Regression | สัมผัส…ผวา

Regression | สัมผัส…ผวา )

  • Genres:Horror, Mystery, Thriller
    Running Time:106 min
    Release Date:February.5,2016
    MPAA Rating:
    Distributors: Mod Producciones, First Generation Films, FilmNation Entertainment
    Starring:Emma Watson, Ethan Hawke, David Thewlis
    Directed by:Alejandro Amenábar

    รัฐมินิโซลต้า , ปี 1990. นักสืบ บรูซ เคนเนอร์ (รับบทโดยอีธาน ฮวอว์ค ) กำลังสืบสวนคดีของหญิงสาวที่ชื่อ แอนเจลล่า (รับบทโดยเอ็มม่า วัตสัน) ที่กล่าวหาพ่อตัวเอง จอห์น เกรย์ (รับบทโดยเดวิด เดนซิค) ในคดีล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากระทำความผิดนั้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องเพิ่งจิตแพทย์ ดร.เรนส์ (เดวิด ธิวลิส) ที่จะต้องช่วยฟื้นความทรงจำที่ปิดกั้น และเมื่อสำเร็จความทรงจำก็เปิดเผยเรื่องที่น่ากลัวที่สุดออกมา

    “Regression รีเกรสชั่น สัมผัส…ผวา” เป็นการประชันบทบาทระหว่าง นักแสดงรางวัล ออสการ์ อีธาน ฮวอว์ค (ผลงาน Boyhood, Training Day) และ เอ็มม่า วัตสัน ( ผลงาน Beauty and the Beast, Harry Potter saga) ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดังอย่าง เดวิด ธิวลิส ( ผลงาน The Theory of Everything, Harry Potter) , เดวิด เดนซิค (ผลงาน Tinker, Tailor, Soldier, Spy, The Girl with the Dragon Tatoo), เดลล์ ดิคคีย์ (ผลงาน Winter´s Bone, True Blood), โลทารี่ บลูโต (ผลงาน The Tudors) และ เดวอน โบสติ๊ก ( ผลงาน Diary of a Wimpy Kid). กำกับการแสดงโดยผู้กำกับมากรางวัลอย่าง “อเลฮันโดร อเมนาบาร์” ที่เคยฝากฝีไม้ลายมือการกำกับภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง The Others ที่กวาดรายได้มากกว่า 200 ล้านเหรียญ

    เวอร์ชั่นใหม่ของภาพยนตร์สยองขวัญ

    อเลฮันโดร อเมนาบาร์ กลับคืนจอเงินด้วยภาพยนตร์เรื่อง Regression ซึ่งนำเสนอเรื่องราวสืบสวนสอบสวน โดยย้อนยุคไปยังปี 1996 ภาพยนตร์เรื่อง Regression เวอร์ชั่นย้อนยุคกำลังจะมา อเมนาบาร์ กล่าว “…สำหรับผมเรื่องนี้มันเหมือนกับการหวนคืนไปหาเรื่องลึกลับอีกครั้ง มันเหมือน กลับไปยังจุดเริ่มต้นของอาชีพภาพยนตร์เลยภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนมีมนต์สะกดด้วยพลังงานแบบหลอนๆ ที่ทำให้ตาค้างได้ เรื่องราวมันหลอนประสาทซึ่งมีความจริงกับความฝันเหมือน The Others ที่มีลักษณะของภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนแนวคลาสสิค ซึ่งผมใช้มันผลักดันตัวเองในการทำงาน การผลักดันตัวเองพลังงานแบบนั้นคุณสามารถหาได้จากบางอย่างที่แตกต่างออกไป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงศึกษาภาพยนตร์ประเภทต่างๆ ทั้งดราม่า สยองขวัญ สืบสวน…”

    ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ อเลฮันโดร อเมนาบาร์ ไม่ได้มุ่งไปแค่เรื่องสืบสวนสอบสวนอย่างเดียวอ้างอิงจากที่เฟอร์นานโด โบเวียร่า ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวว่า “…ภาพยนตร์เรื่อง Regression เป็นภาพยนตร์ที่มีการผสมผสานอารมณ์ต่างๆเอาไว้ ซึ่งสิ่งนี้แหละที่จะช่วยอเลฮันโดร ในการอ่านจิตใจที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้ แม้ว่าภาพยนตร์จะมีอารมณ์ที่ผสมผสานกัน แต่บางอย่างที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้บอกได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะเป็นแนวภาพยนตร์สยองขวัญ แม้ว่ามันจะมีอารมณ์ระทึกขวัญแนวจิต วิทยาในรูปคดีที่คุมโทนของเรื่องอยู่ มันมีการผสมผสานกันของเรื่องราวระทึกขวัญและสยองขวัญตามแบบฉบับของภาพยนตร์อเมริกัน อย่างเรื่อง The Exorcist, Rosemary’s Baby… ซึ่งทั้งหมดนี้มันเป็นส่วนประกอบที่น่าสนใจที่ผมอยากจะนำกลับมาใช้อีก ส่วนภาพยนตร์เรื่อง The Others ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ในยุค 40, 50 หรือ 60 ส่วนภาพยนตร์เรื่องนี้จะอยู่ในยุค 70 ผมต้องการนำเอาบรรยากาศของภาพยนตร์ในยุคนั้นมาใช้มากกว่านั้นผม ต้องการทำเรื่องที่ผมต้องการบอกเล่านี้จริงๆ”

    “…เมื่ออเลฮันโดรวางแผนจะสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้และเสนอผม เขาบอกว่าสำหรับเขาแล้วเรื่องราวมันสำคัญมากที่จะต้องสร้างออกมาให้น่าเชื่อถืออยู่ตลอดเวลา นั่นหมายความว่าคุณต้องรู้สึกได้ว่าคุณกำลังดูหนังในยุค 70 อยู่ให้ได้อารมณ์องค์ประกอบอื่นๆ คำพูด จะต้องสื่อออกมาให้ได้อารมณ์ของยุคนั้น เขาต้องการสื่อถึงตัวละครแต่ละตัวให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของตัวละครที่บอกเล่าเรื่องราวเราจะต้องไม่ใช้อะไรที่คนยุคนี้เขาให้ในการสร้างเรื่องระทึกขวัญ เราจะสร้างให้เรื่องราวมันเข้มข้นและเปิดเผยตัวเองอย่างช้าๆ แทน…” เดเนี่ยล อรันโย ผู้กำกับภาพกล่าว.

    ด้านมืดของมนุษย์

    แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ในช่วงยุค 80 ของสหรัฐ “…ภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะถ่ายทอดเรื่องราวของการสะท้อนภาพปีศาจและการสำรวจความหนักแน่นของจิตใจ การหาข้อมูลเพื่อเขียนบทนั้นจะดูวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองอำนาจของศาสนาสภาพสังคมของสหรัฐในยุคนั้นและต้องพยามสื่อออกมาให้มีความเป็นสากลมากที่สุด มันมีข่าวมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ ในยุคนั้นที่ตำรวจสืบสวน การขอคำปรึกษาทางจิตวิทยาความเชื่อและยึดถือเรื่องราว เกี่ยวกับไสยศาสตร์ที่กลายเป็นส่วนเล็กๆที่เราจะต้องเอามาประกอบกันเป็นจิ๊กซอว์ที่น่ากลัวหรืออาจจะบอกว่าดูเหมือนเป็นลัทธิทางซาตานก็ว่าได้…” เฟอร์นันโด โบเวียร่า กล่าว.

    อเลฮันโดร อเมนาบาร์ กล่าวเสริมว่า “…ข้อกล่าวหาหรือแม้แต่คำสารภาพต่างก็สร้างบาดแผลให้เกิดขึ้นได้ ทั้งกับครอบครัวและกับสังคม หลายคดีสร้างผลกระทบกลายเป็นอาชญากรรมที่รุนแรง และมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่จะกลับไป ทบทวนเรื่องราวเหล่านั้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุค 80-90 โดยอาศัยมุมมองของคนในยุค 21…”

    เฟอ นันโด กล่าวว่า “…การศึกษาเรื่องสมองยังเป็นเรื่องใหม่ของนักวิทยาศาสตร์ เรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยมากแม้ว่าศาสนาและวิทยาศาสตร์จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันอยู่ สีเฟ่น เจย์ กูด นักจิตวิทยาก็มีความเชื่อว่ามันมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ ในเรื่องไสยศาสตร์และจิต ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไรเนส และรีเวอร์เรนด์ โบมอนด์ บาทหลวงและนักจิตวิทยา ต่างมีจุดยืนกันอยู่คนละศาสตร์ แต่ทั้งคู่ก็มีความคิดที่ใกล้เคียงกันและมีความเหมือนกันอยู่มาก…”

    เมื่อมีคดีเกิดขึ้นตอนต้นเรื่อง ตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเริ่มศึกษามีมุมมอง และเริ่มเข้าสู่ด้านมืด ทุกอย่างจะเริ่มต่อสู้กับเวลาเพื่อหาหลักฐานที่จะคลายความสงสัยของพวกเขา และส่งผู้กระทำความผิดเข้าคุก “…มันเป็นเรื่องของการเติบโตทางจิตวิญญาน บทบาทที่สำคัญถูกถ่ายทอดออก ไปผ่านทางพยานหรืองานเขียน เกี่ยวกับประสบการณ์ซาตาน ที่ทั้งหมดต่างมีอิทธิพลในการสร้างภาพยนตร์นี้ทั้งสิ้น…” ผู้กำกับกล่าว.
    เราจัดฉากเป็นชุมชนเล็กๆ ย่านมิดเวสต์ การสร้างเมืองก็มีส่วนสำคัญในการเล่าเรื่อง ผู้กำกับและ เขียนบทอธิบายว่า “…ย่านมิดเวสต์ เป็นหนึ่งส่วนที่สำคัญในการสร้างพื้นที่ที่ดูเหมือนเป็น โลกเล็กๆ ในภาพยนตร์ เราจะเห็นชุมชนชาวอเมริกัน ที่มีบ้านกระจัดกระจายกันอยู่ตามพื้นที่ที่ทุกคนต่างรู้จักกัน ในบางมุมที่มืดก็มีความรู้สึกเกรงกลัวที่จะกระทำความผิดอยู่ และความผิดและความละอายนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะให้น้ำหนักกับตัวละครแต่ละตัวอะไรที่กระตุ้นความกลัวในแต่ละคน…”

    เฟอร์นันโด โบเวียร่า กล่าวว่า “ …ภาพยนตร์เรื่อง Regression เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับความกลัว และเป็นการเผชิญหน้ากับความกลัว บางครั้งความกลัวก็กลับมาหาเรารูปแบบของฝันร้าย มันเป็นโครงเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้กระทำ การสืบสวนหาความจริงจึงเริ่มขึ้น จากนักสืบที่ประสบความสำเร็จในการสืบสวน ในภาพยนตร์เรื่องนี้ บรูซ ตัวละครหลักจะต้องทำการ สรุปคดีที่จะกลายเป็นกับดัก ชายที่กำลังตามหาความจริงกลับต้องเป็นคนที่สวดอ้อนวอนเสียเอง…”

    คนและชุมชน

    Regression ได้นักแสดงอเมริกันมากฝีมืออย่าง อีธาน ฮอว์ค (ผลงาน Boyhood, Training Day) มารับบท ร่วมกับนักแสดงหญิงชาวอังกฤษ เอ็มม่า วัตสัน (ผลงาน Beauty and The beast, Harry Potter).

    “…บรูซ เคนเนอร์ รับบทโดย อีธาน เป็นชายที่ฉลาดและน่านับถือคนหนึ่งในเมือง และ แองเจลล่า รับบทโดย เอ็มม่า เป็นเหมือนเทพธิดาตัวน้อยที่มาจุติในโลก เป็นคนที่พูดน้อย แต่เวลาพูดทีก็เรื่องใหญ่…” อเลฮันโดร กล่าว.
    “…ตัวละครที่ผมได้รับบทบาทเป็นเหมือนปริศนา สำหรับผม…” อีธานกล่าว

    อเลฮันโดร กล่าวว่า “…เมื่อเราเริ่มการถ่ายทำ อีธานบอกว่ามันเป็นเรื่องของผู้ชายที่ง่วงอยู่ตลอดเวลา แต่ผมตอบไปว่า ไม่หรอก เรื่องราวมันสื่อถึงคนที่กำลังจะตื่นต่างหาก ผมคิดว่าเขาศึกษาตัวละคร ที่เขาได้รับบทอยู่ บทของนักสืบที่ฉลาดที่สุดในเมือง แต่ดูเป็นคนที่เหมือนเดินละเมออยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือการทำงานของอีธาน เขาศึกษาตัวละครเขาสามารถวางได้ว่าเขาจะ เล่นประมาณไหน กับบทของคนอึดๆ ที่สุดท้ายแล้วกลัวการเผชิญหน้ากับความจริง…”

    ภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มจากข้อกล่าวหาที่แองเจลล่า เด็กวัยุร่นผู้หญิงขี้อายพูดขึ้นมา คนที่ไม่เคยพูด อะไรกลับพูดเรื่องที่ร้ายแรงนี้ “…นี่เป็นบทที่หนักมากที่ฉันเคยเล่น แองเจลล่าเป็นคนที่ มีชีวิตยากลำบาก เธอเติบโตมาในบ้านที่มีคนติดเหล้าถึงสองคน ทั้งยายและแม่ต่างตายในอุบัติเหตุ รถยนต์ ซึ่งมันเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อน…” เอ็มม่ากล่าว.

    ทำไมถึงเลือกนักแสดงชาวอังกฤษมาเล่าเรื่องราวของครอบครัวอเมริกัน? อเลฮันโดร กล่าวว่า “ …เอ็มม่า วันสัน เป็นผู้หญิงที่ถือว่าเป็นนักแสดงอัจฉริยะคนหนึ่ง เธอทำความเข้าใจกับบทและตัวละคร ได้อย่างถ่องแท้ เวลาที่เราจะสร้างภาพยนตร์เราต้องการนักแสดงที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้อย่าง ละเอียด มีความเข้าใจในตัวละคร ซึ่งที่พยามจะบอกคือ เอ็มม่าเป็นคนที่เข้าใจและสามารถสื่อถึง ความเป็นตัวละครตัวนั้นได้อย่างดีเยี่ยม…”

    อีกอย่างที่ถือว่าท้าทายมากคือการคัดเลือกนักแสดงที่จะสามารถอธิบายถึงทฤษฎีแห่งความเสื่อมที่ เกิดขึ้นในเรื่องนี้ เราต้องหาคนที่สามารถแสดงออกถึงตัวละครแต่ละตัวเพื่อบอกเล่าเรื่องราว “…ตอนที่ เราพูดถึงทฤษฎีการรักษาทางจิต เดวิด ธิวลิสก็พัฒนามากขึ้นๆ ในทุกครั้ง… ” อเลฮันโดร กล่าว.

    นักแสดงชาวอังกฤษกล่าวเสริมว่า “…ไรเนสเป็นจิตแพทย์และเขาก็พยามช่วยแต่ว่าเขาเป็นคนที่หัว แข็ง เขายืนกรานที่จะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องศาสนาหรือนิกายใดๆ ซึ่งเขาจะดูต่างจากหลวงพ่อ โบมอนท์ เขาดูเป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาแค่ต้องการไขคดีให้เป็นไปแบบเป็นขั้นเป็นตอน ทุกอย่างมีเหตุมีผล และเขาคิดว่าเรื่องที่เขาคิดนั้นถูกต้อง ซึ่งนั่นทำให้ไรเนสจริงๆ แล้วเป็นตัวที่ก่อปัญหามากที่สุด…” อย่างที่ เดวิด ธิวลิส อธิบาย ตัวละครที่เขาได้รับและบท รีเวอร์เรนด์ โบมอนด์ ต่างเหมือนเป็น คู่ขนานกันในเรื่อง “…โบมอนต์เป็นนักบวชที่อยู่ตรงกันข้ามกับปีศาจ มันเหมือนเป็นเหรียญสองด้าน ที่อยู่ระหว่างวิทยาศาสตร์และความเชื่อ ผมเล่นเป็นชายที่มีศรัทธาแรงกล้า เชื่อในพระเจ้า แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่หัวรุนแรงนะ ผมเป็นคนที่ต้องเชื่อมโยงกับผู้ชม ผมชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการ เปิดกว้างให้ผู้ชมได้เลือก…”

    การหาสมาชิกที่เหลือของครอบครัวเกรย์ ซึ่ง จีน่า เจย์ รับหน้าที่หานักแสดง ซึ่งเธอได้ร่วมงานกับ อเลฮันโดรตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง The Others สำหรับจอห์น เกรย์ พ่อของแองเจลล่า อเลฮันโดรเลือกนักแสดงชาวสวีเดน เดวิด เดนซิค มารับบทนี้ “…เดวิดเป็นคนที่เราเลือกให้มารับบทของจอห์น เขาเป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ เราต้องการคนที่ดูอันตรายนิดๆ เราก็ได้เดวิดมาซึ่งเขาดู เต็มไปด้วยเลห์เหลี่ยมและเปราะบาง ซึ่งจะทำให้สื่ออารมณ์ตัวละครได้มากขึ้น เขาดูเป็นคนที่เปราะบาง และเขาก็เป็นคนที่ดูละอายมากพอแต่ขณะเดียวกันเขาก็ดูน่ากลัวในแววตาที่ดำมืด เหมือนกับ ว่าเขากำลังซ่อนบางอย่างอยู่ ทั้งบทภาพยนตร์และบทบาทถูกเขียนมาอย่างดี มันเป็นเรื่องเล็กๆที่มี ความซับซ้อนสูงมาก ทุกครั้งที่ผมอ่านบทผมก็พบมุมใหม่ๆ เสมอ…” เดนซิค กล่าว.

    สำหรับโรส แม่ของจอห์น ก็ได้ เดลล์ ดิคคีย์ มารับบท “…เธอเป็นคนที่น่ารัก และเธอสามารถ แสดงอารมณ์ได้ในทุกบทบาท ทั้งบทโกรธ หรือว่า สับสน… “

    ครอบครัวของเกรย์ คนสุดท้าย คือ รอย พี่ชายที่หายไปของแองเจลล่า รับบทโดย นักแสดง ชาวแคน นาดา เดวอน โบสติ๊ก “…เขาเป็นคนที่วิเศษมาก เขาเป็นนักแสดงที่ได้รับการยอมรับคนหนึ่งที่ แคนนาดา…” อเลฮันโดรกล่าว.

    การถ่ายทำระดับโลก สำหรับผู้ชมนานาชาติ

    Regression เป็นภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างถึง 20 ล้านดอลลาห์ ใช้เวลาถ่ายทำถึง 12 สัปดาห์ และถ่ายทำทั้งที่เสปนและแคนนาดา โดยเริ่มจากสเปนก่อนแล้วค่อยไปที่แคนนาดา “…เรื่องสถานที่ถ่ายทำนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะฉากสามารถเล่าเรื่องได้ และจากงบประมาณเราสามารถสร้างภาพยนตร์ที่มีฉากด้านนอกอยู่ที่อเมริกาเหนือ และฉากด้านในเป็นเสปนได้ ซึ่งเราแบ่งออกเป็นฉากย่อยๆ และถ่ายเก็บเอาไว้ซึ่งแบ่งตารางการถ่ายทำอย่างชัดเจน เราเลือกฉากด้านนอกเป็นอเมริกาเหนือเพราะเราชอบในภูมิทัศน์ ถนน ฟาร์มซึ่งดูแล้วสามารถเล่าเรื่องได้อย่างสมจริง…” อเลฮันโดร อเมนาบาร์กล่าว.

    ส่วนที่เสปนเราคัดเลือกทีมงานและเริ่มหาสถานที่ถ่ายทำต้น กพ. เราย้ายสถานที่ ถ่ายทำมาที่ แคนนาดา การถ่ายทำเริ่มตอนกลางเมษายน 14 และเสร็จกลางเดือนมิถุนายน “…โตรอนโตเป็นสถานที่ที่เหมาะกับงบประมาณมากและมันก็เป็นเมืองที่ภาพยนตร์หลายเรื่องเลือกใช้ ซึ่งทีมงานและอุปกรณ์ต่างๆ ก็พร้อมมาก…” คูลโด ซัวซัว ผู้ช่วยฝ่ายผลิตกล่าว.

    “…ที่มินิโซต้าเหมาะที่จะเป็นฉากของภาพยนตร์ระทึกขวัญ พูดจริงๆเลยคือมินิโซต้าจริงๆจะเหมือนกับ ฟาร์โก ทุกอย่างดูสะอาด คุก ถนน บ้าน แต่เราทำให้มันดูสกปรกเอง สถานีตำรวจที่ต้องแชร์พื้นที่กับหน่วยงานอื่น และคนพลุกพล่าน นี่คือรอยรั่วที่เกิดขึ้นบ้านของเกรย์ก็จะต้องมีบรรยากาศอะไรแบบนี้ด้วยเหมือนกัน…“ ผู้กำกับกล่าว.

    สถานที่ถ่ายทำและการจัดไฟก็สำคัญ “…สำหรับงานของผม อเลฮันโดรต้องการถ่ายทำฉากภายนอก ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน ซึ่งเราเรียกมันว่าชั่วโมงทอง มันเป็นช่วงเวลาที่บอกลำบากไม่ใช่กลางคืน ไม่ใช่กลางวันแสงไม่แรง แต่ก็ไม่หม่น คุณจะไม่รู้ว่าอะไรที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาที่เกิดขึ้น เราใช้เวลาจัดไฟถึงสามเดือนผมดูสถานที่ต่างๆเดินทางไปพร้อมๆกับเขาและเลือกสถานที่ด้วยกัน…” เดเนี่ยล อรันโย กล่าว.

    คาแรกเตอร์ตัวละคร

    เอ็มม่า วัตสัน รับบทโดย แองเจลล่า เกรย์
    แองเจลล่าทำใจให้สงบและรู้สึกปลอดภัยในโบถส์ หลังจากที่แม่ของเธอเสียชีวิตจาก อุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างที่อยู่ในโบถส์ เธอก็สารภาพบาปว่าพ่อของเธอได้ทำร้ายเธอ ด้วยความช่วยเหลือของบรูซเธอก็สามารถเอาชนะความโดดเดี่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในกุญแจที่ไขคดีนี้ได้ อีธาน กล่าวว่า “…เธอได้เติบโตขึ้นในบ้านที่มีปัญหาสองอย่าง พ่อของเธอเป็นพิษสุราเรื้อรังเหมือนๆ กับย่าของเธอ แม่ของเธอตายไปตอนที่เธอยังเด็กมากด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ คุณจะรู้สึกได้หากดูจากสถานที่ที่เธอเติบโตขึ้นมาว่าเธอถูกละเลยและไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร และนั่นก็หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนที่มองโลกตามแบบที่เธอถูกปฏิบัติ…”

    อีธาน ฮวอว์ค รับบท บรูซ เคนเนอร์
    บรูซ เคนเนอร์ เป็นนักสืบที่ดูแลการสอบสวนครอบครัวที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทำพิธีกรรมซาตานในเมืองเล็ก ๆ ของมินนิโซตา เขาเพิ่งหย่ามาสดๆร้อนๆ เขามีกระท่อมไว้สำหรับทำงาน และที่นั่นเขาจะมีสมาธิในการไขคดีต่างๆ ด้วยการคิดและจินตนาการแบบฆาตกร และครั้งนี้เขาต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจมนุษย์ อีธาน กล่าวว่า “…บรูซเป็นตำรวจที่สืบสวนคดีฆาตกรรมที่มีหญิงสาวถูกใส่ร้ายว่ามีส่วนในลัทธิซาตานที่แปลกประหลาด และนั่นมันทำให้บรูซเหมือนตกลงไปในหลุมที่ทั้งมืดและเต็มไปด้วยปริศนาพูดได้แค่นี้นะครับ…”

    เดวิด ธิวลิส รับบท เคนเนธ ไรเนส
    คดีของจอห์น เกรย์ ส่วนใหญ่จะได้เบาะแสมากจากความทรงจำที่ถูกรวบรวมโดยเคนเนธ จิตแพทย์ที่คอยช่วยเหลือในการสืบสวนของบรูซระหว่างการรักษา เคนเนธคอยไขความทรงจำของ จอห์นในสภาวะหมดสติเพื่อเปิดเผยพิธีกรรมซาตานที่ซ่อนอยู่ เดวิด กล่าวว่า “…เคนเนธเป็นนักบำบัดที่ใช้วิธีบำบัดแบบสะกดจิต เขาคอยช่วยเหลือการสืบสวน เขาเป็นคนหัวแข็งและไม่เชื่อในลัทธิหรือศาสนาใดๆ…”

    เดวิด เดนซิค รับบท จอห์น เกรย์
    เกรย์เป็นพ่อของรอยและแองเจล่า เขาทำงานเป็นช่างในเมืองโฮเยอร์ เมืองเล็กๆในรัฐมินิโซต้าที่ที่เกิดเรื่อง หลังจากภรรยาของเขาตาย เขาก็เริ่มโทษโชคชะตาและหันหน้าเข้าหาเหล้า จนเป็นพิษสุราเรื้อรัง ลูกสาวเขาก็กล่าวหาเขาว่าเขาทำร้ายเธอ แต่ก็น่าประหลาดใจที่เขาให้ความร่วมมือ กับตำรวจในการรื้อ ฟื้นความทรงจำว่าจริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น เดวิด กล่าวว่า “…เขาเป็นหัวหน้าครอบครัว เขาเป็นพ่อของลูกสองคน ภาพยนตร์เริ่มเรื่องจากที่เขาเดินเข้ามาที่สถานีตำรวจเพราะเขาถูกเรียกตัว ลูกสาวของเขาอาศัยในโบสถ์เล็ก ๆ มาสองสามวันเพราะเธอถูกพ่อทำร้ายโดยพ่อของตัวเอง คือ จอห์น เกรย์ในคดีล่วงละเมิดทางเพศ…”

    โรส เกรย์ รับบท เดลล์ ดิคคีย์
    เธอเป็นแม่ของจอห์นเป็นคุณย่าแองเจลาและของรอย เธอมีลูกตั้งแต่ยังเด็ก และเลี้ยงลูกในขณะที่ตัวเองเป็นพิษ สุราเรื้อรัง ซึ่งเธอเองก็พยามที่จะเอาชนะเรื่องเหล่านี้ด้วยการเข้าโบถส์ เดลล์ กล่าวว่า “…เธอต่อสู้กับโรคพิษสุราเรื้อรัง เธอพาหลานสาวของเธอเข้าโบสถ์ เธอพยามจะคิดว่าหลานสาวของเธอแค่เพียงฝันร้าย แต่มันก็ทำให้เธอสับสนมากขึ้นเมื่อตำรวจเข้ามาสืบสวนในเรื่องนี้ ถึงตอนนี้เธอก็ไม่รู้ว่าเรื่องไหนเป็นความจริงหรือไม่ใช่กันแน่…”

    เดวอน โบสติ๊ก รับบท รอย เกรย์
    ลูกชายของจอห์น และเป็นพี่ชายของแองเจลล่า รอยหนีออกจากบ้านไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาทิ้งครอบครัว ทิ้งพ่อ ทิ้งน้อง เป็นครอบครัวที่แตกสลาย เดวอน เลาว่า “…เขาเป็นพี่ชายของแองเจลล่า ที่กล่าวหาว่าพ่อของเธอล่วงละเมิดทางเพศ บทของผมเป็นคนที่ปลีกตัวออกมาจากครอบครัว และเป็นต้นเหตุทำให้สถานการณ์มันหดหู่และโหดร้าย…”

    โลตารี่ บลูโต รับบท รีเวอร์เรนด์ โบมอนด์
    บาทหลวงที่คอยปกป้องครอบครัว เกรย์ ที่โบสถ์ เขานำแองเจลล่าเข้าสู้ปีกแห่งพระเจ้าเมื่อพ่อของเธอล่วงละเมิดทางเพศเธอ โลตารี่ย์ กล่าวว่า “…ผมสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าเป็นชายที่ทำหน้าที่อยู่ที่โบถส์ เขาไม่ใช่พวกที่ดื้อด้านอะไรแต่เขาค่อนข้างจะสนิทกับครอบครัวนี้…”

    ตัวตนของตัวละคร

    ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำมากกว่าแปดสัปดาห์ในสถานที่ที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่โตรอน โตและที่สตูดิโอที่ประเทศแคนาดา ภาพยนตร์เรื่องนี้ปักหมุดไว้ในช่วงอดีตที่ไกลจากยุคดิจิตอลเอามากๆ เหมือนได้กลับไปอยู่ในช่วงของยุค 80 อีกครั้ง เดเนียล อรันโย เสริมว่า “…การทำให้ภาพยนตร์ ออกมาสมจริงนั้นเราเลือกกล้องที่ใช้ในการถ่ายทำให้ได้แสงที่นวลตาไม่ได้คมชัดแบบดิจิตอลเพื่อที่ จะทำให้ผู้ชมรู้สึกย้อนเวลาไปยังยุคนั้นจริงๆ…”

    การแต่งกายเพื่อบ่งบอกถึงบุคลิกของตัวละคร “…การออกแบบเครื่องแต่งกายจะเป็นพลาสติกที่ดูมี วอลุ่ม เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยนั้น มันไม่ใช่แค่การปกปิดร่างกาย แต่มันบ่งบอกถึง บุคลิกของตัวละครแต่ละตัว บ่งบอกอารมณ์ของแต่ละตัวด้วย…” โซเนียกล่าว. “…ตัวละครที่เอ็มม่ารับบทนั้นยากที่สุด…” อเลฮันโดรกล่าว.

    “…เมื่อเรากำลังเลือกชุดให้กับนักแสดงอย่าง เอ็มม่า วัตสัน เจ้าแม่แห่งแฟชั่นคนหนึ่ง คุณต้องตระหนักได้ว่าไม่ใช่แค่เธอจะใส่อะไรก็ได้เท่านั้น เราจะต้องใส่จินตนาการของความบริสุทธ์ ดอกไม้ ผ้าไหม อะไรก็ตามที่น่าทนุถนอมเข้าไปด้วย หรือเสื้อคลุมอาบน้ำของโรสที่จะต้องใส่ได้อย่างรวดเร็ว บรูซก็ต้องดูสง่า น่าดึงดูด แต่อีธานกลับ ไม่ชอบให้ดูดีมากนัก ในการประชุมของทีมงานทุกคนต่างเสนอความคิด พวกเขาพูดถึงตัวละครที่ตัวเองมีส่วนร่วมสร้างสิ่งที่ไม่ได้ เห็นในบท ผมชอบที่จะคุยกับโซเนีย ผมได้แนวคิดต่างๆเกี่ยวกับตัวละครเยอะมาก เธอเป็นคน ละเอียดมาก และเธอก็เข้าใจในเรื่องของการจัดแสงอย่างดี…” เดเนียล อรันโย กล่าว.

    “…คุณคิดว่าคุณอาจ จะเรียกนักแสดงมาแสดงในภาพยนตร์ของคุณได้ แต่จริงๆ แล้วเป็นบทภาพยนตร์ต่างหากที่เรียกนัก แสดงมา และเราก็รู้สึกถึงกันและกันได้ถ้าบทมันตรงกับนักแสดง เรามีการซ้อมบทน้อยมากเมื่อเทียบกับภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ เพราะว่าอีธานมีเวลาว่างแค่อาทิตย์เดียวก่อนถ่ายทำ ผมไม่คิดว่าเรามีวันซ้อมถึงอาทิตย์หรอก แต่การซ้อมก็ทำให้คุณต้องเปลี่ยนบทเพื่อให้มันเข้ากับตัวนักแสดงด้วย ซึ่งพวกเขาก็ช่วยกันตัดสินใจว่าบทไหนควารจะอยู่ตรงไหน บทไหนใช้ได้ หรือว่าต้อง ตัดออก การซ้อมทำให้เราตัดต่อภาพยนตร์ได้ง่ายขึ้น และการถ่ายทำมีการจำลองภาพก่อนถ่ายทำจริง ซึ่งการจำลองภาพนี้นำเสนอในรูปแบบของภาพ สามมิติ สำหรับผมการใช้เวลาไปกับภาพสามมิติในช่วงบ่ายมันทำให้ผมประหยัดเวลาในการเซทจริง ไปเป็นอาทิตย์ ภาพสามมิติทำให้มองเห็นทุกรายละเอียดผ่านเลนส์ ผมเริ่มถ่ายรูปและทำเป็น แอนนิเมชั่นด้วยการเรียงลำดับภาพ ผมพยามจะทำมันออกมาให้ได้…” ผู้กำกับกล่าว.

    ประวัตินักแสดง

    อีธาน ฮอว์ค
    เขาได้ใจผู้ชมจากภาพยนตร์เรื่อง DEAD POETS SOCIETY ซึ่งก็ทำให้เขาได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิ ออสการ์ , รางวัลโทนี่ หลังจากนั้นเขาก็ฉายแววของศิลปินในฐานะนักประพันธ์ เขียนบท และผู้กำกับ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักแสดงที่ได้รับการยอมรับ ฮอว์ค ทำงานกับผู้กำกับหลายคน และหนึ่งในนั้นคือ ริชาร์ด ลิงก์เลเทอร์ ในผลงาน FAST FOOD NATION; WAKING LIFE; THE NEWTON BOYS และ TAPE

    ผลงานเรื่อง BEFORE SUNRISE และภาคต่ออีก 2 เรื่อง BEFORE SUNSET และ BEFORE MIDNIGHT เขามีโอกาสได้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ นั่นทำให้เขาได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ล่าสุดฮอว์ค รับบทในภาพยนตร์ของ รีเบคก้า มิลเลอร์ เรื่อง MAGGIE´S PLAN นอกจากนั้นยังมีภาพยนตร์เรื่อง GOOD KILL ของแอนดรูว์ นิโคล และภาพยนตร์ที่เขาร่วมเขียนบทกับไมเคิล เอลเมอเรลด้า เรื่อง CYMBELINE ที่ดัดแปลงมาจากผลงานของวิลเลี่ยม เชคสเปีย งานเบื้องหลัง ฮอว์คกำกับภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง CHELSEA WALLS โดยภาพยนตร์เล่าเนื้อหา ถึงห้าเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงแรม ในปี 1996 เขาเขียวนวนิยายเรื่อง THE HOTTEST STATE โดยตอนนี้พิมพ์ไปแล้ว 19 ครั้ง

    เอ็มม่า วัตสัน
    เอ็มม่า เป็นที่รู้จักในบท เฮอร์ไมโอนี่ แกรนเจอร์ ผลงานที่ประสบความสำเร็จเรื่อง HARRY POTTER ที่มีถึง 8 ภาค ผลงานของเธอเริ่มจากภาคแรก HARRY POTTER AND THE PHILOSOPHER’S STONE นั่นทำให้เธอโดดเด่นในฐานะนักแสดงหญิงที่กวาดรางวัลมากมายในทุกภาคที่แสดง อาทิ HARRY POTTER AND THE PRISONER OF AZKABAN และ HARRY POTTER AND THE GOBLET OF FIRE.

    นอกจากนั้นเธอยังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง COLONIA กับ เดเนี่ยล กำกับโดย ฟลอเรียน กาเลนเบอร์เกอร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง เอ็มม่า และ เดเนี่ยล รับบทเป็นคู่หนุ่มสาวที่พบกับความ ยุ่งเหยิงในช่วงรัฐประหารที่ชิลี ในปี 1973. นอกจากนี้เธอยังมีผลงานเรื่อง BEAUTY AND THE BEAST โดยรับบทเป็นเบลล์ ซึ่งร่วมแสดงกับ แดน สตีเว่น ,ลุค อีแวนส์ และ เอ็มม่า ทอมป์สัน

    เอ็มม่า รับบทเป็น เคลซี กลีนน์ ในภาพยนตร์เรื่อง THE QUEEN OF THE TEARLING ผลงานการกำกับของ เอริก้า โจฮานเซ่น สร้างโดย เดวิด เฮย์แมน และเอ็มม่าก็มีส่วนในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ซึ่งเธอและเดวิด เคยร่วมงานกันตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายประมาณปี 2016

    เดวิด ธิวลิส
    บทบาทแรกของเขา เขารับบทเป็นจอห์นนี่ ในเรื่อง NAKED ซึ่งเขาได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงยอดเยี่ยม และได้รับรางวัลจากหลายสำนัก ในปีเดียวกันเขาก็เล่นซีรี่ย์ทางโทรทัศน์ ในปี 1990 เป็นต้นไป เขามีผลงานหลายเรื่อง อาทิ เรื่อง NEW WORLD , เรื่อง ANONYMOUS , เรื่อง WAR HORSE , เรื่อง THE LADY, เรื่อง RED 2, เรื่อง ZERO THEOREM, เรื่อง THE FIFTH ESTATE, เรื่อง QUEEN AND COUNTRY , เรื่อง THE THEORY OF EVERYTHING , เรื่อง ANOMALISA , เรื่อง MACBETH และเรื่อง LEGEND

    ในฐานะของผู้กำกับ เขาได้รับรางวัล BAFTA Award ในสาขา หนังสั้นยอดเยี่ยม เรื่อง HELLO, HELLO, HELLO (ปี1995) ผลงานอื่นๆ ที่เขาเขียนบท กำกับ และแสดงเอง ในเรื่อง CHEEKY (ปี 2003). เดวิด เขียนบทและแสดงในเรื่อง SUNDAY ROAST ซึ่ง กำกับโดย เควิน โธมัส

    เดวิด เดนซิค
    เขารับบทในภาพยนตร์ของ คริสโตเฟอร์ โบ เรื่อง RECONSTRUCTION รับบทในทีวี เรื่อง THE LASER MAN เรื่อง A SOAP ซึ่งได้รับรางวัลหมีเงิน ที่เทศกาลหนังบอร์ลินปี 2006 เขารับบทในภาพยนตร์ของ เดเนี่ยล เอสปิโนซ่า เรื่อง OUTSIDE LOVE (ปี2007) และ ผลงานของ นิโคโล โดนาโต เรื่อง BROTHERHOOD (ปี 2010) ผลงานของ อเมียร์ แชมดิน เรื่อง CORNELIS (ปี 2010) และล่าสุด เขาได้รับรางวัล จากภาพยนตร์เรื่อง HOTELL (ปี 2014).

    ในปี 2014 เขาแสดงในภาพยนตร์ของ ทอมมี่ ลี โจนส์ เรื่อง THE HOMESMAN (ปี 2014) และเขาก็รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง GENTLEMEN ของเฮนรี่ มอร์แกน ผลงานอื่นๆ อาทิ ภาพยนตร์ซีรี่ย์เรื่อง GENTLEMEN & GANGSTERS (SVT, 2014), เรื่อง THE ABSENT ONE, เรื่อง THE KEEPER OF LOST CAUSES, และเรื่อง SERENA.

    ปีนี้ เขารับบทนำในเรื่อง MEN AND CHICKEN ของผู้กำกับ เอนเดอร์ เจนเซ่น และปลายปี เขาจะมีผลงานเรื่อง TORDENSKIOLD กำกัลโดย เฮนริก รูเบน เกนซ์ และ เรื่อง, REGRESSION ผลงานการกำกับของ อเลฮันจาโร นอกจากนั้น ยังมีเรื่อง KIDNAPPING ด้วย

    เดลล์ ดิคคีย์
    นักแสดงที่มีผลงานมากมายทั้งละครเวที ซีรี่ย์ทางโทรทัศน์ และภาพยนตร์ ผลงานของเธอมีมากมาย ที่รอฉายอยู่ อาทิ เรื่อง BLOOD FATHER (ร่วมแสดงกับ เมล กิ๊บสัน), THE POSSESSION OF MICHAEL KING, THE TRIALS OF KATE McCALL , เรื่อง SAN PATRICIOS เรื่อง WHAT LOLA WANTS

    ภาพยนตร์เรื่อง WINTER’S BONE ทำให้เธอชนะรางวัลในปี 2011 สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม , ล่าสุดเธอรับบทในซีรี่ย์เรื่อง BONNIE AND CLYDE ผลงานในละครเวที บอรดทเวย์ เรื่อง THE MERCHANT OF VENICE แสดงร่วมกับ ดัสติน ฮอฟแมน ผลงานล่าสุดที่ทำให้เธอได้รับรางวัลคือ THE TRIALS AND TRIBULATIONS OF A TRAILER TRASH HOUSEWIFE (แสดงร่วมกับ เบธ แกรนท์) และ SOUTHERN BAPTIST SISSIES (แสดงร่วมกับ เลสซีย์ จอร์แดน)

    เดวอน โบสติ๊ก
    เป็นที่รู้จักกันในผลงานเรื่อง DIARY OF A WIMPY KID. Devon เขารับบทในภาพยนตร์ดราม่าที่เพิ่งถ่ายทำเสร็จไปเรื่อง A DARK TRUTH ร่วมแสดงกับ แอนดี้ การ์เซีย และ ฟอเรส วิทเทเกอร์ ผลงานอื่นๆ ของเขา อาทิ THE ART OF STEAL ร่วมแสดงกับ เคิร์ท รัสเซล และ แมตต์ ดิลลอน และเรื่อง SMALL TIME ร่วมแสดงกับ คริสโตเฟอร์ เมโลนี่ ภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง ADORATION เขารับบทในซีซั่นสองของซีรี่ย์เรื่อง AIM HIGH แสดงร่วมกับ แจ็คสัน เรทโบน และ ไอมี่ ทีการ์เดน

    โลตารี่ บลูโต
    ผลงานชิ้นแรกของเขาคือ RIEN QU´UN JEU ในปี 1983. หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานทางภาพยนตร์มากมาย อาทิ JESUS OF MONTREAL, THE CONFESSIONAL , BENT และเรื่อง I SHOT ANDY WARHOL ฯลฯ บลูโตแสดงภาพยนตร์ทั้งของ อังกฤษและฝรั่งเศส เขารับบทที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโสเพณีชาย (ในเรื่อง Being at Home with Claude) คนพิการ (เรื่อง Les Fous De Bassan) จ๊อกกี้ที่ทุรจิต (เรื่อง Dead Heat) มิชชั่นนารี (เรื่อง Black Robe)

    ประวัติผู้กำกับภาพยนตร์

    อเลฮันโดร อเมนาบาร์ ผู้กำกับภาพยนตร์
    เขาเกิดใน แซนทิเอโก้ ประเทศ ชิลี ในปี 1972 เขากำกับภาพยนตร์มาหลายเรื่อง สำหรับเรื่อง REGRESSION เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 6 ของเขา เรื่องนี้นำแสดงโดย อีธาน ฮวอค์ และ เอ็มม่า วัตสัน.ผลงานเรื่องอื่นๆ ที่เหลือของเขาคือ AGORA นำแสดงโดย ราเชล ไวซ์ ซึ่งภาพยนตร์นี้ถูกคัด เลือกไปฉายที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ ผลงานเรื่อง THE SEA INSIDE ได้รับรางวัลออสการ์ ในสาขา ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง THE OTHERS นำแสดงโดย นิโคล คิดแมน และถูกคัดเลือกให้ฉายที่เทศกาลหนังเวนิส และได้รับคำชมอย่างมากมาย ผลงานภาพยนตร์เรื่อง THESIS ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเสปน และภาพยนตร์เรื่อง OPEN YOUR EYES, ผลงานการกำกับเป็นเรื่องที่สองของเขา ก็ติดอันดับหนังขายดีในเสปน ก่อนที่จะออกฉายไปทั่วโลก

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *