่า “ธีมหนึ่งในหนังเรื่องนี้คือการมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ของคนเรา มันเป็นทักษะที่จอห์นนี่ขาดแคลนครับ เขามองดูคนแค่ภายนอก และเขาก็ไม่มีทางได้รู้จักคนเหล่านั้นเลย มันเป็นอุปสรรคที่ไมค์และซัลลี่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้กับกันและกันครับ”

    ออเบรย์ พลาซ่า พากย์เสียง แคลร์ วีลเลอร์ ผู้เป็นประธานสภากรีกของมหา’ลัยมอนสเตอร์ และในปีนี้ เธอก็เป็นหนึ่งในพิธีกรผู้ได้รับเลือกสำหรับการแข่งขันหลอกคนประจำปีของมหาวิทยาลัย อย่าโดนภายนอกที่ดูเคร่งขรึมและเสียงพูดโมโนโทนของแคลร์หลอกเชียวล่ะ แม้ว่าภายนอกเธอจะดูไร้ชีวิตชีวา แต่ภายใน เธอเต็มไปด้วยพลังงานพลุ่งพล่าน ผู้คอยเตือนผู้เข้าแข่งขันการหลอกคนถึงอันตรายที่พวกเขาอาจต้องเผชิญอย่างขยันขันแข็ง

    บรอค แพร์สัน พากย์เสียงโดย ไทเลอร์ ลาไบน์ เป็นสัตว์ประหลาดที่ดูดีมีสกุล ผู้เลือกที่จะช่วยเหลือประธานสภากรีก ในการเป็นพิธีกรการแข่งขันหลอกคนประจำปีของมหาวิทยาลัย บรอค ที่เหมือนนักกีฬาและบางคนอาจเรียกเขาว่า “คนทึ่มทื่อ” เป็นพิธีกรเสียงดัง ผู้กระตือรือร้นกับงานและชื่นชมอันตรายจากความท้าทายในการแข่งขันครั้งนี้

    บ็อบบี้ มอยนิฮัน พากย์เสียง เช็ท อเล็กซานเดอร์ ไซด์คิกผู้กระตือรือร้นของจอห์นนี่ เวิร์ธธิงตัน ประธานบ้านรอร์ เขาเป็นคนคึกคัก ตื่นเต้นง่ายและเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่จอห์นนี่พูดแบบ 100% ถ้าจอห์นนี่อยากให้ใครโดนล้อเลียน เชทจะเป็นคนแรกที่ล้อพวกเขา ถ้าจอห์นนี่อยากได้เสียงหัวเราะ เชทก็จะหัวเราะท้องคัดท้องแข็งก่อนที่เขาจะเล่ามุขนั้นจบเสียอีก และถ้าจอห์นนี่อยากให้เชทเลิกเกาะติดเขาเสียที เชทก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเหมือนกัน

    แคร์รีย์ วิลเลียมส์ ผู้นำผู้ไม่กลัวเกรงสิ่งใดของบ้านไพธอน นู แคปปา (พีเอ็นเค) สามารถเรียกความสนใจและความนับถือจากคนทั้งบ้านได้ด้วยการใช้ดวงตาแดงฉานที่เจิดจ้าของเธอ แคร์รีย์ ผู้เป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องแปดคนและเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ชื่นชอบการได้อยู่ในบ้านสาวๆ และความสัมพันธ์กับพี่น้องในบ้านพีเอ็นเคของเธอ เบธ เบห์ถูกเรียกตัวมาพากย์เสียงแคร์รีย์

    บ้านนักศึกษาหนุ่ม บ้านนักศึกษาสาวและมาสคอท
    อูซมา แคปปา (โอเค) ศูนย์รวมบรรดาตัวป่วนนิสัยดีแถมน่ารัก ได้สร้างความผูกพันกันจากการที่พวกเขาไม่สามารถผ่านหลักสูตรหลอกคนได้ ด้วยความที่มีสมาชิกในบ้านเพียงแค่สี่คน พวกเขาไม่มีสมาชิกมากพอที่จะลงชิงชัยในการแข่งขันหลอกคนด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะขาดความน่ากลัวและความมั่นใจ แต่พวกเขาก็มีหัวใจอบอุ่นมาทดแทน

    บ้านรอร์ โอเมก้า รอร์ (รอร์) ประกอบไปด้วยสมาชิกระดับหัวกะทิ พวกเขาเป็นสัตว์ประหลาดที่ฉลาดที่สุด มีความสามารถมากที่สุดและน่ากลัวที่สุดของมหา’ลัยมอนสเตอร์ และมาจากตระกูลที่มีประวัติการหลอกคนมายาวนาน แม้ว่าชาวรอร์อาจจะแต่งตัวเลิศหรู แต่พวกเขาก็เคลื่อนไหวอย่างดุดันและลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมถ้าจำเป็น บ้านรอร์ ที่ประกาศตัวเองว่าเป็นบ้านที่ดีเลิศที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัย มีประธานคือจอห์นนี่ เวิร์ธธิงตัน ผู้ปกครองคนทั้งบ้านราวกับพระราชาผู้เรืองอำนาจ ด้วยความกระตือรือร้นที่จะสานต่อสถิติการชนะการแข่งขันหลอกคนของพวกเขา บ้านรอร์จะทำทุกอย่างเพื่อครองตำแหน่งแชมป์

    ห้ามมองข้ามสาวๆ ไพธอน นู แคปปา (พีเอ็นเค) ในชุดสีชมพูเด็ดขาด สาวๆ พวกนี้ ภายใต้การนำของแคร์รีย์ ผู้นำผู้ไม่เกรงกลัวสิ่งใด ทั้งฉลาด เลือดเย็นและไร้ปรานี เปลือกนอกที่อ่อนหวานของสาวๆ พีเอ็นเคที่ถูกปกคลุมด้วยสีชมพูตั้งแต่หัวจรดเท้า จะเปลี่ยนกลายเป็นสิ่งน่าสะพรึงกลัวเมื่อการแข่งขันหลอกคนเริ่มต้นขึ้น

    พี่น้องบ้านจอว์ส เตตต้า ชิ (จ็อกซ์) ที่ตัวใหญ่แต่สมองเล็ก มักจะสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีสันสดใสของพวกเขาชนิดไม่ให้ห่างตัว พวกจ็อกซ์เป็นผู้เข้าแข่งขันขาโหดที่ไม่เคยลังเลในการทำทุกอย่างเพื่อล้มคู่ต่อสู้ แม้ว่านั่นจะเป็นการแหกกฎก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะใช้เวลาอยู่ในโรงยิมหรือในสนามจนเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง แต่สัตว์ประหลาดผู้รักกีฬาเหล่านี้ก็มักจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ร่างกายใหญ่โตไม่ได้หมายถึงความได้เปรียบในเรื่องของการหลอกคนหรอก

    สาวๆ นักกีฬาจากบ้านสลักม่า สลักม่า แคปปา (อีอีเค) ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการออกกำลังกายและฝึกฝนเทคนิคการหลอกคนของพวกเธอ พิธีปฐมเทศของพวกเธอคือการแข่งไตรกีฬา และการฝึกฝนด้วยกันทุกวันทุกเวลาก็ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเธอแน่นแฟ้นถึงขนาดที่สาวๆ ผู้เข้มแข็งและมั่นใจในตัวเองพวกนี้พร้อมที่จะทำงานหนักกว่าและหลอกคนได้มากกว่าสัตว์ประหลาดทุกตัวที่พวกเธอร่วมเผชิญด้วยกัน

    บ้านเอต้า ฮิส ฮิส (เอชเอสเอส) อยู่มาตั้งแต่ก่อตั้งมหา’ลัยมอนสเตอร์ และสมาชิกของบ้านก็ทั้งลึกลับและน่าสะพรึงกลัว สาวๆ เอชเอสเอสอาจจะตัวซีด ลึกลับและเงียบขรึมก็จริง แต่สาวก็อธที่น่าหวั่นสะพรึงพวกนี้ก็จริงจังกับการแข่งขันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่รุ่นพี่ที่โด่งดังที่สุดของบ้านนี้คือหนึ่งในสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังและน่ากลัวที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัย ผู้ซึ่งนักศึกษาคณะหลอกคนต้องการจะทำให้เธอประทับใจ เธอคนนั้นก็คือคณะบดีฮาร์ดแสครบเบิ้ลนั่นเอง

    อาร์ชี เดอะ สแคร์ พิก มาสคอทอี๊ดอ๊าดประจำเฟียร์ เทค คู่แข่งของมหา’ลัยมอนสเตอร์ กลายเป็นเป้าหมายการกลั่นแกล้งจากเหล่านักศึกษาเอ็มยู เมื่อเขาโดนฉกตัวไปอย่างลับๆ แต่อาร์ชี่ไม่ได้เป็นหมูแฮมไร้กระดูกกระเดี้ยว เพราะเขาสามารถดูแลตัวเองได้และเท้าที่ว่องไวและนิสัยแสบสันต์ของเขาก็ทำให้คนที่ลักพาตัวเขาไปอยู่ไม่สุขเลย

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *