Regression

  • ไม่แน่ใจว่ายุคสมัยนี้ยังใช้คำว่า Film Noir ได้ไหม? แต่ส่วนตัวแล้วเมื่อดู Regression แล้วรู้สึกถึงกลิ่นไอของความเป็น Film Noir ออกมาแบบชัดเจน ทั้งการล่อลวง การทรยศ หลักหลัง ความลุ่ม จนดูทุกอย่างกลืนกันเป็นสีเทาจนเราไม่อาจแยกขาวดำ(ถูกผิด)อย่างชัดแจ้งจนถึงตอนท้ายที่ความจริงปรากฏออกมา จนทำให้สิ่งที่เราเข้าใจ คือ ความคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิด

    การจัดแสงและดนตรีประกอบนั้นอยู่หมัดทำได้ดีทั้งสองส่วนแบบยกนิ้วให้เลย กับการย้อมสีภาพแต่งแสงให้ความรู้สึกหม่นหมอง อึมครืมไม่แน่นอน ในขณะที่เพลงนั้นรุกในจังหวะช่วงเวลาที่เหมาะสม และถอยไปเป็นพื้นหลังและจางหายไปเมื่อไม่ต้องการ ไม่ได้เอ็ตตะโลโฉ่งฉ่างกันตลอด การแสดงของอีธาน ฮอลค์ก็สมราคาที่เล่นเพราะจะไล่เรียงอารมณ์ของความสงสัย ค้นหา หวาดระแวง ตามบทของตัวละครแกนหลักของเรื่องราว ส่วนเอ็มม่า วัตสันนั้นก็มีหลากหลายอารมณ์ให้ได้แสดงแต่อาจจะน้อยไปกว่าอีธานที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักเท่านั้นเอง จึงอาจไม่ได้มีโอกาศแสดงได้มากเท่าที่ควร

    กับเรื่องราวของการสืบสวนคดีที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศของเยาวชน ผสมกับเรื่องของลัทธิ. เจือจิตวิทยาเข้าไปอย่างอ่อนๆ ที่เมื่อท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างนั้นจะมีคำอธิบายให้กับคำถามที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างที่เราชม

    โดยในชั่วโมงแรกนั้นคือส่วนที่ดี และ สมบรูณ์ของตัวหนังเองที่หลอกล่อคนดูไปกับการเล่าเรื่อง บทสนทนา ภาพที่จะทำให้เราตั้งคำถามว่าจะเชื่อใคร และใครที่พูดความจริง แต่เมื่อฉากหนึ่งในครึ่งหลังนั้นได้แสดงภาพบางอย่างทำให้ความน่าสนใจ ติดตามและน่าค้นหาสลายไปในพริบตา และเหลือเพียงว่าจะจบเรื่องราวนี้อย่างไร

    ดูดีไหม ส่วนตัวแล้วถือว่าสนุกในระดับที่ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อองค์ประกอบต่างๆ นั้นเหมาะสมก็ทำให้ภาพใหญ่นั้นสวยงาม สมบรูณ์กว่าบางเรื่อง(แต่จะดีกว่านี้มาก หากคนที่มาดูร่วมโรงภาพยนตร์เกียวกันนั้นจะมีมารยาท. และ เกรงใจต่อคนรอบข้างกันให้มากกว่านี้)

    ผมให้ 3.5/5 ครับ

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *