The Shallows | นรกน้ำตื้น

The Shallows นรกน้ำตื้น

  • Genres:Drama | Horror | Thriller
    Running Time:86 min
    Release Date:June.24,2016 (USA)
    MPAA Rating:PG – 13 for bloody images, intense sequences of peril, and brief strong language)
    Distributors: Columbia Pictures, Ombra Films, Weimaraner Republic Pictures
    Starring: Blake Lively, Óscar Jaenada, Lozano Corzo
    Directed by:Jaume Collet-Serra

    ข้อมูลงานสร้าง

    ใน The Shallows ทริลเลอร์สุดระทึก แนนซี อดัมส์ (เบลค ไลฟ์ลี) กำลังเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่บริเวณชายหาดห่างไกลผู้คน ในตอนที่เธอพบตัวเองหลงเข้าไปอยู่ในถิ่นล่าเหยื่อของฉลามขาวตัวใหญ่ แม้ว่าเธอจะอยู่ห่างจากฝั่งเพียงแค่สองร้อยหลา แต่การเอาชีวิตรอดของเธอกลับกลายเป็นการทดสอบจิตใจครั้งสำคัญ ที่ทำให้เธอต้องใช้ความสามารถ สติปัญญาและความอดทนทุกอย่างที่เธอมี

    โคลัมเบีย พิคเจอร์ส ภูมิใจเสนอ ผลงานสร้างโดยไวมาราเนอร์ รีพับลิค พิคเจอร์ส/ออมบรา ฟิล์มส์ ภาพยนตร์โดยโจเม คอลเล็ต-เซอร์รา The Shallows นำแสดงโดยเบลค ไลฟ์ลี กำกับโดยโจเม คอลเล็ต-เซอร์รา อำนวยการสร้างโดยลินน์ แฮร์ริสและแมตตี้ เลอแชม เขียนบทโดยแอนโธนี จัสวินสกี้ ควบคุมงานสร้างโดยดั๊ก เมอร์ริฟิลด์และโจเม คอลเล็ต-เซอร์รา กำกับภาพโดยฟลาวิโอ ลาเบียโน ออกแบบงานสร้างโดยฮิวจ์ เบทอัพ ลำดับภาพโดยโจเอล นีกรอน, เอซีอี ดนตรีโดยมาร์โก้ เบลเทรมี

    เกี่ยวกับภาพยนตร์

    “หนังเรื่องนี้จะจับใจคุณในระดับสัญชาตญาณค่ะ” เบลค ไลฟ์ลี ผู้รับบทหญิงสาวผู้อยู่ห่างจากชายฝั่งเพียงไม่เท่าไหร่ในตอนที่เธอถูกจู่โจมโดยฉลามขาวยักษ์ กล่าว “มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังในการเอาชีวิตรอด พลังของแรงใจ ตอนที่ฉันได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ ฉันก็จินตนาการว่า ‘ฉันจะทำยังไงในสถานการณ์นั้น’ วิธีที่แนนซีสู้เพื่อเอาชีวิตรอดค่อนข้างเหลือเชื่อค่ะ”

    ใน The Shallows แนนซี (ไลฟ์ลี) กำลังทำใจหลังจากการเสียชีวิตของแม่เธอ แม้ว่าเธอจะเป็นนักศึกษาแพทย์ไฟแรง แต่แนนซีกลับพบความสงบใจเวลาอยู่บนกระดานโต้คลื่น และตอนนี้ เธอก็พบสิ่งที่เธอกำลังมองหา มันคือชายหาดลับที่เป็นสถานที่พิเศษสำหรับแม่ของเธอ แม้ว่าเธอจะรู้ว่า การเล่นกระดานโต้คลื่นคนเดียวเป็นเรื่องอันตราย แต่เธอก็ตัดสินใจเสี่ยงเมื่อเพื่อนร่วมทางของเธอถอนตัว เธอทำถึงขนาดโทรกลับบ้านเพื่อให้ครอบครัวที่เธอรักรู้ว่าเธอพบสถานที่พิเศษนี้แล้ว ระหว่างที่เธอเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ในสถานที่ลับที่งดงามนี้ เธอคิดว่ามันจะเป็นโอกาสให้เธอได้ใช้ความคิดอยู่กับตัวเอง

    “โชคร้ายที่เธอบังเอิญไปเจอกับถิ่นล่าเหยื่อของฉลามขาวยักษ์เข้า” แมตตี้ เลอแชม ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมกับลินน์ แฮร์ริส ภรรยาและหุ้นส่วนการอำนวยการสร้างของเขา กล่าว “ฉลามเข้าโจมตีเธอ แต่มันทำตามสัญชาตญาณเท่านั้นเอง เธออยู่ห่างจากฝั่งเพียงไม่กี่ร้อยหลา เธอสามารถว่ายน้ำกลับไปได้ แต่ฉลามขวางกั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับความปลอดภัยครับ”

    “ฉันชื่นชอบการผสมผสานของการเดินทางของตัวละครในหนังที่ถูกยกระดับขึ้นมาค่ะ” ผู้อำนวยการสร้างลินน์ แฮร์ริสกล่าว “The Shallows เป็นทริลเลอร์ลุ้นระทึกอย่างเหลือเชื่อ ที่มีหัวใจเป็นตัวละครที่มีเลือดเนื้อจริงๆ เธอเป็นตัวเอกที่มีความเปลี่ยนแปลงจากการรวบรวมพลกำลังและการเอาชนะความกลัวของตัวเองค่ะ”

    ตามความเป็นจริงแล้ว แนนซีจำเป็นต้องใช้พลกำลังทั้งหมดเท่าที่มี ทั้งความกล้าหาญ ความฉลาด ความรอบรู้และความคิดสร้างสรรค์ของเธอ เพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้ “เธอตระหนักว่าเธอจะต้องใช้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมดเท่าที่เธอจะหาได้ให้เป็นประโยชน์ เธอเริ่มต้นจากการสำรวจสิ่งที่เธอสามารถใช้เอาชีวิตรอดได้ ตั้งแต่การใช้ความรู้และประสบการณ์จากอดีต ไปจนถึงการปลุกสัญชาตญาณดิบ การประเมินและศึกษาสิ่งแวดล้อมรอบด้าน ตลอดจนการแยกชิ้นส่วนเสื้อผ้าและเครื่องประดับของเธอมาสร้างเป็นเครื่องมือ เธอมองหาทุกอย่างที่สามารถช่วยเธอในการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในครั้งนี้ แรงใจของเธอถูกท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่า และมันก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนระดับน้ำค่ะ”

    “เรื่องราวนี้น่าตื่นเต้นอย่างเหลือเชื่อ แต่มันก็เป็นเรื่องที่เราทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพราะมันเป็นเรื่องของการรับมือกับสิ่งที่เรากลัวที่สุด” เลอแชมกล่าว “อะไรที่ทำให้คุณสามารถเผชิญหน้ากับสิ่งที่คุณไม่เคยคิดว่าคุณจะสามารถเผชิญได้ และแน่นอน ในระดับหนึ่งมันก็เป็นการเปรียบเทียบกับทุกสิ่งที่เป็นเรื่องท้าทายอย่างแท้จริง เพียงแต่มันถูกแทนที่ด้วยฉลามขาวเท่านั้นเองครับ”

    แนนซีพบว่าตัวเองต้องเผชิญหน้ากับนักล่าตัวเอ้แห่งมหาสมุทร ฉลามตัวนี้มีขนาดใหญ่และอันตรายเป็นพิเศษ มันทำตามสัญชาตญาณเมื่อมันได้กลิ่นเลือดและปกป้องพื้นที่ล่าเหยื่อของมัน ซึ่งก็คือซากปลาวาฬขนาดใหญ่ ยิ่งแนนซีแสดงความฉลาดเฉลียวมากแค่ไหน ฉลามขาวตัวนี้ก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอดและตั้งใจใช้ทุกอย่างที่มีในสงครามที่ทดสอบแรงใจครั้งนี้

    ผู้กำกับผู้ดูแลการต่อสู้ครั้งนี้คือโจเม คอลเล็ต-เซอร์รา “หนังทุกเรื่องที่เขาสร้างมีความลุ้นระทึกอย่างพิเศษสุดค่ะ” แฮร์ริสกล่าว “เขาดึงการแสดงที่ยอดเยี่ยมจากนักแสดงของเขาได้ และเขาก็เข้าใจทุกฉากและทุกเฟรมจากมุมมองของผู้ชม ว่าอะไรจะเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจที่สุดสำหรับพวกเขา ณ เวลานั้นน่ะค่ะ”

    คอลเล็ต-เซอร์รารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานโปรเจ็กต์นี้เพราะอย่างที่เขากล่าวว่า “มันมีองค์ประกอบมากมายที่มารวมกันกลายเป็นความท้าทายชิ้นใหญ่สำหรับผู้กำกับ มันมีโลเกชันแห่งเดียว มีน้ำ สัตว์ และตัวละคร CG องค์ประกอบพวกนั้นแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นความท้าทายแล้ว ดังนั้น การมีทุกอย่างนั้นอยู่ในหนังเรื่องเดียวก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นจริงๆ ครับ”

    สำหรับบทนำของเรื่อง ทีมผู้สร้างเลือกเบลค ไลฟ์ลี ผู้โด่งดังจากการแสดงใน “Gossip Girl” และได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมจากการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Age of Adaline “เธอดูเหมือนหญิงสาวที่เล่นกระดานโต้คลื่นมาทั้งชีวิต แต่เธอก็ดูฉลาดเฉลียวด้วย เธอดูมีความหนักแน่น ในแบบที่คุณสามารถเชื่อได้ว่าเป็นนักศึกษาแพทย์จริงๆ” แฮร์ริสกล่าว “การแสดงของเธอทั้งทรงพลังและสะเทือนอารมณ์ มันเป็นบทที่ยาก เพราะเธอจะอยู่ในทุกช็อตของหนังเรื่องนี้ค่ะ”

    “นอกจากเบลคจะเป็นนักแสดงที่น่ารักแล้ว เธอยังเป็นคนแข็งแกร่ง ฉลาดและรอบรู้มากๆ ด้วย” คอลเล็ต-เซอร์รากล่าว “มันเป็นคุณสมบัติที่เราอยากให้ปรากฏในตัวแนนซีครับ”

    “แนนซีเป็นนักศึกษาแพทย์ ซึ่งเป็นประโยชน์มากในตอนที่เธอมีแผลเลือดไหลอยู่บนโขดหินท่ามกลางมหาสมุทรน่ะค่ะ!” ไลฟ์ลีกล่าวพลางหัวเราะ “เธอเป็นคนที่มีประสิทธิภาพ เป็นพวกเด็กเรียนดี เธอชอบให้สิ่งต่างๆ เป็นแบบที่เธอชอบ แล้วลองจินตนาการว่าผู้หญิงคนนี้ถูกโยนเข้าไปในสถานการณ์ที่วุ่นวายที่สุดเท่าที่คุณจะคิดได้ มันไม่เหมาะเลยซักนิด นั่นคือสิ่งที่น่าสนใจค่ะ ประสบการณ์ของเธอทดสอบตัวตนของเธอในทุกขณะ คุณจะได้เห็นทั้งการเข้มแข็งขึ้นและการวิเคราะห์ผู้หญิงคนนี้ระหว่างที่เธอสู้เพื่อเอาชีวิตรอด มันเป็นเหมือนบททดสอบชั้นเยี่ยมค่ะ แม้ว่าเธอจะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง แต่เธอก็ต้องมีความอยากจะแสวงหาความตื่นเต้นอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่เล่นกระดานโต้คลื่นเก่งแบบนั้นหรอกค่ะ”

    “แนนซีไม่น่าจะรอด แต่ด้วยความเก่งกาจ ความเฉลียวฉลาดและแรงใจที่จะเอาชีวิตรอด ทำให้เธอทำในสิ่งที่เหลือเชื่อได้ครับ” เลอแชมกล่าว

    “ฉันต้องฝึกฝนค่ะ ไม่เพียงแต่ฉันต้องเรียนรู้การเล่นกระดานโต้คลื่นให้ชำนาญที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ฉันยังต้องฝึกร่างกายให้มีความอดทนพอที่จะรับมือกับการแสดงในบทนี้ด้วย” ไลฟ์ลีกล่าว “ฉันไม่มีนักแสดงสตันท์ด้วยซ้ำจนกระทั่งในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของเรื่อง ฉันแสดงฉากผาดโผนหนักๆ ทั้งหมดด้วยตัวเองจนถึงตอนนั้น แน่นอนว่าเว้นแต่การเล่นกระดานโต้คลื่นค่ะ! ฉันโชคดีที่มีอิซาเบลลา นิโคลส์ นักเล่นกระดานโต้คลื่นเยาวชนหมายเลขหนึ่งของโลก เป็นขวัญใจการเล่นกระดานโต้คลื่นของฉัน ส่วนฉากผาดโผนหนักๆ ฉากอื่น ฉันก็ได้รับ ‘บาดแผลจากสงคราม’ มาบ้าง แต่มันก็ทำให้ฉันภูมิใจที่ได้ทำงานนั้นค่ะ”

    “เบลคได้เรียนการเล่นกระดานโต้คลื่นมาบ้างก่อนหน้าการถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้น เธอก็เลยพอจะเข้าใจคอนเซ็ปต์ทั้งหมดอยู่บ้างค่ะ” นิโคลส์เล่า “มันเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติหลังจากฝึกมาซักระยะ ที่ฉันสามารถแนะนำเธอและช่วยเธอให้พัฒนาเทคนิคของเธอได้ เธอเรียนรู้ได้อย่างค่อนข้างง่ายดาย ซึ่งเป็นเรื่องเยี่ยมมาก ฉันจะคอยอยู่ข้างเธอในตอนถ่ายทำฉากที่เกี่ยวกับการเล่นกระดานโต้คลื่นจริงๆ เธอจะพูดไอเดียให้ฉันฟัง แล้วฉันก็จะทำแบบเดียวกัน ซึ่งมันเวิร์คทีเดียวค่ะ”

    ในปี 2010 ไลฟ์ลีเคยใช้เวลาอยู่ใต้น้ำมาบ้าง โดยเธอดำน้ำไปกับฉลามขาวและนักอนุรักษ์ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกผูกพันกับเรื่องราวนี้มากขึ้น “ฉันได้ไปดำน้ำกับฉลามขาวในเมืองกันส์ไบ ประเทศเซาธ์แอฟริกาค่ะ” เธอเล่า “ฉันได้เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่พวกนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างเหลือเชื่อ เพราะฉันกลัวฉลามขาวมาโดยตลอด แต่พอได้อยู่ในน้ำกับพวกมัน ได้อยู่ในถิ่นที่อยู่ของพวกมัน พวกมันไม่ได้ดูเป็นสัตว์ร้ายร่างยักษ์เลย แต่พวกมันทั้งสวย สงบและนิ่งเงียบ มันเป็นประโยชน์มากเพราะในหนังเรื่องนี้ ฉันไม่ได้นึกถึงฉลามว่าเป็นผู้โจมตี ฉลามเป็นสัตว์น่าทึ่งที่พยายามจะเอาชีวิตรอดเท่านั้น เช่นเดียวกับแนนซีค่ะ”

    ตามปกติแล้ว การสร้างภาพยนตร์หมายถึงการที่คุณจะถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนมากมายแต่มีหลายครั้งที่ไลฟ์ลีจะต้องเอาตัวเองไปแทนตัวละครของเธอเอง ยกตัวอย่างเช่น ช็อตไวด์จากเฮลิคอปเตอร์ที่บันทึกภาพไลฟ์ลีอยู่ตามลำพังบนโขดหิน มันหมายความว่าจะต้องไม่มีคนอื่นอยู่รอบด้าน “ฉันไปที่ฉากของเรา ซึ่งเป็นโขดหินและทุ่นที่อยู่กลางมหาสมุทร และทุกคนก็ทิ้งฉันไว้ที่นั่นแล้วกลับไปชายหาด ฉันนั่งอยู่ตรงนั้น ห่างจากชายฝั่งสามหรือสี่ร้อยหลา รออยู่ตามลำพังท่ามกลางกระแสน้ำที่สูงขึ้น เพื่อให้เฮลิคอปเตอร์ที่มีกล้องบินผ่านภูเขาลูกนั้นมา หลังจากนั่งอยู่คนเดียวไม่กี่นาที เฮลิคอปเตอร์ก็บินมาบันทึกภาพ แล้วก็ทิ้งฉันไว้คนเดียวเหมือนเดิม ตลอดสามสิบนาทีนั้นมีแค่ฉันอยู่คนเดียว แล้วฉันก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกหนักหนาสาหัสของสถานการณ์นั้น มันทั้งงดงามแต่ก็น่าสะพรึงกลัวด้วยค่ะ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจจริงๆ”

    คอลเล็ต-เซอร์รากล่าวว่า เบลค ไลฟ์ลีเป็นมากกว่านักแสดงรับจ้าง เพราะเธออยู่ในเกือบทุกช็อตของภาพยนตร์เรื่องนี้ เขากล่าวว่า “เธอเป็นเหมือนคู่หูในการเล่าเรื่องครับ เราปรับมันให้เข้ากับตัวเธอ ทุกอย่างจะถูกกรองผ่านตัวเธอ เราต่างก็เห็นพ้องต้องกันในหนังเรื่องนี้ที่เราสร้างขึ้น และเธอก็สนใจมากๆ ในการร่วมงานกับเราในกระบวนการนั้นครับ”

    มุมมองส่วนหนึ่งของไลฟ์ลีคือฉลามไม่ใช่ปีศาจ แต่มันเป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตอีกตัวหนึ่งที่พยายามจะมีชีวิตรอด เช่นเดียวกับแนนซี “ฉลามถูกทำให้เป็นผู้ร้าย คนมองมันว่าเป็นสัตว์น่ากลัว โหดร้าย เป็นปีศาจ แต่มันไม่ใช่เลยค่ะ ฉลามเป็นสัตว์ป่าที่อยู่ในถิ่นที่อยู่ของมัน” ไลฟ์ลีกล่าวต่อ “แนนซีมีความเห็นใจฉลาม แม้ในระหว่างที่เธอกำลังต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ฉันคิดว่ามันน่าทึ่งทีเดียวที่เธอพบความเห็นอกเห็นใจและความรู้สึกเชื่อมโยงกันในช่วงเวลาที่เจ็บปวดแบบนั้น แนนซีตระหนักถึงความจริงนี้ตอนที่เธอได้เห็นว่ามนุษย์เป็นผู้ทำร้ายฉลามก่อน มันถูกตามล่าอย่างทารุณ ซึ่งไม่ใช่เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เพื่อความบันเทิง คุณจะเข้าใจดีถึงแรงจูงใจของฉลาม ความมุ่งมั่น ความตั้งใจและความดิ้นรนที่จะเอาชนะ เพราะการมีชีวิตรอดขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านั้น ดังนั้น มันก็เลยกลายเป็นบททดสอบความตั้งใจของทั้งคู่ เหยื่อทั้งสองฝ่าย แต่มีเพียงฝ่ายเดียวที่จะสามารถมีชีวิตรอดในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องสูญสิ้น มันเป็นโศกนาฏกรรมค่ะ และมันก็เป็นประเด็นในเรื่องราวนี้ที่ว่า นี่แหละคือธรรมชาติค่ะ”

    ผู้ที่ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยคือแองเจโล โจซัว โลซาโน คอร์โซและโฮเซ มานูเอล ทรูฮิลโล ซาลาส (หรือ “ยูโก”) ผู้เล่นกระดานโต้คลื่นร่วมกับแนนซีที่ชายหาด คอลเล็ต-เซอร์รากล่าวว่า “แองเจโลเพิ่งจะคว้าแชมป์มาได้ในเม็กซิโก ผมก็เลยเสิร์ชกูเกิลชื่อเขา ผมดูวิดีโอทั้งหมดของเขา ในวิดีโออันหนึ่ง เขาเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่กับยูโก ผมบอกว่า ‘ผมอยากได้พวกเขาทั้งคู่’ และมันก็ได้ผล พวกเขาไม่เพียงแต่จะต้องเป็นนักเล่นกระดานโต้คลื่นฝีมือเยี่ยมเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องเป็นเพื่อนรักกันด้วยครับ”

    โลซาโน คอร์โซกล่าวว่า ไลฟ์ลีพร้อมรับมือกับทุกอย่าง เธอถึงขั้นรับฟังเคล็ดลับการเล่นกระดานโต้คลื่นจากผู้เชี่ยวชาญ และให้คำแนะนำบางอย่างกับพวกเขาด้วย “เธอน่ารัก ใจดีและเราสนุกมากที่ได้ร่วมงานกับเธอครับ” เขากล่าว “เธอปรับตัวเองให้เข้ากับการเล่นกระดานโต้คลื่นได้ดีมากๆ เราฝึกการพายกระดานโต้คลื่นแบบเร่งรัดให้กับเธอ และเธอก็ทำได้เร็วมากๆ เธอรู้หลายเรื่องจากประสบการณ์ในอดีตมาแล้ว ผมก็เลยคิดว่ามันเลยเป็นเรื่องง่ายและสนุกสำหรับเธอ เราแนะเคล็ดลับในการเล่นกระดานโต้คลื่นที่เราคิดว่าน่าจะใช้การได้ให้กับเธอ เธอเข้าใจเคล็ดลับพวกนั้นอย่างรวดเร็วและใส่สไตล์ของเธอเองเข้าไปด้วย แล้วเธอก็แนะเคล็ดลับด้านการแสดงให้กับผมกับยูโกด้วยครับ”

    ออสการ์ เจนาดา ร่วมทีมนักแสดงในบท คาร์ลอส คนพื้นถิ่นที่เป็นผู้นำทางแนนซีไปยังชายหาดแห่งนั้น “เขาเป็นคนที่รู้เส้นทางไปยังชายหาดแห่งนั้นครับ มันเป็นชายหาดที่ซ่อนตัวอยู่ลึกมากๆ และไปยากมากๆ ด้วย” เจนาดากล่าว “ภายหลัง เขาตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้นที่ชายหาดแห่งนั้นและเขาก็มาดูครับ”

    การถ่ายทำบนเกาะลอร์ด โฮว์ในออสเตรเลีย

    โลเกชันถ่ายทำหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้คือเกาะลอร์ด โฮว์ เกาะเล็กๆ ซึ่งอยู่ห่างจากซิดนีย์ไปทางตะวันออก 600 ไมล์ทะเล ผู้ชมจะรู้สึกสนใจโลเกชันแห่งนี้ด้วยเหตุผลเดียวกับที่แนนซีสนใจในสถานที่นี้ เพราะมันเป็นหนึ่งในสถานที่ทางธรรมชาติที่ยังคงความใสสะอาด บริสุทธิ์ เพียงไม่กี่แห่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้

    ส่วนใหญ่ของเกาะแห่งนี้เป็นป่าที่ปราศจากการแผ้วถาง โดยมีพืชและสัตว์มากมายที่ไม่ปรากฏในที่อื่นของโลก บรรดาหอยยักษ์ เต่าทะเล ปลาการ์ตูน ปลาสิงโต ปลาทูนา ปลาอินทรีย์ ปลาผีเสื้อและปลานกขุนทองหัวโหนกต่างอาศัยอยู่ในน่านน้ำสีเขียวมรกตที่ล้อมรอบเกาะแห่งนี้ “มันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก้ และอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติ น่านน้ำทั้งหมดที่ล้อมรอบเกาะแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติทางทะเล และทุกคนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ต่างก็เป็นชาวเกาะรุ่นที่ห้าและหก ผู้นำคุณค่าลึกซึ้งมาสู่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนเกาะ โลเกชันแห่งนี้เป็นหัวใจและจิตวิญญาณของหนังเรื่องนี้อย่างแท้จริงครับ” ดันแคน โจนส์ ผู้จัดการฝ่ายโลเกชันของเรื่องกล่าว

    ไลฟ์ลีพูดถึงเกาะลอร์ด โฮว์ว่า “มันเป็นเรื่องพิเศษสุดจริงๆ ที่ได้ถ่ายทำที่นั่น มันเป็นเกาะที่งดงาม เลอค่าท่ามกลางมหาสมุทร มันเป็นเหมือนสมบัติน้อยๆ ที่ถูกซ่อนเร้นไว้ หลังจากหนังเรื่องนี้ ทุกคนจะต้องอยากไปที่นั่นแน่ๆ เพราะมันสวยมากๆ บนหน้าจอค่ะ”

    โจนส์เป็นคนแรกที่เสนอว่าเกาะลอร์ด โฮว์อาจเป็นสถานที่ถ่ายทำได้ “มันใช้เวลาบินจากซิดนีย์ไปสองชั่วโมงครึ่ง อยู่ระหว่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กลางมหาสมุทร” เลอแชมกล่าว “ผมไปที่นั่นกับโจเมและฟลาวิโอ ลาเบียโน ผู้กำกับภาพของเรา ฟลาวิโอ ที่เป็นศิลปินตัวจริง ชะโงกหัวออกไปนอกหน้าต่างแล้วบอกว่า ‘ดูสิ ดูชายหาดด้านล่างนั่นสิ’ พอผมมองที่ชายหาดนั่น ผมก็หันไปหาโจเม และผมก็รู้ว่าเราพบโลเกชันของเราแล้วครับ”

    “ทัศนคติของเราก็คือ ‘สี่เฟรมของชายหาดแห่งนั้นมีค่ายิ่งกว่าสองชั่วโมงของชายหาดอีกแห่งหนึ่งที่ไม่เพอร์เฟ็กต์’ ครับ” คอลเล็ต-เซอร์รากล่าว

    เลอแชมกล่าวว่า โลเกชันนั้นจะต้องมีคุณสมบัติหลายประการด้วยกัน “เราจะต้องมีอ่าวเล็กตามธรรมชาติ เพราะตัวละครของเบลคจะต้องเห็นชายฝั่งตลอดเวลา เราต้องการโลเกชันที่สามารถเล่าเรื่องราวได้ แต่นอกเหนือจากนั้น ผมอยากจะถ่ายทำในสถานที่ที่ไม่มีคนเห็นมาก่อน และมันก็มีสถานที่แบบนั้นเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในโลกหรอกครับ” เลอแชมกล่าว

    และในความเป็นจริงแล้ว The Shallows ก็เป็นกองถ่ายภาพยนตร์สเกลใหญ่เรื่องแรกที่ได้ถ่ายทำที่เกาะลอร์ด โฮว์ อย่างที่เราอาจจินตนาการได้ การไปในที่ที่ไม่มีกองถ่ายเรื่องไหนเคยไปมาก่อนเป็นความท้าทายสำหรับทีมงาน “มีบ้านเรือน 350 หลัง และมีเตียง 400 หลังสำหรับแขก เท่านั้นเลยค่ะ” แฮร์ริสเล่า “มันไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สัญญาณไวไฟอ่อนมากๆ และรถก็มีไม่กี่คัน”

    “เมื่อพูดกันด้านโลจิสติกแล้ว มันเป็นโปรเจ็กต์ที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานมา” โจนส์กล่าวเสริม “เราต้องพาทีมงาน 100 ชีวิตมาที่นี่ พร้อมด้วยอุปกรณ์ทั้งหมดของเรา ซึ่งต้องอาศัยเรือขนส่ง 45 ลำ” แม้ว่าทีมงานจะนำรถบรรทุกมาที่เกาะแห่งนี้ด้วย แต่มันก็ไม่ใช่วิถีทางตามปกติที่เกิดขึ้นบนเกาะลอร์ด โฮว์ “ทุกอย่างบนเกาะแห่งนี้เคลื่อนที่ด้วยการเดินเท้า จักรยาน หรือรถยนต์เพียงไม่กี่คันที่มีอยู่ที่นั่น เราก็เลยถูกจำกัดมากๆ ในแง่ที่ว่าเราสามารถนำอะไรมาได้ ซึ่งทำให้ทีมงานเราต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นครับ”

    น่าขันที่ผู้ประสานงานฝ่ายสตันท์ เกลนน์ รูแลนด์ตั้งข้อสังเกตว่า ทีมงานจะต้องใช้เกราะกำบังฉลามเพื่อป้องกันไม่ให้ฉลามจริงๆ หลุดเข้าไปในบริเวณพื้นที่ถ่ายทำ

    คอลเล็ต-เซอร์ราและทีมงานของเขาได้เผชิญหน้ากับอีกหนึ่งความท้าทายที่ไม่คาดฝัน “มันควรจะต้องเป็นชายหาดที่ไร้มลทิน แต่เรามีทีมงานขนาดใหญ่ พอเราเลือกจุดเหมาะๆ บนชายหาดแห่งนั้น บล็อกแอ็กชัน และนำอุปกรณ์เข้ามา คุณจะเห็นรอยเท้าทุกหนทุกแห่ง เราจะต้องทำให้มันดูงดงามและบริสุทธิ์ สุดท้าย เราก็เลยต้องสร้างทางให้คนเดินแถวเรียงเดี่ยว เพื่อที่เราจะสามารถลบรอยเท้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

    ทีมผู้สร้างได้ถ่ายทำในน่านน้ำเปิดของเกาะลอร์ด โฮว์เป็นเวลาสิบวัน “เราไม่ควรจะประเมินพลังของมหาสมุทรต่ำไปครับ” คอลเล็ต-เซอร์รากล่าวอธิบายกระบวนการทำงานต่อ “ลองจินตนาการดูถึงการพยายามกำกับทีมงานในการสร้างฉากมหึมาในมหาสมุทรเปิดท่ามกลางคลื่นลูกใหญ่ ในขณะที่เบลคอยู่บนกระดานโต้คลื่น และช่างกล้องก็จะต้องบันทึกภาพทุกอย่างให้ได้ ในขณะเดียวกัน สภาพอากาศก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนแปลงแสงสำหรับช็อตนั้นๆ ทั้งๆ ที่มันจะต้องตรงกันกับช็อตที่คุณเพิ่งถ่ายทำไปน่ะครับ”

    “มหาสมุทรทั้งทรงพลังและคาดเดาไม่ได้” เลอแชมกล่าว “โชคชะตาของเราขึ้นอยู่กับความปรานีของมันและดินฟ้าอากาศ ท่ามกลางความโกลาหลของธรรมชาติ เราต้องทำงานที่ละเอียดละออในการถ่ายทำหนัง ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำและสมาธิมากๆ มันเป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ แต่เราคิดว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะคุ้มค่าครับ”

    สำหรับตัวอย่างของความยุ่งยากในการถ่ายทำบนน้ำ คอลเล็ต-เซอร์ราได้ยกตัวอย่างหนึ่งในฉากที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายที่สุดขึ้นมา “ฉากที่เป็นไปไม่ได้มากที่สุดที่เราถ่ายทำคือฉากไดอะล็อค เบลคนั่งอยู่บนกระดานโต้คลื่น คุยกับนักเล่นกระดานโต้คลื่นอีกสองคนที่อยู่ห่างออกไป 30 หลา” คอลเล็ต-เซอร์รากล่าวต่อ “ในการถ่ายทำฉากไดอะล็อค คุณจะต้องทำกล้องให้นิ่ง เราก็เลยติดเครนตรงสี่จุดของเรือและตัวยึดเพื่อให้เครนตั้งตรง เราให้นักประดาน้ำประคองเบลคไว้เพื่อที่เธอจะได้ไม่ลอยไปไกล และให้นักเล่นกระดานโต้คลื่นสองคนพยายามหาตำแหน่งของตัวเอง เรามีเรือเก้าลำ คน 70 คนและนักประดาน้ำในน้ำเพื่อถ่ายทำฉากที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายฉากนี้ครับ”

    อย่างไรก็ดี ในโลเกชันที่สวยงามแบบนี้ ทุกอย่างก็คุ้มค่า เพราะทีมผู้สร้าง รวมถึงช่างกล้อง “บี”/ผู้กำกับภาพใต้น้ำ ไซมอน คริสทิดิส, เอ.ซี.เอส. สามารถถ่ายทำฟุตเตจที่น่าอัศจรรย์ใจมาได้ “ไซมอน ผู้กำกับภาพใต้น้ำของเรา น่าทึ่งมาก เขาใช้กล้องถ่ายทำแองเจโลและโฮเซเล่นกระดานโต้คลื่น แล้วในตอนบ่าย ผมก็จะวิ่งไปหาเขาเหมือนเด็กตัวน้อยในวันคริสต์มาสเพื่อดูว่าเขาถ่ายทำช็อตมหัศจรรย์อะไรได้บ้าง ซีเควนซ์การเล่นกระดานโต้คลื่นในหนังเรื่องนี้เหลือเชื่อมาก และทั้งหมดเกิดขึ้นได้เพราะไซมอนและนักเล่นกระดานโต้คลื่นครับ” นอกจากนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังถ่ายทำในแทงค์น้ำหลักที่วิลเลจ โร้ดโชว์ สตูดิโอส์บนโกลด์โคสต์ ในควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียอีกด้วย

    การสร้างฉลามและวิชวล เอฟเฟ็กต์

    ในการสร้างฉลาม โจเม คอลเล็ต-เซอร์ราต้องการจะสร้างศัตรูที่คู่ควร ที่จะทำให้ผู้ชมนั่งไม่ติดเก้าอี้ “ผมอยากให้ฉลามปรากฏตัวตลอดครึ่งเรื่อง” คอลเล็ต-เซอร์รากล่าว “ผมอยากจะเผยมันอย่างช้าๆ แล้วให้มันเป็นพลังธรรมชาติที่แข็งกล้า เหตุผลของผมก็คือถ้าแนนซีไม่เห็นฉลามชัดๆ ผู้ชมก็จะเห็นมันไม่ชัดเหมือนกันครับ”

    ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนทุกประการ ฉลามขาวของเรื่องจึงถูกสร้างขึ้นในรูปแบบดิจิตอล ฉลามขาวเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์และปกติแล้ว มันก็มักไม่มีชีวิตรอดหากถูกจับขังไว้ ยังไม่ต้องพูดถึงอันตรายของการถ่ายทำภาพยนตร์ใกล้กับสัตว์ร้ายที่คาดเดาไม่ได้ชนิดนี้ คอลเล็ต-เซอร์ราร่วมมือกับแผนกศิลป์ในการออกแบบฉลาม “ผมได้ข้อสรุปว่าฉลามจะต้องเป็นตัวเมียครับ” ผู้กำกับกล่าว “ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย และส่วนใหญ่จะมีรอยแผลเป็นจากการสืบพันธุ์ ภาพของมันจะน่ากลัวกว่าเพราะมันจะหวงถิ่นมากกว่าครับ”

    สก็อต อี. แอนเดอร์สัน รับหน้าที่ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ของเรื่อง “ทั้งโจเมและไดอานา อิบาเนซ ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ของเรื่อง ทำการค้นคว้าข้อมูลมหาศาลครับ” เขากล่าว “ข้อความบันทึกของโจเมและการพูดคุยของเรานำไปสู่การรวบรวมข้อมูลของเขากับไดอานา ที่ประกอบไปด้วยช่วงเวลาของฉลามที่โจเมชื่นชอบ การกระทำและพฤติกรรมโดยทั่วไปของฉลาม มันเป็นฐานสำหรับคลังข้อมูลของเรา พวกช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่โจเมชื่นชอบน่ะครับ”

    ในการสร้างอนิเมชันฉลาม ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแอนเดอร์สันคือการสร้างตัวละครที่น่าเชื่อขึ้นมา “ฉลามจะมีลักษณะที่คงเส้นคงวามากๆ” เขากล่าว “แนนซีหลงเข้าไปในอาณาเขตของมันโดยบังเอิญ และไปรบกวนโลกของฉลามเข้า และหลังจากที่ฉลามทำให้เธอบาดเจ็บ มันก็มองแนนซีว่าเป็นอาหาร มันไม่ได้มีอะไรเป็นการส่วนตัว ฉลามก็แค่ทำตัวแบบฉลาม จนถึงตอนท้าย ในตอนที่แนนซีสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ฉลามก็สู้กลับ ทั้งคู่ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องทำน่ะครับ”

    ขนาดของฉลามสร้างความแตกต่างสำหรับอนิเมเตอร์ “ผมพร่ำบอกอนิเมเตอร์ว่าให้นึกถึงฉลามว่าเป็นรถบรรทุกเครื่องดีเซลขนาดใหญ่ที่มีกำลังและแรงม้าสูง แทนที่จะเป็นรถเยอรมันที่เครื่องแรงน่ะครับ” แอนเดอร์สันกล่าวต่อ “มันมีขนาดใหญ่ เพรียวลม มีท่าว่ายน้ำที่สง่างามและทรงพลัง เราใช้มวลน้ำหนักนั้นในตอนที่เธอจู่โจมทุ่นหรือพุ่งชนสิ่งอื่นๆ เพราะตัวเธอมีขนาดใหญ่และหนักครับ”

    คุณสมบัติทั้งสองอย่างที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งก็คือลักษณะนิสัย ที่ส่วนใหญ่เกิดจากขนาดของมัน ทำให้แอนเดอร์สันมีเครื่องมือในการสร้างความลุ้นระทึกในแบบที่คอลเล็ต-เซอร์ราจินตนาการเอาไว้ “โจเมเข้าใจดีว่าเขาต้องการอะไรสำหรับความลุ้นระทึกและความน่าสะพรึงกลัวในเรื่อง บางครั้ง มันจะโผล่ขึ้นมาในที่ที่คุณไม่คาดคิด บางครั้ง ฉลามตัวใหญ่มหึมาก็จะพุ่งเข้าหาคุณ เขาเล่นกับอะไรแบบนั้นไว้มาก ดังนั้น การสร้างสมดุลระหว่างความสมจริงและความน่ากลัวก็เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ครับ”

    นอกจากนั้น ทีมงานของแอนเดอร์สันยังได้สร้างซิมูเลชันของน้ำปริมาณมหาศาลขึ้นมาด้วย แม้ว่าทีมงานได้ใช้เรือซีบ็อบระหว่างการถ่ายทำเพื่อทำให้น้ำเคลื่อนไหว แต่ขนาดของฉลามทำให้ต้องมีการเคลื่อนที่ของน้ำปริมาณมากกว่านั้น ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นแบบดิจิตอล “เมื่อหลายปีก่อน คุณคงไม่มีทางนึกถึงการรับมือกับโปรเจ็กต์แบบนี้ในสเกลแบบนี้หรอกครับ” แอนเดอร์สันกล่าว “มันน่าทึ่งที่บริษัทจำนวนมากของเราสามารถช่วยเราได้ทั้งในเรื่องของการสร้างอนิเมชันฉลามและการเพิ่มปริมาณน้ำและซิมูเลชันน้ำน่ะครับ”

    นอกจากนี้ ทีมงานของแอนเดอร์สันยังได้ทำการขยายส่วนของฉากออกไปอย่างน่าทึ่งอีกด้วย ส่วนของภาพยนตร์ที่ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมภายใต้การควบคุมมากกว่าที่เกาะลอร์ด โฮว์ถูกถ่ายทำในแทงค์น้ำ ก่อนจะมีการเพิ่มสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วยวิธีการทางดิจิตอล “เราสร้างโลกใต้น้ำเสมือนจริงขึ้นมาครับ” แอนเดอร์สันกล่าวต่อ “มันเป็นงานช้างเลยครับ ประมาณสามส่วนสี่ของเรื่องต้องใช้วิชวล เอฟเฟ็กต์ ระหว่างการถ่ายทำ โจเมได้บันทึกภาพ 30 องศาสวยๆ จากตำแหน่งของโขดหินที่แนนซีอยู่เอาไว้ แล้วสิ่งแวดล้อม 360 องศานั้นก็กลายเป็นโลกเสมือนจริงของเราที่ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่วันท้องฟ้าสดใส ไปจนถึงค่ำคืนสลัวและเช้ามืด ทุกเวลาที่คุณได้เห็นในหนังเรื่องนี้น่ะครับ”

    เกี่ยวกับนกนางนวล

    ในตอนสำคัญตอนหนึ่งของเรื่อง แนนซีและนกนางนวล ซึ่งถูกโจมตีโดยฉลามด้วยเช่นกัน ได้หลบภัยอยู่บนโขดหิน เธอตั้งชื่อนกตัวนี้ว่า ซัลลี และพวกเขาก็คอยดูแลกันและกัน

    ปัญหาที่ว่าจะถ่ายทำฉากพวกนี้อย่างไรเป็นข้อกังวลสำคัญก่อนหน้าที่การถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้น พวกเขาพิจารณาการใช้หุ่น แต่หุ่นก็จะไม่แสดงออกทางอารมณ์เหมือนกับนกจริงๆ

    สิ่งต่อไปที่พวกเขาพิจารณาคือนก CG “แต่ผมก็บอกว่า ผมไม่เคยเห็นนกนางนวล CG เจ๋งๆ เลย” เลอแชมกล่าว “ผมไม่เชื่อว่าคนจะสามารถสร้างนกได้เหมือน ดังนั้น วันหนึ่งระหว่างที่ผมกำลังรับประทานอาหารกลางวัน มีนกนางนวลบินมาใกล้ๆ ใกล้พอที่ผมจะสามารถให้อาหารมันจากมือผมได้ ผมก็เลยบอกกับโจเมว่า ‘ถ้าผมสามารถให้อาหารมันจากมือผมได้ ครูฝึกสัตว์เก่งๆ ก็น่าจะสามารถฝึกมันได้เหมือนกัน ผมให้อาหารนกแล้วโจเมก็ดึงเอาไอโฟนของเขามาบันทึกภาพ มันเป็นช่วงเวลาของการค้นพบครับ”

    “เราไปหาเคที บร็อค-เม็ดแลนด์ ครูฝึกสัตว์ของเรา แล้วถามว่า ‘คุณเคยฝึกนกนางนวลมั้ย’ น่ะค่ะ” แฮร์ริสเล่า “เธอเป็นครูฝึกสัตว์ที่มีความอดทน ใจดีและน่ารักที่สุดในโลก สุดท้าย เธอก็ได้ฝึกนกนางนวลให้เรา มันพิเศษสุดมาก เราคงจะไม่ได้หนังอย่างที่มันเป็นอยู่ถ้าไม่มีซัลลีค่ะ”

    “นกนางนวลได้แรงจูงใจจากอาหารค่ะ ใครก็ตามที่เคยไปร้านฟิชแอนด์ชิพจะรู้ดี” บร็อค-เม็ดแลนด์กล่าว “ดังนั้น การสร้างแรงจูงใจด้วยอาหารก็เป็นส่วนสำคัญในการฝึกของเรา เราจะให้กุ้ง เศษปลา หนอน อาหารทุกประเภทกับมันค่ะ”

    การหานกที่จะมาใช้งานเป็นความท้าทายขั้นแรก “คุณไม่สามารถไปที่ชายหาดแล้วจับสัตว์กลับมาได้ค่ะ” บร็อค-เม็ดแลนด์กล่าว “แต่มีนกนางนวลจำนวนมากถูกขังอยู่ในสถานพักฟื้น พวกมันปีกหักทุกตัวน่ะค่ะ”

    ทีมผู้สร้างได้เลือกนกนางนวลหกตัวมาแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้ว่าตัวหนึ่งจะโดดเด่นกว่าเพื่อนก็ตาม “บางตัวก็ถนัดเรื่องการยืน บางตัวถนัดเรื่องการเปล่งเสียง แต่ซัลลีสามารถทำได้ทุกอย่าง” จอห์น เม็ดแลนด์ คู่หูของบร็อค-เม็ดแลนด์กล่าว ซัลลีอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์พักฟื้นมานานเก้าปีแล้ว

    เลอแชมรู้สึกผูกพันกับนกตัวนี้เป็นพิเศษ ลองถามเขาดูก็ได้ “ผมสนใจในตัวเขาจริงๆ และผมก็เชื่อในครูฝึกสัตว์ของเรา ทุกอย่างคุ้มค่าครับ” เขากล่าว “ตอนนี้ ซัลลีเป็นเหมือนมาร์ลอน แบรนโดสำหรับนกทะเลครับ”

    “เขาจะกลับไปหาผู้ดูแลของเขาพร้อมด้วยประวัติสวยหรูและเงินบริจาคที่จะช่วยเหลือสัตว์ตัวอื่นๆ ที่อยู่ในศูนย์พักฟื้นที่เดียวกับเขาค่ะ” บร็อค-เม็ดแลนด์กล่าว

    เกี่ยวกับสตันท์

    “การทำงานบนบกยากพออยู่แล้วเมื่อคุณถ่ายทำฉากแอ็กชันครับ” ผู้ประสานงานฝ่ายสตันท์ เกลนน์ รูแลนด์กล่าว “แต่เมื่อคุณต้องทำงานในน้ำพร้อมกับถ่ายทำฉากแอ็กชันในขณะเดียวกัน หรือทำงานใต้น้ำพร้อมกับถ่ายทำฉากแอ็กชัน มันก็เพิ่มองค์ประกอบที่อันตรายอย่างที่สองหรือสามเข้าไปอีก ผมมีทีมงานที่มีประสบการณ์มากๆ และเราก็ซักซ้อมมาตรการทางความปลอดภัยกันทุกเช้า เราซ้อมกับนักแสดงสตันท์ของเราก่อนที่เราจะนำนักแสดงเข้ามา เพื่อจะทำให้แน่ใจว่าเราสามารถถ่ายทำช็อตที่เราต้องการได้น่ะครับ”

    ทีมงานของรูแลนด์ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานทางน้ำหรือกระทั่งทีมวิชวล เอฟเฟ็กต์ และได้บังคับเรือซีบ็อบพร้อมกับครีบที่ใช้แทนฉลามระหว่างการถ่ายทำและมีการหย่อนครีบที่ว่าลงไปในน้ำเพื่อสร้างเอฟเฟ็กต์น้ำจริงๆ ขึ้นมาด้วย

    ประวัตินักแสดง

    เบลค ไลฟ์ลี (แนนซี)
    ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมจากการแสดงภาพยนตร์ของเธอ เมื่อเร็วๆ นี้ เธอเพิ่งปิดกล้องภาพยนตร์โดยวู้ดดี้ อัลเลนเรื่อง Café Society ซึ่งเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในเดือนพฤษภาคมและภาพยนตร์โดยมาร์ค ฟอร์สเตอร์เรื่อง All I See Is You ล่าสุด เธอได้แสดงในดรามาโดยไลออนส์เกทเรื่อง The Age of Adaline ซึ่งเข้าฉายในวันที่ 24 เมษายน ปี 2015

    ไลฟ์ลีเปิดตัวในโลกภาพยนตร์ในปี 2005 ในบทบริดเจ็ทในภาพยนตร์ยอดนิยมโดยวอร์เนอร์ บรอส. เรื่อง The Sisterhood of the Traveling Pants ในปี 2008 เธอได้กลับมารับบทเดิมอีกครั้งในซีเควลเรื่อง The Sisterhood of the Traveling Pants 2 นอกจากนี้ เธอยังได้แสดงประกบไรอัน เรย์โนดล์สในภาพยนตร์โดยวอร์เนอร์ บรอส.เรื่อง Green Lantern และประกบเบน เอฟเฟล็ค, เจเรมี เรนเนอร์และจอน แฮมม์ในภาพยนตร์เรื่อง The Town ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงแจ้งเกิดยอดเยี่ยมของซีเนมาคอนในปี 2011

    ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเธอรวมถึง ภาพยนตร์โดยโอลิเวอร์ สโตนเรื่อง Savages, ภาพยนตร์อินดีดรามาเรื่อง Hick, ภาพยนตร์โดยรีเบ็กก้า มิลเลอร์เรื่อง The Private Lives of Pippa Lee, ภาพยนตร์ยูนิเวอร์แซลเรื่อง Accepted และภาพยนตร์อินดีเรื่อง Elvis & Annabelle

    นอกจากนี้ ไลฟ์ลียังมีผลงานจอแก้วด้วย โดยเธอได้รับบทเซเรนา แวน เดอ์ วู้ดเซนในดรามายอดนิยมทางซีดับบลิวเรื่อง “Gossip Girl” ระหว่างปี 2007-2012 ปัจจุบัน เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับลอรีอัล ปารีส

    ประวัติทีมผู้สร้าง

    โจเม คอลเล็ต-เซรา (ผู้กำกับ/ผู้ควบคุมงานสร้าง)
    เกิดในแซงต์ อิสเคิล เดอ บัลลาตา เมืองเล็กๆ ในเขตบาร์เซโลนา แคว้นคาตาโลเนีย ประเทศสเปน

    พออายุได้ 18 ปี เขาก็ย้ายไปลอสแองเจลิส ด้วยเงินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดและความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้กำกับ เขาได้เข้าศึกษาที่โคลัมเบีย คอลเลจก่อนจะเริ่มทำงานเสริมเป็นมือลำดับภาพ

    เขาได้รับอิทธิพลจากผู้กำกับต่างๆ เช่นเดวิด ฟินเชอร์, สไปค์ โจนซ์และมาร์ค โรมาเน็ค และตัดสินใจว่าแทนที่จะถ่ายทำภาพยนตร์ขนาดสั้นเป็นโปรเจ็กต์จบ เขาน่าจะทำมิวสิค วิดีโอแทน ด้วยเงินที่เขาเก็บรวบรวมและความรู้ด้านโพสต์โปรดักชัน เขาได้ถ่ายทำมิวสิค วิดีโอสำหรับวงดนตรีท้องถิ่นไร้ชื่อ ซึ่งสะดุดตาบริษัทโปรดักชันหลายแห่ง ก่อนที่เขาจะสำเร็จการศึกษา เขาก็ได้เซ็นสัญญาในฐานะผู้กำกับมิวสิคกับดิ เอนด์

    หลังจากถ่ายทำมิวสิค วิดีโอหลายเพลง บริษัทโปรดักชันก็ได้ให้เงินเขาเพื่อถ่ายทำสปอตโฆษณาหลายตัว เขากลับมาพร้อมกับโฆษณาสองนาทีครึ่งสำหรับเอโอแอล และโฆษณาตัวนี้ก็ได้ถูกรวมอยู่ในการแสดงผลงานผู้กำกับหน้าใหม่ซัตชิ แอนด์ ซัตชิ ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนั้น

    หลังจากนั้น หน้าที่การงานของเขาก็สดใสขึ้น และเขาก็ได้ถ่ายทำโฆษณาให้กับเพลย์สเตชัน, บัดไวเซอร์, มาสเตอร์การ์ด, มิลเลอร์-ไลต์, พอนทิแอ็ค, สเมิน์นอฟฟ์ ไอซ์, เรโนลต์, เวอไรซอนและเซเวนอัพ และได้ร่วมงานกับเอเจนซีต่างๆ เช่นแม็คคานน์-อีริคสัน, เจ. วอลเตอร์ ธอมป์สัน, บีบีดีโอและทีบีดับเบิลยูเอ เชียท เดย์

    การใช้ภาพที่เซอร์เรียลและมืดหม่นของเขาสะดุดตาผู้อำนวยการสร้างโจเอล ซิลเวอร์ ผู้เลือกเขาให้กำกับภาพยนตร์เรื่อง House of Wax ในปี 2005 ในปี 2007 ความรักที่มีต่อฟุตบอลของเขาทำให้เขากลับไปสเปนเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Goal II: Living the Dream ในปี 2009 เขาได้ส่ง Orphan เข้าฉายภายเสียงวิจารณ์ชื่นชมและความสำเร็จด้านรายได้ล้นหลาม

    ในปี 2011 Unknown ที่นำแสดงโดยเลียม นีสัน เปิดตัวที่อันดับหนึ่งในบ็อกซ์ออฟฟิศ ระหว่างทำงานขั้นตอนโพสต์โปรดักชันของ Unknown เพื่อเป็นการรองรับความสำเร็จทั่วโลกของมัน คอลเล็ต-เซอร์ราและเพื่อนของเขา ทนายความฮวน โซลา ได้ก่อตั้งออมบรา ฟิล์มส์ขึ้น โดยมีออฟฟิศตั้งอยู่ในลอสแองเจลิส

    ในปี 2014 Non-Stop ที่นำแสดงโดยเลียม นีสันเช่นกัน ได้ครองอันดับหนึ่งในบ็อกซ์ออฟฟิศในสุดสัปดาห์ที่เปิดตัว เมื่อปีที่ผ่านมา คอลเล็ต-เซอร์ราได้ร่วมมือกับผู้อำนวยการสร้างไมเคิล แท็ดรอส เพื่อกำกับภาพยนตร์แอ็กชันทริลเลอร์เรื่อง Run All Night ที่นำแสดงโดยเลียม นีสันและโจเอล คินนาแมน

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *