The Dark Knight Rises

  • จากความสำเร็จในภาคที่แล้ว The Dark Knight ทำให้หลายคนตั้งหน้า ตั้งตารอถึงการสานต่อของเรื่องราวในภาคใหม่ เห็นจากจำนวนคนที่มาร่วมงานแล้วผมจึงเข้าไปรอในโรงภาพยนต์แต่เนิ่นๆก่อนเนื่องจากไม่อยากใช้เวลาในการรอหน้าโรงในส่วนของการตรวจค้นกระเป๋า และ ฝากโทรศัพท์นาน ทุ่มห้าสิบนาทีจึงมานั่งรอด้านใน แต่หลังจากทาโร่ ถั่ววาซาบิ และยาแก้ปวดอย่างล่ะหนึ่งก็ยังไม่มีวี่แววของการฉาย และบรรดาแขกผู้มีเกรียติที่ลืมเวลาเข้าชมกัน จนกระทั่งเวลาสองทุ่มยี่สิบนาที สัญลักษณ์ของทางโรงถูกดึงขึ้น ม่านเปิดได้เวลาแล้ว

    The Dark Knight Rises  [Review]

    ตัวอย่างภาพยนต์มีแค่เพียง 2 เรื่องเท่านั้นคือ Taken2 และ Man Of Steel โดยในส่วนของ Taken2 นั้นไม่ใช่ตัวอย่างใหม่แล้ว ตัวอย่างแกะกล่องของ Man Of Steel ต่างหากที่น่าสนใจเป้นอย่างยิ่ง และยิ่งกว่าแปลกใจมากยิ่งขึ้นไปอีกกับสิบวินาทีแรกเมื่อเห้นภาพ และ เนื้อหาจนกระทั่งต้องถามตัวเองว่าใช่ซูปเปอร์แมนหรือไม่ ใช่ ตัวละคร Clark Kent ที่เราเคยได้เห็น ได้อ่านมาหรือไม่ จนสิบวินาทีสุดท้าย และโลโก้ภาพยนต์ขึ้นปิดท้ายจึงแน่ใจว่าใช่แน่ ได้แต่ภาวนาว่าทั้ง Henry Cavill และ Zack Snyder นั้นจะกอดคอทำให้ Man Of Steel นั้นผ่านไปด้วยกันได้ดีทั้งคู่ เพราะไม่อย่างนั้นอนาคตอาจจะไม่สดใสด้วยกันทั้งคู่เป็นแน่แท้ เพราะทั้งผู้กำกับ และ ดารานำนั้นได้รับการคาดหวัง และ คาดหมายเป็นอย่างสูงทั้งคู่ แต่จากความไม่ประสบความสำเร็จของทั้งคู่ ความกดดันจึงน่าจะมาอยู่ที่เรื่องนี้ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    The Dark Knight Rises  [Review]

    The Dark Knight Rises มา พร้อมกับการเปิดตัววายร้ายประจำภาคนี้อย่างอลังการงานสร้าง และเดินเรื่องสานต่อเรื่องราวต่อจากภาคที่แล้วเป็นเหตุการณ์หลังจากเจ็ดปีที่ผ่านมาว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น ตัวละครที่เรารู้จักนั้นเป็นยังไงในตอนนี้ พร้อมกับทยอยแนะนำตัวละครใหม่ๆในภาคนี้ไปด้วย สาเหตุหนึ่งที่อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เวลาในภาคนี้ขยับไปอยู่ที่ 164 นาทีนั้นมาจากการปูพื้นฐานตัวละครให้มีมิติ และ ตัวตนมากกว่าที่จะผ่านมาแล้วหายไปโดยใช้ตัวละครทุกตัวอย่างคุ้มค่าจนถึงวินาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียว โดยตัวที่โดดเด่นขโมยซีนนั้นน่าจะเป็น Catwoman โดย Anne Hathaway ที่ส่วนตัวแล้วลึกๆ แล้วรู้สึกว่าเธอนั้นออกหวานมากกว่าเซ็กส์ซี่ไปหน่อยสำหรับบทนี้ในหลายฉากที่ดูแล้วน่าจะแรงเลยดูตกลงไปบ้าง ในขณะที่ตัวร้่ายอย่าง Bane โดย Tom Hardy นั้นเป็นตัวละครที่ดูเน้นฉากการต่อสู้เป็นหลักจีงเป็นเหมือนเครื่องจักรฆ่าคนมากกว่า ในขณะที่ตัวละคร John Blake ที่ Joseph Gordon-Levitt นั้นรับบทดูจะเหมาะสม และ ลงตัวทั้งในบทบาท การแสดง และ ควาเป็นตัวละครที่ดูมีน้ำหนักและความเป็นคนมากที่สุด ในขณะที่ Alfred โดย Michael Caine นั้น(บท)น้อย แต่(การแสดง)เยี่ยมมาก ไม่นับตัวละครที่เวียนแวะมาจาก The Dark Knight และ Batman Begins กันเกือบครบถ้วนทุกตัวคน(ถึงแม้ว่าบางคนจะมาในแบบรูปภาพก็ตาม) บางอารมณ์ดูไปแล้วนึกว่าเป็น Batman เวอร์ชั่นนักแสดง Inception เลยทีเดียว

    The Dark Knight Rises  [Review]

    แน่นอนว่าสำหรับ Christopher Nolan แล้วคงไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวในแบบเส้นตรง แต่มีการสับขาหลอกคนดูในหลายช่วงจังหวะ อารมณ์ จนผลลัพธ์บางเรื่องอาจทำให้คนดูอย่างเรานิ่งอึ้งไปได้เลยทีเดียว สำหรับบทสรุปสุดท้ายของเรื่องนี้ ภาคนี้ คงใช้ชื่อเพลงธีมของภาพยนต์เครือเดียวกันอย่าง “The End Is the Beginning Is the End” ของ The Smashing Pumpkins จากภาพยนต์เรื่อง Batman & Robin ได้ดีที่สุด

    ดูดีไหม ในซีรีย์แบทแมนของ Nolan ผมชอบภาคนี้มากที่สุด เพราะ ไม่หม่นหมอง อึดอัด และทุกข์ระทมเหมือน The Dark Knight มีมิติน้ำหนักมากกว่า Batman Begins

    ผมให้ 4/5 (หัก 1 กับหลายจุดที่ผมมองว่ามีหลุดบ้างในสายตาผม)

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *