PASSENGER

  • หนังว่าด้วยการเดินสารไปยังโลกใหม่ในอนาคต ที่บังเอิญโชคร้ายมีคนตื่นก่อนเวลาไปแค่ 99 ปี แล้วจะทำอย่างไงกับชีวิต

    หนังดีในหลายๆส่วนเลย ไล่ตั้งแต่การเขียนบทได้ดี เพราะตัวละครหลักๆนั้นมีแค่สองคนกับเวลาเกือบสองชั่วโมง คุณจะทำยังไงให้เรื่องราวไม่น่าเบื่อ (แม้จะมีการเพิ่มเติมตับละครมาอีกสองตัวก็เป็นเหมือนตัวแถมที่มาคั่นเรลามากกว่า) ซึ่งก็มาจากการเข้ากันของตัวเอกอย่างคริส แพร็ตต์ และ เจนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ที่ส่งเสริมกันไปมาอย่างดีทำให้เราเชื่อในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ในขนาดที่เป็นหนังไซไฟขนาดนี้จะขาดขาประจำอย่าง ลอน์เลนซ์ ฟินเบอร์ก ไปได้อย่างไร แต่ที่น่าจะเป็นตัวขโมยซีนนั้นคงเป็นตัวละครอาเธอร์

    ตามมาด้วยงานออกแบบการตกแต่งที่คิดว่าเป็นภาพยนตร์อวกาศที่สวยงามรองๆ หรือพอๆกับ GATTAVA เลยทีเดียว ถ้า GATTACA คือ ความน้อยแบบคลาสสิค The Passenger คือ น้อยแบบโมเดิร์น ยานอวกาศ และ ฟังก์ชันยานที่ดูล้ำสมัย แต่ตอบรับกับเรื่องราวในภาพยนต์ รวมไปถึงงานดนตรีสกอร์(บรรเลง) ที่ย้ำถึงอารมณ์ของออโรล่าได้อย่างชัดเจน ถูกจังหวะ หรือในช่วงโค้งสุดท้ายของเรื่องราวที่น่าสนใจ มากกว่าเพลงจบที่ได้ศิลปินดังมาทำเสียอีก ซีจีคงไม่ต้องพูดถึงฉากน้ำในสภาวะสูญญากาศนั้นพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี

    แน่นอนว่าอาจจะไม่มีจุดที่ไม่ถูกใจผมบ้าง อาทิเช่น ดูๆไปแล้ว ตัวละครของออโรล่านั้นความแข็งแกร่งระดับน้องๆ ของ เจ้าหน้าที่ริฟฟ์ลีย์(Alien) เลยทีเดียวโดยเฉพาะช่วงท้ายๆ หรือ ความสามาของจิมที่จะเป็นวิศวะ หรือ ดีไซน์เนอร์กันแน่ แต่ที่แน่ผมชอบหนังที่หม่น ไม่สนใสเหมือนโลกยูโทเปีย

    ในขณะเดียวกันก็บอกเราถึง การปล่อยวาง การอยู่กับวันนี้กับสิ่งที่มี และ มีความสุขกับมันในโมงยามที่เรายังหายใจได้อยู่

    ดูดีไหม ส่วนตัวสองชั่วโมงไวไปเหมือนโกหกด้วยความสามารถของดารานำจริงๆ ดูดีแนะนำคงเป็นระบบดิจิตอลก็น่าจะได้อรรถรสในระดับหนึ่งแล้ว

    ผมให้ 4.3/5 ครับ

    #PassengersMovie #PassengerMovieTH #PassengerMovieTh #SPE #SonyPictuesThai #ParagonCineplex

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *