The Danish Girl | เดอะ เดนนิช เกิร์ล

The Danish Girl | เดอะ เดนนิช เกิร์ล

  • Genres: Biography, Drama
    Running Time: 120 min
    Release Date:November.27,2015 (USA)
    MPAA Rating:R for some sexuality and full nudity
    Distributors: Artémis Productions, Pretty Pictures, ReVision Pictures
    Starring: Eddie Redmayne, Alicia Vikander, Amber Heard
    Directed by: Tom Hooper

    The Danish Girl คือเรื่องราวความรักที่โดดเด่นซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตของ ลีลี่ เอลเบ และเจอร์ด้า เวเกเนอร์ ซึ่งรับบทแสดงโดย เอ็ดดี้ เรดเมย์น เจ้าของรางวัลออสการ์ (The Theory of Everything) และอลิเซีย วิกันเดอร์ (Ex Machina) จากฝีมือการกำกับของผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ ทอม ฮูเปอร์ (The King’s Speech, Les Misérables)

    ในปี 1926 ในโคเปนเฮเกน ศิลปินชาย ไอนาร์ เวเกเนอร์ แต่งงานกับเจอร์ด้า เวเกเนอร์ และเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงจากผลงานภาพวิวทิวทัศน์ เจอร์ด้าเองก็เป็นศิลปินเช่นกัน เธออาจมีชื่อเสียงโด่งดังน้อยกว่าไอนาร์ แต่เธอมีผลงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอในฐานะผู้วาดภาพพอร์เทรตให้กับบุคคลที่มีชื่อเสียง ชีวิตแต่งงานของพวกเขาสองคนเป็นชีวิตคู่ที่มั่นคงและน่ารัก แต่หนทางสว่างทั้งในชีวิตส่วนตัวและงานดูเหมือนจะหลุดรอดจากพวกเขาทั้งคู่ไป

    ทุกอย่างเริ่มต้นเปลี่ยนไปในวันหนึ่งเมื่อถึงเส้นตายที่จะต้องส่งผลงานภาพพอร์เทรต เจอร์ด้าได้ขอให้สามีของเธอมาเป็นแบบให้ โดยให้เขาใส่ชุดของผู้หญิงเพื่อให้เธอสามารถวาดภาพนั้นจนเสร็จ ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อไอนาร์รู้สึกตัวว่าการได้เป็น ลิลี่ คือการแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ และเธอเริ่มใช้ชีวิตแบบผู้หญิง เจอร์ด้าจึงต้องพบอย่างคาดไม่ถึงว่าเธอได้แรงบันดาลใจคนใหม่ และได้แรงกระตุ้นในเชิงสร้างสรรค์ใหม่ด้วย แต่ในไม่ช้า ทั้งคู่ก็ต้องเผชิญกับการไม่ยอมรับจากสังคม

    พวกเขาทิ้งประเทศบ้านเกิดเพื่อเดินทางมายังปารีส ซึ่งเป็นโลกที่เปิดใจกว้างมากกว่า หน้าที่การงานของเจอร์ด้ายังคงเจริญก้าวหน้า ขณะที่ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่ก็พัฒนาไปด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเสียเลย แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เจอร์ด้าให้การสนับสนุนลิลี่ในระหว่างที่เธอเดินทางในฐานะผู้หญิงข้ามเพศ ต่างฝ่ายต่างค้นพบความกล้าหาญที่จะเป็นอย่างที่ตัวเองเป็นจริงๆ ผ่านแรงผลักดันของอีกฝ่าย

    ผลงานของเวิร์กกิ้ง ไทเทิ้ล / พริตตี้ พิคเจอร์ส โดยความร่วมมือกับ รีวิชั่น พิคเจอร์ส และซีเนเตอร์ โกลบอล โปรดักชั่นส์ ผลงานการกำกับของ ทอม ฮูเปอร์ และแสดงนำโดย เอ็ดดี้ เรดเมย์น และอลิเซีย วิกันเดอร์ The Danish Girl ยังร่วมแสดงโดย เบน วิชอว์, เซบาสเตียน คอช, แอมเบอร์ เฮิร์ด และแมทเธียส สโคเนิร์ตส์ ผู้ทำหน้าที่เลือกตัวนักแสดงได้แก่ นีน่า โกลด์ ดนตรีประกอบเป็นฝีมือของ อเล็กซานเดร เดสแพล็ต งานแต่งหน้าและออกแบบทรงผมโดย แจน ซีเวลล์ ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายได้แก่ พาโค่ เดลกาโด ผู้ลำดับภาพ ได้แก่ เมลานี่ แอนน์ โอลิเวอร์, ACE โปรดักชั่นดีไซเนอร์ ได้แก่ อีฟ สจ๊วร์ต ผู้กำกับภาพ ได้แก่ แดนนี่ โคเฮน BSC ทีมผู้อำนวยการสร้างร่วม ได้แก่ เจน โรเบิร์ตสัน, เบน ฮาวาร์ธ, นีน่า โกลด์ ทีมผู้อำนวยการสร้างบริหาร ได้แก่ ลินดา รีสแมน, อัลฟ์ อิสราเอล, เคธี่ มอร์แกน, ลิซ่า เชซิน สร้างจากหนังสือของ เดวิด เอเบอร์ชอฟฟ์ บทภาพยนตร์เป็นฝีมือการเขียนโดย ลูซินด้า โคซอน ผู้อำนวยการสร้าง ได้แก่ เกล มูทรัซ, แอนน์ แฮร์ริสัน, ทิม บีแวน, เอริค เฟลล์เนอร์, ทอม ฮูเปอร์ และกำกับโดย ทอม ฮูเปอร์

    เมื่อพูดถึง The Danish Girl
    ศัพท์ที่ควรรู้

    Cisgender (หรือคำย่อว่า “cis”) – บุคคลที่มีสภาพทางเพศตามที่ปรากฏตอนแรกเกิด คือคนที่เพศภาวะ (ความรู้สึกภายในที่มีต่อตัวเองในฐานะชายหรือหญิง) ตรงกับเพศสภาพตามที่พวกเขาเกิดมา “Cis-“ คือคำในภาษาละตินที่ใช้นำหน้าคำอื่น ซึ่งหมายถึง “อยู่ในด้านเดียวกับ” และมีความหมายตรงกันข้ามกับคำว่า “trans-” วิธีที่เข้าใจกันอย่างแพร่หลายเพื่อใช้อธิบายถึงคนที่ไม่ได้เป็นคนข้ามเพศ ก็คือการบอกว่า “ไม่ใช่บุคคลข้ามเพศ”

    Transgender(หรือคำย่อว่า “trans”) – บุคคลข้ามเพศก็คือคนที่มีเพศภาวะ (ความรู้สึกภายในที่มีต่อตัวเองในฐานะชายหรือหญิง) แตกต่างไปจากเพศสภาพตามที่พวกเขาเกิดมา ข้ามเพศเป็นคำขยาย ไม่ใช่คำนาม เช่นประโยคที่ว่า “Scott is a transgender man” หมายถึง สก็อตต์เป็นบุคคลข้ามเพศ คือประโยคที่ถูกต้อง และ “Scott is a transgender” หมายถึงสก็อตต์เป็นข้ามเพศ เป็นประโยคที่ไม่ถูกต้อง สำหรับคำพหูพจน์ ใช้ว่า “transgender people” จึงจะถูกต้อง และคำว่า “transgenders” เป็นการใช้ที่ไม่ถูกต้อง

    Transition– การข้ามเพศไม่ใช่ขั้นตอนกระบวนการก้าวเดียวจบ แต่เป็นกระบวนการอันซับซ้อนที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลายาวนาน การข้ามเพศคือกระบวนการที่คนข้ามเพศต้องกระทำเพื่อทำให้ร่างกายและการแสดงออกถึงเพศของพวกเขา เป็นไปในแนวทางเดียวกับเพศภาวะภายในของพวกเขา ซึ่งหมายรวมถึงขั้นตอนทั้งโดยส่วนตัว ทางการแพทย์ และในทางกฎหมาย อาทิเช่น การบอกกล่าวกับครอบครัว เพื่อนๆ และเพื่อนร่วมงาน,การใช้ชื่อที่แตกต่างออกไป และคำเรียกสรรพนามใหม่, การแต่งตัวแตกต่างไปจากเดิม,การเปลี่ยนชื่อ และ/ หรือเปลี่ยนเพศในเอกสารตามกฎหมาย, การบำบัดเรื่องของฮอร์โมน และอาจมีการผ่าตัดแบบใดแบบหนึ่งหรือมากกว่า (แต่ไม่เสมอไป) ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการข้ามเพศนี้จะแตกต่างไปในแต่ละบุคคล

    การผ่าตัดเพื่อยืนยันเพศ Gender Confirmation Surgery – เป็นคำศัพท์ใหม่สำหรับการผ่าตัดเพื่อกำหนดเพศใหม่ เป็นก้าวหนึ่งในขั้นตอนการแปลงเพศทางการแพทย์ที่บุคคลข้ามเพศจะต้องพบเจอ คำศัพท์เฉพาะนี้เหมาะสมกว่าการใช้คำเก่าที่เรียกว่า “การแปลงเพศ”

    LGBTQ– กลุ่มเลสเบี้ยน, เกย์, ไบเซ็กช่วล, คนข้ามเพศ, กะเทย

    ตามที่เห็นใน The Danish Girl ลิลี่ เอลเบ ถือกำเนิดมาเป็นเพศชาย ถึงแม้เพศภาวะของเธอจะเป็นหญิง การใช้คำศัพท์ร่วมสมัย อาจเรียกเธอว่าเป็นหญิงข้ามเพศ เพราะคำสรรพนามเพศชายไม่สามารถใช้อธิบายตัวลิลี่ได้ ข้อมูลอ้างอิงใดๆ เกี่ยวกับลิลี่ก่อนเธอจะข้ามเพศมีเงื่อนไขดังนี้ “ก่อนเธอจะข้ามเพศ ลิลี่ก็คือ ไอนาร์ เวเกเนอร์” ถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะกล่าวถึงลิลี่ในฐานะผู้ชาย และไม่ถูกต้องที่จะกล่าวถึงเธอในฐานะผู้ชายข้ามเพศ เพราะลิลี่ถูกระบุว่าเป็นผู้หญิง

    ประวัตินักแสดง

    เอ็ดดี้ เรดเมย์น (EDDIE REDMAYNE) รับบท ลิลี่
    ในการไปรับบทเป็นนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง ในภาพยนตร์ของ เวิร์กกิ้ง ไทเทิ้ล ฟิล์มส์ เรื่อง The Theory of Everything เอ็ดดี้ เรดเมย์น ได้รับทั้งรางวัลออสการ์, รางวัลจากสมาคมนักแสดง, รางวัลบัฟต้า และรางวัลลูกโลกทองคำ ในสาขาดารานำชายยอดเยี่ยม ภาพยนตร์ที่กำกับโดย เจมส์ มาร์ช เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกห้าสาขา ซึ่งรวมถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และดารานำหญิงยอดเยี่ยม (เฟลิซิตี้ โจนส์)

    ในปี 2012 เรดเมย์นเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงดาวรุ่งยอดเยี่ยม จากบัฟต้า จากการที่เขามีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมา เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจากสมาคมนักแสดงร่วมกับทีมนักแสดงจากภาพยนตร์ของผู้กำกับ ทอม ฮูเปอร์ (ซึ่งกำกับภาพยนตร์เรื่อง The Danish Girl) เรื่อง Les Misérables ผลงานภาพยนตร์ของเวิร์กกิ้งไทเทิ้ล เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเช้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 8 สาขา ซึ่งรวมถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และคว้ามาครองได้ 3 รางวัล และยังได้รับสามรางวัลลูกโลกทองคำ ซึ่งรวมถึงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย

    เรดเมย์นยังแสดงนำในภาพยนตร์มากมายหลายเรื่อง อาทิเช่น ภาพยนตร์ของไซม่อน เคอร์ติส เรื่อง My Week with Marilyn, ภาพยนตร์ของ ทอม คาลิน เรื่อง Savage Grace, ภาพยนตร์ของ เชการ์ กาปูร์ เรื่อง Elizabeth: The Golden Age, ภาพยนตร์ของ เกรกอรี่ รี้ด เรื่อง Like Minds, ภาพยนตร์ของ อูดายัน ประสาด เรื่อง The Yellow Handkerchief, ภาพยนตร์ของ จัสติน แช็ดวิค เรื่อง The Other Boleyn Girl; ภาพยนตร์ของ สตีเฟ่น โพเลียคอฟฟ์ เรื่อง Glorious 39; ภาพยนตร์ของ ทิโมธี่ ลินห์ บุย เรื่อง Powder Blue; ภาพยนตร์ของ คริสโตเฟอร์ สมิธ เรื่อง Black Death; ภาพยนตร์ของ เดอริค มาร์ตินี่ เรื่อง Hick; ภาพยนตร์ของ โรเบิร์ต เดอ นีโร เรื่อง The Good Shepherd และภาพยนตร์ของ แอนดี้ และลาน่า วาซอว์สกี้ เรื่อง Jupiter Ascending

    ผลงานทางทีวีของเรดเมย์น ได้แก่การรับบทนำในมินิซีรีส์เรื่อง Birdsong ซึ่งกำกับโดย ฟิลิป มาร์ติน; Tess of the D’Urbervilles ซึ่งกำกับโดย เดวิด แบลร์ และThe Pillars of the Earth ซึ่งกำกับโดย เซอร์จิโอ มิมิก้า-เกซแซน ผลงานมินิซีรีส์เรื่องแรกของเขา ได้แก่ Elizabeth I ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์แรกที่เขาได้ร่วมงานกับ ทอม ฮูเปอร์ ผู้กำกับของภาพยนตร์เรื่อง The Danish Girl

    ปัจจุบัน เรดเมย์นอยู่ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอย เรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them ผลงานของ เจเค โรว์ลิ่ง และผู้กำกับ เดวิด เย็ทส์

    อลิเซีย วิกันเดอร์ (ALICIA VIKANDER) รับบท เจอร์ด้า
    อลิเซีย วิกันเดอร์ คือหนึ่งในนักแสดงที่กำลังมาแรงที่สุดในรุ่น ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอได้แสดงฝีมือในการแสดงเอาไว้ จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

    เธอได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในดาราดาวรุ่งพุ่งแรง ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเบอร์ลินในปี 2011 และได้รับรางวัลดาราดาวรุ่งที่งานเทศกาลภาพยนตร์สต็อคโฮล์มส์ ในปี 2010
    รางวัลเหล่านี้เธอได้รับหลังจากฝากงานแสดงที่เป็นผลงานแจ้งเกิดเอาไว้ในภาพยนตร์ของ ลิซ่า แลงเซ็ธ เรื่อง Pure ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัล Guldbagge Award ในสาขาดารานำหญิงยอดเยี่ยม

    หลังจากภาพยนตร์เรื่อง Pure วิกันเดอร์สาดงนำในภาพยนตร์ของเอลล่า เลมฮาเก้น เรื่อง The Crown Jewels และภาพยนตร์ของ นิโคลาจ อาร์เซล เรื่อง A Royal Affair

    ผู้กำกับ โจ ไรท์ ได้เลือกให้เธอมาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Anna Karenina ผลงานของ เวิร์กกิ้ง ไทเทิ้ล ฟิล์มส์

    เธอยังได้กลับมาร่วมงานกับ ดอมห์นัลล์ กลีสัน ในภาพยนตร์ของ อเล็กซ์ การ์แลนด์ เรื่อง Ex Machina ซึ่งทำรายได้และได้รับความสนใจทั้งในอเมริกาและสหราชอาณาจักร จนทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Empire Award สาขาดารานำหญิงยอดเยี่ยม

    คนดูยังได้เห็นวิกันเดอร์ในภาพยนตร์ของ กาย ริทชี่ เรื่อง The Man from U.N.C.L.E.; ภาพยนตร์ดราม่าของ บิลล์ คอนดอน เรื่อง The Fifth Estate; ภาพยนตร์ของ เซอร์ไก บ็อดรอฟ เรื่อง Seventh Son; ภาพยนตร์อาชญากรรมของ จูเลียส อะเวรี่ เรื่อง Son of a Gun และภาพยนตร์ดราม่าของสวีเดนเรื่อง Hotell

    ผลงานใหม่ของเธอ ได้แก่ ภาพยนตร์ดราม่าของ เดอเร็ก เซียนฟรานซ์ เรื่อง The Light Between Oceans ที่สร้างจากหนังสือนิยายของ เอ็มแอล สเต็ดแมน และเธอได้แสดงร่วมกับไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์; ภาพยนตร์ของ จัสติน แช็ดวิค เรื่อง Tulip Fever และภาพยนตร์ของ พอล กรีนกราสส์ ที่เธอประกบบทกับแม็ตต์ เดม่อน ผู้รับบทเป็น เจสัน บอร์น

    เบน วิชอว์ (BEN WHISHAW) รับบท เฮนริก
    เบน วิชอว์ เรียนด้านการแสดงมาจาก The Royal Academy of Dramatic Art (RADA)

    ในช่วงที่เริ่มต้นเข้าวงการระยะแรก เขารับบทสมทบในภาพยนตร์สองเรื่อง นั่นก็คือ ภาพยนตร์ของ วิลเลี่ยม บอยด์ เรื่อง The Trench และภาพยนตร์ของ มิเชล บลังค์ เรื่อง Mauvaise passe วิชอว์ก้าวไปรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง My Brother Tom ซึ่งกำกับโดย ดอม โรธีโร ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล British Independent Film Award เขายังร่วมแสดงนำในภาพยนตร์ที่สร้างสำหรับฉายทางทีวีเรื่อง The Booze Cruise นอกจากนี้ ยังได้ร่วมแสดงกับแดเนียล เคร็ก ในภาพยนตร์ถึงสองเรื่อง ได้แก่ ภาพยนตร์ของ โรเจอร์ มิเชลล์ เรื่อง Enduring Love และภาพยนตรของ แมทธิว วอห์นเรื่อง Layer Cake

    ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขา ได้แก่ ภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่อง Cloud Atlas ซึ่งกำกับโดย ลาน่า และแอนดี้ วาซอว์สกี้, ภาพยนตร์ของ สตีเฟ่น วูลลี่ย์ เรื่อง Stoned, ภาพยนตร์ของ ท็อดด์ เฮย์นส์ เรื่อง I’m Not There.; ภาพยนตร์ของ จูเลี่ยน จาร์โรลด์ เรื่อง Brideshead Revisited; ภาพยนตร์ของ เจน แคมเปี้ยน เรื่อง Bright Star,ภาพยนตร์ของ จูลี่ เทย์มอร์ เรื่อง The Tempest; ภาพยนตร์ของ เทอร์รี่ กิลเลี่ยม เรื่อง The Zero Theorem และภาพยนตร์ เรื่อง The Lobster ซึ่งเปิดตัวฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประจำปี 2015

    หลังจากไปรับบทเป็น “คิว” ในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ตอน Skyfall วิชอว์ได้กลับมารับบทนี้อีกครั้งในตอน Spectre ซึ่งกำกับโดย แซม เมนเดส และมี แดเนียล เคร็ก มารับบท 007 นอกจาก Spectre แล้ว คนดูยังได้เห็น วิชอว์ ในภาพยนตร์ของ รอน ฮาวเวิร์ด เรื่อง In the Heart of the Sea และภาพยนตร์ของ ซาร่าห์ แกฟรอน เรื่อง Suffragette

    เซบาสเตียน คอช (SEBASTIAN KOCH) รับบท วอร์เนกรอส
    เซบาสเตียน คอชเกิดที่เมือง Karlsruhe ประเทศเยอรมัน และใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ที่สตุทการ์ต แต่เริ่มเดิมที เขาฝันอยากเป็นนักดนตรี แต่จากนั้น เขาตัดสินใจว่าการแสดงคืองานที่เขาต้องการ

    คอชเริ่มเป็นที่สนใจของคนดูทั่วโลก เมื่อประกบบทกับ แคเธอรีน เดอเนิฟ ในมินิซีรีส์เรื่อง Princesse Marie ซึ่งนำแสดงโดย เจอราร์ด เดอปาดิเย่, จอห์น มัลโกวิช และคริสเตียน คลาเวียร์

    ผลงานภาพยนตร์ของเขา ได้แก่ บทนำในภาพยนตร์ของ ฮัวเม่ คอลเล็ตต์-เซอร์ร่า เรื่อง Unknown ซึ่งเขาร่วมแสดงกับเลียม นีสัน; ภาพยนตร์ของ เดวิด ออนดริเซ็ก เรื่อง In the Shadow (หรือ The Shadow of the Horse); ภาพยนตร์ของ ไนออลล์ แม็คคอร์มิค เรื่อง Albatross, ภาพยนตร์ของ จอห์น มัวร์ เรื่อง A Good Day to Die Hard ซึ่งเขาร่วมแสดงกับ บรูซ วิลลิส; ภาพยนตร์ของ เอียนนิส สมารักดิส เรื่อง God Loves Caviar; ภาพยนตร์ของ ไมก์ ฟิกกิส เรื่อง Suspension of Disbelief และภาพยนตร์ของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก เรื่อง Bridge of Spies ซึ่งนำแสดงโดย ทอม แฮงก์ส

    แอมเบอร์ เฮิร์ด (AMBER HEARD) รับบท อัลลา
    แอมเบอร์ เฮิร์ด มีผลงานทั้งภาพยนตร์จากสตูดิโอ และภาพยนตร์อินดี้

    อีกไม่นาน เธอจะมีผลงานให้เห็นกันในภาพยนตร์เรื่อง London Fields ซึ่งสร้างจากนิยายของ มาร์ติน แอมมิส และเธอร่วมแสดงกับ จิม สเตอร์เจสส์ และบิลลี่ บ๊อบ ธอร์นตัน

    เฮิร์ดยังแสดงบนำในภาพยนตร์สองเรื่องที่เปิดตัวฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่งานเทศกาลภาพยนตร์ไทร์บีก้า ปี 2015 ได้แก่ ภาพยนตร์ของ พาเมล่า โรมานาวสกี้ เรื่อง The Adderall Diaries ซึ่งเธอร่วมแสดงกับ เจมส์ ฟรังโก้ และภาพยนตร์ของ โรเบิร์ต เอ๊ดเวิร์ดส์ เรื่อง When I Live My Life Over Again ซึ่งเธอร่วมแสดงกับ คริสโตเฟอร์ วอล์กเก้น

    เธอเริ่มกลายเป็นที่สนใจจากการรับบทในภาพยนตร์ของ ปีเตอร์ เบิร์ก เรื่อง Friday Night Lights และภาพยนตร์ของ นิกกี้ คาโร เรื่อง North Country จากนั้น เธอได้รับรางวัล Young Hollywood Award ในปี 2008 จากภาพยนตร์ตลกเรื่องฮิตของ เดวิด กอร์ดอน กรีน เรื่อง Pineapple Express ติดตามมาด้วยผลงานภาพยนตร์ของ รูเบน เฟสเชอร์ เรื่อง Zombieland ซึ่งเธอร่วมแสดงกับ วูดี้ ฮาร์เรลสัน, เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก และบิลล์ เมอร์เร่ย์

    เฮิร์ดยังรับบทนำในภาพยนตร์ของ โจนาธาน ลีไวน์ เรื่อง All the Boys Love Mandy Lane ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเธอ ได้แก่ภาพยนตร์ของ เกร็ก เจค็อบส์ เรื่อง Magic Mike XXL ซึ่งเธอร่วมแสดงกับ แชนนิ่ง ทาทั่ม; ภาพยนตร์ของ มาร์คอส เอฟรอน เรื่อง And Soon the Darkness, ภาพยนตร์ของ บรูซ โรบินสัน เรื่อง The Rum Diary, ภาพยนตร์ของ แพทริค ลัสเซียร์ เรื่อง Drive Angry 3D ซึ่งเธอร่วมแสดงกับนิโคลัส เคจ; ภาพยนตร์ของ เดอร์ริค บอร์เต้ เรื่อง The Joneses; ภาพยนตร์ของ จอห์น คาร์เพนเตอร์ เรื่อง The Ward; ภาพยนตร์ของ เนลสัน แม็คคอร์มิค เรื่อง The Stepfather; ภาพยนตร์ของ โรเบิร์ต ลุคติค เรื่อง Paranoia; ภาพยนตร์ของ โรเบิร์ต ร็อดริเกซ เรื่อง Machete Kills; ภาพยนตร์ของ แม็คจี เรื่อง Three Days to Kill; ภาพยนตร์ของ นิค คาสวาเซ็ตส์ เรื่อง Alpha Dog; ภาพยนตร์ของ เจฟฟ์ แว็ดโลว์ เรื่อง Never Back Down และภาพยนตร์ของ เจสส์ มานาฟอร์ต เรื่อง The Beautiful Ordinary (หรือ Remember the Daze)

    แมทเธียส โชเนิร์ตส์ (MATTHIAS SCHOENAERTS) รับบท ฮานส์
    แมทเธียส โชเนิร์ตส์ เริ่มต้นงานแสดงในแวดวงละครเวทีตั้งแต่เขายังเด็ก โดยประกบบทกับพ่อของเขา จูเลี่ยน โชเนิร์ตส์ ในละครเรื่อง The Little Prince ตอนอายุ 15 ปี เขาประเดิมงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก ด้วยผลงานภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ เรื่อง Daens

    การรับบทสมทบของ แมทเธียส โชเนิร์ตส์ ในภาพยนตร์ของ พอล เวอร์โฮเว่น เรื่อง Black Book ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักของคนดูยุโรปในวงกว้าง และการรับบทนำในภาพยนตร์ของ มิคาเอล รอสแคม เรื่อง Bullhead ทำให้เขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

    หลังจากนั้น เขาได้แสดงนำร่วมกับ มารียง โกติลลาร์ด ในภาพยนตร์เรื่อง Rust and Bone และได้กลับมาร่วมงานกับมิคาเอล รอสแคม อีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง The Drop เขายังเป็นหนึ่งในทีมนักแสดงของภาพยนตร์เรื่อง Blood Ties นอกจากนี้ เขายังรับบทเดียวกันถึงสองครั้งในภาพยนตร์เบลเยี่ยมต้นฉบับเรื่อง Loft และภาพยนตร์รีเมกของอเมริกา เรื่อง The Loft

    เมื่อไม่นานมานี้ โชเนิร์ตส์ ได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ของ อลัน ริคแมน เรื่อง A Little Chaos โดยประกบบทกับ เคท วินสเลต; ภาพยนตร์เรื่องSuite Française ซึ่งเขาร่วมแสดงกับมิเชลล์ วิลเลี่ยมส์ และคริสติน สก็อตต์ โธมัส และภาพยนตร์เรื่อง Far from the Madding Crowd ที่เขาร่วมแสดงกับ แครี่ย์ มัลลิแกน เขายังเสร็จสิ้นจากงานถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง A Bigger Splash ที่เขาร่วมแสดงกับ ทิลด้า สวินตัน, เรล์ฟ ไฟนน์ส และดาโกต้า จอห์นสัน

    ประวัติทีมผู้สร้าง

    ทอม ฮูเปอร์ (TOM HOOPER) – ผู้กำกับ/ ผู้อำนวยการสร้าง
    ทอม ฮูเปอร์ เคยได้รับรางวัลออสการ์จากงานกำกับภาพยนตร์เรื่อง The King’s Speech ภาพยนตร์ปี 2010 เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มากถึง 12 รางวัล มากกว่าภาพยนตร์ทุกเรื่องในปีนั้น และยังได้รับทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ดารานำชายยอดเยี่ยม (โคลิน เฟิร์ธ) และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม The King’s Speech ได้รับรางวัลบัฟต้าถึง 7 รางวัล และตัวฮูเปอร์ยังได้รับรางวัลจากสมาคมผู้กำกับ The King’s Speech ทำรายได้จากทั่วโลกไปมากถึง $414 ล้าน

    เมื่อเร็วๆ นี้ ฮูเปอร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจากสมาคมผู้กำกับอีกครั้ง จากการกำกับภาพยนตร์ของ เวิร์กกิ้ง ไทเทิ้ล ฟิล์มส์ เรื่อง Les Misérables ภาพยนตร์ปี 2012 เรื่องนี้ ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 8 รางวัล ซึ่งรวมถึงรางวัลในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และคว้ารางวัลดาราสมทบหญิงยอดเยี่ยมมาครองได้ (แอนน์ แฮ็ทธาเวย์) Les Misérables ทำรายได้จากทั่วโลกไป $442 พันล้าน

    ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขา ได้แก่ The Damned United ซึ่งนำแสดงโดย ไมเคิล ชีน และเขียนบทโดย ปีเตอร์ มอร์แกน และภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบัฟต้า เรื่อง Red Dust ซึ่งนำแสดงโดย ฮิลารี่ สแวงก์ และชีวาเทล เอจิโอฟอร์

    ฮูเปอร์ยังประสบความสำเร็จในงานแจกรางวัลลูกโลกทองคำด้วยผลงานหลายเรื่องที่เขาสร้างให้กับ HBO ซึ่งสามารถคว้ารางวัลลูกโลกทองคำในสาขา มินิซีรีส์ หรือภาพยนตร์ที่สร้างสำหรับฉายทางทีวี สามปีติดต่อกัน ทีมนักแสดงที่ร่วมแสดงในผลงานต่อไปนี้ Elizabeth I, Longford, และ John Adams ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำในสาขาการแสดงถึงสามปีซ้อน

    Related posts:

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *