JAP CLUB

The Radio Dept.

  • The Radio Dept.

    Formin Malmo, Sweden

    Group Members

    GenresPop

    Styles Indie Rock, Dream Pop, Alternative/ Indie Rock, Noise Pop

    Tones Poignant, Reflective, Sensual, Dreamy, Detached, Lively, Exciting, Literate, Sweet, Reserved, Lush, Weary

    Similar Artists Friday Bridge, Working for a Nuclear Free City, The Bridal Shop, Goodbye the Band, Jamie Long, Cake on Cake, A Sunny Day in Glasgow, The Fine Arts Showcase, Silver Screen, The Meeting Places

    The Radio Department หรือ The Radio Dept. สวีดิชพ็อพ แบนด์ สมาชิกในวงมาจากเมือง Lund กับเมือง Malmö ประเทศ Sweden ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 โดยคู่หูเพื่อนนักเรียนโรงเรียนมัธยม Elin Almered กับ Johan Duncanson ชื่อของวงได้มาจากสถานีบริการน้ำมันในเมือง Lund ได้เปิดแผนกซ่อมวิทยุโดยเรียกว่าแผนกซ่อมนี้ว่า “Radioavdelningen” (แปลจากภาษาสวีดิชเป็นอังกฤษได้ความว่า The Radio Department) ทั้งคู่ชอบใจในชื่อนี้ทันที แต่หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็ได้หยุดเล่นดนตรีด้วยกันและตามมาด้วยการยกเลิกวง (Elin Almered ออกจากวงไปก่อนที่จะมีการบันทึกเสียงอัลบั้มแรก Lesser Matters แต่เธอก็ยังได้มาให้เสียงร้องในเพลง “Strange Things Will Happen”)

    สามปีต่อมาในปี 1998 Duncanson เริ่มทำเพลงอีกครั้ง โดยได้ร่วมงานกับ Martin Larsson พวกเขาตัดสินใจที่จะนำชื่อ The Radio Dept. กลับมาใช้อีกครั้ง ตั้งแต่นั้นมา The Radio Dept. ก็ได้ออกแสดงตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงได้บันทึกผลงานเพลง 4-tracks ไว้เป็นจำนวนมาก โดยได้บันทึกเสียงกันในห้องนั่งเล่นของเพื่อนหรือที่บ้านของ Duncanson แม้แต่เคยบันทึกเสียงในโกดังเหม็นอับ รวมถึงในโรงเรียนด้วย

    ในปี 2001 Lisa Carlberg (แฟนสาวของ Larsson) เข้าร่วมวงในตำแหน่งมือเบส ตามด้วย Per Blomgren ในตำแหน่งกลองและ Daniel Tjäder ในตำแหน่งคีย์บอร์ด และแล้วทีมนักดนตรีชุดแรกของวงก็เริ่มต้นซ้อมดนตรีกัน และได้เริ่มต้นทำเพลงด้วยกัน หลังจากนั้นทางวงได้ส่งเดโมเพลงที่บันทึกกันไว้ไปยังนิตยสารเพลง Sonic และได้รับการรีวิวเป็นอย่างดี และเพลงของพวกเขายังได้ถูกบรรจุลงในแผ่นฟรี CD sampler ที่แจกมาพร้อมกับนิตยสารด้วย หลังจากนั้นไม่นานทางวงก็ได้ถูกค้นพบโดยค่ายเพลงอินดี้ชื่อดังของสวีเดน Labrador Records ตามมาด้วยการได้เซ็นสัญญากับทางค่ายตั้งแต่นั้นมา

    “Lesser Matters” เป็นงานเพลงอัลบั้มแรกของทางวงที่ออกมาในปี 2003 และในช่วงเวลานั้น Per Blomgren มือกลองของวงได้ขอลาออก ถัดมาในปี 2005 ทางวงได้ออกอีพีอัลบั้ม “Pulling Our Weight EP” และตามด้วยการลาออกของมือเบส Lisa Carlberg สมาชิกที่เหลือของวงตัดสินใจที่จะใช้กลองไฟฟ้าแทน และได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการสร้างดนตรีใหม่สำหรับอัลบั้มที่สองของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่ประกาศหาสมาชิกใหม่เพื่อมาเล่นกีตาร์เบสด้วย ทางวงมีความสุขมากที่ผลงานเพลง 3 เพลง “Pulling Our Weight” จากอีพีอัลบั้ม The Pulling Our Weight EP, “I Don’t Like It Like This” จากอีพีอัลบั้ม This Past Week EP, และ “Keen on Boys” จากอัลบั้ม Lesser Matters ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากแฟนเพลง และทั้ง 3 เพลงนี้ได้ถูกผู้กำกับการแสดงหญิง Sofia Coppola นำไปใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ Marie Antoinetteด้วย

    ต้นปี 2006 ทางวงได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่สอง “Pet Grief” ในอัลบั้มนี้ Duncanson และ Larsson ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางดนตรีจากการที่ใช้เสียงกีต้าร์เป็นตัวขับเคลื่อนบทเพลงเหมือนในงานก่อนหน้า มาเป็นซาวด์ซินธ์พ็อพในแบบจิตวิญญาณของวง The Pet Shop Boys และด้วยปัญหาที่เกิดจากปัจจัยต่างๆ ทั้งการจัดจำหน่ายอัลบั้มนี้และการได้รับการสนับสนุนจากสื่อสารมวลชน โดยนิตยสาร NME จัดความเยี่ยมของอัลบั้มนี้แค่ 7 จาก 10 แต่นิตยสารอื่นกลับไม่ค่อยปลื้มกับงานชุดนี้มากนัก รวมถึงการที่ทางวงไม่ได้ออกทัวร์เพื่อโปรโมทอัลบั้มนี้มากนัก จึงทำให้อัลบั้ม “Pet Grief” ไม่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลง รวมถึงยอดขายก็ไม่ได้ดีเท่ากับอัลบั้มชุดก่อนๆของทางวงอีกด้วย

    ปลายปี 2006 ทางวงได้ปล่อยเพลงใหม่คือ “We Made the Team” ออกมาโดยที่เพลงนี้ได้ถูกนำไปรวมอยู่ในอัลบั้มรวมเพลง “Labrador 100” จากนั้นสมาชิกวงก็ได้เริ่มต้นทำงานในอัลบั้มใหม่ต่อ จนกระทั่งฤดูร้อนปี 2008 The Radio Dept. ได้มีผลงานใหม่เป็นอีพีอัลบั้มชื่อ “Freddie And The Trojan Horse” ออกวางจำหน่าย และตามมาด้วยอีกหนึ่งอีพีอัลบั้ม “David” ออกวางจำหน่ายในวันที่ 24 มิถุนายน ปี 2009 หลังจากที่อัลบั้ม “David” ออกจำหน่ายแล้วก็มีข่าวลือว่าอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ของทางวงกำลังจะตามออกมา ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดเมื่อ The Radio Dept. ได้วางจำหน่ายผลงานใหม่ที่ชื่อ “Clinging to a Scheme” ในวันที่ 20 เมษายน ปี 2010

    ในเดือนมกราคม 2011 The Radio Dept. ได้ออกผลงานรวมเพลงของทางวงโดยใช้ชื่อชุดว่า “Passive Aggressive: Singles 2002–2010” เป็นอัลบั้มที่รวบรวมผลงานเพลงตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนถึงยุคปัจจุบันของทางวง รวมถึงแทร็คเพลงที่ยังไม่เคยออกวางจำหน่ายมาก่อนไว้ด้วย

    The Radio Dept. ยังคงรักษาความล่องลอยงดงามตามแบบฉบับของตนได้อย่างน่าชื่นชมมาโดยตลอดทุกอัลบั้ม และตลอดเวลาที่ผ่านมา The Radio Dept. ค่อยๆสร้างกลุ่มแฟนเพลงที่เหนียวแน่นขึ้นอย่างเงียบๆด้วยแนวเพลง Indie Pop ที่ผสมผสานระหว่างดนตรี Dream pop ที่พาเราล่องลอยเข้าไปอยู่ในภวังค์ ผนวกกับ Melody ที่ไพเราะ เสียงร้องที่ชวนฝัน, Noise Pop เสียงกีตาร์พร่ามัว เบสหม่นเหงา, Shoegazing ที่ละเมียดละไมแต่แฝงไปด้วยความเวิ้งว้าง, ซาวด์ดิบๆแบบ Lo-fi ให้อารมณ์ย้อนยุค, กลองสังเคราะห์ ที่เพิ่มจังหวะเพลงให้สนุกสนาน และ Synthesizer ที่เพิ่มเสน่ห์ประกายระยิบระยับให้กับเพลง


    cover_clinging-scheme
    Artist The Radio Dept.
    Album TitleClinging To A Scheme
    Date of ReleaseApr 20, 2010
    Genre Pop
    Label Labrador
    Styles Indie Pop, Dream Pop, Alternative/ Indie Rock, Alternative Pop/ Rock
    Tones Warm, Atmospheric, Lush, Reflective, Reserved, Sweet, Poignant, Dreamy, Gentle, Brooding, Intimate, Elegant, Literate
    Track 01 Domestic Scene 2:25
    Track 02 Heaven’s on Fire 3:32
    Track 03 This Time Around 3:45
    Track 04 Never Follow Suit 4:09
    Track 05 A Token of Gratitude 4:07
    Track 06 The Video Dept. 3:25
    Track 07 Memory Loss 4:16
    Track 08 David 3:31
    Track 09 Four Months in the Shade 1:49
    Track 10 You Stopped Making Sense 3:54


  • “Clinging to a Scheme” อัลบั้มเต็มชุดที่สามของ The Radio Dept. งานเพลงที่เป็นการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างซาวด์แบบ Saint Etienne กับซาวด์ยุคแรกๆของ The Jesus and Mary Chain บวกด้วยบีทแบบวง The Pet Shop Boys ผสมผสานกับซาวด์ My Bloody Valentine เป็นการรอคอยกว่าสี่ปีที่จะได้ฟังงานเพลงชุดใหม่ของทางวง และขอบอกได้ว่าคุ้มค่าทุกวินาที่ที่ได้ฟัง
  • The Radio Dept. ได้ทำการทดลองซาวด์ใหม่ๆกับตัวเพลงพ็อพที่พร่าหม่นปนหวานในแบบฉบับของพวกเขาเองอีกครั้ง “Clinging to a scheme” รวมองค์ประกอบทางดนตรีที่ดีที่สุดจากอัลบั้มก่อนหน้านี้ของพวกเขา “Lesser matters” และ “Pet grief” ด้วยซาวด์กีต้าร์สไตล์โซล, P-funk, บีทดนตรีแบบตัดแปะ และซาวด์ออเคสตราในแบบยุค 70 ที่น่าทึ่ง! ทำให้ดนตรีในอัลบั้มดูมีชีวิตชีวา รวมถึงเนื้อหาของบทเพลงที่สะท้อนถึงการต่อสู้ของชีวิตผู้คนภายใต้วัฒนธรรมการบริโภคนิยมที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกับการทำลายคุณค่าของชีวิตและจิตวิญญาณของคนในยุคนี้
  • “David” เป็นซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้ม และ “Heaven’s on Fire,” เป็นซิงเกิ้ลที่ 2


    Review scores
    Allmusic 4/5
    Drowned In Sound (8/10) 
    NME (8/10) 
    Pitchfork Media (8.3/10) 
    PopMatters (8/10) 
    Q (6/10) 

    Related posts:

Leave a Reply

Photo Gallery

The Angry Birds Movie
Log in | Designed by Gabfire themes