Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge | สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ

Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge | สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ

  • Genres: Action, Adventure, Fantasy
    Running Time:129 min
    Release Date:May.26,2017 (USA)
    MPAA Rating:PG-13 for sequences of adventure violence, and some suggestive conten
    Distributors: Walt Disney Pictures, Jerry Bruckheimer Films, Infinitum Nihil
    Starring: Johnny Depp, Geoffrey Rush, Javier Bardem
    Directed by:Joachim Rønning, Espen Sandberg

    ข้อมูลงานสร้าง

    ผลงานจากวอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์สและเจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ ฟิล์มส์ “Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge” (สงครามแค้นโจรสลัดไรชีพ) ภาคที่ห้าของแฟรนไชส์ภาพยนตร์เรื่องดัง “Pirates of the Caribbean” ซึ่งนำจอห์นนี่ เดปป์กลับมาสู่บทบาทเดิมที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี อวอร์ดอีกครั้ง ในบทของกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ โจรสลัดแอนตี้ฮีโร่สุดฮา ในการผจญภัยครั้งใหม่นี้ เขาจะได้ร่วมแสดงกับนักแสดงรางวัลออสการ์ ฮาเวียร์ บาร์เด็มและจอฟฟรีย์ รัช รวมถึงทีมนักแสดงที่เป็นทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าสำหรับแฟนๆ “Pirates of the Caribbean”

    “Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge” (สงครามแค้นโจรสลัดไรชีพ) ภายใต้การอำนวยการสร้างโดยเจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์และกำกับโดยโยคิม รอนนิ่ง และ เอสเพน แซนด์เบิร์ก เป็นตำนานบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นแห่งท้องทะเล ที่ผสมผสานด้วยองค์ประกอบของความแฟนตาซี อารมณ์ขันและแอ็กชัน ออกมาเป็นปรากฏการณ์โลกภาพยนตร์ที่โด่งดังไปทั่วโลกตลอด 13 ปีที่ผ่านมา

    ในตอนที่ “Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl” เข้าฉายในปี 2003 นั่นคือจุดกำเนิดของแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของเจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ และหนึ่งในแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ของดิสนีย์ สตูดิโอส์ด้วย แฟรนไชส์ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างประวัติศาสตร์ กระตุ้นจิตวิญญาณ เปลี่ยนแปลงกระแสวัฒนธรรมและพลิกโฉมวงการอย่างสิ้นเชิง หลังจากภาคแรกออกมา ก็มีภาคต่างๆ ถูกส่งตามกันออกมาได้แก่ “Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest” (2006), “Pirates of the Caribbean: At World’s End” (2007) และ “Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides” (2011) รวมแล้ว ทั้งสี่ภาคนี้กวาดรายได้ไปกว่า 3.7 พันล้านเหรียญในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก และที่สำคัญไปกว่านั้น พวกมันยังได้สร้างแรงบันดาลใจและความปีติยินดีให้กับผู้ชมทุกเพศทุกวัยทั่วโลกอีกด้วย

    บัดนี้ ใน “Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge” (สงครามแค้นโจรสลัดไรชีพ) ที่น่าตื่นเต้น กัปตันแจ็คผู้อับโชคกำลังรู้สึกเหมือนว่าสายลมแห่งหายนะกำลังพัดผ่านมาทางเขาในตอนที่กะลาสีปีศาจ ที่นำโดยกัปตันซาลาซาร์ผู้น่าสะพรึงกลัวได้หนีออกมาจากสามเหลี่ยมปีศาจ ด้วยความมุ่งหมายที่จะสังหารโจรสลัดทุกคนในน่านน้ำ โดยเฉพาะแจ็ค ความหวังในการรอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของแจ็คอยู่ที่ตรีศูลแห่งโพไซดอนในตำนาน แต่ในการตามหาสิ่งของชิ้นนี้ให้เจอ เขาจำเป็นต้องผูกมิตรกับคาริน่า สมิธ นักดาราศาสตร์สาวสวยผู้ปราดเปรื่องและเฮนรี่ กะลาสีหนุ่มหัวดื้อแห่งราชนาวี ด้วยเรือดาย์อิ้ง กัล (นกนางนวลใกล้ตาย) ที่เล็กและซอมซ่ออย่างน่าสมเพชของเขา กัปตันแจ็คไม่เพียงแต่ต้องการจะพลิกโชคชะตาที่ตกอับของเขาเท่านั้นแต่เขายังต้องการรักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองให้พ้นจากศัตรูที่น่าหวั่นสะพรึงและร้ายกาจที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญหน้ามาอีกด้วย

    นอกเหนือจากจอห์นนี่ เดปป์ ผู้ซึ่งเพิ่งมีผลงานใน “Fantastic Beasts and Where to Find Them” และภาพยนตร์ดิสนีย์เรื่อง “Alice Through the Looking Glass” “Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge” (สงครามแค้นโจรสลัดไรชีพ) ยังนำแสดงโดยนักแสดงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด ฮาเวียร์ บาร์เด็ม (“No Country for Old Men,” “Skyfall”), เบรนตัน ธเวทส์ (“The Giver,” “Maleficent”), คายา สโคเดลสริโอ (แฟรนไชส์ “The Maze Runner,” “The King’s Daughter”), เควิน อาร์. แม็คเนลลี (แฟรนไชส์ (“Pirates of the Caribbean,” “Macbeth Unhinged”), โกลชิฟเทห์ ฟาราฮานี่ (“Paterson,” “Body of Lies”), เดวิด เวนแฮม (“Lion,” “300: Rise of an Empire”), สตีเฟ่น เกรแฮม (แฟรนไชส์ “Pirates of the Caribbean,” “Gangs of New York”) และจอฟฟรีย์ รัช (“The King’s Speech,” แฟรนไชส์ “Pirates of the Caribbean”)

    บทภาพยนตร์สำหรับการผจญภัยครั้งใหม่นี้เขียนขึ้นโดย เจฟฟ์ นาธานสัน (“Catch Me If You Can,” “Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull”) ผู้อำนวยการสร้างบริหารของเรื่องได้แก่ ไมค์ สเตนสัน, แชด โอมาน, โจ คารัคซิโอโล่ จูเนียร์, เทอร์รี่ รอสซิโอและบริคแฮม เทย์เลอร์

    ทีมงานเบื้องหลังรวมถึงผู้กำกับภาพพอล คาเมรอน (“Collateral,” “Déjà Vu”), ผู้ออกแบบงานสร้างไนเจล เฟลป์ (“Pearl Harbor,” “World War Z”), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เพ็นนี โรส (“Pirates of the Caribbean” สี่ภาคก่อนหน้านี้) ช่างออกแบบทรงผมและแต่งหน้าเจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด ปีเตอร์ คิง (“The Lord of the Rings” และ “The Hobbit” ทั้งหมดหกภาค), มือลำดับภาพ โรเจอร์ บาร์ตัน (“Pearl Harbor,” “Bad Boys II”) และลีห์ โฟลซัม บอยด์ (“Fast & Furious 6,” “Furious 7”), ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ แกรี่ โบรเซนิค (อีกหนึ่งผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์จาก “The Lone Ranger” ผู้ก่อนหน้านี้เคยทำงานใน “Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides” มาก่อน), ผู้ประสานงานฝ่ายสตันท์ โธมัส โรบินสัน ฮาร์เปอร์ (ภาพยนตร์มาร์เวล สตูดิโอส์ “Guardians of the Galaxy,” “The Jungle Book”) และนักประพันธ์รางวัลเอ็มมี อวอร์ด จอฟฟ์ ซาเนลลี่ ผู้เคยทำงานใกล้ชิดกับฮันส์ ซิมเมอร์ใน “Pirates of the Caribbean” สี่ภาคก่อนหน้านี้

    “Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge” (สงครามแค้นโจรสลัดไรชีพ) พร้อมทอดสมอสู่โรงภาพยนตร์ในวันพุธที่ 24 พฤษภาคม 2560 ในระบบดิจิตอล 3D, RealD 3D, IMAX 3D และ 4D

    กัปตันผู้บัญชาการ

    ในตอนที่เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์และดิสนีย์มีโอกาสได้สร้าง “Pirates of the Caribbean” ภาคใหม่ พวกเขาก็เริ่มต้นค้นหาเรื่องราวใหม่ๆ ที่จะผลักดันแฟรนไชส์นี้ไปข้างหน้า และในขณะเดียวกัน ก็หวนกลับไปสู่องค์ประกอบของแฟนตาซี แอ็กชัน คอเมดีและเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่ทำให้ภาคแรกเรียกเสียงฮือฮาได้ชะงัดขนาดนี้

    ท้ายที่สุดแล้ว การค้นหานั้นก็นำพวกเขาไปสู่มือเขียนบทผู้คร่ำหวอดในวงการ เจฟฟ์ นาธานสัน และในระหว่างที่เขากำลังยุ่งอยู่กับการเนรมิตชีวิตให้กับวิสัยทัศน์ของทีมผู้สร้างและจิตวิญญาณของการผจญภัยครั้งใหม่ การตามล่าหาตัวผู้กำกับก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจัง ที่สุดแล้ว ทีมผู้สร้างก็พบตัวผู้กำกับที่เพอร์เฟ็กต์ต่อการกุมพังงาภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขาคือคู่หูผู้กำกับชาวนอร์เวย์ โยคิม รอนนิ่ง และ เอสเพน แซนด์เบิร์ก ทั้งคู่โด่งดังจากการสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลกด้วยตำนานอลังการของการสำรวจโลกมหาสมุทรที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ดของพวกเขา “Kon-Tiki” ตามด้วยผลงานมินิซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรตติ้งสูงทางเน็ตฟลิกซ์เรื่อง “Marco Polo”

    สำหรับสองผู้กำกับ โอกาสในการได้เป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์ “Pirates of the Caribbean” เป็นเหมือนฝันที่เป็นจริง “มันเป็นหนังแบบที่เราโตขึ้นมากับมันและชื่นชอบมันครับ” แซนด์เบิร์กกล่าว “การผสมผสานระหว่างการผจญภัย แอ็กชันและคอเมดีคือสิ่งที่เราชื่นชอบมาโดยตลอดเกี่ยวกับหนังอเมริกันฟอร์มยักษ์ครับ”
    รอนนิ่งสารภาพว่า “หนัง Pirates ทำให้ผมนึกถึงหนังแบบที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมกลายเป็นผู้กำกับสมัยผมยังเด็กอยู่ ตอนนี้ที่ผมมีลูกแล้ว ผมก็รู้สึกดีที่ได้สร้างหนังที่พวกเขาจะดูได้ด้วย นี่เป็นหนังสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริงครับ”
    “เรารู้ว่าการพยายามทำอะไรที่แปลกใหม่ในภาคที่ห้าจะต้องเป็นความท้าทายแน่ๆ แต่นั่นก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา” รอนนิ่งกล่าวต่อ ซึ่งตัวแซนด์เบิร์กเองก็เสริมว่า “ผมคิดว่าตอนที่เราเริ่มต้นทำงานหนังเรื่องนี้ เราก็มองย้อนกลับไปดูหนังภาคแรกบ่อยๆ ครับ มันเป็นแฟรนไชส์ที่วิเศษสุดและเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงสำหรับเรา มีแฟนหนังเรื่องนี้มากมายทั่วโลกและพวกเราเองก็เป็นแฟนหนังเรื่องนี้ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในนอร์เวย์เหมือนกันครับ”

    ทีมงานพร้อมประจำที่

    บรั๊คไฮเมอร์, รอนนิ่งและแซนด์เบิร์กเริ่มเรียกระดมพลทีมนักแสดงทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ นอกเหนือจากจอห์นนี่ เดปป์ ที่กลับมารับบทแจ็ค สแปร์โรว์ โจรสลัดผู้รักอิสระเสรีขวัญใจแฟนๆ อีกครั้ง นักแสดงคนดังของออสเตรเลีย จอฟฟรีย์ รัช ก็กลับมาอีกครั้งในบทกัปตันบาบอสซ่า ผู้ซึ่งตอนนี้ได้บัญชาการเรือควีน แอนส์ รีเวนจ์ ซึ่งเป็นเรือเก่าของแบล็คเบียร์ด และนั่งเสวยสุขบนกองเงินกองทอง, เควิน อาร์. แม็คเนลลี กลับมาสู่แฟรนไชส์นี้เป็นครั้งที่ห้า ในฐานะโจชมี กิ๊บส์ ต้นหนของแจ็ค ผู้เล่าขานตำนานจอมโม้และตัวเขาเองก็คุ้นเคยกับขวดเหล้ารัมไม่ต่างกัน, สตีเฟ่น เกรแฮมในบท สครัม ชายหัวทึบ, มาร์ติน เคล็บบา ในบท มาร์ตี้ คนแคระซอมซ่อ, ไจลส์ นิวและแองกัส บาร์เน็ตต์ในบท เมอร์ท็อกก์และมัลรอย ที่ได้สลัดเครื่องแบบทหารก้าวสู่การเป็นโจรสลัดในฉากสุดท้ายของ “At World’s End” และลิงจ๋อแจ็คจอมซน สัตว์เลี้ยงแสนรักของบาบอสซ่า (ที่เป็นที่รังเกียจของกัปตันแจ็ค) รับบทโดยลิงคาปูชินคอขาวมากความสามารถ พาโบลและชิกิต้า

    ผู้ที่ได้ออกทะเลเป็นครั้งแรกคือกลุ่มนักแสดงพิเศษสุดที่นำทีมโดยนักแสดงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด ฮาเวียร์ บาร์เด็ม ผู้นำสไตล์ทดลองที่ท้าทายของเขามาสู่การสร้างบทผู้ร้ายที่มีมิติประกบกัปตันแจ็ค กัปตันซาลาซาร์ผู้น่าสะพรึงกลัว ผู้เป็นที่รู้จักนามของ “เอล มาทาร์ เดล มาร์” (“นักฆ่าแห่งท้องทะเล”) ซาลาซาร์ พร้อมด้วยกะลาสีปีศาจของเขา ได้หมายมั่นปั้นมือที่จะสังหารโจรสลัดทุกคนให้พ้นจากน่านน้ำแคริบเบียน ไม่เพียงแต่เพราะความภักดีต่อราชวงศ์สเปนของเขาเท่านั้น แต่ยังเพราะความแค้นที่เขามีต่อโจรสลัดคนหนึ่งเป็นพิเศษอีกด้วย

    สองนักแสดงอายุน้อยที่มีพรสวรรค์ที่สุดในวงการภาพยนตร์ได้ร่วมแสดงกับเขาด้วย นักแสดงชาวออสเตรเลีย เบรนตัน ธเวทส์ ผู้สร้างความประทับใจให้กับทีมผู้สร้างจากภาพยนตร์เรื่อง “The Giver” และ “Son of a Gun” ได้รับบท เฮนรี่ ทหารหนุ่มในราชนาวี ผู้ออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือพ่อที่เขาแทบจะไม่รู้จักให้รอดพ้นจากชะตากรรมอันเลวร้าย สำหรับธเวทส์ ความตื่นเต้นในการได้รับเลือกให้แสดงใน “Salazar’s Revenge” ถูกยกระดับขึ้นไปอีกด้วยความจริงที่ว่าเขายังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ ในตอนที่ภาคแรกเข้าฉาย และเขาก็เป็นแฟนของแฟรนไชส์นี้ตั้งแต่นั้นมา

    คายา สโคเดลาริโอ นักแสดงชาวอังกฤษ ผู้ใช้ความโด่งดังจากซีรีส์ “Skins” ของเธอให้กลายเป็นบทภาพยนตร์ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ได้รับเลือกให้รับบท คาริน่า นักคณิตกรและนักดาราศาสตร์สาวหัวรั้น ผู้ซึ่งมีทั้งความงามและความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว

    นักแสดงหน้าใหม่คนอื่นๆ ของแฟรนไชส์นี้รวมถึงนักแสดงชาวอิหร่านผู้โด่งดังไปทั่วโลก โกลชิฟเทห์ ฟาราฮานี่ ในบท ชานซ่า แม่มดแห่งท้องทะเลผู้ลึกลับและทรงอิทธิฤทธิ์และนักแสดงออสเตรเลียผู้คร่ำหวอดในวงการ เดวิด เวนแฮมในบท สการ์ฟิลด์

    หน้าถอนสมอและออกเรือ!

    ใช้เวลาไม่นานเลยในการที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจสำหรับงานสร้างภาพยนตร์เรื่อง “Salazar’s Revenge” จะตัดสินใจพาเรือ “Pirates of the Caribbean” ไปสู่น่านน้ำที่ไม่เคยไปมาก่อน หลังจากเสาะหาโลเกชันทั่วโลกมากมาย ทีมงานก็เลือกที่จะตั้งกองที่สวรรค์ของนักท่องเที่ยว โกลด์ โคสต์ในรัฐควีนส์แลนด์ ทางชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย “Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge” (สงครามแค้นโจรสลัดไรชีพ) ภาคที่ห้าในแฟรนไชส์ที่กลายเป็นตำนานไปแล้ว เริ่มต้นการถ่ายทำที่นั่นในเดือนกุมภาพันธ์ 2558

    ตลอดระยะเวลาการถ่ายทำ ทีมงานได้หย่อนสมอในโลเกชันอื่นๆ ทั่วชายฝั่งออสเตรเลียด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะชายหาดมอร์ตัน, เขตอนุรักษ์เลนน็อกซ์ เฮดแลนด์, เฮสติ้ง พอยท์, ภูเขาแทมบอริน และหมู่เกาะวิทซันเดย์ที่โด่งดัง ก่อนที่จะเข้าเทียบท่าที่แวนคูเบอร์ รัฐบริติช โคลัมเบีย เพื่อการถ่ายทำช่วงสุดท้าย 13 วัน

    การถ่ายทำ “Salazar’s Revenge” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ผู้คนจำนวนมากมายและหลากหลายจากทุกสาขาอาชีพได้มารวมตัวกันเพื่อผลักดันขอบเขตของกาลเวลาและกระแสน้ำเพื่อสร้างสิ่งที่จับต้องไม่ได้ให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้และทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้อย่างไร

    ผู้ออกแบบงานสร้างไนเจล เฟลป์ ผู้สร้างฉากและเรือที่อลังการและประณีต ละเอียดละออให้กับภาพยนตร์เรื่อง “Pearl Harbor” ของบรั๊คไฮเมอร์ ต้องเผชิญกับงานที่หนักหนาสาหัสไม่แพ้กันใน “Salazar’s Revenge” โดยเขาจะต้องออกแบบและสร้างสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก ตั้งแต่หมู่บ้านแคริบเบียนทั้งหมด ไปจนถึงสุสานของเทพเจ้าที่ก้นบึ้งมหาสมุทร รวมถึงเรือสิบสามลำ ซึ่งบางลำมีความยาว 160 ฟุต รวมถึงเรือแบล็ค เพิร์ลและควีน แอนส์ รีเวนจ์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ และ เรือไซเลนต์ แมรี่ เรือยักษ์ซึ่งเป็น “ปราสาทลอยได้” ของกัปตันซาลาซาร์ ทั้งในเวอร์ชันก่อนและหลังเป็นวิญญาณ รวมถึงเรือของราชนาวีอังกฤษ เรือโจรสลัดและดายอิ้ง กัล เรือซอมซ่ออย่างน่าสมเพช ที่กัปตันแจ็คจำใจใช้งานด้วยความที่ไม่มีอะไรให้เขาได้หยิบฉวยใช้ได้ในตอนนั้น “สิ่งสำคัญคือคุณอยากจะแสดงความเคารพต่อสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในภาคที่ผ่านๆ มาครับ” เฟลป์กล่าว “ซึ่งดูวิเศษสุด แต่คุณก็อยากจะทำให้มันมีชีวิตชีวาขึ้นและพยายามจะนำเสนอภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนสู่หน้าจอด้วยครับ”

    สำหรับการถ่ายทำบนเรือ ทีมงานได้ใช้ “สนามเรือ” ที่ประกอบไปด้วยเรือที่มีขนาดเกือบเท่าของจริง ที่ตั้งอยู่บนฐานเคลื่อนไหวด้วยคอมพิวเตอร์และแท่นหมุนที่คิดค้นโดยจอห์น เฟรเซียร์ ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ เจ้าของหลายรางวัลออสการ์ ด้วยค่าพิกัดสองแบบหลักของเรือ ซึ่งก็คือเวอร์ชัน 110 ฟุตและ 130 ฟุต และการรักษาส่วนของเพลาและเครื่องเคราต่างๆ ด้านล่างเอาไว้ ผู้ออกแบบงานสร้างไนเจล เฟลป์และทีมงานของเขาก็ได้สร้างเรือที่แตกต่างกันกว่าสิบลำด้านบนฐานเหล่านั้น

    เป็นครั้งที่ห้าในแฟรนไชส์ “Pirates of the Caribbean” ที่ เพ็นนี โรส คนเก่งจะแสดงฝีมือตัดเย็บเครื่องแต่งกายนับพันชุด ด้วยความใส่ใจต่อรายละเอียดที่ถูกต้องตามยุคสมัยของทุกคนที่ปรากฏบนหน้าจอ ไม่ว่าพวกเขาจะมีบทเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม

    โรสได้ใช้งานช่างตัดเย็บชาวออสเตรเลีย 30 ชีวิตในแผนกของเธอ ซึ่งส่วนมากมาจากวงการละครเวทีและโอเปรา และได้รับการสนับสนุนจากกองทัพช่างตัดเย็บ ศิลปินเท็กซ์ไทล์ ช่างเก็บงานศิลป์ ช่างตัด ช่างย้อม ช่างเย็บและผู้ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ โรสและทีมงานได้ใช้งานซาวน์สเตจพื้นที่ 15-20,000 ตารางฟุตที่วิลเลจ โร้ดโชว์ สตูดิโอส์ ซึ่งถูกใช้เป็นโกดังเก็บเสื้อผ้า หมวก รองเท้าและเครื่องประดับกว่า 2,000 ชิ้น ซึ่งทุกชิ้นถูกเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยตามชื่อ ประเภท เพศและอายุของตัวละคร

    ชีวิตโจรสลัดสำหรับพวกเรา!

    ในตอนที่ “Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge” (สงครามแค้นโจรสลัดไรชีพ) แล่นเข้าสู่โรงภาพยนตร์ในวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้ชมก็จะได้เดินทางเข้าสู่โลกที่อบอุ่น ตื่นเต้นและหลากสีสันของเหล่าโจรสลัดที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดเท่าที่เคยผจญภัยในเจ็ดย่าน้ำ ด้วยวิสัยทัศน์ของทีมผู้สร้างมากความสามารถและทีมนักแสดงที่พิเศษสุด ภาพยนตร์เรื่องนี้จะนำเสนอการผจญภัยแห่งโลกภาพยนตร์ที่ไม่เหมือนกับภาพยนตร์เรื่องไหนๆ

    ผู้กำกับโยคิม รอนนิ่งกล่าวว่า “เราอยากจะสร้างหนัง ‘Pirates’ ที่ดีที่สุด เราอยากจะสร้างแอ็กชันที่สนุกและน่าตื่นตาตื่นใจ อยากจะสร้างหนังอีพิคที่สร้างความรู้สึกระทบอารมณ์อย่างรุนแรงและมีตัวละครเยี่ยมๆ ตอนนี้ เราทำงานมาหลายปีแล้วเพื่อเข้าถึงจิตวิญญาณของภาคแรก และในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ ‘Salazar’s Revenge’ ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ ตอนนี้ ถึงคราวที่ผู้ชมจะได้พิสูจน์แล้วว่า เราทำสำเร็จรึเปล่า”

    “ในตอนที่เราสร้างหนังภาคแรกขึ้นมา เราได้แต่ฝันว่าเราจะกำลังสร้างสิ่งที่จะนำพาเรามาไกลถึงขนาดนี้” เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ให้ความเห็น “นี่เป็นเกียรติอย่างยิ่งและเราไม่เพียงแต่ต้องขอบคุณศิลปินและช่างฝีมือคนเก่งทั้งสองฝั่งของกล้อง ที่ร่วมงานกับเราในแฟรนไชส์นี้เท่านั้น แต่เรายังต้องขอบคุณผู้ชมจากทั่วโลกที่ถูกอกถูกใจหนังเรื่องนี้ด้วยครับ”

    “สิ่งที่เราต้องการจะทำจริงๆ ก็เพียงแค่สร้างความบันเทิงให้กับพวกเขา พาพวกเขาไปยังอีกโลกหนึ่งในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และเราก็คิดไม่ถึงเลยว่าเราจะได้พาพวกเขาไปสู่โลกใบนั้นมาเกือบสิบห้าปีแล้ว”

    บรั๊คไฮเมอร์กล่าวเสริมพร้อมกับหัวเราะว่า “ผมคิดว่ามันคือชีวิตโจรสลัดสำหรับพวกเราทุกคนครับ!”

    เกร็ดน่ารู้

  • นักแสดงหนุ่มเบรนตัน ธเวทส์ ผู้รับบท เฮนรี่ใน “Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge” (สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ) เป็นแฟนภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งแต่สมัยเขายังเป็นแค่นักเรียนตัวน้อยในควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียแล้ว ไม่มีใครที่ดีใจไปกว่าเขาอีกแล้วเมื่อเขาได้รู้ว่านอกจากเขาจะได้รับบทตัวเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว ภาพยนตร์แทบทั้งเรื่องยังจะถ่ายทำใน…ควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียอีกด้วย!
  • ตามธรรมเนียมของ “Pirates of the Caribbean” ซึ่งทีมงานและนักแสดงของสี่ภาคที่ผ่านมาจะต้องสู้รบปรบมือกับสภาพอากาศสุดโต่งทั่วโลก โลเกชันถ่ายทำหลักของเรื่อง ซึ่งอยู่ในโกลด์ โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ก็เจอกับสภาพอากาศที่ชื้นแฉะที่สุดในรอบ 61 ปีเนื่องจากพายุไซโคลนที่ชื่อมาร์เซีย
  • โยคิม รอนนิ่ง และ เอสเพน แซนด์เบิร์กไม่ใช่ชาวนอร์เวย์คู่แรกที่ได้กำกับภาพยนตร์โจรสลัดสำหรับวอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ เพราะในปี 1991 สตูดิโอนี้เคยเปิดตัวภาพยนตร์โจรสลัดอีกเรื่องหนึ่งจากประเทศดังกล่าวในชื่อของ “Shipwrecked” ภายใต้การกำกับของนิลส์ ก็อป
  • ฉากเมืองเซนต์มาร์ติน ที่มีความละเอียดละอออย่างพิเศษสุด ภายใต้การออกแบบของไนเจล เฟลป์และดำเนินการสร้างโดยหัวหน้าผู้กำกับศิลป์ เอียน เกรซีย์และผู้ประสานงานการก่อสร้าง เบอร์นีย์ ไชลด์ ครอบคลุมพื้นที่ห้าเอเคอร์ที่เขียวชอุ่มในย่านฮินเทอร์แลนด์ของเมืองม็อดแลนด์ แม้ว่าสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่จะมีแต่ด้านหน้าเท่านั้น แต่สถานที่อย่างน้อยสองแห่ง ซึ่งก็คือร้านเหล้าไกรมส์ ทาเวิร์น และสวิฟท์ ชาร์ต เฮาส์ ก็เป็นฉากสามมิติ ที่ถูกสร้างและตกแต่งให้เข้าบรรยากาศโดยแผนกตกแต่งฉากของเบเวอร์ลีย์ ดันน์ อาคารบางหลังได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาดให้สามารถรื้อถอนออกเพื่อเคลื่อนย้ายอาคารทั้งหลังไปยังส่วนต่างๆ ของเมือง เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกที่ว่าเมืองนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นมา
  • ร้านค้าแต่ละร้านในฉากเมืองเซนต์มาร์ตินได้จัดแสดงสินค้าบางอย่างของพวกเขาไว้ด้านนอก ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึกแห้ง (ของจริง และส่งกลิ่นตลบอบอวลตลอดระยะเวลาหลายเดือน) สินค้าทอ เครื่องสาน เครื่องปั้นและอาหารต่างๆ
  • สำหรับซีเควนซ์ปล้นธนาคารในเรื่อง ธนาคารศตวรรษที่ 18 ทั้งหลังถูกสร้างขึ้นมาล้อมรอบรถแทร็คเตอร์ที่ถูกเรียกว่า มานิทู คนขับรถมานิทูจะสามารถมองออกไปจากกระจกเพล็กซิกลาสปลอมด้านหน้าได้ แต่คนอื่นๆ จะไม่สามารถมองทะลุเข้ามาด้านในได้ เป็นการช่วยรักษาภาพลวงตาที่ว่ามีผนังสี่ด้านไว้ได้อย่างพอดิบพอดี
  • ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เพ็นนี โรสและทีมงานของเธอได้เปลี่ยนซาวน์สเตจพื้นที่ 20,000 ตารางฟุตที่วิลเลจ โร้ดโชว์ สตูดิโอส์ในโกลด์ โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ให้กลายเป็นโกดังเก็บเสื้อผ้า หมวก รองเท้าและเครื่องประดับกว่า 2,000 ชิ้น ซึ่งทุกชิ้นถูกเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยตามชื่อ ประเภท เพศและอายุของตัวละคร
  • ในการเพิ่มอายุให้กับเครื่องแต่งกายอย่างพอเหมาะ เพ็นนี โรสและทีมงานของเธอได้ใช้เทคนิคนวัตกรรมมากมาย รวมถึง การใส่พวกมันรวมกับก้อนกรวดในเครื่องผสมซีเมนต์ การใช้ที่ขูดชีสทำให้เสื้อผ้าสึกกร่อนและบางครั้ง ก็มีการใช้เครื่องพ่นไฟกับตัวผ้าด้วย!
  • บริเวณที่ถูกเรียกกันว่า “สนามเรือ” ในเมืองเฮเลนส์เวล รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นสถานที่ตั้งของเรือสิบเอ็ดลำซึ่งถูกก่อสร้างขึ้นบนฐานที่เคลื่อนไหวด้วยคอมพิวเตอร์ ผู้คนที่สงสัยใคร่รู้สามารถมองเห็นเสากระโดงเรือหนึ่งหรือสองต้นโผล่ขึ้นจากกองตู้คอนเทนเนอร์ 100 ตู้ที่กองซ้อนทับกันเหมือนอิฐได้ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งอนุมานว่า วัตถุประสงค์ของตู้คอนเทนเนอร์ที่ซ้อนทับกันนั้นคือเพื่อปิดบังการถ่ายทำลับสุดยอดให้พ้นจากสายตาสอดรู้สอดเห็น ในความเป็นจริงแล้ว ตู้คอนเทนเนอร์พวกนั้นเป็นโครงให้กับเทคโนโลยีที่น่าทึ่งในชื่อ แอร์คัฟเวอร์ อินแฟลเทเบิลส์ หรือจอบลูสกรีนเป่าลมขนาดยักษ์ ซึ่งภายหลังถูกแทนที่ด้วยท้องฟ้าและเกลียวคลื่นด้วยฝีมือซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ แกรี โบรเซนิคและทีมงานของเขา ผู้คิดค้นเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาได้รับรางวัลความสำเร็จด้านเทคนิคพิเศษจากเวทีออสการ์ปี 2016
  • กองถ่ายได้ใช้ “นัคเคิลบูม” (เครนบูมที่เหมือนกับยีราฟ ใช้สำหรับการยก การวางและการขยับเขยื้อนสิ่งของด้วยระบบไฮโดรลิค) ไม่ต่ำกว่า 27 ตัวในบริเวณสนามเรือ และมีกริดแสงความยาว 150 ฟุตส่องอยู่เหนือเรือเพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในเวลากลางคืน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืน มีการใช้งานเทคโนเครนสามตัวทุกวันพร้อมด้วยกล้องห้าตัวที่ติดตั้งอยู่ด้านบน โดยรวมแล้ว สนามเรือแห่งนี้ได้ใช้อุปกรณ์หนัก 30-40 ชิ้น
  • เรือของกัปตันซาลาซาร์ที่ผู้ออกแบบงานสร้างไนเจล เฟลป์ สถาปนิกของมันเรียกว่าเป็น “เด็กคุมผับร่างยักษ์” เป็นเหมือนกับปราสาทสเปนที่ลอยได้ โดยมีป้อมปราการและหอคอยอยู่ตรงด้านหลัง ปืนใหญ่ที่หมุนได้อยู่บนดาดฟ้าเรือและรูปปั้นอัศวินยุคกลางสวมเกราะเต็มยศประดับประดาอยู่เต็มดาดฟ้าเรือและภายนอก สิ่งที่ห้อยปิดฐานยิงปืนเอาไว้ราวกับผู้พิทักษ์มฤตยูก็คือหัวปีศาจมีเขาสีทอง ราวกับจะเพื่อขู่ขวัญศัตรูหรือพวกโจรสลัดให้กลัวมากยิ่งขึ้น หรืออาจเพื่อเป็นการบ่งบอกถึงหัวใจที่ดำทมิฬของกัปตันเรือลำนี้ก็เป็นได้ บนดาดฟ้าเรือเป็นที่ตั้งของถังไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ถังบรรจุน้ำหรือไวน์สำหรับลูกเรือหรอกนะ แต่เป็นสถานที่ลงทัณฑ์ที่เลวร้ายที่สุดต่างหากล่ะ
  • แม้ว่าเรือของกัปตันซาลาซาร์จะถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นเรือตามจินตนาการแทนที่จะยึดติดกับประวัติศาสตร์การเดินเรืออย่างเคร่งครัดแต่เฟลป์ก็ได้หยิบยืมแบบดีไซน์ของนกอินทรีย์สองหัวบนใบเรือหลักมาจากแบบดีไซน์ในประวัติศาสตร์และปืนใหญ่บนดาดฟ้าเรือก็มีสัญลักษณ์ของราชนาวีสเปนและมีโลมาสองตัวห้อยอยู่ ซึ่งเป็นภาพที่ชินตาสำหรับปืนใหญ่ของฝรั่งเศสและสเปนในศตวรรษที่ 18
  • ในเวลาค่ำคืนในเฮเลนส์เวล จิงโจ้มักจะปรากฏตัวขึ้นมาในท้องทุ่งกว้างใหญ่ ตรงด้านหลังของเต็นท์อาหารขนาดใหญ่ เพื่อสำรวจเรื่องราวพิลึกพิลั่นที่เกิดขึ้นในละแวกบ้านของพวกมัน
  • สำหรับเมคอัพเข้มข้นที่เขาต้องเจอในบทกัปตันซาลาซาร์ผู้ต้องสาป นักแสดงหนุ่ม ฮาเวียร์ บาร์เด็ม จะต้องทนนั่งอยู่บนเก้าอี้เมคอัพทุกวัน วันละสองถึงสามชั่วโมง แต่ในตอนที่โกลชิฟเทห์ ฟาราฮานี่ นักแสดงสาวสวย ถูกแปลงกายให้กลายเป็น ชานซ่า แม่มดผู้ลึกลับแห่งท้องทะเล เธอกลับต้องทนนั่งนานถึงสี่ถึงห้าชั่วโมง!
  • แผนกของช่างออกแบบทรงผมหลัก ปีเตอร์ ซอร์ด คิง ได้ทำวิกมากกว่า 1,000 หัวให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ และวันทำงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็เกี่ยวข้องกับตัวประกอบ 700 คนและนักแสดงหลัก 30 คน โดยที่ทีมงานหลักประกอบไปด้วยคน 22 คน และอีก 70 คนอยู่ในเต็นท์หลังใหญ่เพื่อดูแลนักแสดงแบ็คกราวน์ นักแสดงสตันท์และคนที่คอยดูเรื่องสัตว์ สถานที่นั้นถูกพูดถึงอย่างขำขันว่า “โรงงานไส้กรอก”
  • กว้านของเรือแบล็ค เพิร์ล เป็นอันเดียวกับที่เราเห็นกันในเวอร์ชันก่อนๆ ของเรือลำนี้ในภาคแรก ภาคสองและภาคสาม นับว่าเป็นผู้รอดชีวิตจากท้องทะเลตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ! (สำหรับพวกคุณที่เป็นชาวบก กว้านคือเครื่องมือที่ใช้หมุนเพื่อให้เชือกหรือสายเคเบิลหมุนรอบมัน และใช้เคลื่อนย้ายหรือยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากได้ เช่นสมอเรือ)
  • ในซีเควนซ์กิโยตินที่จัตุรัสประหาร ศีรษะทั้งสองที่ถูกแยกออกจากตัวเจ้าของถูกสร้างตามแบบของผู้กำกับโยคิม รอนนิ่ง และ เอสเพน แซนด์เบิร์ก!
  • ที่เฮสติ้งส์ พอยท์ พ้นจากพรมแดนของควีนส์แลนด์เข้าไปในนิวเซาธ์เวลส์ วันถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นด้วยการเต้นระบำต้อนรับทีมงานและนักแสดงโดยสมาชิกเผ่ากู๊บจิงเบอร์ราจากบันด์จาลังก์ ผู้ปกปักษ์พิทักษ์ผืนดินนั้นมานับพันๆ ปี
  • ซีเควนซ์ “การแต่งงานแบบฝืนใจ” ที่แสนคึกคัก และถูกถ่ายทำที่เฮสติ้ง พอยท์ กลายเป็นงานภายในครอบครัวสำหรับสตีเฟ่น เกรแฮม (สครัม) ผู้ซึ่งฮันนาห์ วอลเตอร์ส ภรรยาของเขาที่เป็นนักแสดงมากความสามารถ ได้ถูกทีมผู้สร้างขอร้องให้รับบท เบียทริซ เคลลี่ ว่าที่เจ้าสาวที่ไม่ค่อยจะเขินอายนักของกัปตันแจ็ค อัลฟีย์และเกรซ ลูกๆ ผู้น่ารักและแสบซ่าส์สองคนของเกรแฮมและวอลเตอร์ส รับบทลูกสองคนของเบียทริซ และก็เป็นหน้าที่ของแผนกแต่งหน้าและทำผมมากความสามารถที่จะต้องทำให้ตระกูลเกรแฮม/วอลเตอร์สที่หน้าตาดูดีกลับกลายเป็นดูไม่ได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!
  • สำหรับฮาเวียร์ บาร์เด็ม นักแสดงรางวัลออสการ์ การรับบทกัปตันซาลาซาร์เป็นเหมือนงานในครอบครัว เพราะเพเนโลเป้ ครูซ ภรรยาของบาร์เด็ม เคยแสดงใน “On Stranger Tides” ซึ่งเป็น “Pirates” ภาคก่อนหน้านี้มาแล้ว และตัวบาร์เด็มเองก็มักไปเยี่ยมกองถ่ายเรื่องนั้นเป็นประจำด้วย
  • นักแสดงชาวสเปน ฮวน คาร์ลอส เวลลิโด เป็นนักแสดงที่ได้รับเครดิตเพียงคนเดียว ที่รับบทตัวละครสองตัวที่แตกต่างกันใน “Pirates of the Caribbean” สองภาค หลังจากที่เคยรับบทกัปตันชาวสเปนใน “On Stranger Tides” มาแล้ว และในตอนนี้ก็ได้รับบท เลซาโร ลูกสมุนที่ภักดีของกัปตันซาลาซาร์ใน “Salazar’s Revenge”
  • วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ทีมงานชาวออสเตรเลียได้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนสำหรับการสนับสนุนควีนส์แลนด์ มารูนส์หรือไม่ก็นิวเซาธ์เวลส์ บลูส์ ในการแข่งขันรักบี้ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น พวกเขาแต่งกายตามสีประจำทีมของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นกระดุม โบว์ ผ้าพันคอและหมวกสารพัดแบบ โดยมีการขู่แบบทีเล่นทีจริงไปทั่ว มีการตั้งจอฉายภาพขนาดใหญ่ขึ้นในบริเวณแทงค์น้ำขนาดใหญ่ที่วิลเลจ โร้ดโชว์ สตูดิโอส์ โดยมีด้านหลังเป็นรถบรรทุกของกองถ่าย ไม่มีรายงานถึงการก่อความวุ่นวายหรือการทะเลาะเบาะแว้งใดๆ ในตอนที่มารูนส์เฉือนเอาชนะไปได้หนึ่งแต้ม
  • มีการสร้างไดอารี่ที่คาริน่า สมิธแสนทะนุถนอมขึ้นมา 88 เวอร์ชัน ก่อนที่จะมีการตัดสินใจเลือกใช้เวอร์ชันหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ ปกไดอารี่ทำจากหนังและถูกเพิ่มอายุให้ด้วยวิธีการน่าสนใจ…นั่นคือด้วยการแช่มันในกาแฟ!
  • ขวดเหล้ารัมของกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์เป็นของแท้จากอังกฤษ ศตวรรษที่ 18 ในขณะที่ร่มหลายคันของเรื่องถูกสร้างขึ้นหญิงชราร่างเล็กในวัย 70 กว่าปีในบริสเบน เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มคนกลุ่มสุดท้ายในโลกที่ยังทำงานฝีมือแบบนี้อยู่
  • ชุดของชานซ่า แม่มดแห่งท้องทะเล ที่รับบทโดยโกลชิฟเทห์ ฟาราฮานี่ แต่ละชุดใช้เวลาตัดเย็บวันละ 15 ชั่วโมงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และใช้ทีมงานถึง 42 ชีวิต
  • ในวันถ่ายทำ “มุข” กิโยตินหมุนติ้วสำหรับซีเควนซ์จัตุรัสประหาร มีฝนตกห่าใหญ่ลงมาในฉากเมืองเซนต์มาร์ติน ทีมงานได้เคลื่อนย้ายทรายกว่า 30 ตันเข้ามาเพื่อรักษาพื้นให้แห้งสำหรับการถ่ายทำ
  • ในตอนที่กองถ่าย “Salazar’s Revenge” ถ่ายทำในป่ารกชัฏบริเวณภูเขาแทมโบริน พวกเขาจะต้องสวมหมวกหนาเพื่อป้องกันศีรษะจากเม็ดถั่วดำหนักอึ้งที่ร่วงลงมาจากต้นไม้เก่าแก่ ทีมงานออสเตรเลียกล่าวติดตลกกับเพื่อนร่วมงานของพวกเขาจากอเมริกาและประเทศอื่นๆ ว่า จริงๆ แล้ว หมวกพวกนั้นใช้ป้องกัน “ดร็อปแบร์” สัตว์ประหลาดในตำนานที่มีกระเป๋าหน้าท้อง มีลักษณะคล้ายกับโคอาลากินคน และจะกระโจนจากยอดไม้สูงเพื่อเกาะศีรษะเหยื่อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
  • ปฏิบัติการขนส่งครั้งใหญ่สำหรับการถ่ายทำของกองถ่ายบนหมู่เกาะวิทซันเดย์รวมถึงการใช้รถบรรทุก 60 คันเดินทางเป็นระยะทาง 1,400 กิโลเมตร จากที่ตั้งกองถ่ายที่โกลด์ โคลสต์ ตามด้วยการขับรถ 40 นาที และการล่องเรือจากแผ่นดินใหญ่สู่เกาะแฮมิลตัน ซึ่งเป็นโลเกชันแห่งหนึ่ง ตามด้วยการล่องเรืออีกชั่วโมงครึ่งไปยังเกาะอื่นๆ ที่ทีมงานกำลังถ่ายทำอยู่
  • ในตอนที่กองถ่าย “Salazar’s Revenge” ถ่ายทำที่ชายหาดไวท์ฮาเวนในหมู่เกาะวิทซันเดย์ สภาพอากาศและกระแสน้ำขึ้นลงที่ผิดปกติได้ก่อให้เกิดสถานการณ์ที่นักแสดงและทีมงานจะต้องลงจากยานพาหนะราวกับกำลังทำการยกพลขึ้นบก ด้วยการลุยน้ำที่ลึกถึงเอว อกหรือคอ ตามความสูงของพวกเขา ขณะใส่เสื้อผ้าชุดลำลอง
  • หลังจากที่การถ่ายทำหลัก 93 วันในออสเตรเลียสิ้นสุดลง พายุก็ได้โหมกระหน่ำโจมตีหมู่เกาะวิทซันเดย์ ซึ่งเป็นโลเกชันถ่ายทำสุดท้ายของทีมงาน ทำให้มีการยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดจากเกาะแฮมิลตัน ทีมงานและนักแสดงกว่า 200 ชีวิตจะต้องนั่งเรือท้าคลื่นลมแรงผ่านช่องแคบวิทซันเดย์ไปสู่แผ่นดินหลัก และจะต้องนั่งรถนานกว่าสองชั่วโมงไปยังเมืองแม็คเคย์ ก่อนจะได้บินกลับบ้านที่พวกเขาจากมา

    แนะนำตัวละคร

    กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ (รับบทโดยจอห์นนี่ เดปป์)
    โจรสลัดเจ้าของทรงผมเดรดล็อคผู้สวมแหวน กำไลและเครื่องประดับจนอีรุงตุงนังไปหมด เป็นคนที่น่าเคลือบแคลงทั้งในเรื่องศีลธรรมหรือสุขอนามัยส่วนตัว ถ้าเขาไม่เป็นโจรสลัดที่เก่งกาจที่สุด เขาก็จะต้องเป็นโจรสลัดที่ห่วยแตกที่สุด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนออกความเห็น กัปตันแจ็คกำลังจะเผชิญหน้ากับวิกฤติที่เลวร้ายกว่าครั้งอื่นๆ ซึ่งทำให้เขาจำเป็นต้องอาศัยกลเม็ดเด็ดพรายทั้งหมดเท่าที่ตัวเองมีเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ ในตอนที่เขาถูกตามล่าตัวจากกัปตันปีศาจซาลาซาร์ ศัตรูคู่อาฆาตที่ร้ายกาจที่สุดของเขา

    กัปตันซาลาซาร์ (รับบทโดยฮาเวียร์ บาร์เด็ม)
    กัปตันซาลาซาร์ผู้น่าสะพรึงกลัว ผู้บัญชาการเรือไซเลนต์ แมรี่ ที่น่าสยดสยอง ถูกขนานนามว่า “เอล มาทาร์ เดล มาร์” หรือ “นักฆ่าแห่งท้องทะเล” ซาลาซาร์ได้ใช้ลูกเรือกะลาสีปีศาจที่น่าหวั่นสะพรึงของเขากำจัดโจรสลัดให้สิ้นซากไปจากมหาสมุทรแคริบเบียนอย่างดุดัน ไม่เพียงแต่ด้วยความภักดีที่เขามีต่อราชวงศ์สเปนเท่านั้น แต่ยังด้วยความแค้นส่วนตัวที่เขามีต่อโจรสลัดคนหนึ่งเป็นพิเศษด้วย อย่างไรก็ดี เขามักจะไว้ชีวิตเหยื่อคนหนึ่งเพื่อบอกเล่าตำนานสยองของเขาให้เป็นที่รับรู้เสมอ

    เฮนรี่ (รับบทโดยเบรนตัน ธเวทส์)
    เฮนรี่ กะลาสีหนุ่มผู้มีชีวิตชีวาแห่งราชนาวี อยู่ระหว่างการท่องเจ็ดน่านน้ำเพื่อหาตรีศูลแห่งโพไซดอน ซึ่งเป็นของเพียงอย่างเดียวที่สามารถปลดปล่อยพ่อของเขาจากคำสาปนิรันดร์ได้

    คาริน่า สมิธ (รับบทโดยคายา สโคเดลาริโอ)
    คาริน่าเป็นนักดาราศาสตร์และนักคณิตกรสาวคนเก่งและดื้อรั้น ความงามของเธอเลิศเลอไม่แพ้ความเฉลียวฉลาดและความอดทนของเธอเลยล่ะ แทนที่จะเป็นดาบหรือกริช “อาวุธ” ของเธอกลับเป็นไดอารี่ของกาลิเลโอ ที่ถูกทิ้งเอาไว้ให้เธอโดยพ่อที่เธอไม่เคยได้รู้จัก มันเป็นหนังสือแนะนำกลุ่มดาว ซึ่งอาจจะกลายเป็นกุญแจนำไปสู่สมบัติที่ล้ำค่าที่สุด…สมบัติที่รวบรวมพลังของท้องทะเลทั้งมวลเอาไว้ก็ได้

    กิ๊บส์ (รับบทโดยเควิน อาร์. แม็คแนลลี)
    ต้นหนผู้ภักดีต่อกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์…เว้นก็แต่ตอนที่เขาไม่ได้ทำตัวภักดี…เรายังคงไว้ใจได้เสมอว่ากิ๊บส์จะต่อสู้อย่างห้าวหาญ (โดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของเขา) และเขาก็จะเป็นคนแรกที่เจอเหล้ารัมด้วย

    ชานซ่า (รับบทโดยโกลชิฟเทห์ ฟาราฮานี่)
    ชานซ่า แม่มดแห่งท้องทะเลผู้ลึกลับและทรงฤทธิ์ มีความสามารถที่หาตัวจับยากและมักจะได้รับการร้องขอจากโจรสลัดและกะลาสีให้ช่วยพวกเขาต่อกรกับศัตรูอยู่เป็นประจำ

    สการ์ฟิลด์ (รับบทโดยเดวิด เวนแฮม)
    สการ์ฟิลด์ ทหารผู้เป็นทหารทั้งตัวและหัวใจ เป็นคนที่มีปณิธานเด็ดเดี่ยวในการทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมาจนถึงที่สุดแม้ว่า…หรือโดยเฉพาะ…ถ้ามันหมายถึงการสังหารศัตรูของเขา

    สครัม (รับบทโดยสตีเฟ่น เกรแฮม)
    ถ้าสมองเป็นสิ่งที่วัดคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ สครัมก็คงจะตัวเล็กจิ๋วกว่าที่เขาเป็นอยู่ซะอีก สครัม ไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุดในกลุ่ม แต่เขาก็แก้ตัวได้ด้วยพรสวรรค์ในเรื่องดนตรี—และการลอกเลียนแบบของเขา

    กัปตันเฮคเตอร์ บาบอสซ่า (รับบทโดยจอฟฟรีย์ รัช)
    กัปตันบาบอสซ่าแตกต่างกับกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ เพื่อนร่วมวงการโจรสลัดของเขา ตรงที่เขาร่ำรวยจากอาชีพโจรสลัดที่กำลังรุ่งโรจน์ หลังจากได้ยึดครองทั้งเรือควีน แอนส์ รีเวนจ์ และดาบทรงอิทธิฤทธิ์จากแบล็คเบียร์ดผู้พ่ายแพ้ หากแต่ในตอนนี้ บาบอสซ่าจอมเจ้าเล่ห์ ผู้ชำนาญการใช้ฝีปากและการเจรจาต่อรอง อีกทั้งยังเป็นนักดาบมากฝีมือ กลับพบว่าตัวเองต้องยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อร่วมมือในการตามหาตรีศูลแห่งโพไซดอน

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *