The 5th Wave | อุบัติการณ์ล้างโลก

The 5th Wave | อุบัติการณ์ล้างโลก

  • Genres:Action, Adventure, Sci-Fi
    Running Time: 112 min
    Release Date:January.22,2016
    MPAA Rating:PG-13 for violence and destruction, some sci-fi thematic elements, language and brief teen partying.
    Distributors: Columbia Pictures, GK Films, LStar Capital
    Starring:Chloë Grace Moretz, Matthew Zuk, Gabriela Lopez
    Directed by:J Blakeson

    ใน The 5th Wave ภาพยนตร์เรื่องใหม่ การจู่โจมที่อันตรายยิ่งขึ้นเรื่อยๆ สี่ระลอกทำลายล้างจนมนุษย์เกือบจะสิ้นโลก ท่ามกลางความกลัวและความหวาดระแวง แคสซี (โคลอี้ เกรซ มอเรทซ์) กำลังพยายามจะช่วยน้องชายของเธอ ในตอนที่เธอเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีระลอกที่ห้าที่แสนอันตรายและไม่อาจเลี่ยงได้ แคสซีก็ได้ร่วมมือกับชายหนุ่มผู้อาจจะกลายเป็นความหวังสุดท้ายของเธอ ถ้าเพียงแต่เธอจะสามารถเชื่อใจเขาได้

    โคลัมเบีย พิคเจอร์ส ร่วมกับแอลสตาร์ แคปิตัล ภูมิใจเสนอ ผลงานสร้างโดยแมททีเรียล/จีเค ฟิล์มส์ The 5th Wave นำแสดงโดยโคลอี้ เกรซ มอเรทซ์, นิค โรบินสัน, รอน ลิฟวิงสตัน, แม็กกี้ ซิฟฟ์, อเล็กซ์ โร, มาเรีย เบลโล, ไมก้า มอนโรและลีฟ ชไรเบอร์ กำกับโดย เจ เบลคสัน อำนวยการสร้างโดยโทบี้ แม็กไกวร์, เกรแฮม คิง, แมทธิว พลูฟฟ์และลินน์ แฮร์ริส บทภาพยนตร์โดยซูซานนาห์ แกรนท์และอากิวา โกลด์สแมน ร่วมด้วยเจฟฟ์ พิงค์เนอร์ สร้างจากนิยายโดยริค แยนซีย์ ผู้ควบคุมงานสร้างได้แก่เดนิส โอ’ ซัลลิแวน, ริชาร์ด มิดเดิลตันและเบน ไวส์เบรน ผู้กำกับภาพคือเอ็นริเก้ ชีเดียค, เอเอสซี ผู้ออกแบบงานสร้างคือจอน บิลลิงตัน มือลำดับภาพคือพอล รูเบล, เอซีอี ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายคือชาเรน เดวิส ดนตรีโดยเฮนรี แจ็คแมน

    The 5th Wave ได้รับการจัดเรท PG-13 โดยสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งอเมริกาสำหรับความรุนแรงและกาทำลายล้าง ธีมเกี่ยวกับไซไฟ ภาษาหยาบคายและการปาร์ตี้ของวัยรุ่นช่วงสั้นๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายทั่วประเทศในวันที่ 22 มกราคม ปี 2016

    เกี่ยวกับภาพยนตร์

    “แคสซี ซัลลิแวนเป็นนางเอกคนเก่งค่ะ แต่เธอไม่เคยพูดถึงตัวเธอเองแบบนั้น เธอจะบอกว่าเธอเป็นแค่เด็กสาวที่พลัดพรากกับน้องชาย และจะทำทุกอย่างเพื่อตามหาเขาให้เจอค่ะ” โคลอี้ เกรซ มอเรทซ์ ผู้รับบทนำ แคสซี ซัลลิแวนในภาพยนตร์โดยโคลัมเบีย พิคเจอร์ส ที่ดัดแปลงจากนิยายเบสต์เซลเลอร์โดยริค แยนซีย์เรื่อง The 5th Wave หนังสือเล่มแรกในไตรภาคที่เขาวางแผนไว้ กล่าว

    หนังสือเรื่องนี้ของแยนซีย์ตีพิมพ์ในปี 2013 ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์และสาธารณชน และติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ของนิวยอร์กไทม์นานกว่า 20 สัปดาห์ The Infinite Sea หนังสือเล่มที่สองในไตรภาคนี้ ก็ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงชื่นชมไม่ต่างกัน และ The Last Star หนังสือเล่มที่สามก็มีกำหนดจะวางแผงในปีหน้านี้

    ในเรื่องราวของเรา โลกเราถูกโจมตีแบบที่สมจริงมากๆ ทั้งแผ่นดินไหว คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โรคระบาด ที่คล้ายกับความกลัวจริงๆ ที่พวกเราหลายคนเผชิญหน้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ในลักษณะนั้นเอง ทีมผู้สร้างไม่ได้นำเสนอ The 5th Wave ในลักษณะของโลกดิสโทเปียในอนาคต แต่พวกเขานำเสนอเรื่องราวนี้ในแบบของโลกที่สมจริง ที่จะทำให้ผู้ชมดื่มด่ำไปกับมัน “ผมชื่นชอบการทำงานแนวไซไฟ เพราะมันทำให้คุณได้สำรวจสิ่งที่น่าสนใจแบบอ้อมๆ แทนที่จะเป็นตรงๆ ครับ” เจ เบลคสัน ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่า “คุณสามารถสร้างคอนเซ็ปต์ไซไฟใหญ่โตอย่างการรุกรานของเอเลียน และใช้มันบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอารมณ์และปัญหาในชีวิตประจำวันได้ในรูปแบบที่น่าสนใจกว่าน่ะครับ”

    “พอคุณเริ่มอ่านหนังสือเรื่องนี้ คุณก็ทำใจได้ยากที่จะวางมันลงครับ” โทบี้ แม็กไกวร์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมกับเกรแฮม คิง, แมทธิว พลูฟฟ์และลินน์ แฮร์ริส กล่าว “งานเขียนของริคมีความเป็นหนังอย่างวิเศษสุดและเขาก็สามารถเขียนการรุกรานของเอเลียนในเวอร์ชันที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีองค์ประกอบของเรื่องราวไซไฟคลาสสิกอย่างครบถ้วน แต่ก็มีความสมจริงในแบบที่เราไม่เคยเห็นบนหน้าจอมาก่อน ไอเดียที่ว่าการรุกรานครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นระลอกเพื่อสร้างความแตกแยกในหมู่มนุษย์ให้ความรู้สึกที่แปลกและเข้าถึงได้อย่างสากลครับ การสูญเสียไฟฟ้า โรคระบาด แผ่นดินไหว สึนามิ ทั้งหมดนี้เป็นความกลัวที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสมัยใหม่ในปัจจุบันนี้ มันทำให้เรื่องราวนี้แตกต่างจากเรื่องราวไซไฟแฟนตาซีหลายๆ เรื่องในทันทีครับ”

    ผู้อำนวยการสร้างเกรแฮม คิงกล่าวว่า แม้ว่าองค์ประกอบที่น่าตื่นเต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้จะดึงดูดใจผู้ชม แต่หัวใจของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่สะกดพวกเขาอยู่หมัด “มันมีองค์ประกอบของการรุกรานของเอเลียน มีองค์ประกอบความคุกคามในตอนที่พวกเขากำลังยึดครองโลก แต่หัวใจของหนังเรื่องนี้คือการพลัดพรากของครอบครัวหนึ่งและการที่พวกเขาพยายามจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งน่ะครับ” เขากล่าว

    “เรื่องราวนี้มีองค์ประกอบที่เหลือเชื่อ แต่สิ่งที่ทำให้มันสุดยอดสำหรับผมคือมันเกิดขึ้นท่ามกลางความเป็นจริงที่เข้าใจได้มากๆ กับตัวละครเอกที่พวกเราทุกคนรู้จัก” พลูฟฟ์กล่าว “ในตอนเริ่มต้นเรื่อง แคสซี ซัลลิแวน นางเอกของเราเป็นเด็กสาวที่นั่งข้างคุณในไฮสคูลและใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนซักแห่งในอเมริกาครับ”

    “เธอไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอะไรเลย” มอเรทซ์กล่าวเสริม “แคสซีเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาๆ ในไฮสคูล ผู้ไม่เคยผ่านการฝึกฝนเพื่อเอาชีวิตรอดมาก่อน เธอไม่ได้มีทักษะเนตรนารีหรือพลกำลังแบบซูเปอร์ฮีโร เธอก็เหมือนฉันค่ะ ตอนที่ระลอกแรกเกิดขึ้น ปฏิกิริยาของเธอสมจริงมากๆ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันอยากรับบทแคสซี เธอให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับตัวฉันเองค่ะ”

    ผู้กำกับดาวรุ่งเจ เบลคสัน ผู้ซึ่งผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือทริลเลอร์เรื่อง The Disappearance of Alice Creed ขวัญใจงานเทศกาลภาพยนตร์และนักวิจารณ์ เป็นผู้กำกับ The 5th Wave “ผมอยากจะสร้างหนังเรื่องนี้เพราะมันทำให้เราได้สร้างคอนเซ็ปต์ใหญ่นี้ขึ้นมาด้วยสโคปใหญ่ อย่างเช่นการรุกรานของเอเลียน และใช้มันในการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอารมณ์และปัญหาในชีวิตประจำวันในรูปแบบที่น่าสนใจกว่าเดิม” เขากล่าว “มันสำคัญมากๆ สำหรับผมที่หนังเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าโลกใบนี้เลวร้ายแค่ไหน แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าโลกใบนี้งดงามแค่ไหน และคุณอยากจะหวงแหนความงดงามนั้นอย่างไร สิ่งที่ผมนำเสนอคือการให้แคสซีมีความหวังและความอดทน เรารักษาโทนของเรื่องให้สะเทือนอารมณ์ มีสีสันและมีความเป็นหนัง แทนที่จะให้มันดิบและน่าหดหู่ครับ”

    สำหรับเบลคสัน การกำกับ The 5th Wave เป็นเหมือนการกลับคืนสู่รากเหง้าเดิมของเขา “ตอนที่ผมยังอายุน้อยกว่านี้ ผมได้ดูหนังหลายเรื่องและอ่านหนังสือมากมายเกี่ยวกับตัวละครวัยรุ่น มันเป็นหนังสือช่วงรอยต่อที่ช่วยเปิดโลกวรรณกรรมให้กับผม” เขาเล่า “มันมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการที่วัยรุ่นจะมีความรู้สึกแรงกล้ากับทุกอย่าง อารมณ์ของพวกเขาปรากฏชัดเจนและมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนว่าโลกจะถล่มทุกวันเลย ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้คือในชีวิตของแคสซี โลกกำลังจะถล่มจริงๆ น่ะครับ”

    เหตุผลหนึ่งที่ทำให้หนังสือเรื่องนี้ได้รับความนิยมคือการที่มันก้าวข้ามจากความเป็นนิยายเยาวชนไปสู่ความเป็นนิยายผู้ใหญ่ จากไซไฟสู่นิยายทั่วไป ริค แยนซีย์ ผู้เขียนหนังสือเรื่องนี้ กล่าวว่าหนังสือเรื่องนี้ให้ความสำคัญกับธีมสากลที่พวกเราต่างก็ต้องเผชิญ “หนังสือทุกเรื่องของผม ไม่ใช่แค่ The 5th Wave เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ครับ” ริค แยนซีย์ให้ความเห็น “สิ่งที่ทำให้ผมชื่นชอบเรื่องราวนี้คือในตอนที่สิ่งอื่นๆ โดนกำจัดออกไป เราจะเหลืออะไรล่ะ อะไรคือสิ่งสำคัญ ในศตวรรษที่ 21 ตอนนี้ เรามีพันธนาการผูกมัดมากมาย ด้วยเทคโนโลยีสารพัดที่ทำให้เราถอยห่างจากความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ ใน The 5th Wave สิ่งต่างๆ ทั้งหมดนั้นถูกกำจัดออกไป และตัวละครแต่ละตัวก็ต้องรับมือกับคำถามต่างๆ เหล่านี้ในแบบของตัวเอง ฉันจะรับมือกับโลกใหม่ใบนี้ได้ยังไง อะไรคือสิ่งที่สำคัญจริงๆ ฉันเต็มใจจะเสียสละอะไรเพื่อให้ได้สิ่งเหล่านี้ แล้วมันก็เป็นทริลเลอร์ครับ เป็นเรื่องราวการเอาชีวิตรอด มันเป็นเรื่องของของคนที่พยายามจะต่อสู้กับอุปสรรคที่แทบเป็นไปไม่ได้ และมันก็เป็นเรื่องรักด้วยเช่นกัน มันเกี่ยวกับความรักในทุกแง่มุมครับ”

    พลูฟฟ์กล่าวว่า เขารู้ว่า The 5th Wave จะไม่ใช่เรื่องราวการรุกรานของเอเลียนตามปกติตั้งแต่หน้าแรก “ริคเปิดหนังสือเรื่องนี้ด้วยโควทจากสตีเฟน ฮอว์กิ้งเกี่ยวกับว่าถ้าเอเลียนมาที่โลกใบนี้ มันคงจะเหมือนที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสค้นพบอเมริกา ซึ่งก็นำมาสู่สถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักสำหรับพวกเนทีฟ อเมริกัน” พลูฟฟ์กล่าว “จากตรงนั้น ผมก็รู้ตั้งแต่แรกเลยว่าหนังสือเรื่องนี้มีอะไรบางอย่างที่แตกต่าง มันให้ความรู้สึกที่ซับซ้อนและบ่งบอกความนัยบางอย่างตั้งแต่เริ่มแรก”

    หัวใจของเรื่องราวนี้คือคำถามที่ทุกคนเผชิญในตอนที่พวกเขาก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งคำถามหนึ่งคือฉันจะเชื่อใจใครได้ “ในหนังเรื่องนี้ คุณไม่สามารถบอกได้ว่าคนๆ นั้นดีหรือไม่ดีเพียงแค่ดูหน้าพวกเขา ซึ่งก็เหมือนกับในชีวิตจริงครับ” เบลคสันตั้งข้อสังเกต “บ่อยครั้งในหนัง คนเลวจะมีหน้าตาแบบหนึ่ง ส่วนคนดีก็จะมีหน้าตาอีกแบบหนึ่ง ซึ่งการแยกแยะพวกเขาเป็นเรื่องง่าย แต่ในหนังเรื่องนี้ ทุกคนมีหน้าตาแบบเดียวกัน แคสซีได้เรียนรู้ว่าถ้าคุณสูญเสียความไว้ใจคนอื่น มันก็จะนำคุณไปสู่หนทางมืดหม่น ความเป็นมนุษย์เป็นเรื่องของการเชื่อใจกันและต้องการกันและกัน ‘อย่าเชื่อใจใคร’ ถ้าคุณอยากจะมีชีวิตรอด แต่คุณก็ต้องเรียนรู้ที่จะเชื่อใจคนอื่นถ้าคุณจะเอาชนะสงครามน่ะครับ”

    มอเรทซ์กล่าวเสริมว่า “แคสซีได้รับผลกระทบจากไอเดียที่ว่า ‘อย่าเชื่อใจใคร’ จริงๆ เพราะทุกคนอาจเป็นภัยคุกคามได้ เธออยากจะคิดว่าเธอสามารถเชื่อใจคนอื่นได้ แต่ทุกครั้งที่เธอทำแบบนั้น ก็มีอะไรบางอย่างพลิกตารปัตร เธอตระหนักได้ว่าเธอมักผิดหวังเสมอตอนที่เธอเริ่มจะเชื่อใจใครซักคน สุดท้าย เธอก็เลยลงเอยด้วยการเชื่อใจแต่ตัวเองค่ะ”

    การคัดเลือกนักแสดง

    สำหรับการเนรมิตชีวิตให้กับแคสซี ซัลลิแวน ทีมผู้สร้างเลือกโคลอี้ เกรซ มอเรทซ์ สำหรับทีมผู้สร้าง มอเรทซ์มีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพรสวรรค์และคุณสมบัติ เธอเป็นนักแสดงมากประสบการณ์ (จำเป็นอย่างยิ่งถ้าตัวละครตัวนี้จะปรากฏในภาพยนตร์หลายเรื่อง) แต่ตัวเธอเองก็เพิ่งจะโตเป็นผู้ใหญ่เหมือนกับตัวละครของเธอ ผลก็คือการจับคู่กันที่ลงตัวระหว่างนักแสดงและบทบาท และมันก็เป็นการจับคู่ที่เหมาะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ในความคิดของทีมผู้สร้างระหว่างที่การถ่ายทำเดินหน้าไปเรื่อยๆ “ในฐานะศิลปินและนักเขียน ผมเชื่อในเรื่องของโชคชะตา” แยนซีย์ให้ความเห็น “ผมมีแนวคิดแบบนักเขียนที่จะมีความผูกพันกับตัวละครของผมมากเกินไปน่ะครับ ดังนั้น ตอนที่ผมได้ยินว่าพวกเขาจะสร้างหนังเรื่องนี้ มันก็เลยเป็นเรื่องสำคัญมากๆ สำหรับผมที่พวกเขาจะต้องได้นักแสดงที่ใช่ และทุกคนก็จะต้องเห็นด้วยว่าพวกเขาได้นักแสดงที่ใช่มา ตอนนี้ ผมจินตนาการถึงคนอื่นนอกเหนือจากโคลอี้มารับบทนี้ไม่ออกเลย ต้งแต่ฉากแรกที่เราถ่ายทำ ผมก็รู้แล้วว่าเราพบแคสซีของเราแล้ว”

    “โคลอี้กลายเป็นตัวละครตัวนี้เพราะเธอสวมบทแคสซีได้ดีเหลือเกิน” เบลคสันกล่าวเสริม “การรับบทคนปกติในสถานการณ์แปลกประหลาด แทนที่จะเป็นคนพิเศษในสถานการณ์ปกติ ทำให้โคลอี้ได้ดึงประสบการณ์จากชีวิตของเธอเองมาใช้ และคุณก็จะมองเห็นมันในการแสดงของเธอ มันทำให้ผู้ชมอินไปกับเธอและทำให้พวกเขายอมรับความแปลกประหลาดของเรื่องราวนี้ได้ง่ายขึ้น การได้เห็นโลกของคุณเองค่อยๆ พัฒนาไปเป็นโลกแบบเรื่องราวของออร์เวลเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวกว่าถ้าเราจะถูกจับไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่ต้นน่ะครับ”

    “เราโชคดีที่ได้ตัวโคลอี้เพราะเธอเก่งไปซะทุกอย่างเลยครับ” เบลคสันกล่าวต่อ “เธอถนัดเรื่องฉากอารมณ์ ฉากครอบครัว ฉากตลก แต่เธอก็ถนัดซีเควนซ์แอ็กชันที่ยากกว่าด้วย เธอมีความชำนาญมากๆ สำหรับนักแสดงที่อายุน้อยขนาดนี้น่ะครับ”

    จริงๆ แล้ว แม้เธอจะมีอายุไม่เท่าไหร่ แต่มอเรทซ์ก็เคยแสดงภาพยนตร์แอ็กชันมาแล้วหลายเรื่องจนเธอเข้าใจดีถึงซีเควนซ์ที่เธอสามารถรับมือด้วยตัวเองได้ “ฉันแสดงหนังแอ็กชันตั้งแต่อายุ 11 ขวบค่ะ” มอเรทซ์เล่า “แอ็กชันเป็นมือที่สองของฉัน…สำหรับฉัน มันสนุกและง่ายมากๆ มันสนุกในตอนที่มันเป็นของจริง การต่อสู้ในรถกลายเป็นซีเควนซ์โปรดของฉัน มันเจ๋งจริงๆ และมันก็น่าตื่นเต้นที่ได้เห็นการต่อสู้ในที่แคบน่ะค่ะ”

    สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของแคสซีคือแซม น้องชายของเธอ และเธอก็จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา “แคสซีกับแซมเป็นเหมือนหยินและหยางในเรื่องราวนี้ พวกเขาต่างก็เผชิญกับปัญหาเดียวกัน ในสถานที่ต่างกัน และสถานการณ์ที่ต่างกัน ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในหนังเรื่องนี้” เบลคสันกล่าว “พอถึงตอนที่พวกเขาได้เจอกันอีกครั้ง พวกเขาก็ได้ผ่านประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันและกลายเป็นคนที่ต่างจากเดิมที่เคยเป็นมาในตอนเริ่มเรื่องครับ”

    สำหรับบทสำคัญนี้ ทีมผู้สร้างได้ทำการค้นหาไปทั่วก่อนที่แซ็คคารี อาร์เธอร์จะได้รับบทนี้ “เจบอกอย่างเฉพาะเจาะจงว่าอยากได้นักแสดงเด็กที่ยังไม่มีประสบการณ์เท่าไหร่ และไม่อายุน้อยหรือมากเกินไป” ผู้อำนวยการสร้างลินน์ แฮร์ริสกล่าว “ถ้านักแสดงอายุน้อยเกินไป เขาก็คงไม่รอดจากอุปสรรคที่เขาเจอ แต่ถ้าเขาอายุมากเกินไป เขาก็คงจะไม่มีความเปราะบาง เราต้องการเด็กที่สามารถเข้าถึงอารมณ์ที่แม้แต่นักแสดงผู้ใหญ่ยังเข้าถึงได้ยาก แต่ก็จะต้องเล็กพอที่คุณจะเชื่อได้ว่าเขาเป็นน้องชายของโคลอี้น่ะค่ะ”

    “แซ็คเป็นนักแสดงที่หาได้ยากครับ” เบลคสันกล่าว “มันปรากฏชัดเจนในทันทีว่าเขาสามารถแสดงได้ดีมากๆ และเข้าถึงอารมณ์ด้วย ด้วยความที่ระยะการถ่ายทำสั้น มันเป็นเรื่องเยี่ยมมากๆ ที่รู้ว่าเขาสามารถแสดงได้ทุกครั้ง และระหว่างเทค เขาก็เป็นเด็กที่น่ารักและสนุกมากๆ ครับ”

    หลังจากที่แคสซีและแซมต้องพรากจากกันในตอนที่การจู่โจมแต่ละระลอกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เธอก็สัญญาว่าจะกลับไปหาเขาให้ได้ “นั่นเป็นจุดสำคัญของเรื่องค่ะ” ผู้อำนวยการสร้างลินน์ แฮร์ริสกล่าว “ระหว่างนั้น เราได้พบกับเบน พาริช เด็กหนุ่มที่เธอแอบหลงรัก แล้วเธอก็ได้พบและสานสัมพันธ์กับอีวาน วอล์คเกอร์ พวกเขาได้ร่วมมือกัน แต่ท้ายที่สุด ด้วยความที่แคสซีสัญญาไว้กับน้องชายเธอ เธอก็เลยจะทำตามคำสัญญานั้น มันเป็นอะไรที่มีความเป็นมนุษย์และทรงพลังมากๆ ค่ะ”

    สำหรับบทเบน พาริชและอีวาน วอล์คเกอร์ ทีมผู้สร้างเลือกนักแสดงดาวรุ่งนิค โรบินสัน (Jurassic World) ในบท เบน และนักแสดงหน้าใหม่ อเล็กซ์ โรในบทอีวาน

    “การเลือกเบน พาริชและอีวาน วอล์คเกอร์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการถ่วงน้ำหนักให้กับตัวละครของโคลอี้ในเรื่องราวนี้ครับ” เบลคสันกล่าว “เบนเป็นเด็กหนุ่มป็อปในไฮสคูล เป็นหนุ่มหล่อที่เธอชื่นชมจากที่ไกลๆ แต่ไม่รู้จักจริงๆ ในขณะที่อีวานเป็นผู้ใหญ่จริงๆ ถ้ามีเส้นแบ่งความเป็นผู้ใหญ่ เบนก็จะอยู่ก่อนถึงเส้นนั้น ส่วนอีวานก็จะเลยเส้นนั้นไปแล้วครับ” เบลคสันให้ความเห็น

    ในการตามหาตัวนักแสดงสำหรับทั้งสองบท ทีมผู้สร้างได้ทำการคัดเลือกนักแสดงอย่างกว้างขวาง นักแสดงได้ส่งเทปเข้ามาจากทั่วโลก และมีการจัดออดิชันทั่วทั้งอเมริกา รวมถึงในลอสแองเจลิสและนิวยอร์ก และลอนดอนกับออสเตรเลียด้วย “นิคน่าประทับใจจริงๆ และเขาก็เหมือนกับโคลอี้ตรงที่เขามีความสามารถและแสดงระดับอารมณ์ได้เกินอายุครับ เขาเป็นตัวเลือกที่เราชื่นชอบสำหรับบทเบนตั้งแต่แรกๆ แต่เราก็ต้องหาอีวานที่เหมาะสมมาถ่วงน้ำหนักกับนิคให้ได้ ก่อนที่เราจะเลือกบทใดบทหนึ่งน่ะครับ” เบลคสันอธิบาย “มันเป็นช่วงปลายกระบวนการคัดเลือกนักแสดงโน่นแน่ะที่ผมได้ดูเทปของอเล็กซ์และเราก็ให้เขาบินมาออดิชันที่นิวยอร์ก ตอนที่เขาอ่านบทกับโคลอี้ มันก็ชัดเจนเลยว่าพวกเขามีการโต้ตอบที่เข้ากันดี นอกจากนั้น อเล็กซ์ยังมีรัศมีบางอย่าง เขามีดวงตาที่วิเศษสุด ที่ให้ความรู้สึกเหมือนว่ามันอาจจะคุกคามหรือเห็นอกเห็นใจก็ได้ สุดท้าย เราก็เสนอทั้งสองบนี้ให้กับพวกเขาในสุดสัปดาห์เดียวกันเลยครับ”

    “ผมรู้ว่าตัวเองได้เป็นอีวานก่อนที่จะมีข่าวลงออนไลน์สิบนาทีน่ะครับ” โรกล่าวกลั้วหัวเราะ

    “เบน พาริชเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวครับ เขาเป็นคนที่ทุกคนอยากจะเป็น เป็นควอเตอร์แบ็คที่เพื่อนมากมาย เป็นคนนิสัยดีครับ” โรบินสันเล่า ทั้งหมดนั่นเปลี่ยนแปลงไปด้วยการจู่โจมสี่ระลอก “เขารอดชีวิต แต่เขาก็ได้ชื่อเล่นว่า ‘ซอมบี้’ หลังจากผ่านความสูญเสียทั้งหมดนั้นมาได้”

    หลายๆ ฉากของโรบินสันทำให้เขาได้แสดงประกบลีฟ ชไรเบอร์ นักแสดงผู้จริงจัง แต่เขาก็บอกว่านักแสดงหนุ่มคนนี้พร้อมสำหรับงานนี้ “ในฐานะนักแสดง เราต่างก็ทำการบ้านมา และเราก็แสดงฉากนั้นๆ ด้วยไอเดียของเราเอง สิ่งที่น่าตื่นเต้นจริงๆ คือตอนที่นักแสดงอีกคนหนึ่งสร้างคำนิยามใหม่ให้กับฉากนี้สำหรับคุณ ซึ่งนั่นก็เกิดขึ้นสำหรับผมกับนิคครับ” ชไรเบอร์กล่าว “ผมคิดเอาเองว่าผมรู้ดีกว่าเพราะผมอายุมากกว่า แต่ผมก็ประทับใจที่เขามีมุมมองของตัวเอง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ผมกำลังทำเลย จริงๆ แล้ว มุมมองของเขาน่าสนใจกว่าด้วยสำหรับผม และนั่นก็เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจที่ได้เห็นครับ”

    ในตอนที่เขาเริ่มพิจารณาการรับบทอีวาน โรกล่าวว่ามันเป็นรักแรกพบ “ตอนที่ผมได้อ่านบท ผมตกหลุมรักอีวานทันที ผมเข้าใจเขาครับ” โรกล่าว “เขาเป็นตัวละครที่ซับซ้อน ที่ต้องเจอกับความรักและความสูญเสีย เขาเป็นเด็กฉลาด ที่ศึกษาวิศวกรรมเครื่องยนต์ โตขึ้นในไร่ แต่เขามักจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก โดยไม่รู้ตัวว่าทำไม จริงๆ แล้ว เหมือนเขาถูกแยกเป็นสองร่าง เขากำลังเอาชีวิตรอด แต่อารมณ์ของเขาถูกปิดตายจนเขาได้มาพบแคสซี เธอทำให้ความเป็นมนุษย์ของเขาเปิดออกมาน่ะครับ”

    โรกล่าว่า เธอทำได้ด้วยการทำให้เขาเกิดมุมมองใหม่ๆ “อีวานพบแคสซีบนทางหลวง และเธอก็ถูกยิง เขาช่วยเธอ พาเธอกลับไปที่บ้านของเขาและช่วยพยาบาลเธอจนแข็งแรงดี” เขาอธิบาย “พวกเขาไม่เชื่อใจกัน เพราะพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครเชื่อใจใครทั้งนั้น แม้ว่าเธอจะต่อสู้กับความรู้สึกนี้บ่อยๆ แต่แคสซีก็จำยอมต้องเชื่อใจอีวานเพราะเขาอาจเป็นโอกาสรอดเพียงหนึ่งเดียวของเธอและเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะได้พบน้องชายเธอ ตัวละครของผมเรียนรู้จากเธอว่ามันไม่ใช่แค่การหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งและมีชีวิตอยู่เพื่อมัน แต่แคสซีพบสิ่งที่เธอเต็มใจจะตายเพื่อมัน และตอนนี้ อีวานก็พบแล้วเช่นกันครับ”

    ไมก้า มอนโร ผู้ล่าสุดแสดงในภาพยนตร์สยองขวัญที่ได้รับการยกย่อง It Follows รับบท ริงเกอร์ นักแม่นปืน “ริงเกอร์เป็นตัวละครที่ซับซ้อนมากๆ เธอไม่มีความอดทนกับความอ่อนแอ และเธอก็มีความเข้มแข็งและความดุดันที่เกิดขึ้นกับคนที่สูญเสียทุกอย่างค่ะ” เธอเล่า “เธอนำเสนอตัวเองแบบผู้รอดชีวิต แม้ว่าภายในเธอจะแตกสลายก็ตามที”

    ริงเกอร์ถูกจับคู่กับซอมบี้ ที่เคยเป็นที่รู้จักในนามของเบน พาริช และมองว่าเขาเป็นโปรเจ็กต์ และปั้นเขาให้กลายเป็นผู้นำอย่างที่เธอรู้ว่าเขาเป็นได้ “ฉันกับนิค ตอนนี้เราเป็นเพื่อนซี้กันแล้วค่ะ ในกองถ่าย เราสนุกกันมากกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างซอมบี้และริงเกอร์ โดยเฉพาะในการฝึกการต่อสู้ มันมีความเป็นมิตรกันระหว่างพวกเขาที่ฉันเข้าใจได้ค่ะ”

    มอนโร ผู้พูดถึงตัวละครของเธอว่าเป็น “ตัวแสบ” และตัวเธอเองก็เป็นตัวแสบด้วยเหมือนกันในฐานะนักไคท์เซิร์ฟเฟอร์อาชีพ เต็มใจทำทุกอย่างเพื่อให้ได้บทนี้ รวมถึงการปรากฏตัวในแบบที่ลืมไม่ลงในการออดิชันของเธอ “ฉันย้อมผมเป็นสีม่วงค่ะ” เธอบอก “ตอนนั้น ฉันไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่ฉันได้รับการเรียกตัวกลับไป พอถึงตอนที่ฉันไปทดสอบหน้ากล้อง ฉันก็ตกหลุมรักบทนี้ มันสนุกมากเพราะริงเกอร์แตกต่างจากตัวฉันมากๆ คนมักจะไม่ได้มองฉันเป็นริงเกอร์ค่ะ”

    สำหรับบทผู้ใหญ่ในเรื่อง ทีมผู้สร้างเลือกใช้สี่นักแสดงชื่อดังมากประสบการณ์ ได้แก่รอน ลิฟวิงสตันและแม็กกี้ ซิฟฟ์ใบทโอลิเวอร์และลิซา ซัลลิแวน พ่อแม่ของแคสซีและแซม, ลีฟ ชไรเบอร์ในบทผู้พันวอสช์และมาเรีย เบลโลในบทร้อยโทเรซนิค

    ลิฟวิงสตันกล่าวว่าเขาสนใจภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยธรรมชาติที่ลึกซึ้งของธีม “ก่อนหน้าที่องก์แรกจะจบลง เราได้เปลี่ยนจากโลกที่ธรรมดาสามัญในชีวิตประจำวันของเราไปเป็นโลกที่คน 99 เปอร์เซ็นต์เสียชีวิต นั่นมีความเป็นไซไฟครับ แต่มันก็ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นทริลเลอร์ลุ้นระทึกด้วย” ลิฟวิงสตันกล่าว “อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อจู่ๆ เราก็กลัวกันและกันและกลัวตัวเองด้วยน่ะครับ”

    “รอนเป็นตัวแทนพ่อทุกคนทั่วอเมริกาที่พยายามจะรับมือกับการรุกรานและความสูญเสียความเป็นมนุษย์และความไว้เนื้อเชื่อใจกันครับ” พลูฟฟ์กล่าว “เขาต้องหาเส้นแบ่งตรงกลางระหว่างการเป็นพ่อและการทำตัวตรงไปตรงมา ความเปลี่ยนแปลงของเขาในหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าทึ่งที่ได้เห็นครับ”

    ซิฟฟ์, ลิฟวิงสตัน, มอเรทซ์และอาร์เธอร์มีเวลาไม่นานนักที่จะสานสายสัมพันธ์และกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน “วันแรกที่เราไปถึงโลเกชันถ่ายทำ เราได้ถ่ายภาพครอบครัวกันเยอะแยะเลยค่ะ” ซิฟฟ์เล่า “มันตลกและน่าขัน และคุณก็เริ่มหัวเราะเล่นหัวกัน คุณอุ้มเด็กๆ ไว้บนตัก แล้วคุณก็กอดสามีปลอมของตัวเองไว้ แต่ความน่าขันพวกนั้นก็เริ่มทำให้พวกเราสนิทกันได้เร็วมากๆ ตอนเริ่มต้นเรื่องเป็นเรื่องของการสร้างความรู้สึกของครอบครัวแสนสุขค่ะ”

    ส่วนหนึ่งเกิดจากการแสดงความเป็นพ่อแม่ที่ดี “พ่อแม่มีอำนาจ แต่พวกเขาไม่ใช่เผด็จการค่ะ” ซิฟฟ์กล่าว “ลูกๆ พึ่งพาพวกเขาได้ แต่พวกเขาก็มีอิสระที่จะเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่แคสซีกลายเป็นนางเอกอย่างที่เธอเป็น เธอเป็นคนเข้มแข็ง และเมื่อโลกล่มสลาย เธอก็สามารถยืนหยัดอยู่ตามลำพังและต่อสู้ได้”

    หลังจากที่เพิ่งร่วมมือกับผู้อำนวยการสร้างของเรื่อง โทบี้ แม็กไกวร์และแมทธิว พลูฟฟ์ ด้วยการแสดงบทบอริส สปาสสกี้ ประกบแม็กไกวร์ในบทบ็อบบี้ ฟิชเชอร์ในภาพยนตร์เรื่อง Pawn Sacrifice นักแสดงชื่อดัง ลีฟ ชไรเบอร์ ก็รับบทผู้พันวอสช์

    “ลีฟเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ดีที่สุดในปัจจุบันครับ” พลูฟฟ์กล่าว “ในตอนที่โทบี้กับผมอ่านหนังสือเรื่องนี้ เราก็คุยเล่นกันว่า ‘สงสัยจังว่าเราจะให้ลีฟรับบทวอสช์ได้รึเปล่า’ เราตื่นเต้นมากที่เขาตอบตกลงเพราะเขาเป็นตัวเลือกในฝันครับ”

    “ลีฟเป็นหนึ่งในนักแสดงคนโปรดของฉันค่ะ” แฮร์ริสกล่าวเสริม “เขารับบทนี้ด้วยความละเอียดอ่อนและเสน่ห์ และเปลี่ยนตัวละครตัวนี้ที่อาจเป็นผู้ร้ายหนวดกระดิกให้กลายเป็นตัวละครที่มีมิติ น่าสนใจและน่าเห็นใจค่ะ”

    “ตอนที่เขามาถึง เขาเป็นคนแบบที่ทุกคนกำลังมองหา เพราะพวกเขากำลังดิ้นรนที่จะมีชีวิตรอดครับ” ชไรเบอร์ตั้งข้อสังเกต “ในช่วงเวลาวิกฤติ เรามักจะมองหาคนจากกองทัพเพื่อขอความช่วยเหลือและเมื่อวอสช์ปรากฏตัวขึ้น คนก็รู้สึกเหมือนมีอัศวินม้าขาวมาช่วยแล้ว แต่วอสช์เป็นคนที่น่าสนใจและมันก็ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกครับ”

    “ส่วนหนึ่งของสงครามระหว่างมนุษย์และอีกฝ่ายคือพวกเขาเข้าใจดีว่าความหวังเป็นจุดอ่อนของเรา” ชไรเบอร์กล่าว “พวกเขาเข้าใจอารมณ์ เข้าใจความรู้สึก พวกเขาเข้าใจว่าพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นเป็นจุดอ่อน ส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับเรื่องราวนี้คือมันยกย่องสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นความเป็นมนุษย์ พวกมันทำให้เราเป็นเรา จุดอ่อน ความผิดพลาด ข้อบกพร่องของเราจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ทำให้เรายอดเยี่ยมครับ”

    มาเรีย เบลโลรับบทร้อยโทเรซนิค มือขวาผู้แข็งแกร่งของวอสช์ “มาเรียมีมุมมองที่เฉพาะเจาะจงมากๆ สำหรับเรซนิค ที่ตรงกันข้ามกับลักษณะที่ลีฟรับบทวอสช์” แฮร์ริสตั้งข้อสังเกต “เธอเป็นตัวละครสุดโต่ง และมุมมองของมาเรียก็ตรงกับที่เจอยากให้เรซนิคเป็น เธอเป็นความสนุกสนานใจกลางหนังเรื่องนี้ เจอยากให้พวกเขาทุกคนกลัวเธอ และมาเรียก็สร้างตัวละครที่น่าหวั่นสะพรึงมากๆ ขึ้นมา เธออาจจะทำให้แซ็คน้อยๆ ของเรากลัวได้เลยนะคะ!”

    “ฉันชอบหนังสือเรื่องนี้จริงๆ ค่ะ” เบลโลบอก “สิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดเกี่ยวกับ The 5th Wave คือมันไม่ได้เป็นดิสโทเปีย แต่นี่เป็นเด็กสาวธรรมดาในช่วงเวลาธรรมดา กับครอบครัวธรรมดา ที่เจอกับสถานการณ์พิเศษสุด ฉันชอบที่ได้เห็นตัวละครเด็กสาวที่แข็งแกร่งค่ะ”

    ทีมนักแสดงที่เหลือคือนักแสดงที่รับบทตัวละครขวัญใจแฟนหนังสือ นั่นคือกลุ่มนักแสดงรุ่นเยาว์ที่รับบทสมาชิกหน่วย 53 นอกเหนือจากโรบินสันใบทซอมบี้ มอนโรในบทริงเกอร์และอาร์เธอร์ ผู้มีชื่อใหม่ว่านักเก็ต หน่วยนี้ก็ประกอบไปด้วยเคด แคนนอน บอล ในบทอุมป้า ผู้มีเหตุมีผล, อเล็กซ์ แม็คนิคคอล (McFarland, USA) ในบทฟลินท์สโตนร่างยักษ์, นัดจี เจเตอร์ (Grown Ups) ในบทพาวน์เค้ก ผู้อ่อนโยน, ทาลิธา เบทแมนในบททีคัพ ผู้มีไหวพริบ, โทนี เรโวโลรีจาก Grand Budapest Hotel ในบทดัมโบ้ หูใหญ่และฟลินน์ แม็คฮิวจ์ในบทแทงค์

    เกี่ยวกับงานสร้างและวิชวล เอฟเฟ็กต์

    ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอซีเควนซ์เอฟเฟ็กต์ที่ประณีต แต่ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ สก็อต สต็อคดิค ก็ตั้งข้อสังเกตว่า มันเป็นซีเควนซ์ที่ถูกจินตนาการให้อยู่ในบริบทสเกลของเรื่อง “กับเอฟเฟ็กต์สมัยใหม่ มันไม่มีขีดจำกัดหรอกครับว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหน และมันก็มีหลายครั้งระหว่างช่วงเตรียมงานสร้าง ที่ผมอยากจะทำให้มันยิ่งใหญ่กว่านี้ แต่วิสัยทัศน์ของเจคือการบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัว” สต็อคดิคกล่าว “ผมปรับเป้าหมายด้านวิชวล เอฟเฟ็กต์ของผมสำหรับหนังเรื่องนี้ให้มีบทบาทสนับสนุนมากขึ้น เรามีฉากสึนามิที่น่าตื่นตาตื่นใจและเราก็มีโลเกชันทั่วโลก แต่หลักการของเอฟเฟ็กต์เรื่องนี้คือการนำนักแสดงไปอยู่ในอันตรายในรูปแบบที่มีความเป็นส่วนตัวมากๆ น่ะครับ”

    หลักการของการนำเสนอเอฟเฟ็กต์ใหม่เอี่ยมสเกลระดับโลกในตอนที่พวกมันส่งผลกระทบต่อตัวละครแต่ละตัวถูกแสดงให้เห็นชัดเจนที่สุดในซีเควนซ์แผ่นดินไหว/สึนามิ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองซีเควนซ์วิชวล เอฟเฟ็กต์ที่ใหญ่ที่สุดของเรื่อง “ในระลอกที่สอง พวกเอเลียนทำลายล้างโลกด้วยการทำให้เกิดแผ่นดินไหว ซึ่งก่อให้เกิดสึนามิทั่วโลกครับ” สต็อคดิคกล่าว “ซีเควนซ์สึนามิช่วยเจในการบอกเล่าเรื่องราวนี้ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นทั่วโลก เรามีช็อตเอฟเฟ็กต์ในนิวยอร์ก ฟลอริดาและลอนดอน แต่มันก็ทำลายย่านที่แคสซีอยู่อาศัยด้วย เจเลือกที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างความเสียหายร้ายแรงชองสึนามิกับฉากแผ่นดินไหวที่ตีวงแคบกว่า ด้วยการใช้เอฟเฟ็กต์จริงๆ ล้อมรอบแคสซีและแซมในป่า การเสริมวิชวล เอฟเฟ็กต์เข้าไปในเหตุการณ์นี้เป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนและถูกปรับให้เข้ากับสเกลของภาพน่ะครับ”

    “เราทำให้ต้นไม้ล้มรอบนักแสดงหลักของเรา และต้นไม้ต้นหนึ่งก็จะต้องล้มมาทับรถเข็นของพวกเขา” เดวิด เวน ผู้ประสานงานฝ่ายสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ของเรื่อง บอก “เราทำมันได้อย่างปลอดภัยด้วยการปักหลักบางอย่างไว้กับพื้นเพื่อใช้เกี่ยวต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่เราสามารถทำให้ล้มได้ตามเวลาที่เราต้องการครับ”

    ผลลัพธ์ของระลอกกาโจมตีที่แตกต่างกันทำให้ทีมออกแบบงานสร้างต้องปรับแต่งถนนที่ครอบครัวซัลลิแวนอาศัยอยู่ในหลายๆ แบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นก่อนสึนามิ หลังสึนามิและหลังไข้หวัดใหญ่ ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในย่านที่พักอาศัยที่คนจริงๆ อาศัยอยู่ ในซีเควนซ์หนึ่ง หลังจากสึนามิหนึ่งชั่วโมง น้ำไหลบ่ามาตามถนน ส่วนในอีกซีเควนซ์หนึ่ง หลังจากไวรัส ทุกอย่างแห้งหมดแล้ว และบ้านก็ถูกใช้กระดานไม้ปิด ผู้ออกแบบงานสร้างจอน บิลลิงตันกล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ท้าทายคือช็อตหลังสึนามิและหลังไข้หวัดใหญ่ถูกถ่ายในวันเดียวกับที่มีการถ่ายทำ เวทมนตร์ของภาพยนตร์และการใช้มุมกล้องอย่างระมัดระวังทำให้พวกเขาสามารถทำงานนี้ได้สำเร็จ

    ในตอนที่ครอบครัวซัลลิแวนหลบหนี พวกเขาก็ไปพักพิงที่ค่ายผู้อพยพ ทีมผู้สร้างพบโลเกชันของพวกเขาที่ค่ายแคลวินนอกแอตแลนตา “เราใช้ท้องทุ่งขนาดใหญ่ และตั้งเต็นท์มากมาย และสระน้ำที่มีไม้กระดานกระโดดน้ำครับ” ผู้กำกับศิลป์ เอ. ท็อดด์ ฮอลแลนด์กล่าว “กระดานกระโดดน้ำทำให้พวกเขามีหอคอยสำหรับเฝ้าระวัง สิ่งก่อสร้างนี้มีความพิเศษนิดๆ และเป็นจุดศูนย์กลางสำหรับแอ็กชัน และเราก็ได้แสงสะท้อนดีๆ จากสระน้ำด้วยครับ”

    ในตอนที่ครอบครัวซัลลิแวนพลัดพรากจากกัน แคสซี ที่พยายามจะตามหาตัวน้องชายของเธอ จะต้องข้ามถนนหลวง ที่ซึ่งเธอถูกยิง และถูกอีวาน วอล์คเกอร์ช่วยเอาไว้ สำหรับซีเควนซ์นี้ แผนกโลเกชันได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น ในเมืองและกรมขนส่ง เพื่อขออนุญาตและความร่วมมือในการปิดเส้นทางโจ แฟรงค์ แฮร์ริส ปาร์คเวย์และถนนเร้ด ท็อป เมาน์เทนในคาร์เตอร์สวิลล์ รัฐจอร์เจีย

    “ฉากลอบยิงบนทางหลวงเป็นวันสำคัญสำหรับเราเพราะเราต้องปิดทั้งถนนหลวงทั้งสองเส้นเพื่อถ่ายทำซีเควนซ์ของเรา เดิมทีเรามีกำหนดจะถ่ายทำสองวัน แต่พอเราไปถึงในวันแรก เราก็มารู้ว่าวันรุ่งขึ้น ฝนจะตกทั้งวัน…ซึ่งจะทำให้เราเสียทั้งวันนั้นไปเลย” เบลคสันเล่า “เราก็เลยตัดสินใจถ่ายทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในวันแรก เพื่อให้ได้ภาพมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในวันเดียวน่ะครับ”

    “มันเป็นวันที่ลำบากมากๆ สำหรับโคลอี้ เพราะแคสซีถูกยิงและมีช่วงเวลาที่สะเทือนอารมณ์มากๆ ตอนที่เธอคิดว่าเธอจะตายระหว่างถูกขังอยู่ใต้รถ และเธอทำให้น้องชายเธอต้องผิดหวัง มันเต็มไปด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านครับ” เบลคสันเล่า “นอกจากนั้น มันยังเป็นวันสำคัญสำหรับแผนกศิลป์ด้วยเพราะถนนเต็มไปด้วยรถที่ถูกทิ้ง เราต้องขยับจากช่วงเวลาแอ็กชัน ทริลเลอร์ไปสู่ฉากที่สะเทือนอารมณ์และบาดหัวใจมากๆ แต่ทุกคนก็ร่วมมือกันจริงๆ และผมก็ชอบซีเควนซ์นี้ สถานการณ์ได้ช่วยดึงสิ่งที่ดีที่สุดจากเราทุกคนครับ”

    สองเดือนก่อนหน้าการถ่ายทำ ทีมผู้สร้างเริ่มวางแผนซีเควนซ์นี้กับโมเดลถนนและรถของเล่น และหลังจากนั้น สามวันก่อนหน้าการถ่ายทำ ทีมงานก็เริ่มจัดฉากซีเควนซ์นี้ด้วยรถขนาดเท่าของจริงที่จะถูกใช้ในซีเควนซ์ดังกล่าว

    ดั๊ก ไรท์ หัวหน้าหน่วยขนส่งกล่าวว่า “งานนี้ต้องอาศัยความแม่นยำในการจัดแจงทุกกอย่าง ทั้งรถและของประกอบฉาก ให้ดูดีในตอนที่พระอาทิตย์ขึ้น เราเป็นเจ้าของรถ 50 คัน เช่าเพิ่มอีก 60 คันและมีตัวประกอบ 30 คนที่มาพร้อมกับรถ และมีคนขับ 14 คนที่จะช่วยจัดวางตำแหน่งรถให้เข้าที่ ในตอนที่แผนกศิลป์จู่โจมพวกมันน่ะครับ” แผนกศิลป์ได้ใช้สีและผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า ฝุ่นเพิ่มอายุ ในการเพิ่มอายุให้กับรถเหล่านี้ และตัวจอน บิลลิงตัน ก็ได้ใช้ค้อนทุบทำลายหน้าต่าง ท่ามกลางความมืดด้วยตัวเอง

    สำหรับรถที่แคสซีซ่อนตัวอยู่ข้างใต้ ในการเนรมิตชีวิตให้กับฉากสำคัญจากหนังสือเรื่องนี้ ทีมผู้สร้างได้พิจารณารถกว่า 70 คันก่อนที่จะเลือกรถปิ๊กอัพสีแดงและขาว

    หลังจากนั้น แคสซีก็ถูกอีวาน วอล์คเกอร์ช่วยไว้และถูกนำตัวไปที่บ้านที่ห่างไกลผู้คนของเขา ทีมผู้สร้างพบโลเกชันนั้นในบ้านไร่ที่เก่าแก่ร้อยปี ที่อยู่นอกแอตแลนตาไปหนึ่งชั่วโมง

    “เราสนุกที่สุดกับการถ่ายทำซีเควนซ์ที่แคสซีวิ่งอยู่ในป่านอกบ้านไร่ครับ” โรกล่าว “เธอวิ่งไปและสะดุดสัญญาณเตือนภัยอันหนึ่งที่เขาตั้งไว้ดักศัตรู เขาไล่ตามเธอทั่วป่าและกระโจนใส่เธอด้วยความเร็วเต็มพิกัด การถ่ายทำฉากนั้นสนุกมากเพราะเราต้องกะจังหวะให้พอดี มันไม่ได้เป็นเรื่องของการแสดงด้วยซ้ำ แต่เป็นเรื่องของการเคลื่อนไหวมากกว่า ผมคิดว่าผมจะต้องแสดงฉากนี้กับสตันท์ของโคลอี้ซะอีก แต่เธอก็บอกว่า ‘ไม่ ไม่ ไม่ ฉันเอง ฉันจะแสดงเอง’ โคลอี้แข็งแกร่งมากเลยครับ”

    ประวัตินักแสดง

    โคลอี้ เกรซ มอเรทซ์ (แคสซี ซัลลิแวน)
    ร่ายมนต์สะกดผู้ชมมาตั้งแต่เธออายุได้เพียงห้าขวบ เมื่อเธอได้รับบทนำในรีเมกโดยไมเคิล เบย์เรื่อง The Amityville Horror สำหรับเอ็มจีเอ็ม นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ได้แสดงในภาพยนตร์เกือบ 30 เรื่อง และได้ร่วมงานกับทีมผู้สร้างระดับแนวหน้าของวงการและสะสมรางวัลต่างๆ มาโดยตลอด การแสดงแจ้งเกิดของเธอในบทฮิทเกิร์ลในภาพยนตร์คัลท์คลาสสิกโดยแมทธิว วอห์นเรื่อง Kick-Ass ตามด้วยการแสดงนำในรีเมกโดยแมทท์ รีฟส์เรื่อง Let Me In ทำให้เธอติดอันดับ 10 สุดยอดการแสดงแห่งปีของนิตยสารไทม์ รวมถึงลิสต์การแสดงยอดเยี่ยมแห่งปี 2010 ของนิวยอร์กไทม์

    เมื่อเร็วๆ นี้ เธอเพิ่งปิดกล้อง Neighbors 2 ภาพยนตร์ซีเควลอนาคตไกลของนิโคลัส สโตลเลอร์ ที่เป็นภาคต่อของภาพยนตร์ยอดนิยมเมื่อปีที่แล้วของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส เธอได้แสดงประกบแซ็ค เอฟรอน, เซธ โรแกนและโรส ไบรน์ ผู้กลับมาจากภาคแรก ซึ่งเป็นคอเมดีที่ทำรายได้ถล่มทลายในปี 2014

    นอกเหนือจากงานภาพยนตร์ที่กำลังมาแรงแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ เธอยังเพิ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ใหม่สำหรับ “Coach Dreamers” ฤดูใบไม้ผลิ ปี 2015 ของแบรนด์ดังนี้อีกด้วย

    ผลงานถัดไปของเธอคือการรับบทดิกเกอร์ นางเอกใน November Criminals ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายของแซม มุนสัน

    เมื่อปีที่แล้ว เธอได้เปิดตัวในละครออฟบรอดเวย์โดยสก็อต ซี. เบิร์นส์เรื่อง “The Library” ที่กำกับโดยผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ นอกเหนือจากนั้น เธอยังได้แสดงในภาพยนตร์เอ็มจีเอ็มที่ดัดแปลงจากนิยายเยาวชนโดยเกย์ล ฟอร์แมนเรื่อง If I Stay, ภาพยนตร์โดยโอลิเวอร์ อัสซายาสเรื่อง Clouds of Sils Maria ประกบจูเลียต บินอช ซึ่งเปิดตัวในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์, ภาพยนตร์โดยโซนี พิคเจอร์สเรื่อง The Equalizer ประกบเดนเซล วอชิงตันและภาพยนตร์อินดีเรื่อง Laggies ประกบเคียรา ไนท์ลีย์และแซม ร็อคเวล ซึ่งเปิดตัวในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ เท่านั้นยังไม่พอ มอเรทซ์ยังได้หาเวลาไปพากย์เสียงภาพยนตร์เรื่อง The Tale of The Princess Kaguya ซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ดปี 2015 ในสาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย

    การแสดงที่ตราตรึงใจของเธอเมื่อปีที่แล้วนับว่าประสบความสำเร็จเห็นได้จากการที่เธอได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 25 วัยรุ่นผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี 2014 ของนิตยสารไทม์ ได้รับรางวัลดารารุ่นใหม่จากนิตยสารพีเพิลปี 2014 จากผลงานจอแก้วและจอเงินของเธอ และได้รับรางวัลพีเพิลส์ ชอยส์ อวอร์ดปี 2015 สาขานักแสดงหญิงภาพยนตร์ดรามายอดนิยมจากการแสดงนำของเธอในภาพยนตร์เรื่อง If I Stay

    ก่อนหน้านี้ เธอได้รับบทแคร์รีย์ ไวท์ในรีเมกคัลท์ คลาสสิกที่ประสบความสำเร็จเรื่อง Carrie ประกบจูลีแอนน์ มัวร์และกลับมารับบทขวัญใจแฟนๆ ฮิทเกิร์ลในซีเควล Kick-Ass 2 อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ เธอยังได้รับบทรับเชิญในซีรีส์ซิทคอมที่ได้รับรางวัลเรื่อง “30 Rock” โดยเธอได้รับบทเคย์ลี คูเปอร์ เด็กสาวร่ำรวยที่เสียคนในหลายเอพิโซด ในปีเดียวกัน เธอได้แสดงประกบเซอร์เบน คิงส์ลีย์ในภาพยนตร์โดยมาร์ติน สกอร์เซซีเรื่อง Hugo ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมล้นหลามและได้รับการเสนอชื่อชิง 11 รางวัลออสการ์ หลังจากนั้น เธอก็ได้แสดงประกบจอห์นนี เด็ปป์และมิเชลล์ ไฟเฟอร์ในภาพยนตร์โดยทิม เบอร์ตันเรื่อง Dark Shadows

    นิค โรบินสัน (เบน พาริช/ซอมบี้)
    เป็นที่รู้จักดีที่สุดจากการแสดงนำในภาพยนตร์ดังเรื่อง The Kings of Summer หลังจากนั้น เขาก็ได้รับบทนำภาพยนตร์ซีเควลแอ็กชันผจญภัยโดยยูนิเวอร์แซลเรื่อง Jurassic World ประกบคริส แพรทท์และไบรซ์ ดัลลัส โฮเวิร์ด ในฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา เขาได้รับบทตัวละครเอกในภาพยนตร์อินดีโดยร็อบ ไรเนอร์เรื่อง Being Charlie ที่เปิดตัวงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตปี 2015

    ก่อนหน้านี้ เขาได้รับบทรับเชิญในดรามาเอชบีโอที่ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมเรื่อง “Boardwalk Empire”

    รอน ลิฟวิงสตัน (โอลิเวอร์ ซัลลิแวน)
    ปี 2015 นับว่าเป็นปีที่งานชุมสำหรับรอน ลิฟวิงสตัน (โอลิเวอร์ ซัลลิแวน) เขาได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์สามเรื่องที่เปิดตัวในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ เรื่องแรกคือภาพยนตร์ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมเรื่อง The End of the Tour ที่กำกับโดยเจมส์ พอนโซลด์ และสร้างจากอนุทินชื่อดังโดยบรรณาธิการสมทบของนิตยสารโรลลิง สโตน เดวิด ลิปสกี้ เกี่ยวกับช่วงเวลาที่เขาสัมภาษณ์เดวิด ฟอสเตอร์ วอลเลซในช่วงกลางทศวรรษที่ 90s หนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์หลังจากที่วอลเลซฆ่าตัวตายในปี 2008 โดนัลด์ มากิเลส เจ้าของรางวัลพูลิทเซอร์ได้ดัดแปลงอนุทินเรื่องนี้ให้เป็นบทภาพยนตร์ และตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ก็นำแสดงโดยเจสซี ไอเซนเบิร์กและเจสัน ซีเกล นอกจากนี้ เขายังได้แสดงใน James White ซึ่งเป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของจอช มอนด์ ผู้อำนวยการสร้างจาก Martha Marcy May Marlene และนำแสดงโดยคริสโตเฟอร์ แอ็บบอทท์และซินเธีย นิกสันอีกด้วย นอกเหนือจากนั้น เขาได้แสดงในภาพยนตร์ขวัญใจในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์โดยโจ สวอนเบิร์กเรื่อง Digging for Fire ที่นำแสดงโดยเพื่อนร่วมแสดงจาก Drinking Buddies ของเขา เจค จอห์นสัน, แอนนา เคนดริค ร่วมด้วยโรสแมรี เดอวิทท์, บรี ลาร์สันและแซม ร็อคเวล ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในเดือนสิงหาคม ปี 2015

    ในเดือนพฤศจิกายน ลิฟวิงสตันได้แสดงใน “Saints & Strangers” โดยเนชันแนล จีโอกราฟิก ซึ่งถ่ายทำในเซาธ์แอฟริกา ซีรีส์สองตอนเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของการโดยสารเรือเมย์ฟลาวเวอร์ของกลุ่มคนกลุ่มแรกที่ตั้งถิ่นฐานในพลายมัธ และอุปสรรคนานัปการที่พวกเขาต้องเผชิญ ซีรีส์เรื่องนี้ร่วมแสดงโดยวินเซนต์ คาร์ธธีเซอร์, แอนนา แคมป์, นาตาชา แม็คเอลโฮนและราอูล ทรูจิลโล

    เมื่อเร็วๆ นี้ เขาเพิ่งปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง Shangri-La Suite ซึ่งเขารับบทเอลวิส เพรสลีย์ในเรื่องราวสมมติโดยมือเขียนบทร่วม/ผู้กำกับเอ็ดดี้ โอ’ คีฟ เกี่ยวกับคู่รักที่ตกหลุมรักกันในโรงพยาบาลโรคประสาทและออกเดินทางข้ามประเทศด้วยความตั้งใจที่จะสังหารเพรสลีย์

    ในปี 2013 ลิฟวิงสตันได้ร่วมแสดงกับโรสแมรี เดอวิทท์, อัลลิสัน แจนนีย์และเอลเลน เพจในภาพยนตร์โดยลินน์ เชลตันเรื่อง Touchy Feely ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายสายประกวดในเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ นอกเหนือจากนั้น ภาพยนตร์ของเขาเรื่อง Drinking Buddies ยังเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลเซาธ์บายเซาธเวสต์ในเดือนมีนาคมอีกด้วย โจ สวอนเบิร์กเป็นผู้กำกับโอลิเวีย ไวลด์, แอนนา เคนดริคและเจค จอห์นสันในภาพยนตร์เรื่องนั้น ซึ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์และในรูปแบบวิดีโอ ออน ดีมานด์ และประสบความสำเร็จในเชิงคำวิจารณ์

    นอกเหนือจากนั้น เขายังได้แสดงในทริลเลอร์เหนือธรรมชาติโดยนิวไลน์เรื่อง The Conjuring ประกบแพทริค วิลสัน, เวรา ฟาร์มิกาและลิลลี เทย์เลอร์อีกด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของครอบครัวเพอร์รอนและประสบการณ์น่าสะพรึงกลัวของพวกเขาระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านไร่ผีสิงในโร้ด ไอแลนด์ ในยุค 70s เจมส์ วันเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ยอดนิยมเรื่องนี้ ที่ทำรายได้ไปกว่า 300 ล้านเหรียญทั่วโลก

    ในฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ลิฟวิงสตันได้ร่วมแสดงกับทีมนักแสดงชั้นนำ ที่รวมถึงพอล จิอาแมตติ, บิลลี บ็อบ ธอร์นตันและมาร์เซีย เกย์ ฮาร์เดนในภาพยนตร์เรื่อง Parkland นอกเหนือจากนั้น เขายังได้กลับสู่เอชบีโออีกครั้งในฐานะขาประจำซีรีส์ดังเรื่องใหม่ “Boardwalk Empire” ที่ทำให้เขาได้ร่วมรับการเสนอชื่อชิงรางวัลแซ็ก อวอร์ดในสาขา “ทีมนักแสดงยอดเยี่ยมในซีรีส์ดรามา”

    ในปี 2012 เขาได้ร่วมแสดงในโปรเจ็กต์จอแก้วและจอเงินที่โด่งดังหลายเรื่อง รวมถึงภาพยนตร์โดยวอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์สเรื่อง The Odd Life of Timothy Green ที่นำแสดงโดยเจนนิเฟอร์ การ์เนอร์และโจเอล เอ็ดเกอร์ตันและ Ten Year ประกบแชนนิง ทาทัม, โรซาริโอ ดอว์สันและแอนโธนี แม็กกี้ สำหรับเอชบีโอ เขายังได้ร่วมแสดงใน “Game Change” ที่ได้รับรางวัลมากมาย ประกบเอ็ด แฮร์ริส, จูลีแอนน์ มัวร์, วู้ดดี้ ฮาร์เรลสันและซาราห์ พอลสัน ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากหนังสือเบสต์เซลเลอร์ชื่อเดียวกันที่เขียนโดยจอห์น เฮลแมนน์และมาร์ค ฮัลเพริน เจย์ โร้คเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยมีเพลย์โทนเป็นผู้อำนวยการสร้าง

    โปรเจ็กต์อื่นๆ รวมถึงภาพยนตร์โดยพาราเมาท์ พิคเจอร์สเรื่อง Dinner for Schmucks ที่แสดงประกบสตีฟ คาเรลและพอล รัดด์ และกำกับโดยเจย์ โร้ค นอกจากนี้ เขายังได้แสดงประกบอีริค บานาและราเชล แม็คอดัมส์ในภาพยนตร์เรื่อง The Time Traveler’s Wife รวมถึงซีรีส์เอบีซีเรื่อง “Defying Gravity” ดรามาหนึ่งชั่วโมงเกี่ยวกับทีมนักบินอวกาศระหว่างภารกิจหนึ่งพันล้านไมล์นานหกปีในอวกาศ ลิฟวิงสตันรับบทแมดดักซ์ ดอนเนอร์ นักวิศวกรการบินผู้รับผิดชอบดูแลยานอวกาศ

    ในปี 2007 ลิฟวิงสตันได้แสดงละครออฟบรอดเวย์โดยนีล ลาบู๊ทเรื่อง “In a Dark, Dark House” นอกเหนือจากนั้น เขายังได้แสดงประกบไมเคิล ชีนและเมลิสสา จอร์จใน Music Within ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลขวัญใจผู้ชมจากงานเทศกาลภาพยนตร์ปาล์ม สปริงส์และเอเอฟไอ ดัลลัสอีกด้วย ในปี 2006 เขาได้แสดงใน Holly ภาพยนตร์น่าติดตามเกี่ยวกับการค้าเด็ก ที่ถ่ายทำในกัมพูชาและเข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ

    บทร้อยเอกลูอิส นิกสันในภาพยนตร์เอชบีโอปี 2001 เรื่อง “Band of Brothers” ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ซีรีส์ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมเรื่องนี้ได้รับรางวัลเอ็มมีและลูกโลกทองคำสาขามินิซีรีส์ยอดเยี่ยมแห่งปี ในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น ลิฟวิงสตันได้แสดงอย่างน่าจดจำในบทซีรีส์เอชบีโอยอดนิยม “Sex and the City” ประกบซาราห์ เจสสิกา ปาร์คเกอร์

    ผลงานภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ของเขารวมถึง The Cooler ที่นำแสดงโดยวิลเลียม เอช. เมซี, มาเรีย เบลโลและอเล็ค บัลด์วิน และเปิดตัวในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ นอกจากนี้ เขายังได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Adaptation สำหรับผู้กำกับสไปค์ โจนซ์ ประกบนิโคลัส เคจ, เมอริล สตรีพและคริส คูเปอร์, Swingers ประกบจอน แฟฟโรและวินซ์ วอห์น, Pretty Persuasion สำหรับซามูเอล โกลด์วิน ประกบอีวาน ราเชล วู้ดและเจมส์ วู้ด, Winter Solstice ประกบแอนโธนี ลาแพ็กเลียและอัลลิสัน แจนนีย์และ Little Black Book

    ลิฟวิงสตันอาจเป็นที่รู้จักดีที่สุดจากการแสดงในภาพยนตร์คัลท์ยอดนิยมเรื่อง Office Space ภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่กำกับโดยไมค์ จัดจ์และร่วมแสดงโดยเจนนิเฟอร์ อนิสตัน กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ขายดี/ดีวีดียอดการเช่าสูงสุดตลอดกาล ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขารับบทพนักงานออฟฟิศหนุ่มผู้ไปพัวพันกับการแข่งขันของบริษัทยักษ์ใหญ่

    ลิฟวิงสตันเติบโตขึ้นในไอโอวา เขาสำเร็จการศึกษาจากแมเรียน ไฮสคูล และศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเยล ปัจจุบัน เขาใช้ชีวิตอยู่ในลอสแองเจลิสกับภรรยาและลูกสาวหนึ่งคน

    แม็กกี้ ซิฟฟ์ (ลิซา ซัลลิแวน)
    หลังจากนี้ จะรับบทนางเอกประกบเดเมียน ลูอิสและพอล จิอาแมตติในซีรีส์โชว์ไทม์เรื่อง “Billions” เธอเป็นที่รู้จักของผู้ชมดีจากบททารา โนว์ลในซีรีส์ยอดนิยมทางเอฟเอ็กซ์เรื่อง “Sons of Anarchy” บทนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงสองรางวัลคริติกส์ ชอยส์ อวอร์ดสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในซีรีส์ดรามา นอกจากนี้ เธอยังได้แสดงในซีซันแรกของซีรีส์ “Mad Men” ในบทราเชล เมนเคน คนรักลับๆ ของดอน เดรเปอร์ ซึ่งทำให้เธอได้ร่วมรับการเสนอชื่อชิงรางวัลแซ็ก อวอร์ดสาขาทีมนักแสดงยอดเยี่ยมในซีรีส์ดรามาอีกด้วย ผลงานจอแก้วเรื่องอื่นๆ ของเธอรวมถึง “Nip/Tuck,” “Life On Mars,” “Grey’s Anatomy” และ “Law & Order”

    นอกจากนี้ เธอยังจะได้แสดงและควบคุมงานสร้างภาพยนตร์อินดีเรื่อง A Woman, A Part ซึ่งเปิดตัวในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์และเบอร์ลินอีกด้วย ที่เบอร์ลิน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลเท็ดดี้ อวอร์ด จูรี ไพรซ์ในฐานะภาพยนตร์ดีเด่นเกี่ยวกับธีมคนรักร่วมเพศและผู้กำกับสเตซี พาสสัน ก็ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอินดีเพนเดนท์ สปิริต อวอร์ดสาขาภาพยนตร์เรื่องแรกยอดเยี่ยม นอกจากนี้ เธอยังได้แสดงในภาพยนตร์โดยทิม เบลค เนลสันเรื่อง Leaves of Grass ประกบเอ็ดเวิร์ด นอร์ตันอีกด้วย ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเธอรวมถึงภาพยนตร์โดยพอล แม็คกีแกนเรื่อง Push ประกบดิมอน ฮันซูและภาพยนตร์โดยจัดด์ อพาโทว์เรื่อง Funny People ประกบอดัม แซนด์เลอร์

    ซิฟฟ์เป็นนักแสดงละครเวทีที่โด่งดัง ล่าสุด เธอได้รับบท เคท ในละครเรื่อง “The Taming of the Shrew” โปรดักชันของเธียเตอร์ ฟอร์ อะ นิว ออเดียนซ์ ผลงานอื่นๆ ของเธอรวมถึงบทนำใน “The Escort” ที่เจฟเฟน เพลย์เฮาส และบทนำใน “OR” ที่วีเมนส์ โปรเจ็กต์ในนิวยอร์ก นอกจากนี้ เธอยังได้แสดงประกบอเลสซานโดร นิโวลาและจอช แฮมิลตันในละครโดยอีธาน ฮอว์คเรื่อง “A Lie of the Mind” ที่นิวกรุ๊ปอีกด้วย ซิฟฟ์ได้แสดงในละครโดยริชาร์ด เนลสันเรื่อง “Frank’s Home” โดยเพลย์ไรท์ ฮอไรซันส์และ “Ruby Sunrise” ที่แสดงที่เดอะ พับลิค เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเจฟเฟอร์สัน อวอร์ดจากการแสดงของเธอใน “Dollhouse” ที่โรงละครกู๊ดแมน เธียเตอร์ในชิคาโก และทำงานเป็นประจำในฟิลาเดลเฟีย ที่ซึ่งเธอได้รับรางวัลแบร์รีมอร์ อวอร์ดจากโปรดักชันละครเรื่อง “Ghosts”

    ซิฟฟ์มจากนิวยอร์ก ซิตี้ เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากทิสช์ สคูลแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์กและปริญญาตรีจากบริน มอว์ คอลเลจ

    อเล็กซ์ โร (อีวาน วอล์คเกอร์)
    ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอย่างรวดเร็วในฐานะหนึ่งในดาราภาพยนตร์ดาวรุ่งของฮอลลีวูด หลังจากนี้ไม่นาน โรจะได้แสดงประกบมาทิลดา แอน อิงกริดในภาพยนตร์โดยพาราเมาท์ พิคเจอร์สเรื่อง Rings ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคสี่ของแฟรนไชส์ภาพยนตร์เหนือธรรมชาติและจิตวิทยาสยองขวัญ และมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 1 เมษายน ปี 2016 เมื่อเร็วๆ นี้ เขาเพิ่งปิดกล้องภาพยนตร์ดรามาอินดีเกี่ยวกับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่เรื่อง Hot Summer Nights ประกบทิโมธี ชาลามัทและไมกะ มอนโร ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นในเคป ค็อดในปี 1991 และติดตามเรื่องราวของวัยรุ่น ผู้ซึ่งชีวิตหลุดพ้นนอกการควบคุมเมื่อเขาเป็นเพื่อนกับตัวป่วนของเมือง ตกหลุมรักและเข้าไปพัวพันกับขบวนการการค้ายาท่ามกลางฤดูร้อนที่พายุเข้า

    ก่อนหน้านี้ โรได้แสดงในซีรีส์ดรามาไซไฟสำหรับเด็กเรื่อง “The Fugitives” สำหรับซีไอทีวีและซีรีส์ดรามาวัยรุ่นสำหรับบีบีซี เทเลวิชันเรื่อง “The Cut” นอกจากนี้ เขายังได้แสดงในซีรีส์อังกฤษหลายเรื่องรวมถึง “Holby City,” “Doctors,” “Hollyoaks” และ “The Jury” ในปี 2014 เขาได้รับบท ลุค โฮลท์ ตัวละครเอกในตอนไพล็อตดรามาของซีรีส์เอบีซี แฟมิลีเรื่อง “Unstrung”

    ปัจจุบัน โรอาศัยอยู่ในลอสแองเจลิส

    มาเรีย เบลโล (เรซนิค)
    ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในฐานะนักแสดงนำหญิงผู้มีความน่าตื่นตะลึงและความน่ายำเกรง เบลโล สาวบลอนด์สุดเจ๋ง ผู้ชาญฉลาดอย่างเหลือเชื่อ ได้ร่ายมนต์สะกดผู้ชมด้วยบทบาทหลากหลายของเธอในภาพยนตร์เรื่อง The Cooler ที่ประกบวิลเลียม เอช. เมซี (ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลแซ็ก อวอร์ดและได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ), ภาพยนตร์โดยเดวิด โครเนนเบิร์กเรื่อง A History of Violence ประกบวิกโก้ มอร์เตนเซนและเอ็ด แฮร์ริส (ได้รับรางวัลสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์กและได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำ), ภาพยนตร์โดยโอลิเวอร์ สโตนเรื่อง World Trade Center, Prisoners ประกบฮิวจ์ แจ็คแมน, ภาพยนตร์โดยพอล แฮ็กกิสเรื่อง Third Person และ McFarland, USA ประกบเควิน คอสท์เนอร์ ผลงานภาพยนตร์หลังจากนี้ของเธอรวมถึงทริลเลอร์โดยเจมส์ วันเรื่อง Demonic, Max Steel ประกบแอนดี้ การ์เซีย, In Search of Fellini, Late Bloomer และ Wait Till Helen Comes

    หลังจากนี้ เบลโลจะได้แสดงในซีรีส์ออริจินอลของอเมซอนเรื่อง “Trial” ประกบบิลลี บ็อบ ธอร์นตันและวิลเลียม เฮิร์ท โดยเธอจะรับบททนายความสาวจูลี แม็คไบรด์ อดีตภรรยาของบิลลี แม็คไบรด์ ตัวละครของธอร์นตัน ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นทนายความที่ได้รับการนับหน้าถือตา แต่ก็ถูกขับไล่ออกจากบริษัทกฎหมายชื่อดังที่เขาร่วมก่อตั้ง

    ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเธอรวมถึง Grown Ups และ Grown Ups 2 ประกบอดัม แซนด์เลอร์, ดรามาโดยจอห์น เวลส์เรื่อง The Company Men, Thank You For Smoking, The Jane Austen Book Club, The Mummy 3: Tomb of the Dragon Emperor, Towelhead, Yellow Handkerchief, Auto Focus, Beautiful Boy, Permanent Midnight ประกบเบน สติลเลอร์, Payback ประกบเมล กิ๊บสัน, Flicka ประกบทิม แม็คกรอว์, ภาพยนตร์โดยบรูซ พัลโทรว์เรื่อง Duets, ภาพยนตร์โดยเจอร์รี บรั๊คไฮเมอร์เรื่อง Coyote Ugly, Secret Window ประกบจอห์นนี เด็ปป์, Silver City ประกบคริส คูเปอร์และ Assault on Precinct 13 ประกบอีธาน ฮอว์ค

    เบลโล ผู้มีผลงานจอแก้วอยู่แล้ว ได้แสดงในภาพยนตร์โดยไลฟ์ไทม์ ทีวีเรื่อง “Big Driver” ที่สร้างจากเรื่องสั้นโดยสตีเฟน คิง นอกจากนี้ เธอยังได้รับบทนักสืบเจน ทิโมนีย์ในซีรีส์เอ็นบีซีเรื่อง “Prime Suspect” และได้รับบทดร.แอนนา เดล อามิโก้ คุณหมอเด็กผู้แน่วแน่และจริงจังในซีรีส์ดังทางเอ็นบีซีเรื่อง “ER” นานหนึ่งซีซันอีกด้วย

    ในเดือนเมษายน ปี 2015 เธอได้เปิดตัวหนังสือเรื่องแรกของเธอ “Whatever… Love is Love” โดยสำนักพิมพ์เดย์ สตรีท บุ๊คส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์เปอร์ คอลลินส์ ในหนังสือของเธอ เธอได้ต่อยอดจากคอลัมน์ “Coming Out as Modern Family” ที่เป็นกระแสของเธอและตีพิมพ์ลงในนิวยอร์ก ไทม์ในปี 2013 หนังสือเรื่องนี้ได้สำรวจธีมและไอเดียเกี่ยวกับครอบครัว การใช้ชีวิตร่วมกัน เรื่องทางเพศและจิตวิญญาณ

    นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักเคลื่อนไหวที่โด่งดังระดับโลกและเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในเรื่องความยุติธรรมทางสังคมและสิทธิสตรีทั่วโลก โดยมีโฟกัสสำคัญที่เฮติ เธอเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง วี แอดวานซ์ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเกี่ยวกับสตรี ที่ตั้งอยู่ในไซต์ โซเลย ซึ่งสนับสนุนผู้หญิงทั่วประเทศให้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม

    นับตั้งแต่ปี 2008 เบลโลได้ทำงานในเฮติร่วมกับอาร์ติสท์ ฟอร์ พีซ แอนด์ จัสติซ และฟีมส์ ออง เดโมเครที ที่เธอได้ระดมทุนและผลิตแคมเปญสื่อของผู้หญิงสำหรับการเลือกตั้งในปี 2010 และเป็นหัวหอกในการเปิดคลินิกของผู้หญิงในพีชันวิลล์ แคมป์หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวทันที นอกจากนี้ เธอยังเป็นสมาชิกของคลินตัน โกลบอล อินนิชิเอทีฟ และทำงานด้านนโยบายเรื่องเพศภายในเฮติ เน็ตเวิร์คอีกด้วย เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตของวีทัล วอยเซสสำหรับผู้หญิงและมีส่วนร่วมในงานประชุมวีทัล วอยเซส/แบงค์ ออฟ อเมริกัน อินเตอร์เนชันแนล วีเมนครั้งแรกในเฮติ

    เบลโลได้กล่าวสุนทรพจน์ทั่วโลกเกี่ยวกับการลงทุนที่มีผลกระทบด้านสังคม เฮติและสิทธิสตรี ในปี 2012 เธอได้พูดที่ฟอรัมเกี่ยวกับการลงทุนเพื่อผลกระทบของกระทรวงต่างประเทศและได้รับรางวัล “So the World May Hear” อวอร์ดจากมูลนิธิสตาร์คีย์ ฟาวน์เดชันด้วย เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีของวีเมน อิน เฮติและเป็นผู้นำคณะกรรมการของการปัดเป่าความยากจน ธุรกิจเพื่อสังคมและการเพิ่มอำนาจสตรีในสภาการลงทุนของประธานาธิบดี มาร์เทลลีในเฮติ ร่วมกับมูฮัมหมัด ยูนัส เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เธอได้พูดที่เท็ดเอ็กซ์และเวทีอื่นๆ ทั่วโลกเกี่ยวกับ “การปฏิวัติใหม่ของผู้หญิง” และการลงทุนเพื่อผลกระทบสำหรับสตรี นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ We Advance ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงและเพิ่มอำนาจให้กับผู้หญิงในเฮติและทั่วโลก และเธอก็เป็นหุ้นส่วนในบริษัทซ็อคมี อคาเดมี ที่สนับสนุนเว็บไซต์นี้ด้วย โดยเธอได้ร่วมกับเพื่อนร่วมงานชาวเฮติในการสร้างร้านสหกรณ์ขนมปังของผู้หญิงแห่งแรกขึ้นในเมืองมาริโกซ์ ประเทศเฮติ

    เธอเริ่มต้นเป็นนักเคลื่อนไหวที่มหาวิทยาลัยวิลลาโนวา ที่เธอศึกษาเอกการศึกษาเพื่อสันติภาพและความยุติธรรมและได้ทำงานที่วีเมนส์ ลอว์ โปรเจ็กต์ในฟิลาดลเฟีย เธอได้เริ่มงานเอ็นจีโองานแรกของเธอ เดอะ ดรีมยาร์ด ดรามา โปรเจ็กต์ในฮาร์เล็ม ในปี 1997 ในปี 2009 เธอได้รับการโหวตให้เป็นผู้หญิงที่ทรงพลังที่สุดในฮอลลีวูดจากกิจกรรมเพื่อผู้หญิงของเธอในดาร์เฟอร์โดยนิตยสารวาไรตี้

    ไมก้า มอนโร (ริงเกอร์)
    ฉายแววความเป็นนักแสดงหญิงรุ่นเยาว์ให้เห็นอย่างชัดเจนด้วยความสามารถในการแสดงภาพยนตร์แนวต่างๆ ได้อย่างง่ายดายด้วยเสน่ห์ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก

    ต้นปีนี้ มอนโรเพิ่งเสร็จจากการถ่ายทำภาพยนตร์โดยโรแลนด์ เอ็มเมอริคเรื่อง Independence Day 2 เธอได้รับบทนำ แพทริเซีย วิทมอร์ ลูกสาวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกบเลียม เฮมส์เวิร์ธ ในบทคนรักของเขา ซีเควลเรื่องนี้มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2016 นอกจากนี้ เธอยังถูกวางตัวให้แสดงในภาพยนตร์โดยเบลค ร็อบบินส์ ที่ดัดแปลงจากนิยายลึกลับโดยแนนซี พิคการ์ดเรื่อง The Scent of Rain and Lighting ประกบแม็กกี้ เกรซอีกด้วย ก่อนหน้านั้น เธอมีผลงานเป็นภาพยนตร์อินดีไซไฟเรื่อง Bokeh ที่มอนโรและแมทท์ โอ’ เลียรีรับบทคู่รักชาวอเมริกันที่ไปเยือนไอซ์แลนด์และตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งเพื่อพบสิ่งที่น่าตื่นตะลึง ล่าสุด เธอได้ตกลงแสดงประกบเลียม นีสัน, เจสัน เบทแมนและไดแอน เลนในภาพยนตร์เรื่อง Felt โดยผู้กำกับปีเตอร์ แลนเดสแมน

    ปีที่แล้ว มอนโรได้รับบทนางเอกในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง It Follows ซึ่งเล่าเรื่องของเด็กสาววัยรุ่นผู้ถูกตามหลอนด้วยภาพสะเทือนขวัญและความรู้สึกที่ว่ามีอะไรบางอย่างไล่ตามเธออยู่หลังจากที่เธอมีประสบการณ์ทางเพศที่แปลกประหลาด ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปี 2015 หลังจากที่เปิดตัวท่ามกลางเสียงชื่นชมในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2014 ที่ซึ่งมันได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลคริติกส์ วีค แกรนด์ ไพรซ์ นอกจากนี้ เธอยังได้แสดงในทริลเลอร์จิตวิทยาเรื่อง The Guest ซึ่งเปิดตัวในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปี 2014 และได้เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตปี 2014

    เธอได้เปิดตัวบนจอเงินครั้งแรกอย่างเปรี้ยงปร้างในดรามาเรื่อง At Any Price ประกบแซ็ค เอฟรอนและเดนนิส เควด ภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่เรื่องราวเกิดขึ้นในชุมชนเกษตรกรรมในไอโอวา เปิดตัวท่ามกลางเสียงวิจารณ์ชื่นชมอย่างล้นหลามในงานเทศกาลภาพยนตร์เวนิส โตรอนโตและเทลลูไรด์ หลังจากความสำเร็จครั้งนี้ เธอก็ได้แสดงประกบจอช โบรลินและเคท วินสเล็ตในดรามาเรื่อง Labor Day ที่เขียนบทและกำกับโดยเจสัน ไรท์แมน

    นอกเหนือจากงานภาพยนตร์ที่รุ่งเรืองของเธอแล้ว ชาวซานตา บาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนียผู้นี้ยังเป็นหนึ่งในนักไคท์ บอร์ดเดอร์ระดับโลก เธอได้แข่งขันระดับโลกเป็นเวลาหลายปีแล้วและคว้ารางวัลที่สองในการแข่งขันเรด บุลล์ อินเตอร์เนชันแนล บิ๊ก แอร์ สไตล์ปี 2012 มาได้ ด้วยความที่ปัจจุบันนี้เธอหมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการแสดง เธอก็โหยหาที่จะเหยียบเท้าข้างหนึ่งบนฮอลลีวูดและอีกข้างหนึ่งบนผืนทราย

    ลีฟ ชไรเบอร์ (ผู้พันวอสช์)
    การแสดงที่สมจริง มีความเป็นมนุษย์และบ่อยครั้งก็ดิบเถื่อนของลีฟ ชไรเบอร์ (ผู้พันวอสช์) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “นักแสดงละครเวทีชาวอเมริกันที่ฝีมือยอดเยี่ยมที่สุดในรุ่นของเขา” จากนิวยอร์ก ไทม์ ทำให้เขาได้รับเสียงยกย่องทั้งในแวดวงจอแก้ว จอเงินและละครเวที
    เขาได้รับบทนำใน “Ray Donovan” ซีรีส์ยอดนิยมที่ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมทางโชว์ไทม์ เน็ตเวิร์ค ประกบจอน วอยท์ ดรามาสำหรับครอบครัวที่ทรงพลังเรื่องนี้เล่าเรื่องของเรย์ นักแก้ปัญหาฝีมือเยี่ยมที่สุดของแอลเอ เขาเป็นคนในฮอลลีวูดที่สามารถแก้ไขปัญญาที่ซับซ้อน อื้อฉาวและเป็นความลับของคนชั้นสูงในเมืองแห่งนี้ การแสดงที่ตราตรึงใจของชไรเบอร์ในบทเรย์ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงสองรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ดรามา

    ล่าสุด ผู้ชมได้เห็นชไรเบอร์ในภาพยนตร์เรื่อง Spotlight ที่เขารับบทมาร์ตี้ บารอน อดีตบรรณาธิการของบอสตัน โกลบ ผู้ซึ่งร่วมกับทีมสืบสวนของเขาเปิดโปงการสมคบคิดทั่วเมืองที่เหลือเชื่อเพื่อปกปิดเรื่องการกระทำทารุณเด็กโดยนักบวช นอกจากนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ เขายังได้แสดงในภาพยนตร์โดยเอ็ด ซวิคเรื่อง Pawn Sacrifice ในบทบอริส สแปสสกี้ นักหมากรุกชาวโซเวียตที่มีชีวิตอยู่จริง ประกบโทบี้ แม็กไกวร์ ผู้รับบทบ็อบบี้ ฟิชเชอร์ นักหมากรุกชาวอเมริกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดจำหน่ายโดยบลีคเกอร์ สตรีท มีเดียในปี 2015 หลังจากนี้ เขาจะได้แสดงใน The Good Lord Bird ที่ดัดแปลงจากหนังสือที่ได้รับรางวัลเนชันแนล บุ๊ค อวอร์ดปี 2013 โดยเจมส์ แม็คไบรด์ โดยเขาจะรับบทบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริงอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือจอห์น บราวน์ ผู้เห็นด้วยกับการเลิกทาสหัวก้าวหน้า ผู้ได้พบกับเฮนรี ‘อันเนียน’ แชคเกิลฟอร์ด ทาสหนุ่ม ที่จะรับบทโดยจาเดน สมิธ นอกจากนี้ เขายังได้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ร่วมกับเจมส์ แม็คไบรด์และไบรอัน เทย์เลอร์อีกด้วย

    ผลงานภาพยนตร์มากมายของเขารวมถึงภาพยนตร์โดยลี แดเนียลส์เรื่อง The Butler, ภาพยนตร์โดยแลร์รี เดวิดเรื่อง Clear History, Fading Gigolo, The Reluctant Fundamentalist, Salt ประกบแองเจลินา โจลี, X-Men Origins: Wolverine, Defiance ประกบแดเนียล เคร็ก, Repo Men, The Painted Veil, The Manchurian Candidate ประกบเมอริล สตรีพและเดนเซล วอชิงตัน, The Sum of All Fears, ภาพยนตร์โดยอังลีเรื่อง Taking Woodstock, Kate & Leopold, Goon, Every Day, ภาพยนตร์โดยไมเคิล อัลเมเรย์ดาเรื่อง Hamlet, Spring Forward, The Hurricane, A Walk on the Moon ประกบไดแอน เลน, The Daytrippers, ภาพยนตร์โดยนอรา เอฟรอนเรื่อง Mixed Nuts และไตรภาคโดยเวส คราเวนเรื่อง Scream

    การแสดงในบทออร์สัน เวลส์ของเขาในภาพยนตร์โดยเบนจามิน รอสเรื่อง “RKO 281” ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมีและลูกโลกทองคำ ผลงานภาพยนตร์ที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์เรื่องอื่นๆ ของเขาได้แก่ “Lackawanna Blues” โดยจอร์จ ซี. วูลฟ์และ “The Sunshine Boys” โดยจอห์น เออร์แมน ประกบวู้ดดี้ อัลเลนและปีเตอร์ ฟอล์ค ในฐานะหนึ่งในผู้บรรยายสารคดีที่โด่งดังที่สุด เขาได้ให้เสียงบรรยายในเรื่อง Mantle, :03 from Gold, A City on Fire: The Story of the ‘68 Detroit Tigers, Nova และ Nature

    ในปี 2010 เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโทนีครั้งที่สามจากการแสดงในละครโดยอาร์เธอร์ มิลเลอร์เรื่อง “A View from the Bridge” ประกบสการ์เล็ตต์ โยฮันสัน การแสดงของเขาในบทริคกี้ โรมาในละครบรอดเวย์ปี 2005 ที่สร้างจาก “Glengarry Glen Ross” โดยเดวิด มาเม็ต ภายใต้การกำกับของโจ แมนเทลโล ทำให้เขาได้รับรางวัลโทนี อวอร์ดครั้งแรก เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโทนี อวอร์ดอีกครั้งจากบทแบร์รี แชมเพลนในละครบรอดเวย์ปี 2007 ที่สร้างจากเรื่อง “Talk Radio” โดยอีริค โบโกเซียน ภายใต้การกำกับของโรเบิร์ต ฟอลส์ ผลงานละครเวทีเรื่องอื่นๆ ของเขาได้แก่ “Macbeth” โปรดักชันของเชคสเปียร์ อิน เดอะ ปาร์คในพับลิค เธียเตอร์ ที่เขาแสดงบทนำประกบเจนนิเฟอร์ เอห์ลี ภายใต้การกำกับของมัวเสส คอฟแมน, “Othello,” Hamlet,” “Henry V” และ “Cymbeline”

    ในปี 2005 ชไรเบอร์ได้เปิดตัวผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาด้วย Everything is Illuminated ซึ่งดัดแปลงจากนิยายเบสต์เซลเลอร์ชื่อเดียวกันโดยโจนาธาน ซาฟราน โฟเออร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ที่นำแสดงโดยเอไลยาห์ วู้ดและยูจีน ฮูทซ์ ได้รับการยกย่องจากสมาพันธ์นักวิจารณ์แห่งชาติว่าเป็นหนึ่งในสิบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี

    ประวัติทีมผู้สร้าง

    เจ เบลคสัน (ผู้กำกับ)
    ) ได้รับความสนใจจากฮอลลีวูดเป็นครั้งแรกในปี 2009 ด้วยทริลเลอร์อาชญากรรมตึงเครียดเรื่อง The Disappearance of Alice Creed ที่เขาเขียนบทและกำกับ ภาพยนตร์เรื่องนั้นทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลผู้กำกับอังกฤษหน้าใหม่จากสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์ลอนดอน และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิบผู้กำกับน่าจับมองประจำปี 2010 ของนิตยสารวาไรตี้ในอเมริกา

    ในฐานะมือเขียนบทและผู้กำกับ เขามีผลงานภาพยนตร์หลายเรื่องที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในฮอลลีวูด เขาใช้ชีวิตอยู่ในลอนดอนกับภรรยาและลูกเล็กๆ สองคน

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *