The Amazing Spider-Man

  • จากตัวอย่างที่ฉายในรอบสื่อ MIB III นึกว่าจะเจอมหกรรมอารมณ์ดราม่า เพราะเกือบสิบนาทีนั้นว่าด้วยความหม่น จนกระทั่งได้มาเช็คเวลาหนังเมื่อวันอาทิตย์ต้องตกใจเพิ่มไปอีกกับเวลาของตัวหนังที่ยาวถึงสองชั่วโมงกว่าๆ (ตามที่ระบุ คือ 2 ชั่วโมง 15 นาที)

    The Amazing Spider-Man  [Review]

    ข้อดีของหนังที่เห็นได้ชัด คือ การที่พยายามสร้างตัวละครให้มีมิติไม่ได้ดีเสิศจนเกินไป มีอารมณ์ รัก โกรธ หลง(ลืม) พร้อมกับแนะนำตัวละครที่ส่วน พร้อมกับให้รายละเอียดที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เพื่อให้รู้สึกการมีถึงของตัวตนแม้ว่าตัวละครนั้นเราจะรู้จักกันมาบางแล้วก็ตาม ก่อนที่จะขยายวงไปแนะนำยังตัวละครอื่นๆ ตามมาจนครบถ้วนตัสละครที่สำคัญแล้วจึงเข้าสู่การดำเนินเรื่องหลัก ซึ่งจุดนี้เองอาจเป็นจุดที่ทำให้เวลาฉายของตัวหนังจึงมากขึ้นตามมา ในขณะเดียวกันเราจะเห็นถึงความพยายามที่จะทำให้ซูปเปอร์ฮีโร่ที่เราคุ้นตาในภาคนี้ มีความเป็นคนมากขึ้น มีอารมณ์แบบเด็กวัยรุ่น ชัดเจนมากขึ้น แต่ก็มีจุดที่อาจจะดูไม่ลงตัวกับตัวละครบางอย่าง ตัวละคร “แฟลช” ที่สรุปแล้วเป็นแฟนนางเอก หรือ เพื่อน หรือ เพราะอะไรจึงมีความคิดที่เปลี่ยนไป กับตัวละครของ ปีเตอร์

    The Amazing Spider-Man  [Review]

    ในขณะที่ความเป็นสามมิติของตัวหนังนั้นคงไม่ได้อีดประดังเข้ามาทุกส่วน ทุกช่วงจังหวะของตัวหนัง แต่มาในจังหวะที่สามารถเล่น และ ถ่ายทอดความเป็นสามมิติในช่วงจังหวะเวลาที่น่าสนใจ และ หลีกเลี่ยงมุขสามมิติเดิมๆ ที่ผู้ชมอาจจะเบื่อ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมา คือ มุมกล้องสามมิติที่เหมือนประหนึ่งผู้ชมคนดู คือ spiderman เองนั้นทำให้ภาพสามมิติที่ได้นั้นเหมือนประหนึ่งกระโจนกระโดดลงไป และทะยานขึ้นฟ้ามาอีกครั้ง หรือ การสลับกระโดดชักใย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงจังหวะของการต่อสู้จังหวะสุดท้ายของเรื่อง

    The Amazing Spider-Man  [Review]

    ในการคัดเลือกตัวนักแสดงที่ผมชอบมากที่สุด คงเป็น ตัวละคร “ป้าเมย์” ที่ได้นักแสดง Sally Field หรือ คุณนาย Nora แห่งตระกูล Walker จากซีรีย์ Brothers & Sisters มารับบทที่ผมอาจจะชินกับภาพหญิงแกร่ง ที่ข้างในเต็มไปด้วยความอบอุ่น และ ห่วงใยครอบครัวของตัวละครจากซีรียืเรื่องนี้ สามารถมาวางทาบกับบทป้าเมย์ได้อย่างพอดี ในขณะที่ตัวละครหลักอย่าง Peter Parker นั้นได้ Andrew Garfield นักแสดงนำจาก The Social Network มารับบทต้องยอมรับว่าเขาแสดงได้ดีกว่าที่คาดหวังไว้ แต่คิดว่าเขาอาจจะไม่ใช่คนที่เหมาะที่สุดสำหรับบทนี้เท่านั้น ภาคงานสร้างโดยรวมนั้นคุ้มค่ากับความเป็นหนึ่งในหนังตัวเต็งของซัมเมอร์นี้ ในหลายที่เป้นส่วนของภาพวิวบรรยากาศ แม้จะรู้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่ก็ทำออกมาได้สวยงาม

    ดูดีไหม เป็นภาพยนต์รีบูตอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ ในส่วนของความเป้นสามมิติน่าจะคุ้มค่าแก่การรับชม แต่อาจจะต้องตั้งสติให้ดีหน่อย เพราะมุมกล้องอย่างที่แจ้งด้านบน อาจจะฉวัดเฉวียงบ้าง จนอาจทำให้มึนได้เล็กน้อยครับ 🙂

    ผมให้ 4/5 แล้วถ้าดรงยังไม่เปิดไฟไล่ หลังเครดิตมีเพิ่มเติมเนื้อหาอีกเล็กน้อยน่ะครับ

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *