JAP CLUB

SpiderMan Homecoming

  • คงเป็นการ “รีเซ็ต” มากกว่าการ “รีบูต” เพราะว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ของสไปเดอร์แมนที่กรุยทางไปสู่สาแหรกอื่นๆ ของเรื่องราวภายใต้ชายคาเดียวกันอย่าง “มาร์เวล” โดยเรื่องราวนั้นจับในช่วงเวลาตั้งแต่ ดิอเวนเจอร์ภาคแรก จนถึง กัปตันอเมริกา ซีวิลวอร์ และเลยออกมาอีกเล็กน้อย กับ เรื่องราวของการพยายามที่จะพิสูจน์ตัวตน ตัวเอง ที่สุดท้ายแล้วผลที่ตามมานั้นอาจไม่ได้เป็นไปตามที่คาดคิดไว้

    ที่บอกว่า “รีเซ้ต” คือ ลีมสไปเดอร์แมนแบบเก่าไปทั้งหมด ทั้งตัวละครและสิ่งแว้ดล้อม(ที่ยังคงเดิมคงเป็นเพียงเพลงธีมที่ยังคงไว้ แต่มาเพียงบางเบาไม่ได้เน้นโฉ่งฉ่างมาก เพราะก็ถูกเพลงจังหวะบีตแบบวัยรุ่นแย่งซีนไป) ตั้งแต่เพื่อน แฟนสาว และ ป้าเมย์!!!!! แน่นอนว่าการรีเซ็ตนั้นจะมีประโยชน์ในการที่เราจะสร้างตัวตนละครขึ้นมาใหม่ แต่จะมีประโยชน์อะไร หากตัวละครหลักถูกละเลย ในแง่มุมของความมีมิติตัวตน ด้วยตัวละครเสริมที่ทั้งมีบทบาท และ ไม่มี จนทำให้เราเห็นแค่ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ที่วิ่ง แล้วก็วิ่ง เปลี่ยนชุดเป็นสไปเดอร์แมน แล้วกระโจนทะยาย วิ่ง โดยขาดความลุ่มลึกของความสัมพันธ์กับตัวละครอย่างป้าเมย์ ทั้งๆที่เรื่องนั้นพยายามที่จะตอกย้ำของ เรื่อง การรักษาความสัมพันธ์ของครอบครัว หรือปมสมการความรัก ทั้งการแอบรักใครสักคน และ เป็นคนที่ใครสักคนแอบรัก ที่สุดท้ายแล้วเป็นแค่อีกหนึ่งปมที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผลลัพธ์นั้นออกมาเป็นศูนย์ ?

    หากมองข้ามเรื่องย่อหน้าบนไปแล้ว ทุกอย่างนั้นดูจะ เฟรช สดใหม่เพราะไล่ตั้งแต่ Tom Holland /Michael Keaton / Marisa Tomei กับสามตัวละครหลัก และ พ่วงความเป็นครอบครัว มาร์เวลด้วย Jon Favreau / Gwyneth Paltrow และ แน่นอนว่าขาดไม่ได้สำหรับ Robert Downey Jr. รวมนักแสดงที่น่าเสียดายอย่าง Logan Marshall Green ที่มาแค่ห้านาทีสิบนาทีแล้วกลายเป็นโก้โก้ ครันซ์ไป

    ที่มาเรียงร้อยไปกับเวลาสองชั่วโมงกว่าๆที่อารมณ์ เหมือนวิ่งไปกับสไปเดอร์แมนกระโจนเข้าหาเหล่าร้าย นั่งพักกับป้าเมย์ กระโจนไปตามหาผู้ร้าย เรื่องรัก เรื่องเพื่อน วิ่งกลับไปสู่กับเหล่าร้าย อารมณ์ประมาณนี้ พ่วงกับอารมณ์ที่ให้ความรู้สึกของเด็กจริงๆ ที่เราอาจจะเป็นเพราะเราเคยผ่านมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง หรือ การทำอะไรที่ดูแล้วไม่ค่อยฉลาด เพียงเพื่อไม่อยากให้ถูกล้อ(แน่นอนว่ามันจะเปลี่ยนไปตามวัยที่มากขึ้น) ติดเพื่อน อันนำไปสู่เหตุการณ์เหมือนที่เราเห็นชินตาทั้งจากภาพยนต์ และ ชีวิตเด็กวัยรุ่นจริง จนบางครั้งเราคิดว่าสุดท้ายแล้วตัวละครคงต้องออกมาตีโพยตีพายถึงความผิดพลาด แต่สิ่งหนึ่งที่ดีสำหรับเรื่องนี้คือ การที่ตัวละครไม่เป็นแบบนั้น แต่เลือกที่จะยอมรับในความผิดพลาดนั้นและพยายามที่จะแก้ไขมันให้ดีขึ้นเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้

    ไม่ต้องห่วงเรืองบรรดาคุณภาพของซีจีอยู่แล้ว เพราะถึงแม้จะเป็นซูปเปอร์ฮีโร่ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยในรอบหลายปี แต่คุณภาพของงานภาพนั้นก็เป็นไปตามสมัยที่ดีขึ้นเช่นกัน และฉากพิเศษในร้านอาหารไทยกับ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นก็เป็นไปตามโพสต์ที่เราเห็นแชร์กันมาตามนั้น

    ดูดีไหม ให้อารมณ์สดใหม่ แบบรีเฟสจริงๆ แต่คุณจะจดจำสไปเดอร์แมนนี้ในรูปแบบไหน (โทบี้ ในแบบของสไปเดอร์แมนเก็บกด แอนดริวสไปเดอร์แมนที่ดูเรื่องรักเป็นเรื่องใหญ่) หรือ คุณจะลีมเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน หรือ หนังเรื่องใหม่อาทิตย์หน้าเข้าโปรแกรมมา เพราะทุกอย่างในเรื่องดูเร่งรีบ ทั้งในตัวละครที่จำเป็น และ ไม่จำเป็น เขย่าผสมรวม ซึ่งร่วมไปถึงฉากต่างๆอีกด้วย ที่ดูทั้งเหมาะทั่้งล้น จนช่วงจังหวะเวลาของสไปเดอร์แมนนั้นคีอช่วงเวลาใด หรือ แลดงความเป็นตัวตนได้ชัดเจน

    แต่แน่นนอนว่าคุณยังต้องเจอน้อง Tom ไปอย่างน้อยอีกสี่เรื่องถ้าไม่ยกเลิกสัญญาไปซะก่อน(3 เรื่องของตัวเอง 3 เรื่องที่แจมกับตัวละครอื่น หัก 1 จาด ซีวิลวอร์ เหลือ 2 หักจากเรื่องนี้ที่เป็นของสไปเดอร์แมน เหลือ 2 รวมเป็นเหลืออีก 4) ไม่นับสารพัดปมที่ทิ้งกองไว้ให้ยันซีนสุดท้ายของเรื่องราว

    ผมให้ 3.8/5

    อย่าลีมดูเอนด์เครดิตมีสองก็อก เพราะไม่อยากให้คุณพลาด กับ อารมณ์หักมุมที่เหมือนโดนลากไปตบหน้าที่สี่แยกจริงๆ

    #SpiderMan #SpiderManHomecoming #SpiderManTH #SpiderManHomecomingTH #SPE #SPETH #SonyPictures #SonyPictureTH #Marvel #MarvelTH #Vulture #TheAvenger #SuperHero #SFW #WeLoveSF #CTW

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Photo Gallery

    The Angry Birds Movie
    Log in | Designed by Gabfire themes